test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 372 来历 ความเป็นมา


หลังจากที่เห็นว่าเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่หายตัวไป กู้เบ่ย และหลี่ชิงอวิ๋นก็รู้สึกโล่งใจ


เมื่อพวกเนี่ยลี่หลบหนีไปได้ จักมีเรื่องใดให้พวกเขาต้องกังวลอีก?


“ทุกคน ถอนกำลัง!” หลี่ชิงอวิ๋นตะโกนเสียงดัง


กองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ แยกออกเป็นกลุ่มหลายกลุ่ม กลุ่มละสิบคน ทั้งหมดวิ่งฝ่าออกไปด้านนอก เป็นการสู้ไปพลางและวิ่งหนีไปพลาง


กู้เหิงนำคนของเขาไล่ตามไปหลายร้อยลี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจักบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย แต่กองกำลังส่วนใหญ่ของกองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ก็สามารถที่จะหลบหนีไปได้ กู้เหิงทำได้เพียงแค่มองดูเหล่ากองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์หลบหนีไป


จากการประเมินคร่าว ๆกองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ ได้รับบาดเจ็บล้มตายไปกว่าห้าพันคน ส่วนกองกำลังของเขานั้นบาดเจ็บล้มตายไปกว่าหกพันคน ส่วนกองกำลังของหลี่ยื่อฟงนั้นล้มตายไปกว่าพันคน


แต่ทะเลสาบแห่งเทพทั้งสามได้ถูกทำลายลงไป ความเสียหายนั้นเกินกว่ากองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้รับหลายเท่านัก กู้เหิงนั้นแทบอยากจะบ้าตาย


กู้เหิงมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่กองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์หลบหนีไป ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธ “ถ้าเป็นเพียงความขัดแย้งทั่ว ๆ ไป เหล่าผู้อาวุโสคงจักไม่สนใจ แต่ว่า ก็ไม่เคยมีการทำลายทะเลสาบแห่งเทพมาก่อน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเหล่าท่านผู้อาวุโสจักยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป กู้เบ่ย ข้าจักคอยดูว่า ตำแหน่งผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของเจ้าจักยังมั่นคงอยู่อีกหรือไม่?
กู้เหิงนำคนของเขา กลับไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์
เขาจักต้องได้รับการหนุนหลังจากเหล่าผู้อาวุโส ถ้าหากกู้เบ่ยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


การทำลายทะเลสาบแห่งเทพทั้งสามแห่งของเขานั้น เป็นการกระทำที่ชั่วร้ายมากเกินไป แน่นอนว่า เขาจักต้องให้กู้เบ่ยชดใช้ในเรื่องนี้ด้วย

วันต่อมา ในสถาบันวิญญาณฟ้า ห้องพักของกู้เบ่ย

กู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และลู่เพียวมารวมตัวกันอีกครั้ง

“เหตุใดเนี่ยลี่จึงยังไม่กลับมา?” กู้เบ่ยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


      “ที่เซี่ยวหยู่ปลดปล่อยออกมาในตอนท้ายนั้นเป็นค่ายกลรูปแบบวงกลม ดูเหมือนว่าจักเป็นประเภทที่ควบคุมพื้นที่และเวลาได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาได้วางชะตาวิญญาณไวในห้องโถงวิญญาณแล้ว ถึงจะโชคร้าย ก็ถูกสังหารเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เจ้าไม่จำเป็นที่จักต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเขา” หลี่ชิงอวิ๋นตอบพร้อมกับยิ้ม

โลกภายนอกมีพื้นที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด หากพวกเขาจักออกไปค้นหานั้นก็ม่ใช่วิธีการที่ดีนัก


“ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จักลืมมันไปก่อน!” กู้เบ่ยตอบพร้อมกับพยักหน้า


ลู่เพียวเองก็กังวลเกี่ยวกับเนี่ยลี่ไม่น้อย


จากนั้นพวกเขาก็หารือกันเกี่ยวกับการจ่ายชดเชยให้กับสมาชิกในกองกำลังที่ต้องตายไป คนรับใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา คนรับใช้ผู้นี้มีนามว่า กู้เถิง [顾腾] ซึ่งดูแลกู้เบ่ยมาเป็นเวลานานแล้ว


“นายน้อยเบ่ย ข้าได้ข่าวมาว่า กู้เหิงนั้นได้มาเข้าพบเหล่าผู้อาวุโส เพื่อที่จะร้องเรียน และกล่าวหาท่านขอรับ!” กู้เถิงรายงานอย่างร้อนใจ

“กล่าวหาข้า?” กู้เบ่ยตกตะลึงไปชั่วครู่

 “ดูเหมือนว่าจักเป็นเรื่องที่กองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูรของนายน้อยไปทำลายทะเลสาบแห่งเทพทั้งสามแห่งของพวกเขาขอรับ!” กู้เถิงรีบรายงานต่อ


กู้เบ่ยขมวดคิ้ว การทำลายทะเลสาบแห่งเทพนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรื่องนี้จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ทำเกินไปไม่น้อย แต่ว่าเรื่องนี้ เมื่อเทียบได้กับการที่พี่สาวของเขาถูกวางยาพิษยังถือว่าน้อยเกินไป นั่นต่างหากคือสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุด นี่แหละถึงจะเรียกได้ว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

“ไปจับตาดูให้ข้าที ว่ากู้เหิงนั้นคิดจะกล่าวหาข้าว่าเช่นใดบ้าง?” กู้เบ่ยทำหน้าเครียด ถ้าหากว่ากู้เหิงยังคิดจะใช่เล่ห์เหลี่ยม เขาก็จักเตรียมการรับมือเอาไว้!

หลี่ชิงอวิ๋นและลู่เพียวทำได้เพียงแค่นั่งฟัง นี่เป็นเรื่องภายในของตระกูลกู้ พวกเขาไม่อาจที่จะช่วยเหลืออะไรได้มากไปกว่าการช่วยคิดหาหนทางเท่านั้น


“กู้เหิงนั้นได้นำผู้อาวุโสของตระกูลกู้กว่าสิบคน เพื่อไปกดดันท่านผู้นำตระกูล ให้ปลดท่านออกจากผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง และต้องการให้ท่านชดใช้ความเสียหายจากการทำลายทะเลสาบแห่งเทพทั้งสามของเขา หนึ่งในผู้อาวุโสที่ให้การสนับสนุนท่านกู้หลาน จึงได้แอบแจ้งให้กับคุณหนู และคุณหนูให้บอกให้ข้ารีบมาแจ้งแก่ท่าน!” กู้เถิงรายงานต่อ


ดวงตาของกู้เบ่ยมีประกายเย็นชา ก่อนหน้าที่เขาจักแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา กู้เหิงนั้นได้เป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง เขาได้ใช้ตำแหน่งนั้นสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าผู้อาวุโส และในตอนนี้พวกเขาได้ทำลายทะเลสาบแห่งเทพทั้งสามแห่งของกู้เหิงไป กู้เหิงจักต้องแก้แค้นเรื่องนี้เป็นแน่ จึงคิดจะใช้กำลังของเหล่าผู้อาวุโสมาจัดการกับกู้เบ่ย

“กู้เบ่ย เจ้าคิดจะทำเช่นใด?” ลู่เพียวเอ่ยปากถาม

กู้เบ่ยเงียบไปชั่วครู่ และตอบกลับไปว่า “ข้ามีทางออกอยู่แล้ว กู้เถิง ช่วยไปตรวจสอบว่า กู้เหิงนั้นติดต่อกับผู้อาวุโสท่านใดบ้าง!

“ขอรับ!” กู้เถิงโค้งพร้อมกับตอบกลับ
กู้เบ่ยต้องยุ่งกับปัญหาของตนเองอีกครั้ง

ที่โลกภายนอก ในหุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง


โดยรอบห้อมล้อมไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตรงกลางเต็มไปด้วยดอกไม้เขียวชอุ่ม มีสายน้ำรินไหลออกมาจากป่าทึบ พลังงานสวรรค์ก็นับว่าเข้มข้นกว่าที่อื่น อย่างเห็นได้ชัด


เนี่ยลี่ไม่รู้เลยว่าเขานั้นอยู่ห่างนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ไกลแค่ไหน ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา ก็ไม่เคยมายังสถานที่แห่งนี้


หลังจากที่เซี่ยวหยู่ได้ใช้ค่ายกลวงกลมสำหรับผันแปรพื้นที่และเวลาของเขา เนี่ยลี่ก็ได้มาปรากฏที่หุบเขาแห่งนี้ สามารถหลบหนีการตามล่าของกู้เหิงมาได้ แต่เซี่ยวหยู่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเปลวเพลิงมังกร เรียกได้ว่าถ้าพลาดไปนิดเดียวก็อาจจะไม่รอดมาก็เป็นได้


เซี่ยวหยู่นั้นก็อยู่แค่ในระดับชะตาสวรรค์ขั้นห้าชะตา หลังจากที่ถูกโจมตีโดยเปลวเพลิงมังกร ร่างกายของเขาก็ถูกไหม้เป็นสีดำ ชีวิตเขานั้นแขวนอยู่บนเส้นด้าย ด้วยการบ่มเพาะพลังของเขา การที่จะคืนสภาพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย


ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ควรที่จะซื้อเกราะวิเศษระดับหกให้แก่ซี่ยวหยู่ด้วย เนี่ยลี่อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้


เซี่ยวหยู่พยายามที่จะนั่งพิงกับต้นไม้ เขาแทบจะเงยหน้าไม่ขึ้น แต่ก็พูดกับเนี่ยลี่ว่า “อาการบาดเจ็บของข้านั้น เป็นเรื่องยากที่จะรักษาได้ เจ้าก็แค่สังหารข้าเท่านั้น ข้าก็จักไปฟื้นคืนที่ห้องโถงวิญญาณได้”


“อาการบาดเจ็บของเจ้าสาหัสก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าจักรักษาไม่ได้” เนี่ยลี่นั่งลงข้าง ๆ เซี่ยวหยู่และตรวจสอบบาดแผล เขายิ้มและพูดอย่างมั่นใจว่า


“ตราบเท่าที่ชะตาวิญญาณของเจ้ายังไม่สลายไป นั่นก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับข้า”


เซี่ยวหยู่แสดงท่าทีที่ลำบากใจและพูดกลับไปว่า 

“ลืมมันไปซะ!

“ในเมื่อยังมีหนทาง เหตุใดจึงไม่ยอมให้ข้ารักษา?” เนี่ยลี่ถามด้วยความสงสัย เขามองไปที่แหวนของเซี่ยวหยู่ และพูดว่า


“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจักปกปิดมันไว้ ดูเหมือนว่ามันจักเป็นของวิเศษโบราณที่สามารถควบคุมพื้นที่และเวลาได้ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย ดูเหมือนว่าของวิเศษชิ้นนี้จะเชื่อมต่อกับชีพจรของเจ้าด้วย”


เซี่ยวหยู่ก้มหน้ามองแหวนที่นิ้ว จากนั้นเขาก็เหม่อมองออกไปและพูดว่า “ข้าเป็นเด็กกำพร้า พ่อบุญธรรม เก็บข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เป็นทารก ข้าไม่รู้เลยว่า ต้นกำเนิดของข้านั้นมาจากที่ใด มีเพียงแค่แหวนวงนี้ สำหรับข้าแล้วแหวนวงนี้ มันมีความสำคัญยิ่งนัก เป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่บ่งบอกว่าข้าดำรงอยู่บนโลกใบนี้”


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าและพูดขึ้นมาว่า “การดำรงอยู่ของตนเอง กับสิ่งที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินคำนี้หรือไม่  ชีวิตนี้ล้วนว่างเปล่า ดั่งดอกไม้ที่เงียบสงบ จิตใจเปรียบดังกระจก มิรู้ว่าสิ่งใดจริงหรือเท็จ ทุกคนบนโลกล้วนแต่มาจากความว่างเปล่า เจ้าไม่จำเป็นที่จักต้องพิสูจน์การดำรงอยู่ของตนเอง สิ่งสำคัญก็คือการมีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ มันสำคัญเสียยิ่งกว่า ว่าเจ้ามาจากที่ใด!


เซี่ยวหยู่จ้องมองไปที่เนี่ยลี่ แม้ว่าเนี่ยลี่นั้นจักอายุน้อยกว่าเขา แต่ก็ฉลาดยิ่งกว่าเขา รู้ว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ หลังจากได้ฟังคำชี้แนะจากเนี่ยลี่ เขาก็รู้สึกปล่อยวาง ในใจของเขาเคยจมอยู่กับความเหงา คำชี้แนะของเขา เป็นวิถีแห่งการปล่อยวางอย่างแท้จริง



“ข้าได้เข้าใจในสิ่งที่เจ้าชี้แนะแล้ว แต่ข้าก็อยากจะบอกกับเจ้าเช่นกันว่า แม้ว่าจักต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวด ข้าก็อยากจะรู้ว่าตัวเองนั้นมาจากที่ใด?” เซี่ยงหยู่มองดูที่แหวนและพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง.....................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง