test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

26 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 30 灵魂力的较量 การปะทะของพลังวิญญาณ




เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เหล่าคนของเซิ่นหลินเจี่ยนก็อดที่จะขำไม่ได้


   เดิมทีนั้นเนี่ยลี่กับฝ่ายตรงข้าม ระดับพลังก็มิได้เท่าเทียมกันอยู่แล้ว แต่ชู่หยวนเองเองก็ทะนงตนยิ่งนัก ที่คิดจะยอมให้ก่อนสามกระบวนท่า และเอามือไขว้หลัง สุดท้ายแค่เพียงกระบวนท่าแรกก็ต้องลงไปนอนกับพื้น คิดจะทำให้ผู้อื่นขายหน้าแต่กลัวเองกลับต้องขายหน้าเอง นี่เป็นบทเรียนอันน่าเวทนายิ่งนัก

  
เอียจืออวินจับจ้องไปที่เนี่ยลี่ ลักษณะท่าทางที่ดูไร้พิษสงของเขา ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เนี่ยลี่ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

   
    หลังจากนั้นชู่หยวนก็ได้ลุกขึ้นมา ใบหน้าของเขาขาวซีด กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุก แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเขายังคงมีอาการเจ็บที่หลังอยู่ คนรอบข้างต่างหัวเราะเยาะ ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองจนอยากที่จะสังหาร “นี่คือที่เจ้าถาม ข้าจะสังหารเจ้าซะ!”


     ชู่หยวนกระโจนออกไป และเตะไปที่เนี่ยลี่ แม้ว่าเขานั้นจะเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ แต่ก็ได้ฝึกฝนความแข็งแกร่งของร่างกายเช่นกัน ชู่หยวนนั้นได้ฝึกมาในตระกูลตั้งแต่ยังเด็ก เขาได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้เพื่อที่จะล่าสัตว์ การตวัดเตะขาราวกับแส้นี้เป็นเทคนิคลับของตระกูล ชู่ การเตะนี้รวดเร็วราวกับพายุ


ท่าเตะของชู่หยวนแหวกลมมีเสียงดังราวกับผิวปาก

          
      ความแข็งแกร่งของร่างกายเนี่ยลี่นั้น โดยปกติก็ไม่อาจที่จะเทียบกับชู่หยวนได้ เขาโน้มหัวหลบไปทางด้านข้างเล็กน้อย เท้าของชู่หยวนนั้นถากแก้มเขาไปเล็กน้อย จากนั้นเนี่ยลี่ก็เตะเข้าไปที่คางของชู่หยวนทันที


     แม้ว่าเนี่ยลี่นั้นจะมิได้มีพลังที่แข็งแกร่งเท่ากับชู่หยวน แต่เขานั้นสามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของชู่หยวน และหาโอกาสในการจู่โจมชู่หยวนได้ ไม่ว่าชู่หยวนจะจู่โจมเข้ามาด้วยวิธีไหน เขาก็สามารถที่จะมองเห็นช่องโหว่ได้ทุกครั้ง


        เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าเซิ่นหลินเจี่ยนถึงกับขมวดคิ้ว เนี่ยลี่ผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก อายุแค่เพียงสิบสามปีกว่า มีความรู้เกี่ยวกับอักษรจารึกโบราณ และมีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างดี การเคลื่อนไหวของเนี่ยลี่นั้นดูเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วเป็นการเคลื่อนไหวที่แม่นยำและเหมาะสม ต่อให้เขานั้นไปยืนอยู่แทนที่ตำแหน่งของชู่หยวน เกรงว่าด้วยเวลาเพียงเล็กน้อย เขาก็คงไม่อาจที่จะป้องกันได้ทัน ถ้าหากว่าเนี่ยลี่นั้นบรรลุระดับซิลเวอร์ และได้ผสานเข้ากับจิตอสูร ความแข็งแกร่งของเขาก็ยากเกิดกว่าที่จะจินตนาการได้


     ชู่หยวนรู้สึกราวกับว่าเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าได้หายไปในพริบตา เขารู้สึกแปลกใจยิ่งนัก หลังจากนั้นเพียงครู่เดียว เขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่คาง ร่างกายเขาก็ลอยขึ้นไปห้าถึงหกหมี่ จากนั้นก็ร่วงลงบนพื้นคนที่อยู่โดยรอบถึงกับนิ่งเงียบกันไปหมด หากเข็มหล่นลงพื้นสักเล่มก็คงจะได้ยินเสียง


นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
          

      ก่อนหน้านี้ ที่เนี่ยลี่ทำให้ชู่หยวนลงไปนอนกับพื้น ทุกคนต่างก็คิดว่าเป็นเพราะชู่หยวนนั้นประมาทจนเกินไป ทำให้เนี่ยลี่โจมตีได้สำเร็จ ถ้าหากชู่หยวนหันมาต่อสู้อย่างจริงจัง เนี่ยลี่ต้องมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน แต่ทว่า สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นหาได้ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าชู่หยวนจะเป็นฝ่ายบุกจู่โจม เนี่ยลี่ก็สามารถที่จะหาโอกาสโจมตีสวนกลับจนทำให้เขานั้นลงไปนอนอยู่กับพื้นได้


 ถ้าแค่เพียงครั้งเดียวอาจจะคิดได้ว่าแค่โชคดี แต่นี่เกิดขึ้นถึงสองครั้งต่อเนื่องกัน คงไม่อาจที่จะเรียกว่าโชคได้อีกแล้วใช่หรือไม่?


 ทุกคนมองดูเด็กหนุ่มที่ ยังมิได้บรรลุนิติภาวะ อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เนี่ยลี่ได้เผยเขี้ยวเล็บของเขา ลมปราณที่แผ่ออกมา ไม่เหมือนกับเด็กอายุสิบสามปีทั่ว ๆไป


ฮูเหยียน หลานเร่อที่มองดูอยู่ข้างหลัง ดวงตาที่สดใสกรอกไปมา


ดูเหมือนว่าพี่สาวคนนี้จะประเมินเจ้าต่ำเกินไป” ฮูเหยียน หลานเร่อ เผยยิ้มที่มุมปากอย่างชวนมอง


ในตัวของเนี่ยลี่นั้นยังมีความลับอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ


     เอียจืออวินรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก แต่ก็รู้สึกโล่งใจเช่นเดียวกัน เนี่ยลี่นั้นได้ถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [ฟีนิกซ์น้ำแข็งเก้าหมุนวน] ให้แก่นางซึ่งเหนือกว่าเทคนิคการบ่มเพาะพลังใด ๆที่นางรู้จัก ดังนั้นเนี่ยลี่จะต้องใช้เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่ากัน การต่อสู้ในครั้งนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขา


 เมื่อได้เห็นชู่หยวนลอยละลิ่ว เสิ่นเอียถึงกับกำหมัดแน่น จนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ เนี่ยลี่นั้นรับมือได้ยากกว่าที่เขาเคยคิดเอาไว้


  ชู่หยวนที่ต้องล้มลงไปนอนกับพื้นถึงสองครา เขารู้สึกอัปยศยิ่งนัก เขานั้นเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์สามดาว แต่ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของเขาก็อยู่ในระดับบรอนซ์หนึ่งดาว แต่เนี่ยลี่นั้นยังไม่แม้แต่จะบรรลุระดับบรอนซ์เสียด้วยซ้ำ


เขานั้นก็รู้สึกได้ว่า เนี่ยลี่นั้นก็มิได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก และอ่อนแอกว่าเขาอย่างแน่นอน


แต่ทว่า เขานั้นกลับพ่ายแพ้ และเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศเป็นที่สุด


   ชู่หยวนจับจ้องไปที่เนี่ยลี่ ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำ ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขานั้น เริ่มที่จะพลุ้งพล่านออกมานอกร่างกายของเขา


   ในกรณีที่มิได้ผสานเข้ากับจิตอสูร พลังวิญญาณไม่อาจที่จะจู่โจมร่างกายโดยตรงได้ แต่สามารถที่จะแผ่พุ่งออกไปเพื่อทำลายพลังวิญญาณของอีกฝ่ายได้


    พลังวิญญาณของชู่หยวนนั้นมีถึงสามร้อยเจ็ดสิบหกจุด ซึ่งใกล้ที่จะบรรลุระดับบรอนซ์สี่ดาวแล้ว ถ้าหากเขาแผ่พุ่งพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปยังห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ก็สามารถที่จะทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ระเบิดออกมาได้ ถ้าหากห้วงขอบเขตวิญญาณระเบิดขึ้นมาจนถึงขั้นฉีกขาด ชีวิตของการเป็นร่างทรงอสูรก็จะจบลง ห้วงขอบเขตวิญญาณไม่อาจที่จะบ่มเพาะพลังวิญญาณได้อีกต่อไป


   เมืองกลอรี่นั้นต้องเผชิญจากการรุกรานของสัตว์อย่างต่อเนื่อง เหล่าร่างทรงอสูร จึงรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว โดยจะไม่สังหารกันเอง จะไม่มีการต่อสู้กันจนถึงแก่ชีวิตและไม่มีการทำลายห้วงขอบเขตวิญญาณของอีกฝ่าย


แต่ในเวลานี้ชู่หยวน นั้นหาได้สนใจในเรื่องนี้ไม่


 “ลงนรกไปซะ!” ชู่หยวนเผยให้เห็นรอยยิ้มอันน่ากลัว พลังวิญญาณของเขาพุ่งไปราวกับสายน้ำ พุ่งไปยังห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่


 “ชู่หยวน เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ฮูเหยียน หลานเร่อ ตะโกนออกไป ในตอนนี้ชู่หยวน คิดที่จะลงมืออย่างโหดเหี้ยม ถ้าหากห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ฉีกขาด เนี่ยลี่ก็จะเป็นดั่งขยะที่ไร้ค่า!


 เอียจืออวินก็ถึงกับหน้าขาวซีด แม้ว่านางนั้นจะพูดว่า ให้เนี่ยลี่ออกไปแล้วถูกตีจนตาย แต่พอเนี่ยลี่กำลังเผชิญกับอันตราย นางก็รู้สึกเป็นกังวลยิ่งงนัก แม้ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ห่วงใยสหายเท่านั้นก็ตาม


 ด้วยความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณ ของชู่หยวน สามารถที่จะทำลายห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ได้อย่างง่ายดาย


 เซิ่นหลินเจี้ยนจับจ้องไปที่เนี่ยลี่ จากนี้ไปเนี่ยลี่จะทำเช่นใดต่อไปอีก? ในเมื่อเนี่ยลี่เป็นคนที่เริ่มท้าทายชู่หยวนก่อน จะมีอะไรพลิกผันอีกหรือไม่?


 ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่โดยรอบจับจ้องเนี่ยลี่โดยที่แทบจะไม่หายใจเลยแม้แต่น้อย


   เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่พุ่งเข้ามา ดวงตาของเนี่ยลี่เผยให้เห็นประกายอันเย็นยะเยือก การที่คนอ่อนแอกว่าเช่นเขาจะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งกว่าได้ เขาจะต้องรวบรวมพลังวิญญาณของเขาไปที่จุดเดียว แต่ดูเหมือนว่าไม่อาจที่จะรับมือกับพลังวิญญาณที่มากกว่าได้ เพราะชู่หยวนที่เป็นฝ่ายตรงข้าม มีพลังวิญญาณสูงกว่ายิ่งนัก พลังวิญญาณของเขาสูงกว่าเนี่ยลี่ถึงสี่เท่า เขาเริ่มรู้สึกว่าห้วงขอบเขตวิญญาณของเขากำลังจะฉีกขาด


ร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์สามดาว การควบคุมพลังวิญญาณนี้เสิ่นเอียไม่อาจที่จะเอามาเทียบได้


 “ถ้าหากเจ้าคิดที่จะระเบิดห้วงขอบเขตวิญญาณของข้า ก็จงเข้ามา!” เนี่ยลี่ตะโกนออกมา โอกาสและวิกฤตมักจะอยู่ร่วมกัน

          
   พลังวิญญาณของเนี่ยลี่เริ่มที่จะไร้แรงต่อต้าน และถอยกลับมา ชู่หยวนถึงกับหัวเราะชอบใจและคิดอยู่ในใจว่า  ‘ข้าอยากจะรู้ว่า เจ้าจะตายแบบไหนกัน’ พลังวิญญาณของชู่หยวนพุ่งเข้าปะทะกับห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ในทันที

          
  ฟู่วว! เนี่ยลี่สูดลมหายใจ เขาพยามยามที่จะควบคุมพลังวิญญาณที่ปั่นป่วนอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง จนแทบจะทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาระเบิดออกมา


  แม้ว่าเนี่ยลี่จะมีประสบการณ์จากชีวิตที่ผ่านมา แต่หลังจากที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และเพิ่งจะบ่มเพาะพลังวิญญาณ จึงทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขายังมีขนาดที่เล็ก และไม่สามารถที่จะรองรับพลังวิญญาณที่มากนี้ได้ ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาเริ่มมีรอยฉีกขาดเล็กน้อย


 ด้วยความเจ็บปวดนั้นทำให้เนี่ยลี่ถึงกับหน้าขาวซีด ความเจ็บปวดจากห้วงขอบเขตวิญญาณที่ฉีกขาด ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่คนทั่ว ๆ ไปจะทานทนได้


  เนี่ยลี่ค่อยทำการท่องเคล็ดลับ เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] แล้วใช้พลังวิญญาณที่อยู่โดยรอบทำการซ่อมแซมห้วงขอบเขตวิญญาณที่ฉีกขาด เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาระเบิดออกมา


  เมื่อได้เห็นใบหน้าซัดขาวของเนี่ยลี่ พร้อมกับหยดเหงื่อจำนวนมาก ชู่หยวนรู้สึกยินดียิ่งนัก พลังวิญญาณของเนี่ยลี่นั้นยังคงอ่อนแอ ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่จึงยังมีขนาดที่เล็ก เขายังคงเพลิดเพลินกับการแผ่พุ่งพลังวิญญาณออกไป ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่


ระเบิดออกมาซะ!”


เมื่อใดก็ตามที่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ระเบิดออกมา เนี่ยลี่ก็จะกลายเป็นแค่ขยะเท่านั้น


    คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่พุ่งเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ภายใต้ผลกระทบจากพลังวิญญาณนี้ ทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่พองออกเล็กน้อย และทุกครั้งที่มันพองออก เนี่ยลี่ก็ต้องทนรับความเจ็บปวดเอาไว้ให้ได้ ทุกครั้งที่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่กำลังจะระเบิด แต่ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า]  ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ก็ได้ถูกปกป้องเอาไว้
ห้วงขอบเขตวิญญาณที่ถูกฉีกขาด ได้รับการซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง


  ภายใต้ความทุกทรมานที่น่ากลัวนี้ เนี่ยลี่ค่อยๆทำการควบคุมพลังวิญญาณให้ราวกับเป็นลำธาร ที่ค่อย ๆ มารวมตัวกันทีละน้อย


   “นี่มันอะไรกัน?” ชู่หยวนขมวดคิ้ว ทุกครั้งที่เขาเพิ่มพลังวิญญาณ ให้พุ่งเข้าไปที่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ เขาไม่รับรู้เลยว่าเนี่ยลี่จะทำการพลักพลังวิญญาณพวกนั้นกลับคืนมา ยิ่งเขาผลักดันพลังวิญญาณออกไปมากขึ้น ดูเหมือนว่ามันจะถูกดูดกลินเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่
เขายังคงแผ่พุ่งพลังออกไป ทีละนิด ทีละนิด


 ทันใดนั้น ชู่หยวนก็ได้ตระหนักว่า พลังวิญญาณของเขานั้นเริ่มน้อยลง แต่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ไม่ยอดระเบิดออกมาสักที


นี่มันอะไรกันแน่?


  ทำไมเนี่ยลี่ถึงได้ทนรับพลังวิญญาณของเขาได้? และทำไมห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ถึงไม่ระเบิด?


  เนี่ยลี่ยังคงต้องอดทนกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่ดวงตาเขาเริ่มที่จะสดใสขึ้นอย่างช้า ๆ เนื่องจากห้วงขอบเขตวิญญาณของเขานั้นเริ่มที่จะขยายตัวออกอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความเจ็บปวดค่อย ๆลดลงทีละน้อย
        

 พลังวิญญาณเป็นพลังที่ลึกลับ ที่ไม่อาจมองเห็น หลังจากที่ได้เริ่มทำการบ่มเพาะพลัง จึงจะสัมผัสถึงมันได้


 มีตำนานเล่าขานว่า พลังวิญญาณเป็นของขวัญจากพระเจ้า!


  เมื่อมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ก็จะสามารถทะลวงขีดจำกัดความสามารถของร่างกายมนุษย์ เป็นวิถีแห่งความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง


  ร่างกายของทุกคนนั้นมีห้วงขอบเขตวิญญาณ อยู่ในส่วนลึกของจิตใจแต่ละคน ด้วยการบ่มเพาะพลังวิญญาณ จะทำให้ห้วงขอบเขตพลังวิญญาณขยายกว้างใหญ่ขึ้น


 และหากห้วงขอบเขตวิญญาณได้รับพลังวิญญาณเกินกว่าที่จะรองรับเอาไว้ได้ ห้วงขอบเขตวิญญาณก็จะระเบิดออกมา


  แต่ก็ยังนับว่าเป็นโอกาสที่ดี พลังวิญญาณของชู่หยวนไม่อาจที่จะทำลายห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ได้ แต่กลับช่วยขยายพื้นที่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ให้กว้างใหญ่ขึ้น และในตอนนี้เนี่ยลี่สามารถที่จะรองรับพลังวิญญาณได้มากขึ้นถึงสามส่วน


  “เมื่อคิดที่จะสู้กับข้า อย่าได้คิดหนีไปตอนนี้ก็แล้วกัน!” เนี่ยลี่เบิกตากว้างขึ้น เขาเริ่มที่จะปิดกั้นห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา [ไม่ยอมให้พลังวิญญาณไหลย้อนกลับออกไป]


  “แย่แล้ว!” ชู่หยวนรับรู้ได้ถึงการฉีกขาดของพลังวิญญาณ เขาเริ่มที่จะหน้าซีดขาว และพยายามถึงพลังวิญญาณของเขากลับคืนมา


 เจ้าเด็กผู้นี้มันเป็นสัตว์อสูรหรืออย่างไร โดยทั่วไปแล้วต้องบรรลุถึงระดับซิลเวอร์ หรือระดับโกลด์ขึ้นไปจึงจะสามารถเรียบรู้เทคนิคในการปิดกั้นห้วงขอบเขตวิญญาณได้ เมื่อถึงเวลานั้นจะสามารถที่จะกัดเก็บจิตอสูรเอาไว้ในห้วงขอบเขตวิญญาณได้ แต่เนี่ยลี่ที่ยังไม่แม้แต่จะบรรลุระดับบรอนซ์ กลับสามารถเรียนรู้เทคนิคในการปิดกั้นห้วงขอบเขตวิญญาณได้


  เมื่อเนี่ยลี่ทำการปิดกั้นห้วงขอบเขตวิญญาณ หมายความว่าพลังวิญญาณของชู่หยวนที่อยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็จะไม่สามารถกลับออกมาได้ และหากใช้เวลาเพียงไม่นาน เนี่ยลี่ก็สามารถที่จะดูดซับพลังวิญญาณนั้นเป็นของตัวเองได้!


          
  การบ่มเพาะพลังวิญญาณนั้นเป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อย จึงไม่แปลกใจเลยที่ชู่หยวนกลัวว่าจะสูญเสียพลังวิญญาณนั้นไป...........จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

บทต่อไป

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง