test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่1 重生 กำเนิดใหม่





ท่ามกลางเทือกเขาบรรพชน อันไร้ที่สิ้นสุด แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านช่องว่างระหว่างหุบเขา มีแสงสอดส่องเข้าไปยังหุบเหวลึก ที่ยอดเนินเขานั้นมีหิมะปกคลุมอยู่เล็กน้อย

[圣祖山脉:เซิ่งจู่ซานม่าย  :ซานม่าย แปลว่าเทือกเขา เซิ่งจู่ แปลว่า บรรพบุรุษ]

ช่วงต้นฤดูร้อน หิมะและน้ำแข็งยังละลายไม่หมด ความเย็นยังคงครอบคลุมพื้นที่โดยทั่ว ในบางเวลาก็มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรสะท้อนผ่านหุบเขามา

มีเมืองที่งดงามตั้งอยู่ตรงที่ราบในหุบเขา

ที่ด้านนอกของเทือกเขาบรรพชน ถูกครอบครองโดยสัตว์อสูร และนับร้อยปีแล้วที่คนที่นี่มิได้ติดต่อกับโลกภายนอก

ไม่มีผู้ใดรู้วิธีที่จะเดินทางไปสู่โลกภายนอก อาจจะมีเมืองที่ผู้คนไม่รู้จัก จากตำนานเล่าขานของมนุษย์ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด มีนักรบและร่างทรงอสูรอยู่มากมาย และสร้างอณาจักรอันใหญ่โตอยู่ในทวีปใหญ่ แต่จักรพรรดิของเมืองเหล่านั้นก็ได้ถูกโค่นล้ม และไม่หลงเหลือสิ่งใดอีกต่อไป

เนื่องจากสถานที่ตั้งของเมืองแห่งนี้ มีความลึกลับและซับซ้อน จึงสามารถรอดพ้นมาจากยุคมืดได้ แม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมาเป็นเวลาเนิ่นนาน เหล่าสัตว์อสูรวายุเหมันต์จากเทือกเขาบรรพชนก็ยังคงบุกมาโจมตีอยู่เสมอ แต่ด้วยประสบการณ์จากสงคราม ทำให้ก่อสร้างเมืองขึ้นมาได้ใหม่เสมอ

ผนังที่มีจุดด่างดำ มันเป็นดั่งอนุสาวรีย์ที่เป็นอมตะ

เมืองแห่งนี้ถูกขนามนามว่า เมืองกลอรี่ [ : กวงฮุ่ย : รุ่งโรจน์] ซึ่งเป็นดั่งความหวังของมนุษยชาติ

สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ชั้นเรียนนักสู้ฝึกหัด

มีนักเรียนสามสิบกว่าคนกำลังนั่งฟังอาจารย์สาวที่กำลังอธิบายเกี่ยวกับจิตอสูร พวกเขานั้นเป็นนักเรียนในชั้นเรียนนักสู้ฝึกหัด ในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองกลอรี่

“ข้าได้ยินมาว่าอาจารย์ผู้นี้มาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ระดับสามดาว” นักเรียนหลายคนแอบกระซิบกัน

          สายตาของนักเรียนต่างจับจ้องไปที่ร่างกายของอาจารย์สาว รูปร่างของนางสูงเพรียว ในชุดรัดรูปสีม่วงกระชับร่างกายของนาง หน้าอกที่ชูชัน ขาอันเรียวขาว ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มก็ยิ่งทำให้ดูงดงาม ช่างเป็นอะไรที่สวยงามและทรงเกียรติยิ่งนัก นางแค่ชำเลืองมองดูเหล่านักเรียนเพียงเล็กน้อย ดูท่าทางราวกับมิได้เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา ดวงตาและคิ้วของนางมองเห็นได้ถึงความหยิ่งยะโส ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมืองกลอรี่ เสิ่นซิ่ว [沈秀:ความศักดิ์สิทธิ์ที่งดงาม] นั้นนับว่าเป็นชนชั้นสูง และยังเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์สามดาว นางย่อมรู้สึกหยิ่งทะนงเป็นธรรมดา
 
          ด้วยฐานะที่เป็นถึง ร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์สามดาว ถ้าหากว่าหลานชายของนางมิได้เรียนอยู่ในชั้นเรียนนี้ นางคงไม่ยอมมาสอนเป็นแน่

“ร่างทรงอสูรและนักสู้นั้น ถูกแบ่งออกเป็นห้าระดับ คือ บรอนซ์ ซิลเวอร์ โกลด์ แบล็คโกลด์ และ ระดับตำนาน และในแต่ละระดับจะถูกแบ่งออกเป็นห้าขั้นเรียกว่า ตั้งแต่หนึ่งถึงห้าดาว”

“ร่างทรงอสูรนั้นจะเหนือกว่านักสู้ธรรมดา ซึ่งนับว่าเป็นชนชั้นสูงอย่างแท้จริง ร่างทรงอสูรนั้นจะมีห้วงขอบเขตวิญญาณอยู่ในร่างกาย และในการต่อสู้สามารถที่จะผสานเข้ากับจิตอสูรที่กังขังเอาไว้ได้ ซึ่งความแข็งแกร่งของร่างทรงอสูรจะสูงขึ้นเมื่อผสานเข้ากับจิตอสูร ดังนั้น แม้จะอยู่ในระดับเดียวกัน ร่างทรงอสูรก็ยังแข็งแกร่งกว่านักสู้ยิ่งนัก” เสิ่นซิ่ว เชิดหน้าพูดด้วยความทะนงตน

“ดั่งเช่นข้านั้น จิตอสูรของข้าคืออสูรจิ้งจอกอัคคี [焰妖狐:เยี่ยนเหยาหู่]

ใบหน้าของเสิ่นซิ่วเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมือก็ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปไป คิ้วของนางก็ยาวขึ้น ใบหน้าก็เรียวแหลมขึ้น มีเขี้ยวที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงเล็บที่แหลมคม และที่ด้านหลังของนางก็มีหางสีแดงอันใหญ่โผล่ออกมา

“เมื่อผสานเข้ากับจิตอสูร ข้าจะได้รับพลังของอสูรจิ้งจอกอัคคี และได้รับคุณสมบัติเปลวเพลิงของมัน จิตอสูรจิ้งจอกอัคคีนี้เป็นจิตอสูรที่อยู่ในระดับโกลด์ นั่นหมายความว่าข้าเองนั้นก็สามารถที่จะบรรลุระดับโกลด์ได้เช่นกัน เมื่อสามารถบ่มเพาะพลังจนบรรลุระดับโกลด์ได้ ข้าก็สามารถที่จะเปลี่ยนจิตอสูรให้เป็นจิตอสูรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ได้”เมื่อพูดถึงระดับการบ่มเพาะพลังของตน นางก็พูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

คำพูดของเสิ่นซิ่วนั้นทำให้เหล่านักเรียนระเบิดเสียงฮือฮาออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ ร่างทรงอสูรระดับโกลด์ นั่นคือสิ่งที่ชั่วชีวิตของคนจำนวนมากไม่อาจที่จะก้าวไปถึง

ขณะที่เซิ่นซิ่วกำลังบรรยายอยู่นั้น เนี่ยลี่ที่นั่งอยู่ทางด้านหลังก็ตกอยู่ในภวังค์ ราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาล่องลอยไป เชื่อมโยงกับที่ไหนสักแห่ง

หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เริ่มที่จะรับรู้ได้ถึงแสงแดดจ้า เนี่ยลี่จึงค่อย ๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ทุกอย่างที่เขาเห็นตรงหน้าทำให้เขานั้นรู้สึกสับสนยิ่งนัก

“นี่ข้าอยู่ที่ไหนกัน?” เนี่ยลี่คิดอยู่ในใจด้วยความรู้สึกที่ตกใจ เขานั้นประหลาดใจที่ได้มือของเขาที่มีขนาดเล็กลง และผิวหนังที่นุ่มนิ่มของตัวเอง

เสิ่นซิ่วยังคงยืนพูดอยู่หน้าชั้นเรียน เนี่ยลี่จำได้ว่า มันเป็นช่วงปีแรกที่เขาได้ลงทะเบียนเข้าเรียนที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ การบรรยายจากอาจารย์สาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ที่อวดดียิ่งนัก เพราะเสิ่นซิ่วผู้นี้ ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกเบื่อที่จะเรียนไปช่วงเวลาหนึ่ง

“ข้านั้นได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งใช่หรือไม่?” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ เขานั้นได้ถูกห้อมล้อมไปด้วย จักรพรรดิปราชญ์และสัตว์เทพอสูรทั้งหก และได้ต่อสู้จนตาย ใครจะคิดเล่าว่า วิญญาณของเขานั้นจะได้กลับมาเกิดใหม่ในตอนที่อายุแค่สิบสามปี!

         
เนี่ยลี่จ้องมองไปทางด้านหน้า ใบหน้าที่คุ้นเคย ลู่เพียว ตู่ซื่อ พวกเขาเคยร่วมชะตากรรมด้วยกันราวกับพี่น้อง พวกเขายังไม่ตาย แต่พวกเขานั้นยังอ่อนแออยู่มากเมื่อเทียบกับชีวิตก่อนหน้านี้

แล้วนาง….’ เนี่ยลี่มองไปทางซ้ายของเขา ห่างออกไปไม่กี่เมตรจากตัวเขา ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ ที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขาในตอนนี้ นางมีชื่อว่า เอียจืออวิ[叶紫芸:ใบเมฆม่วง] แม้ว่าจะอยู่ในวัยแค่สิบสามปี แต่นางก็ยังคงดูบอบบาง ผมสีม่วงที่ยาวลงมาราวกับน้ำตกยาวลงไปถึงเอว คิ้วที่เรียวโค้ง ดวงตาที่เผยให้เห็นถึงประกายแห่งความรอบรู้ เมื่อนางยิ้มก็เผยให้เห็นลักยิ้มที่แก้มของนางทั้งสองข้าง

          แม้ว่าใบหน้าของนางยังคงดูเป็นเพียงเด็กสาว แต่เนี่ยลี่รู้ดี เมื่อนางนั้นเติบใหญ่ขึ้น บางจุดของนางก็จะใหญ่ขึ้น และมีอะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง

นางนั้นสวมชุดผ้าไหมสีขาว ทำให้นางดูสมกับเป็นหญิงสาวที่สูงส่ง ในชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่อายุแค่สิบกว่าปี เนี่ยลี่ก็หลงรักนางจนถอนตัวไม่ขึ้น

นางยังไม่ตาย

เนี่ยลี่รู้สึกตื่นเต้นดีใจจนแทบจะสำลัก

“นี่ข้ากลับมาอยู่ในอดีตจริง ๆใช่หรือไม่? มันมิใช่ความฝันใช่ไหม?” เนี่ยลี่ถามพร้อมกับหยิกตัวเองอย่างแรง เขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่ความฝัน จากนั้นเขาก็นึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้
“นี่ต้องเป็นเพราะตำราจิตอสูรท่องเวลา ต้องเป็นเพราะตำราจิตอสูรท่องเวลาเป็นแน่!” เนี่ยลี่รีบก้มหน้ามองหาในทันที แต่ก็ไม่พบตำราจิตอสูรท่องเวลาเล่มนั้น

เนี่ยลี่ยังคงไม่อยากเชื่อ เรื่องแปลก ๆ ที่วิญญาณของเขา กลับมาเข้าร่งกายตอนเด็กของเขา ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับตำราจิตอสูรท่องเวลา

ตำราจิตอสูรท่องเวลานี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครเป็นผู้เขียนขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ลึกลับยิ่งนัก เนี่ยลี่เก็บมันไว้ติดตัวอยู่เสมอ เขาจำได้อย่างชัดเจน ในตอนที่เขาต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์และสัตว์เทพอสูรทั้งหก เลือดของเขานั้นได้ไหลรินเข้าไปในตำราจิตอสูรท่องเวลา

และตำราจิตอสูรท่องเวลากได้นำเขากลับมาในตอนที่อายุสิบสามปี

เมื่อได้เห็นเหล่าคนที่คุ้นเคย เนี่ยลี่ก็นึกได้ถึงความทรงจำอันแสนไกลของเขา

เขาจำได้ในชีวิตที่ผ่านมา เมืองกลอรี่ถูกสัตว์อสูรวายุเหมันต์โจมตีอย่างบ้าคลั่ง ร่างทรงอสูรระดับตำนานท่านเอียมัว ได้สละชีพขณะที่ปกป้องเมืองกลอรี่  และเหล่าผู้รอดชีวิตราวพันคนได้หลบหนี บางคนก็ล้มตายระหว่างอยู่กลางทะเลทราย เขายังจำวันนั้นได้ เหล่าผู้รอดชีวิตตั้งที่พักอยู่กลางทะเลทราย ในคืนนั้นเขาและเอียจืออวิน อยู่ในที่พักเดียวกัน และรวมกันเป็นหนึ่งเดียวทั้งกายและใจ และคอยปลอบใจกัน
ในคืนนั้นเนี่ยลี่ได้โอบกอดเทพธิดาเอียจืออวินไว้ในอ้อมกอดของเขา

ค่ำคืนนั้น ดวงจันทร์ทอดแสงสีเงินผ่านเมฆหมอก ร่างกายอันงดงามของเอียจืออวิน หน้าอกที่เนียนสวย ผิวที่ละเอียดเนียนนุ่ม ผิวสว่างใสราวกับผลึกแก้ว มองดูราวกับรูปปั้นที่ขาวบริสุทธิ์ พวกเขาได้ตกเป็นของกันและกัน

ถ้าหากเมืองกลอรี่ไม่ถูกโจมตีจนแตกพ่าย และไม่ได้หลบหนีจนใกล้ตาย ด้วยความสามารถอันเล็กน้อยของเนี่ยลี่ และพื้นเพของตระกูลที่ต่ำต้อย คงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ใกล้ชิดกับเอียจืออวินเช่นนี้

แต่ทว่า หลังจากนั้น พวกเขาได้ถูกสัตว์อสูรเข้าจู่โจมอีกครั้ง เอียจืออวินเลือกที่จะปกป้องเขา นางต้องเสียชีวิตด้วยสัตว์อสูรที่ชั่วร้าย ภาพที่ได้เห็นนั้นเนี่ยลี่ไม่อาจที่จะจบเลือนออกไปได้เลย หลังจากที่หลบหนีจนรอดจากทะเลทรายอันไร้ขอบเขตได้ แม่ว่าเขาจะมีความสามารถอันน้อยนิด แต่เนี่ยลี่นั้นมีความกระตือรือร้นที่จะเอาตัวรอด เนี่ยลี่ได้ต่อสู้ไปทั่วทวีปแห่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์  เขาได้พบกับมนุษย์เป็นจำนวนมากที่ต่อสู้กับพวกสัตว์อสูร และพบกับสิ่งเร้นลับมากมาย แน่นอนว่าตำราจิตอสูรท่องเวลาก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าหากไม่มีว่าตำราจิตอสูรท่องเวลาเล่มนั้น เนี่ยลี่ก็คงไม่อาจที่จะกลับมาเช่นนี้ได้
ด้วยตำราจิตอสูรท่องเวลาทำให้เขากลับมาในช่วงเวลานี้

เป็นช่วงเวลาก่อนหน้าที่เมืองกลอรี่จะแตกพ่าย พ่อแม่และพวกพ้องของเขา ก็ถูกสังหารเอียจืออวินก็จากไปขณะที่กำลังหลบหนีไปด้วยกัน

“ในเวลานี้ที่ข้าได้กลับมา เมื่อพระเจ้าได้ให้โอกาสข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมให้เมืองกลอลี่ต้องล่มสลายไปอีกครั้ง!” เนี่ยลี่กัดฟันพูดกับตัวเอง ในใจของเขายังคงแน่วแน่ เขาพอจะจำได้คลับคล้ายคลับคลาอยู่บ้าง ในปีนี้เป็นปีที่เขาเพิ่งจะลงทะเบียนเข้าเรียนที่นี่ เขาน่าจะอายุราว ๆสิบสามปี เนี่ยลี่นั้นรู้สึกอยากจะหัวเราะ ข้ากลับมาแล้ว ดีหล่ะ!’

จักรพรรดิปราชญ์ หากเจอกันในครั้งหน้า ข้าจัดตัดหัวของเจ้า แล้วเอามาเลือดมาล้างหิมะ!

ถ้าหากในชีวิตที่แล้วเมืองกลอรี่มิได้แตกพ่าย เขากับเอียจืออวินก็คงจะอยู่กันคนละโลก ไม่อาจที่จะมาพบผูกพันกันได้ พวกเขานั้นได้อยู่ด้วยกันเนื่องจากต้องการปลอบประโลมใจกัน ไม่เช่นนั้นด้วยฐานะบุตรีแห่งจ้าวเมืองกลอรี่ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะลดตัวมาอยู่กับเด็กในตระกูลที่ต่ำต้อยเช่นเขา
และท่านปู่ของนางก็เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับตำนานเอียมัว!

เนี่ยลี่เองก็สามารถเรียนรู้ได้จากเรื่องที่ผ่านมา ในตอนที่เอียจืออวินศึกษาอยู่ที่นี่ นักเรียนในชั้นเรียนคนอื่น ๆ ก็มิได้ทราบฐานะที่แท้จริงของนาง

          ในเมืองกลอลี่นี้มีสามตระกูลหลัก คือ ตระกูลเทพเจ้า [圣冥:เซิ่นหมิง]   ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ [神圣:เสิ่นเซิ่ง] และตระกูลวายุเหมัต์ [风雪:เฟิงเสวี่ย] ซึ่งนับเป็นกำลังหลักของเมืองกลอรี่ และมีอำนาจสูงสุด พวกเขานับเป็นเสาหลักที่สำคัญของเมืองกลอรี่ และตำแหน่งจ้าวเมืองนั้น จะคัดเลือกจากสามตระกูลหลักนี้ และนอกจากสามตระกูลหลักที่อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว ยังมีอีกเจ็ดตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวย และอีกยี่สิบตระกูลที่เป็นชนชั้นสูง [ตระกูลขุนนาง]

เนี่ยลี่นั้นมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ [天痕:เทียนเหิน] ซึ่งเป็นชนชั้นสูงในลำดับที่ยี่สิบที่เป็นลำดับสุดท้าย แม้จะเรียกได้ว่ามีฐานะอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลักทั้งสามที่อยู่บนจุดสูงสุด หรือแม่แต่ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยทั้งเจ็ด ก็นับว่ามีความแตกต่างกันมาก

ด้วยชาติกำเนิดเช่นนี้ การที่คิดจะเคียงคู่กับเอียจืออวิน ก็นับว่าต้องปีนป่ายขึ้นไปสูงยิ่งนัก

          แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ดวงตาเนี่ยลี่นั้นเป็นประกายขึ้นมา นับตั้งแต่ที่เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดก็หาได้เป็นปัญหาอีกไม่ แม้ว่าเขาจะมีรากฐานที่ต่ำต้อยและยากจน แต่อาศัยความรู้ที่เขาได้พบมาจากชีวิตที่แล้วของเขา การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!

“เนี่ยลี่ เจ้ายิ้มทำไมกัน?” ลู่เพียงมองดูเนี่ยลี่ด้วยความสงสัย เขาคิดว่าเนี่ยคงจะบ้าไปแล้ว จู่ ๆ ก็ยิ้มและหัวเราะออกมา แถมยังจับจ้องไปที่แม่นางเอียจืออวิ

“ข้าก็แค่มีความสุขเท่านั้นเจ้าน้องชาย! ดีจริง ๆที่ได้พบเห็นเจ้าอีกครั้ง” เนี่ยลี่พร้อมกับกอดลู่เพียว นี่เป็นนิสัยของเขาตั้งแต่ชีวิตที่แล้ว
 
เขามองดูเนี่ยลี่ด้วยความสงสัย นี่เขาเมาฝิ่นหรืออย่างไร “นี่ เนี่ยลี่ ใครบอกว่าเจ้าเป็นพี่ชายของข้ากัน หรือว่าเจ้านั้นชอบผู้ชาย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!” ลู่เพียวพยายามที่จะดิ้นรน พวกเขาก็แค่รู้จักกันเมื่อตอนลงทะเบียนเข้าเรียน ก็แค่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ยังมิได้ใกล้ชิดสนิทสนมจนทำอะไรเช่นนี้ได้

          เนี่ยลี่ไม่ยอมปล่อยให้ลู่เพียวหลุดไป เขายิ้ม และจ้องมองด้วยสายตาที่จริงจัง และพูดขึ้นว่า “ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไร ในใจของข้านั้น เจ้าเป็นน้องชายของข้าเสมอ!” ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา แม้ว่าเนี่ยลี่ไม่อาจที่จะเล่าให้เขาฟังได้ แต่เรียกได้ว่าเขากับลู่เพียวนั้นมีชะตาร่วมกัน

เนี่ยลี่จ้องมองด้วยสายตาที่จริงใจ ส่วนลู่เพียวยังคงดิ้นไปมา เนี่ยลี่นั้นมีท่าทีที่แตกต่างออกไป เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนว่า “เจ้าบ้า!” 

แต่ว่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เขาก็รู้สึกดีไม่น้อยและดิ้นรนน้อยลง 

ลู่เพียวจ้องมองไปที่เนี่ยลี่ และพูดขึ้นมาเบาๆว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ามาจากตระกูลชนชั้นสูงของเมืองกลอรี่ แต่ข้าขอแนะนำเจ้า อย่าได้คิดอะไรเกินเลยกับหญิงสาวผู้นั้น ตัวตนของนางนั้นมีเกียรติและลึกลับยิ่งนัก ได้ยินว่าเมื่อนางจะเข้ามาเรียนที่นี่ ท่านผู้อำนวยการถึงกับจัดเตรียมห้องรับรองให้นายเลยทีเดียว”
เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อย ลู่เพียวยังไม่ทราบฐานะที่แท้จริงของเอียจืออวิน แต่เขานั้นรู้อยู่แล้ว

“นางเป็นผู้หญิงของข้า” เนี่ยลี่มองไปที่หญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อคิดถึงในค่ำคืนนั้น หัวใจของเขาก็เต้นโครมคราม เพราะนางทำให้เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง

แต่ทว่าเนี่ยลี่ก็นึกขึ้นมาได้ เขากับนางนั้นยังอายุแค่เพียงสิบสามปีเท่านั้น
แม่นางจืออวิน เมื่อเติบใหญ่ขึ้นจะกลายเป็นหญิงสาวที่งดงามยิ่งกว่าคนนับหมื่น ข้าจะปกป้องเจ้าและเติบโตไปด้วยกัน

          และห่างออกไปเล็กน้อย เอียจืออวิน รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง นางหันหน้ามามองที่เนี่ยลี่ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสดใสของนาง เผยให้เห็นถึงความไม่พอใจ ในมุมมองของนาง เนี่ยลี่ก็คงเป็นเด็กลามกจากตระกูลขุนนาง ตั้งแต่เริ่มชั้นเรียนมา นางเห็นเขาจ้องมองมาอย่างมิได้เกรงใจสายตาผู้ใด และถ้าหากเนี่ยลี่กล้าพูดจาล่วงเกินนาง นางจะไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่!

          เอียจืออวินนั้นไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของนาง นางต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมชั้นของเขาเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่านางนั้นจะยอมให้ผู้ใดมารังแกได้!............จบตอน 

 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง