test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

29 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 367 心诚之人 คนที่จริงใจ


จริงๆแล้วเนี่ยลี่ จักเป็นคนที่มีคุณธรรมดั่งที่เขากล่าวอ้างเช่นนั้นหรือ?


หลงซูอวิ๋นไม่เชื่อเลยสักนิด เพราะนางเคยได้พบเห็นคนที่เห็นแก่ตัวมามากมาย แต่ไม่เคยพบเห็นคนที่ทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเช่นเนี่ยลี่มาก่อน การที่เนี่ยลี่พูดออกมาเช่นนี้ก็เพื่อที่จะให้หลงยู่อินสนับสนุนเขาใช่หรือไม่?


“ไม่ว่าท่านป้าจักคิดสิ่งใดอยู่ แต่ข้าคิดว่าท่านป้ารออีกไม่กี่ปีก็คงจักได้เห็น ตอนนี้ท่านป้าอาจจะเห็นว่าข้านั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ แต่ผู้มีพรสวรรค์ที่ล้มเหลวก็มีให้เห็นอยู่มากมาย ท่านไม่กลัวว่าข้าจักไร้ซึ่งความทะเยอะทะยานหลังจากที่ได้หมั้นหมายกับหลงยู่อินหรืออย่างไร? แน่นอนว่าท่านป้านั้นสามารถที่จะล้มเลิกการหมั้นหมายดั่งที่ท่านทำกับหูหย่งได้ แต่การล้มเลิกสัญญาหลายๆครา ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป จักทำให้ท่านนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงได้!


หลงยู่อินยืนมองเนี่ยลี่อย่างใจจดใจจ่อ นางนั้นต้องการอธิบายว่า การหมั้นหมายระหว่างนางกับหูหย่งนั้น แม่ของนางและทางตระกูลหู ได้ตกลงกันตั้งแต่ที่นางยังเล็ก ในตอนนั้นนางเองก็ยังไม่รู้ความเสียด้วยซ้ำ นางจึงไม่เคยคิดเลยว่าหูหย่งนั้นเป็นคู่หมั้นของนาง


แต่นางก็ต้องฝืนกลั้นคำพูดนั้นไว้ด้วยความเศร้า นางกลัวว่าแท้จริงแล้วเนี่ยลี่อาจจะมิได้สนใจการหมั้นหมายพวกนั้นแต่แรกอยู่แล้ว แต่มันจักเป็นเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น


หลงซูอวิ๋นมองดูหลงยู่อินจากนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดกับเนี่ยลี่ “ไม่ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าคือสิ่งใด แต่ข้าก็ขอยอมรับว่า ข้าจักให้การช่วยเหลือเจ้า ตราบเท่าที่เจ้านั้นยังทำประโยชน์ให้แก่ลูกสาวข้าได้”


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลงซูอวิ๋น เนี่ยลี่ก็รู้สึกโล่งใจ ในที่สุดหลงซูอวิ๋นก็ยอมที่จะตกลง การได้ความช่วยเหลือจากยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่เก้า การกระทำของเขาในภายภาคหน้าจักต้องง่ายดายขึ้นเป็นแน่


ขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเทียนอวิ๋น [เมฆาสวรรค์]


ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นถอนจิตออกจากภวังค์ เขานั่งขัดสมาธิอยู่เงียบๆ เป็นเวลาครู่หนึ่ง นานเพียงไหนแล้วที่เขามิได้รู้สึกเช่นนี้ “ข้าเติบใหญ่ขึ้นมาในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าก็ยังมีสิ่งที่เกินกำลัง จึงรู้สึกหมดหวังและหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวภายใน แต่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นั้นจักต้องทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เป็นแน่”


“หลงยู่อิน กู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น พวกเขาจักเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ ด้วยบุคลิกของพวกเขาก็นับว่าไม่เลวร้ายนัก ถ้าหากทั้งสามคนนี้สามารถที่จะขึ้นครองตำแหน่งผู้นำตระกูล ในสามตระกูลใหญ่ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้ บางทีทั้งสามตระกูลอาจจะหลอมรวมใจเป็นหนึ่งได้ ควบคู่ไปกับการสรรสร้างผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมา นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์อาจจะไปสู่ความรุ่งเรืองได้อีกครั้ง!” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นเริ่มที่จะมองเห็นสายลมแห่งความหวังที่พัดผ่านเข้ามา


ก่อนที่เนี่ยลี่จักเข้ามาในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์  นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์มีแต่เมฆหมอกปกคลุม คนหนุ่มสาวของตระกูลใหญ่ต่างวางแผนที่จะชิงดีชิงเด่น หาได้สนใจคนทั่วๆไป ก่อนหน้านี้กู้เบ่ยก็ปกปิดความสามารถที่แท้จริงเอาไว้ ส่วนหลงยู่อินก็มิได้สนใจที่จะเข้าชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่หลังจากที่เนี่ยลี่ได้เข้ามาที่นี่ ส่งผลให้ หลงยู่อิน กู้เบ่ย และ หลี่ชิงอวิ๋น มีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบบางอย่างที่ดีขึ้น


ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลของทั้งสามตระกูลใหญ่ ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน แต่เนี่ยลี่กลับทำให้พวกเขามาอยู่รวมกันได้


“ในเมื่อเจ้านั้นมุ่งมั่นที่จักทำเช่นนี้ ข้าก็จักให้การสนับสนุนแก่เจ้า ” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในมานานหลายปี ในใจของเขายังอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น


ดวงจิตอีกสี่ดวงก็หายวับไป ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นยิ้มเล็กน้อย ถ้าหากว่าเป็นคนที่จริงใจ คนอื่นก็จักรับรู้ได้ถึงความจริงใจนั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าผู้ยิ่งใหญ่อีกสี่คน จักรับรู้เช่นเดียวกับเขาหรือไม่ เขาไม่รู้ว่าความจริงใจของเนี่ยลี่นั้นจักสร้างความประทับใจให้คนทั้งสี่หรือไม่


แต่ทว่าในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้นยังคงให้ความเคารพผู้ที่มีความแข็งแกร่ง ถ้าหากว่า หลงยู่อิน กู้เบ่ย และหลี่ชิงอวิ๋น ไม่อาจฝ่าผ่านกำแพงมาได้ ทุกอย่างก็จักไร้ประโยชน์ไปในทันที


ในตอนนี้ เนี่ยลี่ยังคงอยู่ในห้องพัก หลังจากที่หลงซูอวิ๋นและหลงยู่อินกลับไปแล้ว เนี่ยลี่ยังคงจ้องมองไปยังความว่างเปล่า


การที่ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรปรากฏตัวมาที่นี่ เขาไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่ เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จักไม่สัมผัสได้ถึง ความปั่นป่วนของจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นที่นี่เลยเหรืออย่างไร การเกิดเรื่องเช่นนี้ในสถาบันวิญญาณฟ้า พวกเขาก็ควรที่จะเป็นกังวลบ้าง เพราะสำหรับนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แล้ว สถาบันวิญญาณฟ้าเป็นที่รวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์อยู่เป็นจำนวนมาก
               

      ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นแค่การคาดเดาของเนี่ยลี่ จากนี้ไปเขาจักต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น โชคดีที่ หลงซูอวิ๋นนั้นไม่ได้มีเป้าหมายที่จะกำจัดเขา ไม่เช่นนั้นเรื่องที่ตามมาจักต้องร้ายแรงยิ่งนัก เขาจักต้องรีบนำชะตาวิญญาณไปฝากไว้ที่ห้องโถงวิญญาณ และต้องระวังอีกเรื่องคือ ในกรณีที่อาจารย์อู๋เหยี่ยนส่งมือสังหารมากำจัดเขาจริง ๆ จักได้ไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้



เนี่ยลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จริงๆแล้วตอนนี้เขาเองก็ร่ำรวยยิ่งนัก เขาควรที่จะซื้อที่พักในสถาบันวิญญาณฟ้าไว้หลายสิบหลัง ดั่งเช่นกระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพรง[狡兔三窟:สำนวนจีนหมายถึงคนฉลาดมักมีที่ซ่อนตัวหลายแห่ง] เขาก็จักไม่ถูกลอบสังหารได้โดยง่าย



รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาถึง เนี่ยลี่ออกไปจัดการเรื่องดังกล่าวจนเสร็จสิ้นแล้ว แม้แต่เซี่ยวหยู่ และลู่เพียวก็ยังไม่ทราบเรื่อง


เนี่ยลี่ได้นำชะตาวิญญาณไปฝากที่ห้องโถงวิญยาณเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปเขาก็ออกไปโลกภายนอกได้อีกครั้ง


หลี่ชิงอวิ๋น กู้เบ่ย ลู่เพียว รวมไปถึงเนี่ยลี่มารวมกันตรงบ้านพักของเซี่ยวหยู่


เนี่ยลี่มองไปที่เซี่ยวหยู่และคิดที่จะทักทาย แต่ว่าเซี่ยวหยู่กลับทำหน้าบึ้งตึงและหันหน้าหลบไป


เนี่ยลี่เอานิ้วถูจมูกตนเอง แม้ว่าจะมีผู้หญิงมาใกล้ชิดกับเขาสักกี่คนก็ไม่เห็นว่าหนิงเอ๋อจักพูดสิ่งใด แต่เซี่ยวหยู่กลับมีท่าทีถึงเพียงนี้มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ? เนี่ยลี่ถึงกับพูดอะไรไม่ออก


 “ด้วยความช่วยเหลือของเหอกุ้ย พวกเราจึงไล่ล่าพวกกู้เหิงได้ถึงสามครา แต่ว่ากู้เหิงนั้นเป็นยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ หลังจากที่ถูกเราไล่ล่ามาห้าวัน เขาก็อาจที่จะฟื้นฟูชะตาวิญญาณขึ้นมาใหม่ได้แล้วสักดวงหนึ่ง ในตอนนี้ระดับของเขาก็คงจะคืนมาหนึ่งระดับ แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่น่าจะที่เกินกว่าระดับดาราสวรรค์ขั้นที่สาม  และด้วยการสร้างสถานการณ์ของพวกเรา 


ทำให้กู้เหิงเริ่มที่จะสงสัยไฉเยว่มากยิ่งขึ้น” กู้เบ่ยบอกกับเนี่ยลี่พร้อมกับหัวเราะ

“ในตอนนี้ชะตาวิญญาณของเจ้า ก็ฟื้นฟูจนสมบูรณ์แล้ว เราก็ควรที่จะไปจัดการกับทะเลสาบแห่งเทพของกู้เหิงกันได้แล้ว!

“ดี!” เนี่ยลี่พยักหน้า และมองไปที่กู้เบ่ยพร้อมกับยิ้ม

“แล้วในตอนนี้กองกำลังอสูรเป็นเช่นใดบ้าง?



     “หลังจากการประลองที่ผ่านมา พวกเราได้แจ้งออกไปว่า เจ้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังอสูร หลังจากนั้นก็มีคนมาขอเข้าร่วมกองกำลังของเราจำนวนมาก มีแม้แต่ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ และยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์อีกด้วย ในตอนนี้กองกำลังของเรามีกำลังกว่าหกพันคน” กู้เบ่ยยิ้มและพูดต่ออีกว่า



“แม้ว่าคนพวกนี้เพิ่งจะมาเข้าร่วมกับกองกำลังของเรา เราก็ได้ทำการทดสอบความภักดีหมดแล้ว ความแข็งแกร่งของกองกำลังอสูรของพวกเรา นับได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วนัก”


หลี่ชิงอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อได้ยิน ก็อดที่จะแอบชื่นชมมิได้  แค่เพียงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถที่จะรับคนเข้ากองกำลังได้มากมาย การขยายตัวของกองกำลังอสูรนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ไม่ต้องคำนึงถึงจำนวน แค่เพียงความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว ก็ทัดเทียมกับกองกำลังเส้นทางสวรรค์ของเขาแล้ว


ในกองกำลังของเหล่าคนรุ่นใหม่ กองกำลังอสูรจักต้องอยู่ในสิบอันดับแรกแน่นอน


นอกจากนี้ หลี่ชิงอวิ๋นยังได้ยินมาอีกว่า หลงยู่อินนั้นได้ก่อตั้งกองกำลังเสียงเร้นลับ [玄音:เหี่ยงอิน] ว่ากันว่าแค่เพียงเริ่มจัดตั้งขึ้นมา ก็มียอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์นับร้อยคนได้เข้าร่วม แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร ก็ยังให้การสนับสนุนกองกำลังเสียงเร้นลับ เป็นอย่างดี กองกำลังเสียงเร้นลับนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนใหญ่โตกว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์เสียอีก และเทียบได้กับกองกำลังอันดับห้าแล้ว


แม้ว่ากองกำลังของหลงเทียนหมิง หลี่ยื่อฟง ซื่อถู เป่ยเอี๋ยน กู้เหิง จักยังเป็นกองกำลังที่ใหญ่กว่า แต่แนวโน้มการเติบโตขึ้นของกองกำลังก็เกินกว่าที่ใครจะคาดหมายได้



สิ่งที่ทำให้หลี่ชิงอวิ๋นตื่นเต้นมากที่สุดก็คือ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ กองกำลังอสูร และกองกำลังเสียงเร้นลับ ซึ่งเป็นของผู้สืบทอดของทั้งสามตระกูลใหญ่ร่วมมือกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากเรื่องที่ว่ามานี้ในภาคหน้าจักเกิดอะไรขึ้น ก็คงไม่อาจที่จะคาดเดาได้..................จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง