test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 357 五巨头 ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า


ทุกคนต่างแปลกใจไม่น้อย พวกเขานั้นไม่คิดเลยว่า อาจารย์อู๋เหยี่ยนจะกล่าวหาว่าเนี่ยลี่นั้นเป็นสายของนิกายเทพอสูร


อาจารย์อู๋เหยี่ยนมีหลักฐานจริงๆ หรือว่าแค่จงใจสร้างเรื่องขึ้นมาเท่านั้น?


นักเรียนในเขตตะวันออกเกือบทุกคนกำลังเฝ้าดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกไม่เชื่อเสียมากกว่า เว้นแต่ว่าอาจารย์อู๋เหยี่ยนจะแสดงหลักฐานที่ชัดเจนออกมา เนื่องจากว่าความสัมพันธ์อาจารย์อู๋เหยี่ยนกับเนี่ยลี่นั้นดูแล้วก้ไม่ได้ดีนัก จึงมีความเป็นไปได้ว่านี่จักเป็นการให้ร้ายกันเสียมากกว่า


หวงอวี้และหนานเหมียนเทียนไห่อดไม่ได้ที่จะทำหน้ามุ่ย พวกเขารู้ดีว่าอาจารย์หวงอวี้นั้นเป็นคนเช่นใด พวกเขาเข้าใจดีว่าเรื่องทั้งหมดนี้มิได้เกิดจากเนี่ยลี่ แต่มาจากโทษะของอาจารย์อู๋เหยี่ยนเท่านั้น


“จริงๆแล้วคนที่เป็นสายให้นิกายเทพอสูรควรจะเป็นท่านอาจารย์อู๋เหยี่ยนเองเสียมากกว่า เนื่องจากท่านเห็นว่าเนี่ยลี่นั้นมีพรสรรค์เพียงใด และอาจจะกลายเป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะสังหารเนี่ยลี่ เพื่อที่จะกำจัดภัยคุกคามให้แค่นิกายเทพอสูร!” หลี่ชิงอวิ๋นชี้ไปยังอาจารย์อู๋เหยี่ยนพร้อมกับตระโกนออกมา
“ใช่แล้ว! เรื่องนี้ข้าสามารถเป็นพยานได้” ลู่เพียวลุกขึ้นพูดสนับสนุน

“ข้าเองก็สามารถที่จะเป็นพยานให้ได้เช่นกัน!” กู้เบ่ยลุกยืนขึ้นด้วยอีกคน
“ข้าเองก็เช่นกัน” หลงยู่อิน และ เซี่ยวหยู่ ลุกขึ้นยืน


หลังจากเริ่มที่จะมีเสียงดังขึ้น อาจารย์อู๋เหยี่ยนรู้สึกโกรธยิ่งนัก เขาชี้ไปที่หลี่ชิงอวิ๋นและคนอื่น ๆ พร้อมกับพูดว่า “พวกเจ้าก็เพียงแค่พ่นน้ำลาย พวกเจ้ามีหลักฐานอันใดหรือ?


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอาจารย์อู๋เหยี่ยน หลี่ชิ่งอวิ๋นก็ตอบไปว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วที่ท่านกล่าวว่าเนี่ยลี่นั้นเป็นสาย ท่านมีหลักฐานอันใด? ข้าหลี่ชิงอวิ๋น ขอใช้เกียรติของข้าเลยว่า เนี่ยลี่นั้นหาได้เป็นสายของนิกายเทพอสูรไม่!
“ข้าเองก็เช่นกัน” กู้เบ่ยพูดด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว
“ข้าก็เช่นกัน” หลงยู่อิน พูดออกไปอย่างไร้ความลังเล

 “พวกเจ้า....” อาจารย์อู๋เหยี่ยนยิ่งโกรธขึ้นไปอีก เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่เข้าข้างเนี่ยลี่มากถึงเพียงนี้ ทั้งหลี่ชิงอวิ๋น กู้เบ่ย หลงยู่อิน พวกเขาต่างก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดา ถ้าหากว่าเขายังยืนยันว่าเนี่ยลี่นั้นเป็นสายให้กับนิกายเทพอสูร จักไม่เป็นการกล่าวหาว่า ทั้งหลี่ชิงอวิ๋น กู้เบ่ย หลงยู่อิน ที่เป็นคนของสามตระกูลใหญ่ ซุกซ่อนสายของนิกายเทพอสูรไปด้วยเช่นนั้นหรือ?



อาจารย์อู๋เหยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง “พวกเจ้าทั้งสาม อย่าได้ถูกหลอกตกเป็นเครื่องมือของเขา เขานั้นมาจากโลกใบเล็ก และหาได้มีพื้นเพใดๆ แต่ผู้สืบทอดของสามตระกูลหลัก กลับออกหน้าให้แก่เขา นี่จักไม่แปลกไปหน่อยหรือ?  ”


“ถ้าเช่นนั้น อาจารย์อู๋เหยี่ยนนั้นเอาความเชื่อที่ว่าข้านั้นเป็นสายให้แก่นิกายเทพอสูรมาจากไหนกัน? ช่วงร้อยปีมานี้ มีสายจากนิกายเทพอสูรเข้ามาปะปนในนิกายของเราหรืออย่างไร?  แม้แต่ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นยังเชื่อใจข้าและรับข้าเป็นศิษย์ ที่ท่านกล่าวหาว่าข้านั้นเป็นสายของนิกายเทพอสูร ท่านมีวัตถุประสงค์ใด? ถ้าหากว่ามันมิใช่การกลั่นแกล้งข้าเพราะความริษยา ” เนี่ยลี่ชี้ไปยังอาจารย์อู๋เหยี่ยน พร้อมกับพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างเย็นชา


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ บางคนก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่บางส่วนนั้นก็คิดว่าเป็นไปได้เจ็ดถึงแปดส่วนที่อาจารย์อู๋เหยี่ยนนั้นจะกลั่นแกล้งเนี่ยลี่


 “การกลั่นแกล้งเพราะความริษยางั้นเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า!” อาจารย์อู๋เหยี่ยนหัวเราะขึ้นมาและพูดต่ออีกว่า
“กับเจ้าที่ขี้ขลาดหวาดกลัวการประลองนั่นนะเหรอ?


 “ไม่ว่าท่านจะพูดอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางหลงกลเป็นแน่ ข้าจะขอพูดอีกครั้ง ถ้าหากว่าท่านกล้าที่จะประลองกับยอดฝีมือระดับเทพสงคราม ข้าก็จะประลองกับเขาเช่นกัน!” เนี่ยลี่ชี้ไปยัง กัวห้วยที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไป 

      จริงๆแล้ว เนี่ยลี่นั้นไม่รู้ว่าถ้าหากประลองกับกัวห้วยผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ โอกาสที่จะชนะนั้นมีความไม่แน่นอนมากเกินไป แม้ว่าการประลองที่ผ่านมาเนี่ยลี่นั้นจักได้ทำการผสานเข้ากับมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ แต่ที่แสดงออกมานั้นเป็นเพียงแค่ความสามารถส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น และเขานั้นยังมิได้ใช้ความสามารถของมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ที่กลายพันธ์เลยแม้แต่น้อย

แต่ไม่มีความจำเป็นอันใดที่เนี่ยลี่จักต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง!


อาจารย์อู๋เหยี่ยนนั้นเป็นยอดฝีมือระดับวิถีมังกร แต่ยังคิดจะใช้วิธีที่น่ารังเกียจเพื่อจัดการกับเขา หลังจากนี้เขาจักต้องระวังตัวให้มากขึ้น และจักไม่ยอมเปิดช่องว่าให้แก่อาจารย์อู๋เหยี่ยนเป็นแน่


ในตอนนี้ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า ต่างก็ให้ความสนใจเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขานั้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว


ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้ากำลังพูดคุยกันอยู่


“เทียนอวิ๋น นี่ท่านรับเนี่ยลี่เป็นศิษย์แล้วเช่นนั้นหรือ?

 “ถูกต้องแล้ว” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋น ตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา
 “ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นช่างดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งนัก ในรอบร้อยปีมานี้ ผู้ที่มีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้หาได้ยากนัก” เสียงตอบกลับมาจากที่ ที่ว่างเปล่าและห่างไกล ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าใจเล็กน้อย

 “เป็นเพราะท่านผู้นำนิกายเปลี่ยนไปมิใช่หรือ? ท่านนั้นเอาแต่ฝึกฝนให้แก่หลานชายซื่อถู เป่ยเอี๋ยนเท่านั้น” เสียงพูดที่มีเสน่ห์ พูดขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะดังขึ้นมา

 “แม้ว่าพรสวรรค์ของซื่อถู เป่ยเอี๋ยนนั้นก็ยอดเยี่ยมนัก แต่ด้วยความสามารถของเขานั้น ไม่อาจที่จะบรรลุระดับเทพสงครามได้ การที่จะเป็นผู้นำตระกูลนั้นก็พอที่จะทำได้ แต่สำหรับการขึ้นเป็นผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินไป!” มีเสียงที่เคร่งขรึมพูดขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจ



 “ข้าไม่คิดเลยว่าท่านผู้นำนิกายจักคิดในแง่ดีเกี่ยวกับตัวของเนี่ยลี่ ถ้าเช่นนั้นจักเป็นการดีกว่าไหมถ้าหากว่าให้เนี่ยลี่นั้น ได้รับการชี้แนะจากท่านผู้นำนิกาย!” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นพูดขึ้นมา
 “สุภาพบุรุษมิได้วัดกันที่ความชอบพอ ถ้าหากว่ามีคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ และไม่ขึ้นตรงกับผู้ใด ข้าก็แค่อยากที่จะเฝ้าสังเหตุเนี่ยลี่ต่อไปก็เพียงเท่านั้น ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ใด้ส่งมอบให้แก่ให้แก่ศิษย์ที่มีความสามารถ การคัดเลือกในคราวนี้จักต้องคิดให้รอบคอบ!

 “ดูเหมือนว่าอู๋เหยี่ยนกับเนี่ยลี่จักมีความขัดแย้งกัน ท่านเทียนอวิ๋นจักไม่ไกล่เกลี่ยสักหน่อยหรือ?” เสียงพูดที่มีเสน่ห์พูดขึ้นมา

 “ก็แค่ความขัดแย้งของศิษย์พี่ศิษย์น้อง ปล่อยพวกเขาไปเถิด” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นพูดอย่างไม่ใส่ใจ


นอกจากเสียงทั้งสามแล้ว [ผู้นำนิกาย ปรมาจารย์เทียนอวิ๋น น้ำเสียงที่มีเสน่ห์] ยังมีลมปราณที่แข็งแกร่งจับตาดูเนี่ยลี่อยู่ เด็กอายุแค่สิบห้าปีผสานเข้ากับมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า และทั้งๆที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ขั้นสี่ชะตา ก็สามารถที่จะจัดการกับผู้ที่มีอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ขั้นหกชะตาได้  นั่งเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง


ในขณะที่เนี่ยลี่กำลังจักออกจากลานประลองไป เสียงที่แผ่วเบาราวกับเส้นไหม ผ่านเข้ามาในหูของเนี่ยลี่

“เนี่ยลี่!หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของเนี่ยลี่รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา 
“ท่านปรมาจารย์เทียนอวิ๋น”

“เจ้านั้นจงประลองกับกัวห้วย ด้วยพลังทั้งหมดของเจ้า ไม่จำเป็นที่จักต้องกังวล ข้าจักรับประกันชะตาวิญญาณของเจ้า ถ้าหากว่ามันแตกกระจายไป เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต้องการที่จะเห็นความสามารถของเจ้า!” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นบอกแก่เนี่ยลี่

 “ข้าเข้าใจแล้ว!” เนี่ยลี่ตอบพร้อมกับตื่นเต้นไม่น้อย เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นพูดออกมา จักต้องเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นับตั้งแต่ที่ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นนั้นบอกแก่เขา ดวงตาของเนี่ยลี่ก็มีประกายความร้อนแรงลุกโชนขึ้น เขาจักทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าได้เห็น ความสามารถที่เกินกว่าที่ผ่านมาของเขา


เพราะถึงอย่างไร คนที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จักต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า


เนี่ยลี่เองนั้นก็ไม่รู้ว่า ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้านั้นเป็นใครบ้าง แต่ถ้าหากได้รับการสนับสนุนจากใครสักคนในนั้น ในภายภาคหน้าเขาจักได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง


การพูดคุยกับห้าผู้ยิ่งใหญ่นี้ เหล่านักเรียนและอาจารย์ในเขตตะวันออกนี้ รวมไปถึงอาจารย์อู๋เหยี่ยนและผู้อาวุโสทั้งสอง ไม่มีผู้ใดที่ได้ทราบเลยแม้แต่น้อย


อาจารย์อู๋เหยี่ยนจ้องมองด้านหลังของเนี่ยลี่ด้วยความไม่พอใจ แต่จู่ๆเนี่ยลี่ก็หันหลังกลับมา


เนี่ยลี่จ้องไปยังอาจารย์อู๋เหยี่ยนและพูดขึ้นมาว่า “ข้าจักประลองเป็นครั้งที่สอง และจักไม่ใช้ของวิเศษอันใด!


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ทุกคนต่างตกตะลึง และจับจ้องไปที่เนี่ยลี่ สมองของเนี่ยลี่ถูกกัดกินไปจนหมดแล้วหรืออย่างไร ทั้งๆที่เขาได้ปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาตอบตกลงในตอนนี้



ระดับชะตาสวรรค์ขั้นสี่ชะตาประลองกับระดับชะตาสวรรค์ระดับเก้าชะตา และเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะสังหารเนี่ยลี่ นี่เนี่ยลี่เบื่อชีวิตแล้วเช่นนั้นหรือ นี่เป็นการแสดงหาความตายอย่างแท้จริง!...............จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง