test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 348 挑战 ท้าประลอง


เขตตะวันออก


คนที่ได้ตัดเลือกให้ไปเขตตะวันออกได้ถูกกำหนดไว้แล้วในตอนนี้



เนี่ยลี่ กู้เบ่ย ลู่เพียว หลงยู่อิน และเด็กหนุ่มอีกคนที่ชื่อว่า เซี่ยอวี่ [血羽] รวมทั้งหมดห้าคน


เดิมทีนั้น จินหยาน มั่นใจว่าเขาจะต้องได้ไปที่เขตตะวันออก แต่กลับมีเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า เซี่ยอวี่ ที่มาจากไหนก็อาจไม่รู้ได้ โดยที่ไม่ทันได้คาดคิดการบ่มเพาะพลังของเขาก็เหนือล้ำไปไกลกว่าเขามากมายนัก 


และได้เข้าไปเขตตะวันออกแทนที่จะเป็นเขา จินหยานจึงรู้สึกโกรธไม่น้อย แต่เรื่องทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นแล้ว จินหยานจึงไม่อาจที่จะทำอะไรได้อีก



“เนี่ยลี่ ข้าได้ยินมาว่า มีคนที่ชื่อว่าเซี่ยอวี่ ได้ไปที่เขตตะวันออกพร้อมกับพวกเรา แต่เซี่ยอวี่ผู้นี้ เหตุใดพวกเราจึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?” ลู่เพียวถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนผู้นี้อยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน


แม้ว่าเนี่ยลี่ จะเคยได้รู้มาบ้างว่าเซี่ยอวี่ เป็นคนที่เงียบๆและไม่ค่อยพูดคุยกับผู้ใด ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่เขากลับก้าวล้ำจินหยาน และได้ไปยังเขตตะวันออกกับพวกเขาได้


“คนผู้นี้ต้องมิใช่คนธรรมดาเป็นแน่” เนี่ยลี่พูดหลังจากที่นิ่งเงียบไปชั่วครู่ “ไปขอให้หลี่ชิงอวิ๋นไปตรวจสอบที่มาของเขา แต่อย่าได้ทำตัวเป็นศัตรูกับเขา”



“ตกลง” ลู่เพียวพยักหน้า


นอกเหนือจากพวกเขาห้าคน ก็ยังมีคนที่ถูกส่งมายังเขตตะวันออกในปีก่อนหน้านี้ และก่อนหน้านั้นอีกปีด้วยเช่นกัน ดั่งเช่น เซี่ยวหยู่ที่อยู่ในกลุ่มของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน


ลานประลองเขตตะวันออก



ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางมากและถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงป้องกันอีกหลายชั้น



ในลานประลองนี้มีนักเรียนกว่าห้าถึงหกร้อยคน พวกเขาล้วนเป็นนักเรียนของเขตตะวันออก


กลุ่มอาจารย์นั่งอยู่ที่แถวหน้าของลานประลอง เพื่อเฝ้าดูนักเรียนที่เข้ามาใหม่ทั้งหกสิบคน พวกเขาหารือกันเบาๆ หวงอวี้ และ หนานเหมียนเทียนไห่ อยู่ท่ามกลางอาจารย์เหล่านั้น


“ในปีนี้ เรามีนักเรียนใหม่ที่เข้ามายังเขตตะวันออกทั้งหมดหกสิบคน ซึ่งในกลุ่มคนนี้ก็มีบางคนที่มีฝีมือดีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน”


 “ข้าได้ยินมาว่าในกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์ที่เข้ามาในปีนี้ มีห้าคนที่มีความสามารถยิ่งนัก มีทั้งกู้เบ่ย หลงยู่อิน นอกจากนี้ยังมี เนี่ยลี่ อยู่อีกด้วย”


หวงอวี้ที่นั่งอยู่ตรงกลาง เขากวาดสายตามองไปที่เหล่านักเรียนใหม่ แล้วพูดว่า “มีนักเรียนใหม่หลายคนที่มีรากวิญญาณฟ้าระดับห้า หรือสูงกว่านั้น นอกจากนี้ยังมีคนจาก


ตระกูลกู้ กู้เบ่ย และตระกูลผนึกมังกร หลงยู่อิน ที่ได้ผสานร่างเข้ากับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าอีกด้วย ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ”


ถ้าหากพวกเขามีจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า ก็มีโอกาสที่จะได้เข้าสู่เขตกลาง


หนานเหมียนเทียนไห่ เคาะโต๊ะ และริมฝีปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดว่า “ตามกฏของเขตตะวันออก นักเรียนใหม่นั้นจักต้องท้าประลองรุ่นพี่ในเขตตะวันออก เพื่อย้ำเตือนว่ายังมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่เบื้องหน้า เริ่มการท้าประลองได้”


เมื่อเนี่ยลี่และกลุ่มของเขามาถึงลานประลอง พวกเขาได้รับแจ้งว่า เหล่านักเรียนใหม่จักต้องท้าประลองกับรุ่นพี่ในเขตตะวันออก ตามกฏของเขตตะวันออกนี้


นี่เป็นหนึ่งในวิธีการลดความหยิ่งทะนง เป็นการพยายามที่จะทำลายความมั่นใจในตัวเองของนักเรียนใหม่ เพื่อที่จะได้ตั้งใจเรียนรู้ และฝึกฝนบ่มเพาะพลังภายในเขตตะวันออกนี้นั่นเอง


เนี่ยลี่กวาดสายตามองไปยังเหล่านักเรียนของเขตตะวันออก ก็มีหลายคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่างหลี่ชิงอวิ๋น รวมถึง มู่หลงหยี่และคนอื่น ๆ ด้วย


ดวงตาของมู่หลงหยี่จับจ้องไปยังเนี่ยลี่และกลุ่มของพวกเขาอย่างเย็นชา  เขาพ่นลมหายใจออกมา ศัตรูมักอยู่บนหนทางที่คับแคบเสียจริง เขาไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะได้พบเจอกับเนี่ยลี่รวดเร็วถึงเพียงนี้


กู้เบ่ยได้อธิบายเกี่ยวกับเขตตะวันออกนี้ว่า “ที่เขตตะวันออกนี้มีนักเรียนกว่าหกร้อยคน ซึ่งนักเรียนเหล่านี้จะมีการจัดอันดับกัน พวกเราเป็นกลุ่มหนึ่งของผู้ที่มีพรสวรรค์ และกลุ่มของผู้ที่มีพรสวรรค์ในปีก่อนหน้าของพวกเราคือ มู่หลงหยี่ จากการจัดอันดับเขาอยู่ ลำดับที่หนึ่งร้อยสามสิบสอง 


และในกลุ่มของผู้ที่มีสวรรค์ในปีก่อนหน้านั้นอีกก็คือ หลี่ชิงอวิ๋น เขาอยู่ในอันดับที่เจ็ดสิบแปด และผู้มีพรสวรรค์ในปีก่อนหน้านั้นอีกก็คือ กู้เหิง และเขาก็ได้เข้าไปยังเขตกลางแล้ว มีเพียงเหล่าผู้มีพรสวรรค์ไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ได้ไปยังเขตกลาง 


คนส่วนใหญ่ก็จะตกค้างอยู่ที่เขตตะวันออกนี้ จนกว่าพวกเขาจะบรรลุระดับดาราสวรรค์ และจะได้เป็นศิษย์ส่วนในของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นพวกเขาก็จะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่โลกภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าก็จะมีงานที่ต้องทำแตกต่างกันไป ”



หลงยู่อินที่อยู่ข้าง ๆ นางแต่งกายด้วยชุดที่กระชับพร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ นางอธิบายต่ออีกว่า “คนที่สามารถเข้าไปยังเขตกลางได้ คือผู้ที่มีพรสวรรค์ยิ่งนัก ถ้าหากว่าต้องการที่จะขึ้นเป็นผู้นำตระกูล 


หรือต้องการที่จะขึ้นเป็นผู้นำนิกาย ถ้าเจ้าต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จักต้องเข้าไปยังเขตกลางให้ได้  นักเรียนที่เข้าไปยังเขตกลาง จะได้รับการสั่งสอนโดยยอดฝีมือระดับเทพสงครามทั้งห้าของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ”


เนี่ยลี่พยักหน้า เรื่องราวเหล่านี้เขาเคยได้ยินมาแล้วในชีวิตก่อนหน้า


การจัดอันดับนี้ท้าทายยิ่งนัก ผู้ที่อยู่สิบอันดับแรก มีโอกาสที่จะถูกเลือกให้เข้าไปยังเขตกลางมากที่สุด

แต่ในสิบอันดับแรกนั้น ต่างก็เป็นยอดฝีมือที่มีพรสวรรค์ในปีก่อนหน้านั้น แม้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นจะอยู่ในอันดับที่เจ็ดสิบแปดเท่านั้น เป็นเพราะเดิมทีหลี่ชิงอวิ๋นนั้นผสานเข้ากับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับมหัศจรรย์เท่านั้น 


แต่ในปัจจุบันเขาได้ผสานเข้ากับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าแล้ว ในการจัดอันดับครั้งต่อไปเขาจะต้องก้าวขึ้นไปอันดับที่สูงกว่านี้เป็นแน่ แต่หลี่ชิงอวิ๋นเองก็ยังไม่ต้องการที่จะเปิดเผยจิตอสูรของเขาในตอนนี้


เหล่านักเรียนในเขตตะวันออกต่างก็จ้องมองไปยังนักเรียนใหม่ โดยอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา ในอดีตที่ผ่านมา ตอนที่พวกเขาได้เข้ามายังเขตตะวันออก และพวกเขาก็ได้รับบทเรียนอันน่าเจ็บปวด ในตอนนี้พวกเขาจะเป็นฝ่ายที่ได้ให้บทเรียนกับนักเรียนใหม่บ้าง


“สำหรับศิษย์พี่ทุกคนที่อยู่ในเขตตะวันออกนี้ นักเรียนใหม่สามารถที่จะท้าประลองได้กับทุกคน และทุกคนสามารถทำการท้าประลองได้ทั้งหมดห้าครั้ง การประลองนี้ไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้น เว้นเพียงแค่ห้ามมิให้สังหารกันเท่านั้น ” เสียงของหนานเหมียนเทียนไห่ดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง


ทุกคนสามารถที่จะท้าประลองได้ห้าครั้ง เหล่านักเรียนใหม่ต่างหันมาสบตากัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจักต้องเลือกท้าประลองกับคนที่อ่อนแอกว่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าศิษย์พี่แต่ละคนอยู่ในอันดับเท่าใด 


แต่พวกเขาก็สามารถที่จะสัมผัสได้จากกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ซึ่งสามารถที่จะชี้วัดความแข็งแกร่งของแต่ละคนได้


หลังจากนั้น บางคนก็เริ่มที่จะเลือกคู่ท้าประลอง
เนี่ยลี่ กู้เบ่ย และลู่เพียว ต่างกันหันมาสบตากัน


“เนี่ยลี่ เจ้าจะให้ข้าจัดการกับมู่หลงหยี่ไหม?” กู้เบ่ย นั้นกระตือรือร้นอยู่ไม่น้อย


“ข้าจะจัดการเอง ข้าจักต้องชำระเรื่องที่เกิดขึ้นในโบราณสถานแห่งความสะพรึง ” เนี่ยลี่จ้องไปยังมู่หลงหยี่ที่อยู่ไกลออกไป พร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย


มู่หลงยี่เมื่อเห็นว่าเนี่ยลี่จ้องมายังที่เขา มู่หลงหย่ก็อดที่จะหัวเราะจนน้ำตาไหลมิได้ เขาไม่คิดเลยว่า เนี่ยลี่จักกล้าท้าประลองกับเขา ระดับพลังของเขาในตอนนี้อยู่ระดับชะตาสวรรค์ ขั้นหกชะตาแล้ว เขาเองก็ไม่รู้ว่าเนี่ยลี่นั้นอยู่ในระดับใด แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ก็ต้องนับว่าห่างไกลยิ่งนัก


“ข้าต้องการที่จะท้าประลองกับเขา” เนี่ยลี่ชี้ไปยังมู่หลงหยี่ เขาพูดอย่างเงียบสงบ


ในหมู่นักเรียนใหม่ต่างก็หันมามองเนี่ยลี่ด้วยความตกใจ เนี่ยลี่นั้นกล้าที่จะท้าประลองกับมู่หลงหยี่ มู่หลงยี่นั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ของปีที่แล้ว และสามารถเข้าสู่สองร้อยอันดับแรกได้ คนเช่นนั้นพวกเขาคงไม่กล้าที่จะท้า


ประลองด้วยเป็นแน่ เพราะพวกเขาจักต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน


ในฐานะที่เป็นนักเรียนใหม่ เขาก็ควรที่จะท้าประลองกับคนที่อยู่ในอันดับท้ายๆของการจัดอันดับ ที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมาก แต่เนี่ยลี่กลับเริ่มที่จะท้าประลองกับมู่หลงหยี่ นี่จักไม่เป็นการประเมินตัวเองสูงส่งไปหน่อยเช่นนั้นเหรอ?

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ มู่หลงหยี่ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่เนี่ยลี่คิดจะท้าประลองกับตนเอง เจ้าเด็กคนนี้ช่างกำแหงยิ่งนัก ที่มาให้เขาจัดการโดยที่ไม่ต้องทำอะไร เขาหัวเราะอีกครั้ง และตอบกลับไปว่า “ถ้าศิษย์น้องเนี่ยลี่มีความต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะขอชี้แนะศิษย์น้องเนี่ยลี่สักหน่อยก็แล้วกัน!


ดวงตาของเขาเป็นประกายอย่างเลือดเย็น จากการที่เขาปล่อยให้เนี่ยลี่รอดไปในครานั้น เขาก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย เขานั้นต้องการที่จะทำการสั่งสอนเนี่ยลี่ อยู่เสมอ แต่ไม่มีโอกาสสักที แต่เนี่ยลี่กลับมาเคาะประตูเรียกเขาเอง เขาก็คงจะต้องสั่งสอนด้วยความสุภาพอย่างเต็มที่เลยทีเดียว......จบตอน

หมายเหตุ พอเริ่มแปลจากจีนเป็นไทยแล้ว ได้คำแปลก ๆ มาหลายคำเหมือนกัน แต่ก็ต้องเทียบอิ๊งอยู่บ้าง สงสัยเลเวลภาษาจีนของผู้แปลจะยังไม่สูงพอ ตอนนี้แปลจากจีน 8 ส่วน โดยประมาณ
 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง