test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

17 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 347 购买 ซื้อ



หลี่ยื่อฟงยังคงเลือกซื้อของวิเศษชิ้นอื่นๆต่อ


เนี่ยลี่ยังคงจ้องมองดูรอบ ๆ จับจ้องดูของวิเศษหลาย ๆ อย่าง จนไปหยุดอยู่ที่ของวิเศษระดับหก ดาบเมฆจันทรา [银月刀:ดาบอวินเยว่]



“ข้าพบอาวุธที่เหมาะกับท่านพี่ชิงอวิ๋นแล้วในตอนนี้!” เนี่ยลี่ยิ้มและหันไปบอกกับไฉ่เตี๋ย “แม่นางไฉ่เตี๋ย ช่วยนำสิ่งนั้นมาให้ข้าที”



 “นี่คือของวิเศษระดับหก ดาบเมฆจันทรา ราคาของมันอยู่ที่ห้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!” ไฉ่เตี๋ยนำดาบลงมาจากชั้นวางพร้อมกับยิ้ม นอกเหนือไปจากการต่อรองราคาที่น่าหวาดหวั่น เนี่ยลี่นั้นก็ซื้อของอย่างตรงไปตรงมาและตัดสินใจได้ในทันที แตกต่างจากผู้อื่นที่ต้องใช้เวลาขบคิดอยู่เนิ่นนาน

“สามหมื่นศิลาจิตวิญญาณ จะขายหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแม่นางไฉ่เตี๋ย” เนี่ยลี่ยิ้มและพูดออกไป

ไฉ่เตี๋ยจ้องมองเนี่ยลี่ราวกับพบเจอกับปิศาจร้ายจากนรก นี่เป็นของวิเศษระดับหก ดาบเมฆจันทรา ราคาขั้นต่ำของมันอยู่ที่สามหมื่นศิลาจิตวิญญาณพอดีไม่ขาดไม่เกิน จากที่นางบอกราคาห้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณ นางคิดว่าเนี่ยลี่จะต่อรองราคาลงครึ่งหนึ่งเหมือนดังก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่านางจักต้องปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า เนี่ยลี่จะต่อรองราคาเท่ากับราคาต่ำสุด

ปฏิเสธเช่นนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็อย่าได้ทำการค้าอีกเลย? มูลค่าของราคาที่ซื้อขาย แม้ว่าจะเป็นราคาที่ต่ำที่สุดที่จะรับได้ แม้ว่าจะไม่ใช่จำนวนที่มากนัก แต่พวกเขาก็ยังคงมีกำไร

ด้วยศิลาจิตวิญญาณที่พวกเขามีอยู่จำนวนมาก พวกเขาก็สามารถที่จะไปซื้อของวิเศษที่ หอการค้าเสิ่นเจี้ยง[神匠:เทพแห่งช่างฝีมือ] อีกเท่าไหร่ก็ได้

ไฉ่เตี๋ยกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มและตอบกลับไปว่า “นายน้อยเนี่ยลี่ช่างสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก ข้าตกลงในราคาสามหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!

เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อย ของวิเศษดังกล่าวที่หอการค้าเสิ่นเจี้ยง น่าจะมีราคาอยู่ที่สองหมื่นเจ็ดพันศิลาจิตวิญญาณ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หักจาก ศิลาจิตวิญญาณจำนวนสามหมื่นก้อนจักต้องมีกำไรอยู่เป็นแน่ ถ้าหากว่าราคาที่เขาเรียกไปนั้นต่ำกว่าราคาที่หอการค้าเสิ่นเจี้ยงพวกเขาจักต้องไม่ยอมรับแน่นอน เพราะพวกเขาจักไม่ได้รับกำไรเลยแม้แต่น้อย

หลี่ชิงอวิ๋นและกู้เบ่ยไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้เลย จากการแสดงออกของไฉ่เตี๋ย พวกเขาสามารถที่จะรับรู้ได้เลยว่า เนี่ยลี่นั้นบอกราคาที่ต่ำมาก ดูเหมือนว่าต่อไปในภายภาคหน้าถ้าหากจะไปซื้อสิ่งใด พวกเขาจักต้องพาเนี่ยลี่ไปด้วยเป็นแน่ เพราะจะสามารถประหยัดได้ไปไม่น้อยเลยทีเดียว

 “แม่นางไฉ่เตี๋ย ของวิเศษระดับหก เสื้อเกราะเมฆาทมิฬ [黑云:เฮยอวิ] ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?”เนี่ยลี่เอ่ยถามกับไฉ่เตี๋ย


“สำหรับราคาของมัน ขอให้นายน้อยเป็นผู้เสนอมา ถ้าเป็นราคาที่เรายอมรับได้เราก็จะขายมันให้แก่นายน้อยทันที” ไฉ่เตี๋ยขบคิดอยู่ชั่วครู่ ถ้าหากว่าเขายังคงเป็นผู้ที่เสนอราคาออกไป คนอื่นๆก็จะรู้ว่า หอการค้าเทียนเป่านั้นได้กำไรอย่างมากมายจากการขายสินค้า นางเองก็ต้องการที่จะเห็นเช่นกันว่า ท้ายที่สุดแล้วเนี่ยลี่จะสามารถประเมินราคาของวิเศษได้สักแค่ไหน


 “ปลอกแขน เกราะหน้าอก ถุงมือ ปลอกขา และเข็มขัด หนึ่งแสนสามหมื่นศิลาจิตวิญญาณ ” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาหลังจากที่ขบคิดชั่วครู่


ไฉ่เตี๋ยนิ่งเงียบและจ้องมองหน้าเนี่ยลี่ หลังจากนั้นไม่นาน นางก็พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ราคาหนึ่งแสนสามหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!” นางจักพูดอะไรต่อไปได้อีกเล่า


สิ่งของหลายสิ่งแต่เนี่ยลี่สามารถที่จะบอกราคาได้เกินกว่าราคาต่ำสุดที่ตั้งไว้เพียงแค่ห้าพันศิลาจิตวิญญาณ นี่เขาเป็นพวกปิศาจหรืออย่างไร? นี่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยแท้


แต่ถึงอย่างไรการซื้อขายของเนี่ยลี่ตรงไปตรงมายิ่งนัก ใช้เวลาแค่ไม่นานก็ซื้อของไปกว่าสองแสนศิลาจิตวิญญาณแล้ว


ไฉ่เตี๋ยสอบถามเนี่ยลี่ต่ออีกว่า “ยังมีสิ่งใดที่นายน้อยต้องการอีกหรือไม่?


“ชุดเกราะชุดนั้นหนึ่งแสนสองหมื่นศิลาจิตวิญญาณ และชุดนั้นหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันศิลาจิตวิญญาณ และชุดนั้นอีก หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันศิลาจิตวิญญาณ” เนี่ยลี่ชี้ไปที่ชุดเกราะที่แขวนอยู่


 “จำนวนมากมายถึงเพียงนั้น คุณชายต้องการทั้งหมดเลยใช่หรือไม่?” ไฉ่เตี๋ยตระหนักได้ทันทีว่าเนี่ยลี่นั้นมีกำลังซื้อในระดับที่น่ากลัวยิ่งนัก

“ถูกต้อง” เนี่ยลี่พยักหน้า บรรจุลงหีบให้ข้าด้วย ข้าจะค่อย ๆ เลือกซื้อของอย่างอื่นต่ออีก!

“ได้ค่ะ” ไฉ่เตี๋ย รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

นางเคยรับรองเหล่าคุณชายที่มั่งคั่ง กว่าที่นางจะขายสินค้าออกได้ในแต่ละชิ้น ต้องชักจูงโน้มน้าวอยู่เนิ่นนาน แต่ก็ได้กำไรเพียงแค่ หลักสิบ หรือหลักร้อยศิลาจิตวิญญาณเท่านั้น แต่เนี่ยลี่ใช้เวลาซื้อขายเพียงไม่นาน อย่างน้อย ๆ นางก็ได้รับกำไรหลายพันศิลาจิตวิญญาณ จักไม่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไร?

อู่เตี๋ย ยังคงนั่งอยู่กับ หลี่ยื่อฟง มองดูฉี่เตี๋ยที่กำลังตื่นเต้น ใจนางนั้นรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก นางนั้นคอยแนะนำสินค้าให้แก่หลี่ยื่อฟงมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจที่จะขายได้แม้แต่ชิ้นเดียว ขณะที่ไฉ่เตี๋ยนั้นใช้เวลาแค่เพียงไม่นาน ก็ขายสินค้าได้มากกว่าที่นางขายไปตลอดทั้งปีเสียอีก

หตุใดนางจึงไม่เจอกับคนที่ร่ำรวยเช่นนั้นบ้าง?

อู่เตี๋ย จ้องมองไปยัง หลี่ยื่อฟง แล้วก็รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก หลี่ยื่อฟงเขานั้นช่างจุกจิกเสียมากมาย นอกจากนี้ยังต่อรองราคาราวกับคนบ้า หรือว่าเขานั้นไม่ต้องการซื้อเลยกันแน่?

หลี่ยื่อฟงนั้นอับอายยิ่งนัก เขาเลือกสินค้ามาหลายชิ้น และทำการต่อรองราคาเช่นเดียวกันกับเนี่ยลี่ แต่เขากลับถูกอู่เตี๋ยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เนื่องจากของแต่ละชิ้นนั้นมีราคาสูงมาก เขาจึงต้องคิดอย่างรอบคอบ

 ถ้าหากเขานั้นไม่เห็นเนี่ยลี่ซื้อของไปมากมาย และยังคงไม่หยุดซื้อ นั่นทำให้เขารู้สึกหดหู่จนแทบอยากตายเลยทีเดียว


แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสหลักของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ยังไม่มีเงินมากมายเท่าเนี่ยลี่เลยด้วยซ้ำ

เขานั้นไม่รู้เลยสักนิดว่า แม้ว่าเนี่ยลี่จะจ่ายเงินไปกว่าหกแสนศิลาจิตวิญญาณ แต่เมื่อเทียบกับศิลาจิตวิญญาณอีกกว่าล้านก้อนที่เนี่ยลี่ยังมีอยู่ในมือ และยังมีอยู่ในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำที่ยังผลิตออกมาอีกมากมาย

ไฉ่เตี๋ยหันกลับมา เนี่ยลี่นั้นได้ทำการซื้อของวิเศษระดับหกไปแล้ว หกหรือเจ็ดส่วน ที่มีทั้งหมดในร้าน


เขาช่างรำรวยยิ่งนัก แค่ชั่วเวลาที่หายใจเขากซื้อของไปกว่าหกแสนศิลาจิตวิญญาณ

หลี่ยื่อฟงจับจ้องไปยังเนี่ยลี่ เขาก็สงสัยว่าเนี่ยลี่นั้นเป็นใครกัน และอยู่ในสถานะใดของ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ และจักทำเช่นใดจึงจะทำให้เขานั้นตัดความสัมพันธ์กับหลี่ชิงอวิ๋น


ถ้าหากคนเช่นนี้อยู่ฝ่ายเดียวกับหลี่ชิงอวิ๋นหล่ะก็ มันจักทำให้เขานั้นนอนไม่หลับเป็นแน่


ถ้าหากว่าเขายังคงอยู่ที่นี่ จักต้องเสียหน้ายิ่งนัก เขาจึงลุกขึ้นยืน


 “นายน้อยหลี่ต้องการที่จะกลับไปแล้วหรือคะ?” อู่เตี๋ยมองไปที่หลี่ยื่อฟง แม้ว่าหลี่ยื่อฟงจะไม่ได้ซื้อสิ่งใด และนางก็เศร้าใจยิ่งนัก แต่ก็ยังคงพูดจาอย่างสุภาพ

“ดูเหมือนว่าสินค้าที่เรามี จักไม่ต้องตาต้องใจนายน้อยหลี่ยื่อฟงเลยสินะ ถ้าหากว่ามีสินค้าใหม่มา เราจะให้คนไปแจ้งข่าวแก่นายน้อยหลี่ทันที!


หลี่ยื่อฟงนั้นใบหน้าร้อนผ่าว จักไม่มีของที่ต้องตาต้องใจเขาได้อย่างไร แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่สามารถที่จะจ่ายเงินซื้อมันได้ต่างหาก!


“ถูกต้องแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอลา!” หลี่ยื่อฟงป้องมือคำนับอู่เตี๋ยตามมารยาท และจ้องมองไปยังเนี่ยลี่และพวกทั้งสี่คนด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนที่จะจากไป


หลี่ยื่อฟงจากไปแล้ว


“หลี่ยื่อฟงผู้เป็นคนใจคอคับแคบ ในภายภาคหน้าเจ้าจักต้องระวังตัวให้ดี ” หลี่ชิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเตือนพวกเขา ขณะที่มองดูหลี่ยื่อฟงเดินออกไป จากทางด้านหลัง เขาคิดถึงอดีตที่ผ่านมาจนถึงกับกำมือแน่น


 “ข้าเข้าใจแล้ว” เนี่ยลี่พยักหน้า เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างหลี่ชิงอวิ๋นและหลี่ยื่อฟง


เนี่ยลี่นั้นได้ซื้อของเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างได้รับชุดเกราะอย่างดี กู้เบ่ย ลู่เพียว หลี่ชิงอวิ๋น ก็ได้อาวุธที่คู่ควร ในขณะที่เนี่ยลี่นั้นไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธใด ๆ เพราะเขามี กระบี่เทพอัสนีดาวตกอยู่แล้ว (จากนี้ไปเปลี่ยน ดาบของเนี่ยลี่ เป็น กระบี่ นะครับ)


กระบี่เทพอัสนีดาวตกนั้นจะมีอำนาจมากขึ้นตามความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่ ในตอนนี้กระบี่เทพอัสนีดาวตกสามารถจัดการกับของวิเศษระดับเจ็ดได้เลยทีเดียว ดังนั้นเนี่ยลี่จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออาวุธวิเศษอื่นมาใช้เพื่อต่อสู้

กลุ่มของพวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีจากหอการค้าเทียนเป่า


“ด้วยชุดเกราะนี้ แม้ว่าจะต้องเจอกับสิ่งใดที่โลกภายนอก ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเกรงกลัวอีกแล้ว!” ลู่เพียวรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เพราะเขาตระหนักได้ว่า ร่างกายของเขานั้นถูกปกป้องด้วย เกราะเพลิงดาวตก [陨战甲] มันจะสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งรอบๆตัวเขา


แม้ว่าไม่อาจที่จะเอาชนะยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ได้ แต่สำหรับการหลบหนีก็ไม่ได้ยากเย็นเท่าใดนัก


การสวมชุดเกราะนี้ก็แค่ใส่ไว้ด้านในแล้วสวมทับด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ก็ไม่อาจที่จะดูออกได้


แม้ว่าจะใส่เสื้อผ้าธรรมดาไว้ด้านนอก กู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น รวมไปถึงลู่เพียว ก็รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่าชุดเกราะที่พวกเขาใส่นั้นเป็นของวิเศษระดับหก หลังจากที่สวมใส่แล้วก็เกิดความสบายใจขึ้นมา จนอดไม่ได้ที่จะยืดอกขึ้นมาเลยทีเดียว...จบตอน



หมายเหตุ ก็เหมือนกับตอนที่ผ่านมาคือ แปลจากจีน กว่า 80% จุดที่ต่างจากอิ๊งก็มีพอสมควรครับ

แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง