test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

14 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 344 ข่มขู่


      ด้านนอกของศาลาเทียนอวิ๋น ในบางแห่งของลาน อาจารย์อู๋เหยี่ยน กำลังดื่มเหล้า เขากล้ำกลืนความเศร้าใจในครั้งนี้ความไม่พอใจแสดงออกมาทางสีหน้าของเขา



บุคคลผู้หนึ่งหน้าตาหล่อเหลาเดินไปและหัวเราะขึ้น 



“ท่านพี่อู๋เหยี่ยน ดูเหมือนว่าท่านมีเรื่องขุ่นข้องใจอันใดหรือ?”



 บุคคลผู้นี้คือผู้สืบทอดลำดับที่1ของตระกูลผนึกมังกร หลงเทียนหมิง



   “น้องหลงในเมื่อเจ้าก็มาอยู่นี่แล้วมา มาดื่มกับข้าหน่อย!”อาจารย์อู๋เหยี่ยนกวักมือเรียกหลงเทียนหมิง
หลงเทียนหมิงนั่งลงและยกแก้วไวน์ขึ้น ก่อนจะถามไปว่า 



“ข้าอยากรู้นักสิ่งใดที่ทำให้ท่านพี่อู๋เหยี่ยนขุ่นข้องเพียงนี้?”


     อาจารย์อู๋เหยี่ยนกล่าวคอตก “เฮ้ออ อย่าได้เอ่ยถามถึงมันเลย ข้าเป็นผู้ติดตามท่านอาจารย์มาอย่างยาวนานและฝึกฝนมากว่าสามสิบปี ในช่วงระยะเวลาสามสิบปีนั้นข้าทั้งทุ่มเทและซื่อสัตย์อย่างยิ่ง และท่านอาจารย์ก็ได้ให้คำมั่นกับข้าว่าจะมอบเทคนิคลับสำคัญ เทคนิค[เทียนอวิ๋น] ให้กับข้า แต่เมื่อใดก็ตามที่ข้าเอ่ยถามถึงเรื่องนี้ท่านปรมาจารย์เพียงแต่บอกกับข้าว่ามันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น”



“ปรมาจารย์เทียนอวิ๋น วางตัวเป็นกลาง ท่านพยายามทำทุกอย่างเพื่อค้ำจุนนิกาย และเป็นผู้กำหนดผู้ที่จะได้เป็นผู้นำนิกายสืบไป ท่านพี่อู๋เหยี่ยน ไม่คิดมากเกินไปหรือ?” หลงเทียนหมิงกล่าวอย่างสุขุม


     “เป็นกลาง ? ฮ่าฮ่าฮ่า วางตัวเป็นกลาง หึ ดังนั้นท่านจึงไม่ให้ความสำคัญกับข้าเช่นนั้นรึ  ถ้าอย่างนั้นเขากลัวหรือไงที่จะให้ลูกศิษย์ร่ำเรียนจากท่าน ? ท่านไม่เคยตะหนักเลยหรือไง ว่าหากบิดาข้ามิได้ช่วยชีวิตท่านในวันนั้นท่านจะอยู่มาถึงวันนี้?” อาจารย์อู๋เหยี่ยนหัวเราะอย่างเย้ยหยัน



       “ถ้านั้นเป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ท่านพี่อู๋เหยี่ยนกำลังกังวล ข้าว่าท่านไม่ควรจะใส่ใจกับมันให้มากนัก ในบรรดาผู้ที่เป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์เทียนอวิ๋น พี่อู๋เหยี่ยนเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพสูงสุด ถ้าปรมาจารย์เทียนอวิ๋นจะเลือกผู้สืบทอดที่จะได้ฝึกฝน เทคนิค [เทียนอวิ๋น] คนผู้นั้นย่อมเป็นท่าน!” 



     หลงเทียนหมิงตอบ อาจารย์อู๋เหยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “ก่อนหน้านี้ ข้าเองก็คิดไว้เช่นนี้ แต่ตอนนี้ไอ้แก่นั่น ได้รับศิษย์คนใหม่คนหนึ่ง มันเรียกตนเองว่า เนี่ยหลี่ ไอ้แก่นั่นก็ดูหลงใหลเป็นปลื้มราวกับขุดได้สมบัติอันเป็นที่รัก!” (อู๋เหยี่ยน เปลี่ยน คำใช้เรียกอาจารย์เพราะความโกรธและสุรากลั่นชุมชน)


ดวงตาของหลงเทียนหมิงเปล่งประกายประหลาด เมื่อได้ยินอาจารย์อู๋เหยี่ยนตอบเช่นนั้น เขากล่าวไปว่า 


“ท่านปรมาจารย์เทียนอวิ๋นได้รับศิษย์ใหม่ชื่อว่าเนี่ยหลี่?”


“ใช่ เจ้ารู้จักมันด้วยหรือ?”



      “ข้าเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเขามาก่อนหน้านี้ เนี่ยหลี่มาจากโลกใบเล็ก ท่านกำลังบอกว่าเนี่ยหลี่เป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุดจากผู้มาใหม่” หลงเทียนหมิงขมวดคิ้วขึ้นชั่วครู่ เนี่ยหลี่ผู้นี้ช่างไม่ธรรมดาเลย เขาสามารถเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เทียนอวิ๋น โดยอาศัยเพียงเวลาสั้นๆ 



      นอกจากนี้หลงยู่อินที่ได้ใกล้ชิดกับเนี่ยหลี่ นางดูเหมือนจะเชื่อฟังคำพูดของเนี่ยหลี่เป็นอย่างมาก และตอนนี้นางเองก็ได้ทำการรวบรวมกองกำลังตนเองเพื่อจะต่อสู้เพื่อเป็นผู้สืบทอดตระกูลผนึกมังกร



    “ฮึ่ม ฮึ่ม ! เจ้าเด็กเหลือขอนั่นเพียงอยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น มันใช้วิธีแปลกๆบางอย่าง เพื่อให้ได้รับความชอบจากไอ้แก่นั่น ในแง่ความสามารถแล้วเจ้านั่นมันมีอะไรดีกัน?”อาจารย์อู๋เหยี่ยนกล่าวในเชิงดูถูกเหยียดหยาม



     “ถ้า ท่านพี่อู๋เหยี่ยนบอกว่าเขาไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลย เช่นนั้นแล้วนี่นับเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง จากมุมมองของข้าแล้วบุคคลเช่นนี้มิใช่ผู้ที่จะจัดการได้โดยง่าย 



     ถ้าเราไม่รีบจัดการในเร็วๆนี้ ข้าเกรงว่าเขาอาจจะกลายเป็นหายนะในอนาคตของเรา ใครจะรู้เล่าเขาอาจจะหลอกปรมาจารย์เทียนอวิ๋น ให้ปรมาจารย์บอกเคล็ดการบ่มเพาะพลัง [เทียนอวิ๋น] เพื่อการบ่มเพาะพลังของเขาในอนาคต!”หลงเทียนหมิงกล่าวจริงจัง



“ถ้าอย่างนั้น น้องหลงคิดว่าเราควรทำเช่นไรในตอนนี้?” อาจารย์อู๋เหยี่ยนถามหลงเทียนหมิงกลับ เขาไม่คิดเลยว่าแม้แต่หลงเทียนหมิงยังให้ความสำคัญกับเนี่ยหลี่


      “ทำไมเราไม่ทำเช่นนี้เล่า...”หลงเทียนหมิงกระซิบข้างหูอาจารย์อู๋เหยี่ยน คิ้วที่ขมวดเป็นปมของอาจารย์อู๋เหยี่ยนค่อยๆคลายตัวอย่างช้าๆ



    เนี่ยหลี่เดินออกมาจากตำหนักเทียนอวิ๋น [เมฆาสวรรค์] อย่างอารมณ์ดี การได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์เทียนอวิ๋นจะทำให้แผนการในอนาคตของเขาเรียบง่ายขึ้น หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำนิกายคือจะต้องได้รับการสนับสนุนจาก หนึ่งในห้าเสาหลักที่คอยค้ำจุนนิกาย มิเช่นนั้นจะถือว่าขาดคุณสมบัติจะเข้ารับตำแหน่ง


   นับตั้งแต่การเข้าเป็นศิษย์ปรมาจารย์เทียนอวิ๋น เนี่ยหลี่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากตำหนักเทียนอวิ๋น แต่เขาเชื่อว่าเขาจะต้องได้รับมันในเวลาไม่นานนี้แน่นอน



      ในเวลาไม่นานนักเนี่ยหลี่ได้กลับมายังที่พักของเซี่ยวหยู่  หลี่ชิงอวิ๋น หลู่เปียวและกู้เบ่ย รีบมาหาเขาด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น



เนี่ยหลี่มองพวกเขาทั้งสามพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย 



“เป็นอย่างไรบ้าง?”



     “เราได้ซุ่มโจมตีจุดที่พวกกองกำลังเซี่ยเยว่ [จันทราโลหิต] รวมตัวกันอยู่ และสังหารไปอย่างน้อยหนึ่งพันคนของพวกนั้น ส่วนทางเรามีพี่น้องเพียงหกสิบถึงเจ็ดสิบคนเท่านั้นที่ต้องสูญเสีย แต่น่าเสียดายที่ พวกที่ถูกเราสังหารไม่ได้แข็งแกร่งมาก ไม่มีคนไหนเลยที่อยู่ระดับแก่นแท้สวรรค์ แต่ก็ยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังเซี่ยเยว่ได้!” หลู่เปียวกล่าวอย่างดีใจ



       “ผลลัพธ์ที่ได้นี้ถือว่าดีทีเดียว เราได้รับสายสืบเป็นคนในของกองกำลังเซี่ยเยว่คอยรายงานสถานการณ์ภายในของกองกำลังเซี่ยเยว่ ระหว่างนี้เราเพียงแค่ชะตาวิญญาณของเจ้าเสถียรดีแล้ว เราจะไปจัดการถอนรากถอนโคนทะเลสาบแห่งเทพของพวกมัน เราจะทำให้กู้เหิงต้องอับจน ไร้ซึ่งแม้แต่น้ำที่จะใช้ต้ม!” หลี่ชิงอวิ๋นยิ้ม



       “ข้าได้รับข่าวจากคนที่เชื่อถือได้ เขาบอกว่าหนึ่งในที่ปรึกษาของกู้เหิงได้ทำการยักยอกศิลาจิตวิญญาณบางส่วน จากกองกำลังเซี่ยเยว่ด้วยวิธีการบางอย่าง อย่างไรก็ตามกู้เหิงไว้ใจเขาเป็นอย่างมาก และสมาชิกกองกำลังเซี่ยเยว่เองก็ไม่กล้าปริปาก 


       บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสของเรา บุคคลเช่นนี้ถือว่าเห็นแก่สินทรัพย์เป็นอย่างมาก หากเราทำการล่อเขาด้วยสิ่งของที่เป็นประโยชน์และขู่เขาเรื่องความลับของเขา  เขาอาจจะยินดีที่จะทรยศกู้เหิง!”กู้เบ่ยยิ้มเบาๆและกล่าวต่อ “ดังนั้นเราจะติดต่อกับคนผู้นี้เลยไหม?”



“แน่นอน อย่างที่สุด!” เนี่ยหลี่ยิ้มตอบ



นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ หุบเขาหมิงชาน



       สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งการค้าของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ โดยส่วนใหญ่แล้วเหล่าลูกศิษย์เลือกที่จะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันที่นี่มากกว่า ย่านการค้าที่สถาบันวิญญาณฟ้า ด้วยสถานที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่า นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วย ร้านอาหาร หอนางโลม โรงประมูล และธุรกิจอีกหลายแขนงรวมตัวกันอยู่ในบริเวณนี้



หญิงงามและพ่อค้าต่างๆ จากเมืองอื่นๆก็มารวมตัวกันที่นี่



ถนนหลายสิบเส้น เนืองแน่นไปด้วยผู้คน



     พื้นที่ในซ่องนั้น เป็นเหล่ากลุ่มคนที่ร่วมกันดื่มสุรา และเติมเต็มความสุขให้แก่ชีวิต บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งท่าทางแข็งแรงกำลังกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนแต่ละข้างพลางหัวเราะ "รางวัลของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าปรนนิบัติข้าอย่างดีในวันนี้ ข้าจะให้ ศิลาจิตวิญญาณหนึ่งก้อน!” บุรุษผู้นี้คือหนึ่งในผู้มีอำนาจในหมู่ลูกน้องกู้เหิง มันเรียกว่า เหอกุ้ย []



เมื่อได้ยินคำพูดของเขาหญิงงามทั้งสองต่างตาเป็นประกาย



คนรับใช้ผู้หนึ่งได้เดินมากระซิบ “ผู้ดูแล เหอ มีคนชั้นสูงต้องการพบท่าน!



“ใครกัน? พวกเขากำลังรบกวนความสุขของข้า ข้าไม่อยากพบผู้ใดทั้งสิ้น!” เหอกุ้ย กล่าวอย่างเบื่อหน่าย



“เหล่าชนชั้นสูงเหล่านั้นต้องการจะทำข้อตกลงกับท่าน เป็นศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนก้อน” คนรับใช้กล่าวต่อ



    “ข้อตกลงศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อน ?เหอกุ้ยขมวดคิ้ว นี่มันเรื่องใหญ่! จิตใจสั่นระรัว เขาจึงกล่าวขึ้น “ตกลงพาข้าไปพบพวกเขา!



ภายใต้การนำของคนรับใช้ เหอกุ้ยเดินตามทางยาวและเข้าไปในห้อง



“พวกเจ้าคือ...” เหอกุ้ยเงยหน้าเขาแล้วพบกับ เนี่ยหลี่ กู้เบ่ย หลู่เปียวและหลี่ชิงอวิ๋น ดวงตาเขาบ่งบอกได้ถึงความหวาดกลัว เขาพยายามที่จะหนีในทันทีแต่ทว่าประตูก็ถูกปิดไว้เสียแล้ว



“ผู้ดูและเหอ ไม่ได้พบกันเสียนานเลย!” กู้เบ่ยยิ้มอย่างมีนัย



“นายน้อยกู้เบ่ย ทำไมท่านถึงได้ต้องการพบข้า?” เสียงของเหอกุ้ยสั่นเล็กน้อย ขณะที่เขามองไปที่พวกกู้เบ่ย เขารู้สึกว่ามียอดฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์คอยคุ้มกันพวกเขาอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าคน การหนีนั้นเป็นไปไม่ได้เลย



“ผู้ดูแล เหอ พวกข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน!” กู้เบ่ยยิ้ม ตอบ



“ท่านต้องการอะไร?” เหอกุ้ยถามอย่างหวาดหวั่น



    “เหอกุ้ย ท่านนับว่าเป็นคนฉลาด มีสิ่งใดที่จะตอบสนองให้ท่านกันเมื่อท่านติดตามกู้เหิง มันก็แค่ศิลาจิตวิญญาณหลักร้อยเท่านั้นที่ท่านได้รับ พวกข้าไม่ได้คิดจะบังคับท่าน 


       แต่ถ้าท่านยินดีจะให้ความร่วมมือ และคอยรายงานสถานการณ์ของกู้เหิงแก่พวกข้า พวกข้าจะมอบให้ท่านเป็นศิลาจิตวิญญาณจำนวนสองพันก้อนในแต่ละครั้ง แต่หากท่านไม่เต็มใจจะให้ความร่วมมือกับพวกข้า ... ข้า กู้เบ่ยอาจจะไม่สามารถทำสิ่งใดกับกู้เหิงได้ 



      แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่สามารถทำสิ่งใดได้กับเจ้า และไม่ต้องเอ่ยถึงสิ่งที่เจ้าทำลับหลังกู้เหิง เจ้าไม่ใช่คนมือขาวสะอาด ลองคิดดูสิหากกู้เหิงรู้ในสิ่งที่เจ้ากระทำ เจ้าน่าจะทราบผลลัพธ์เหล่านั้นดี!” กู้เบ่ยหัวเราะขณะที่เขามองไปที่เหอกุ้ย 



“ทั้งหมดนี้ก็ข้าก็หวังว่าเจ้าจะยินดีให้ความร่วมมือ!
กูเป่ยกล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย  


    แต่เหอกุ้ยสัมผัสได้ถึงการขู่คุกคามจากน้ำเสียงของเขาอย่างชัดเจน หยดเหงื่อผุดขึ้นมาจนเต็มหน้าผากของเขา ท้ายที่สุดแล้วกู้เบ่ยยังเป็นถึงผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง และหากว่าตระกูลกู้จะจัดการกับเขาแล้ว เขาคงไม่สามารถต่อต้านได้



     นอกจากนี้ที่กู้เบ่ยกล่าวมานั้นล้วนถูกต้องมือของเหอกุ้ยไม่ได้ขาวสะอาด ถ้าเกิดเรี่องนี้แพร่งพรายไปแล้วแน่นอนเขาจะไม่สามารถจะอยู่ภายใต้กู้เหิงได้อีกต่อไป


กู้เบ่ย ขยิบตาส่งสัญญาณให้ดวงตาอีกสามคู่ที่เหลือ 



“ถ้าเขาไม่ได้เต็มใจที่จะทำมันแล้วก็ช่างมันเถิด ! เนี่ยหลี่ พี่ชิงอวิ๋น พวกเรากลับ!



“นายน้อยกู้เบ่ย รอเดี๋ยว!” เหอกุ้ยตะโกนเพื่อหยุดกู้เบ่ยทันที

  แปลโดย สินธ์นวล




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง