test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

12 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 341 ตอบโต้!


กู้เหิงจ้องมองอย่างเย็นชาไปที่หลี่ชิงอวิ๋น “หลี่ชิงอวิ๋นนี่เจ้ากล้ามาขวางทางข้ามิให้จัดการกับกองกำลังอสูรอย่างนั้นรึ?”



    แม้ว่าความแข็งแกร่งของกู้เหิงจะไม่เทียบเท่าหลี่ชิงอวิ๋น แต่ด้วยกองกำลังของเขาในตอนนี้ย่อมแข็งแกร่งกว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์ของหลี่ชิงอวิ๋นที่มีจำนวนสองถึงสามพันคน ในขณะที่กู้เหิงมีจำนวนนับหมื่น!



       กู้เหิ่มส่งเสียงฮึ่มออกมาพร้อมปล่อยจิตสังหารและกล่าวว่า “หากเจ้ายังยืนกรานจะขวางทางข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องที่จะทำลายเจ้าด้วย!



     หลี่ชิงอวิ๋นหัวเราะอย่างร่าเริง “ข้า หลี่ชิงอวิ๋นมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือความจงรักภักดี ข้า หลี่ชิงอวิ๋นสามารถบุกน้ำลุยไฟเพื่อพี่น้องของข้าได้ พี่น้องของข้าบางส่วนอยู่ในกองกำลังอสูร ผู้ที่ต้องการจะทำลายพวกเขา จะต้องมาเจอกับข้าและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ของข้า!



        กู้เหิงแสยะยิ้ม “หลี่ชิงอวิ๋นในเมื่อเจ้าได้ลากองกำลังเส้นทางของสวรรค์ให้มาตายตามเจ้า เช่นนั้นแล้วอย่าได้ตำหนิข้า!



      ในขณะเดียวกัน ผู้นำกองกำลังหลายสิบคนเริ่มมีทีท่าลังเล มันไม่น่าจะมีปัญหาหากพวกเขาจัดการกองกำลังอสูรลงไปได้ แต่พวกเขาไม่รู้สึกสบายใจหากจะต่อกรกับกองกำลังเส้นทางสวรรค์
หลี่ชิงอวิ๋น เป็นบุคคลเช่นใด? 



       แม้ว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์จะมีจำนวนแค่สามพันคน แต่หลี่ชิงอวิ๋นมีพี่น้องหลายคนที่แข็งแกร่ง หากแม้เมื่อยามเริ่มสงครามกับกองกำลังเส้นทางสวรรค์จริงๆ จะมีอีกกี่กองกำลังที่จะร่วมด้วยใครเล่าจะรู้?



        อย่างไรก็ตามเมื่อลูกธนูถูกปล่อยออกไปแล้วก็ยากนักที่จะหันหลังกลับ หากเมื่อผู้นำสั่งแล้วพวกเขาก็มีแต่ตอนทำตามเท่านั้น! ถ้าหากพวกเขากลับคำแล้วทำการล่าถอยไปนั่นก็นับจะเป็นจุดด่างพร้อยอันใหญ่หลวงติดตัวเสมือนตราบาปประทับไว้ตลอดชีวิต และหากข่าวนี้ได้แพร่กระจายออกไปเหล่าพี่น้องของพวกเขาก็จะต้องคิดว่าพวกเขานั้นเกรงกลัวกองกำลังเส้นทางสวรรค์เป็นแน่



        นับตั้งแต่ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้ยืนกรานจะปกป้องกองกำลังอสูรแล้ว อย่าได้ตำหนิ ข้ากู้เหิง จะไม่ไว้หน้าพวกเจ้าใดๆทั้งสิ้น!  ดวงตาของกู้เหิงเต็มไปด้วยความดุร้าย พร้อมกับตะโกนเสียงสั่งลูกสมุนดังว่า  “ไม่ต้องไปสนใจอีกแล้วว่าพวกมันจะมาจากกองกำลังเส้นทางสวรรค์หรือกองกำลังอสูร!ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้รอดแม้แต่คนเดียว! ฆ่ามัน!



กู้เหิงได้เริ่มการโจมตีอย่างดุเดือดกับกองกำลังเส้นทางสวรรค์



สงครามอันยิ่งใหญ่ได้ปะทุขึ้นแล้ว



สามพันคนปะกับหนึ่งหมื่นคน ไม่มีความได้เปรียบใดๆกับก่อนหน้านี้



        สิ่งที่กองกำลังเส้นทางสวรรค์ขาดไปคือจำนวน แต่สมาชิกแต่ละคนมิได้ด้อยคุณภาพ สมาชิกหลายคนอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์และระดับดาราสวรรค์ พวกเขาไม่ใช่กองกำลังที่จะจัดการได้โดยง่าย 



        เมื่อทั้งสองกองกำลังปะทะกันก็ช่วงแนวปะทะเปรียบได้กับเครื่องบดเนื้อโดยเนื้อที่ถูกบดก็คือเหล่าสมาชิกของทั้งสองกองกำลัง ยอดฝีมือของทั้งสองกองกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายได้รับการสูญเสียไม่น้อย



        คลื่นฝ่ามือและคลื่นกระบี่ ระเบิดขึ้นทั่วทุกหนแห่งจากสงคราม และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั่วร่างของยอดฝีมือทั้งสองกองกำลังถูกย้อมด้วยสีโลหิตที่สาดกระเด็นออกมาจากการสังหารหมู่
หลี่ชิงอวิ๋นได้พุ่งไปด้านหน้าการรบสังหารยอดฝีมือหลายสิบคนที่อยู่ในระดับเดียวกับเขา ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ได้เข้ามาขัดขวางเขา และเขาก็ได้สังหารคนเหล่านั้นไป



       ห่างออกไปไม่ไกลนักกลุ่มยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์และระดับดาราสวรรค์ได้ช่วยเหลือกู้เบ่ยกับลู่เพียวให้หลบหนีออกไปถึงแม้ว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์จะแข็งแกร่งกว่า แต่เนื่องด้วยจำนวนที่แตกต่างกันมากเกินไป พวกเขายังคงล้มตายกันอย่างต่อเนื่อง



“ท่านหัวหน้าชิงอวิ๋นพวกเราไม่สามารถกันพวกเขาเอาไว้ได้อีกแล้ว!” หนึ่งในยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ได้สังหารยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ก่อนจะกล่าวกับหลี่ชิงอวิ๋น



       ในสถานการณ์ที่ถูกรุมล้อมเช่นนี้ พวกเขาเริ่มจะรู้สึกกดดันเพิ่มมากขึ้น พวกเขาได้แต่มองเหล่าพี่น้องของพวกเขาถูกสังหารไปเรื่อยๆ ดังนั้นพวกเขาต้องให้ฝ่ายศัตรูต้องชดใช้อย่างเจ็บปวดเช่นกัน
หลี่ชิงอวิ๋นขมวดคิ้วเขาชั่วครู่ กู้เหิงมีกองกำลังมากมายจริงๆ นี่เป็นการรวมกองกำลังกว่ายี่สิบกองกำลังเข้าด้วยกัน เป็นไปไม่ได้เลยที่กองกำลังเส้นทางสวรรค์จะสามารถต่อกรด้วยได้



        หลี่ชิงอวิ๋นจ้องมองกู้เหิงที่กำลังต่อสู้อยู่ระยะไกล เขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “กู้เหิงตั้งแต่เจ้าได้เริ่มต้นสงครามขึ้นแล้วพวกเราก็จะเล่นกับเขาให้ถึงที่สุด พวกเราจะถอยทัพในขณะนี้และค่อยเผชิญหน้ากับเขาใหม่ภายหลัง! ทุกคนตามข้ามา พวกเราตีฝ่าวงล้อมออกไป!



       ในทุกสงครามที่มีกองกำลังเส้นทางสวรรค์เข้าร่วม หลี่ชิงอวิ๋นจะยืนตัวอยู่ในแนวหน้าอย่างกล้าหาญเสมอมา เมื่อเหล่าคนของเขาได้ยินคำสั่งของหลี่ชิงอวิ๋นให้ถอย พวกเขาจึงพร้อมทำตาม



“สกัดกั้นพวกมันเอาไว้!” กู้เหิงคำรามลั่น นับตั้งแต่หลี่ชิงอวิ๋นได้เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้แล้วคิดหรือว่าจะสามารถถอนตัวได้โดยง่าย?




กลุ่มคนหลายพันคนได้ทำการล้อมรอบหลี่ชิงอวิ๋นเอาไว้ และพยายามจะสังหารพวกเขา




“ฆ่าพวกมัน!



      แม้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นและกองกำลังของเขาถูกล้อมด้วยจำนวนคนที่มากกว่า แต่หาได้หมดกำลังใจจะสู้ไม่  ภายใต้การบัญชาของหลี่ชิงอวิ๋นพวกเขาได้ตีฝ่าวงล้อมและทะยานตัวออกไป



    กู้เหิงและกลุ่มของเขาได้ทำการไล่ล่าสังหาร ไปอีกห้าถึงหกร้อยคน ก่อนที่หลี่ชิงอวิ๋นจะหลบหนีได้สำเร็จ


     เมื่อกองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้หลบหนีออกไปไกลเกินกว่าจะไล่ตามได้ทันแล้ว กู้เหิงก็โกรธแกค้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้หลบหนีไปได้สำเร็จแต่ก็ต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก นี่มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น 



        ในภายภาคหน้ากู้เหิงและพรรคพวกของเขาจะทำการลบล้างกองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ให้สิ้นซากอย่างแน่นอน!



ในสถาบันวิญญาณฟ้า ที่พักของเซี่ยวหยู่



กลุ่มคนได้ทำการรวมตัวกันที่นี่



       เนี่ยหลี่เพิ่งจะทำการบ่มเพาะพลังเสร็จ อย่างไรก็ตามเนื่องจากชะตาวิญญาณของเขายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ทำให้ยังไม่สามารถออกไปโลกภายนอกได้ ดังนั้นเขาจึงเพิ่งรู้เรื่องราวทั้งหมดหลังจากกู้เบ่ยกับลู่เพียวและหลี่ชิงอวิ๋นกลับมา



“พวกเราสูญเสียอะไรไปบ้าง?” เนี่ยหลี่ได้เอ่ยถามทั้งสามคน เขารู้ว่าในตอนนี้กองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก


      “ข้าได้ทำการตรวจสอบความเสียหายแล้ว กองกำลังอสูรของพวกเรารอดมาได้เพียงแค่ ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นจากทั้งหมดสามพันคน” ลู่เพียวยิ้มอย่างเจ็บปวด ชำเลืองมองเนี่ยหลี่และหลี่ชิงอวิ๋นก่อนจะพูดต่อ “นอกจากนี้กองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้รับความสูญเสียไปไม่น้อย จำนวนผู้ที่ตายไปมีมากถึงสองพันคน!




กู้เบ่ยจึงกล่าวขอโทษว่า “จริงๆแล้ว หากพี่ชิงอวิ๋นไม่ได้นำกองกำลังมาช่วยพวกเรา กองกำลังเส้นทางสวรรค์คงไม่ต้องสูญเสียมากมายถึงเพียงนี้!




     “เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่กัน? หากกองกำลังเส้นทางสวรรค์ของข้ารู้ว่าพี่น้องได้รับความเดือดร้อนในโลกภายนอก จะให้พวกข้านิ่งเฉยได้อย่างไร?แม้ว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์จะได้รับความสูญเสีย แต่ทางด้านกู้เหิงก็ได้รับเช่นกัน



         จากการประมาณของข้าโดยคร่าวๆ พวกนั้นก็ต้องเสียกำลังไปไม่ต่ำกว่าสองพันคนเช่นกัน!” หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวอย่างภูมิใจ แม้ว่าทางด้านกู้เหิงมีจำนวนกองกำลังมากกว่าแต่ กองกำลังเส้นทางสวรรค์มีความแข็งแกร่งในการรบมากกว่าพวกเขา
หลี่ชิงอวิ๋นมองมันเป็นเรื่องไม่ผิดแปลก 



     เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กองกำลังเส้นทางสวรรค์ก้าวสู่โลกภายนอก ในความเป็นจริงพวกเขาได้เผชิญกับการต่อสู้มานับไม่ถ้วนก่อนหน้านี้ การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในวันนี้สำหรับพวกเขาถือว่าไม่หนักหนานัก




“กองกำลังเซี่ยเยว่ [血月:จันทราโลหิต] ของกู้เหิง ได้ทำการรวมกองกำลังหลายสิบกลุ่มเพื่อจะทำสงครามกับพวกเจ้า พวกเจ้ามีแผนจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?”หลี่ชิงอวิ๋นมองเนี่ยหลี่ขณะที่ถาม 




    “ถ้าพวกเจ้าจะเริ่มทำสงครามกับพวกมัน ข้าสามารถที่จะขอความช่วยเหลือจากเหล่าพี่น้องข้าเพื่อจะจัดการกับกองกำลังเซี่ยเยว่ ได้! หากรวมกองกำลังแล้วน่าจะมีจำนวน แปดถึงเก้าพันคน!



กู้เบ่ยและลู่เพียวมองมาที่เนี่ยหลี่เพื่อรอการตัดสินใจของเขา



เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งกอ่นจะตอบกับหลี่ชิงอวิ๋นไปว่า “ข้าจะจัดการกับกองกำลังเซี่ยเยว่ ของกู้เหิงเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรวมกลุ่มกองกำลังอื่นๆ นี่เป็นปัญหาของพวกเรา แต่ข้ายังคงต้องการความช่วยเหลือจากพี่ชิงอวิ๋นอยู่ อยากทราบว่าท่านพี่ชิงอวิ๋นจะเต็มใจช่วยข้าหรือไม่?”



“ข้าจะไม่เต็มใจได้อย่างไรเล่า? ขอเพียงแค่น้องเนี่ยหลี่ได้กล่าวขอมา!”หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวอย่างภาคภูมิและพูดต่อ “แต่ว่าเจ้าแน่ใจจริงๆหรือว่าไม่ต้องการให้ข้ารวบรวมกองกำลังอื่นเพื่อช่วยเหลือ?”




“ยังไม่ใช่ในเวลานี้”เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย



“เจ้ามีแผนอย่างอื่น?” หลี่ชิงอวิ๋นถามเนี่ยหลี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้กองกำลังอสูรและกองกำลังเส้นทางสวรรค์ขาดแคลนจำนวนคนอยู่มาก



“พี่ชิงอวิ๋น เคยเห็นพวกนักเลงหัวไม้ต่อยตีกันหรือไม่? คนทั้งกลุ่มรุมล้อมคนคนเดียว แล้วคนที่อยู่ตรงกลางตอบโต้อย่างไร?”เนี่ยหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย



“เขาโยนทุกสิ่งอย่างที่มีขวางกั้นเอาไว้และคว้าตัวหัวหน้าจับมันมาทุบตีจนตาย!” ลู่เพียวตอบขึ้นทันที เมื่อพูดจบดวงตาเขาก็เปล่งประกายขึ้น “ใช่แล้ว! ทำไมเราจะต้องไปต่อสู้กับทั้งกลุ่มของพวกเขา? เนื่องจากทางเราและกลุ่มส่วนใหญ่มิได้มีความแค้นต่อกัน เราควรจะฟาดฟันเฉพาะกับผู้ที่มาจากองกำลังเซี่ยเยว่”



      หลี่ชิงอวิ๋นนับว่าเป็นคนที่หลักแหลมเขาเข้าใจความหมายที่เนี่ยหลี่พูดในทันที มุมปากพลันขยับยกขึ้นยิ้ม “นั่นนับเป็นวิธีการที่ดีจริงๆ หลังจากที่เราเล่นงานแต่กองกำลังเซี่ยเยว่ แล้วกลุ่มๆอื่นๆอาจจะเกรงกลัวที่จะตั้งตนเป็นศัตรูกับเรา นอกจากนี้น้องเนี่ยหลี่ยังสามารถช่วงชิงรากเทวะทะเลสาบเทพของกองกำลังเซี่ยเยว่ ได้อีกด้วย ! เราจะไม่เหลือสถานที่ให้พวกนั้นแม้แต่จะใคร่ครวญได้อย่างสงบสุข!



     กู้เบ่ยเสริมกล่าวว่า “รากเทวะยังคงไม่เพียงพอ จะดีทีสุดหากเราสามารถชักจูงบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับกู้เหิง และสังหารเขาได้เมื่อมีโอกาส เราจะทำให้เขาต้องหวาดระแวง กลัวแม้กระทั่งจะย่างเท้าออกจากบ้านของตนเอง!



แววตาของทั้งสี่คนสบตากันอย่างชั่วร้าย

 ปล. ตกลงเป็นตัวเอกรึตัวร้ายฟะ

 แปลโดย สินธ์นวล




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง