test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

12 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 340 เจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน


ควบคุมอำนาจตระกูลกู้ร่วมกัน ?



ในจิตใจของกู้เบ่ยได้หัวเราอย่างเย็นชา ด้วยบุคคลอย่างกู้เหิงนะหรือ จะยินดีแบ่งปันอำนาจให้แก่ผู้อื่นได้ควบคุมตระกูลกู้ร่วมกัน ด้วยคนเช่นกู้เหิงไม่สามารถจะทนเห็นแม้แต่เม็ดกรวดเม็ดทรายเข้ามารกในสายตาได้ 




เขามองกู้เบ่ยและพี่สาวของเขาเป็นเพียงเสี้ยนหนามในชีวิตเสมอมา มิเช่นนั้นแล้วกู้เหิงคงไม่รวมกองกำลังจำนวนมากมาเพื่อทำลายกองกำลังอสูรเป็นแน่



กู้เบ่ยมองไปที่กู้เหิงแล้วหัวเราะขึ้นมา “ข้าคิดว่างั้นท่านควรจะต้องปล่อยกองกำลังอสูรไป ข้าจะนำมันกลับไปคิดแล้วมอบคำตอบให้ พี่กู้เหิงภายในสามวัน วิธีนี้เป็นอย่างไรเล่า?”


โดยธรรมชาติแล้วกู้เบ่ยมิใช่พวกโง่เขลา ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าเสแสร้งทำเป็นอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วละก็ได้ ข้าจะเล่นกับเจ้า




ประกายเย็นชาฉายออกมาจากแววตากู้เหิง ให้คำตอบภายในเวลาสามวัน? เขาได้รวบรวมกองกำลังจำนวนมากมาเพื่อบดขยี้กองกำลังอสูร เขาจะกลับไปและรอเวลาถึงสามวัน? นี่มันเรื่องตลกอันใดกัน?




“ญาติผู้น้องกู้เบ่ย เจ้าจะใช้ชื่อใดในการก่อตั้งกองกำลังก็ได้ แต่ไฉนเจ้าถึงได้ตั้งชื่อกองกำลังของเจ้าว่า กองกำลังอสูรภายใต้การใช้ชื่อเช่นนี้ คนอื่นๆอาจจะคิดว่าเจ้าเกี่ยวของกับนิกายเทพอสูร!” กู้เหิงยิ้มเบาๆและโบกมือสั่งให้ลุกสมุนทั้งหลายเริ่มจู่โจม กู้เบ่ยและลู่เพียว



กูเหิงต้องการทำลายกองกำลังอสูร เนื่องด้วยพวกเขาไม่ยอมยกเลิกกองกำลังด้วยตนเอง พวกเขาต้องทำลายจนกว่าพวกเขาจะยอมล้มเลิกกองกำลัง ถ้ามีผู้ใดจากกองกำลังอสูรย่างเท้าออกมายังโลกภายนอกมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอสนองแก่มันผู้นั้นอยู่!



“พี่น้องกู้เหิงต้องล้อข้าเล่นแล้วเป็นแน่ มันเป็นเพียงชื่อที่เรียบง่าย จะเป็นไปได้อย่างไรที่ทางเราจะเกี่ยวข้องกับนิกายเทพอสูร?”กู้เบ่ยกล่าวตอบพร้อมกับส่งสายตาให้กับลู่เพียว เตรียมความพร้อมที่จะให้เหล่าสมาชิกกองกำลังกระจายตัวออกไปในทิศทางที่แตกต่างกัน




“ข้าเพียงต้องการป้องกัน น้องกู้เบ่ยมิให้หลงไปในเส้นทางแห่งความมืด ด้วยความที่ข้าเป็นญาติผู้พี่ของเจ้า!” กูเหิงกล่าว พร้อมกับยิ้มด้วยเจตนาสังหาร เขาได้โบกมือเป็นสัญญาณให้เหล่าลูกสมุนทั้งหลายเข้าโจมตีกองกำลังอสูรในทันที



กองกำลังนับหมื่นคนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกู้เหิง ในขณะที่กองกำลังอสูรมีเพียงไม่กี่พันคน นอกจากนี้เห็นได้ชัดว่ากองกำลังของกู้เหิงแข็งแกร่งกว่ากองกำลังอสูร



“ฆ่าพวกมันให้หมด!



การต่อสู้อันรุนแรงจึงเกิดขึ้นทันที และกลายเป็นการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียวโดยฝ่ายที่ถูกสังหารนั้นคือกองกำลังอสูร




ความแข็งแกร่งมันแตกต่างกันเกินไป!



“ผู้นำเป่ย ผู้นำหลู่ พวกเราจะพาท่านไปที่ที่ปลอดภัย!” เหิงเอี๋ยนคำรามออกมา อย่างเยือกเย็น ในขณะที่เขาเข้าปะทะกับยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์เพื่อปกป้องกู้เบ่ยกับลู่เพียว



มียอดฝีมือระดับชะตาสวรรค์ถูกสังหารไปมากมายภายใต้ฝ่ามือของกู้เหิง



“คิดจะหนีงั้นรึ? มันจะง่ายเกินไปไหม!” กู้เหิงส่งเสียง ฮึ่ม ออกมาอย่างเย็นชา ขณะที่ทะยานตัวเร็วประดุจแสงไล่ตามกู้เบ่ย



กูเหิงเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับดาราสวรรค์ เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าทุกคนในกองกำลังอสูร และเมื่อฝ่ามือที่รวบรวมพลังสวรรค์เอาไว้ด้วยกันนั้น ส่งผลก่อให้เกิดฝ่ามือขนาดใหญ่โจมตีกู้เบ่ยโดยตรง


สายฟ้าสีเงินฟาดฟันลงมาราวกับสายฝน ที่ตกมาจากฝ่ามือขนาดใหญ่นั้น



*ตูม*ตูม*ตูม*


สายฟ้าสีเงินนั้นสามารถสังหาร ผู้ที่มีระดับดาราสวรรค์ขั้นที่ 2 ได้อย่างง่ายดาย
ลู่เพียวที่อยู่ห่างออกไปได้ตะโกนขึ้นมา “กู้เบ่ย ระวัง!



กู้เหิงยิ้มอย่างเย็นชา กู้เบ่ยพยายามจะหลบหนีขณะที่อยู่ประชันหน้ากับเขา ? เป็นความหวังอันโง่เง่า กู้เบ่ยช่างไม่ประมาณตนเองเสียเลย!



ฝ่ามือขนาดใหญ่ได้พุ่งเข้าไปหากู้เบ่ย สายฟ้าสีเงินเหล่านั้นต่างทำหน้าที่ราวกับกรงขังที่ขังเขาเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้



ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสีเงินนั้นได้ผ่าลงมาใส่เขา กู้เบ่ยรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ


เขากำลังจะถูกสังหารโดยกู้เหิง ? เขาไม่อยากจะยอมรับมัน ในขณะนี้!
ในขณะที่เขากำลังจะถูกสังหารโดยกู้เหิง คำว่า “กระบี่” ที่เนี่ยหลี่ได้ให้มาพลันปรากฏขึ้นมันส่งเสียงดังกึกก้องในจิตใจของเขา



กู้เบ่ยเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย เขาสามารถทำความเข้าใจในคำว่า “กระบี่”ที่เนี่ยหลี่ให้ได้อย่างไม่มีสิ้นสุด



ในขณะนี้กู้เบ่ยรู้สึกราวกับตัวเขาได้เขาไปในส่วนลึก



เหมือนกับแม่น้ำสายใหญ่ ที่รองรับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ฝนเหล่านั้นเปรียบเป็นพลังสวรรค์มากมาย ไหลเข้าสู่ร่างของกู้เบ่ย วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลไร้จุดสิ้นสุดมีเพียงหมู่ดาวนับพันนับหมื่นที่เหมือนกับคงอยู่มานานแสนนาน  ใจกลางสิ่งเหล่านั้นปรากฏกระบี่โบราณ 



กระบี่นี้ยาวสามฉื่อ (หนึ่งเมตร) กว้างเพียงสามชุ่น (สิบเซนติเมตร)  [มาตราส่วนของจีนโดยประมาณ  10 เฟิน = 1ชุ่น = 3.34 เซนติเมตร   และ 10 ชุ่น = 1 ฉื่อ = 1 ฟุต และ 3 ฉื่อ = 1 เมตร]



ดังนั้นนี่คือเจตจำนงอันลึกซึ้งที่แฝงตัวอยู่ในคำว่า “กระบี่” !




กู้เบ่ยได้รวบรวมสติของเขาไปที่มือขวา กระบี่โบราณเล่มนั้นราวเหมือนมันมีความคิดเป็นของตนเอง มันได้เคลื่อนตัวราวอสรพิษเข้าปะทะกับฝ่ามือของกู้เหิง



*บูม*



เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ กระบี่โบราณเล่นนั้นได้แทงทะลุฝ่ามือของกู้เหิง และพุ่งตรงไปยังศรีษะกู้เหิงอีกด้วย




กู้เหิงสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่ที่สามารถแทงทะลุทุกสิ่งอย่างได้ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวของเขา กู้เหิงจึงขยับตัวหลบมันอย่างรวดเร็ว



*ฟุ่บ*



กระบี่โบราณได้แทงเฉือนใบหน้าของเขาไปเล็กน้อย เลือดสาดกระเซ็นลงพื้นดิน


หลังจากกระบี่โบราณได้ตัดเฉือนหน้าของกู้เหิง มันก็หายไป



กู้เบ่ยกระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง การก่อรูปร่างของเจตจำนงทำให้เขาสูญเสียพลังทั้งหมดทุกส่วนในร่าง มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ความเข้าใจในกระบี่เจตจำนงยังไม่มากพอ มิเช่นนั้นแล้วกู้เหิงคงตายไปแล้ว



แม้ว่าพลังของเขาจะหมดไปแล้ว แต่ไม่สามารถช่วยให้เขาระงับความตื่นเต้นที่แสดงออกทางสีหน้าได้เลย


นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน!




แม้ว่าเขาจะต้องตายและสูญเสียระดับชะตาวิญญาณไปหนึ่งขึ้น แต่ความเข้าใจในกระบี่เจตจำนงยังคงอยู่และสามารถก้าวต่อไปได้อีกในอนาคต



“ฮ่า ฮ่า ฮ่า กู้เหิงเจ้ารู้สึกเช่นใดบ้าง ? เจ้าพยายามจะทำลายล้างข้า แต่กลับทำให้ข้าเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน




แม้ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของข้าจะคงอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ แต่ความแข็งแกร่งของข้าจะก้าวล้ำเจ้าในสักวันหนึ่ง! เจ้าสามารถจะข่มเหงข้าได้ต่อไปงั้นรึ?” กู้เบ่ยจ้องกู้เหิงอย่าง ด้วยความยินดี เขาไม่เสียดายสักนิดหากในวันนี้ต้องตายไป



ในที่สุดกู้เหิงก็ระงับอาการตกใจจากเจตจำนงแห่งกระบี่ที่น่ากลัวเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ภายในจิตใจเขายังคงหวาดกลัว หากเขาตอบสนองช้ากว่านี้ไปเพียงนิดคงไม่จบลงแค่การถูกเฉือนบางๆจากกระบี่เจตจำนงของกู้เบ่ยเป็นแน่ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่ากู้เบ่ยที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ที่เปรียบเสมือนมดปลวกใน



สายตาของเขาเกือบจะสังหารเขาได้!



ความไม่ยอมรับปรากฏอยู่เต็มดวงตาของกู้เหิง




กู้เบ่ยสามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชนได้อย่างไร? เพราะเหตุใดกู้เบ่ยถึงสามารถเข้าใจมันได้?



นั่นเป็นขอบเขตที่เป็นเพียงเรื่องกล่าวขานในตำนานเท่านั้น!



กู้เบ่ยยังคงทำการฝึกฝนกระบี่เจตจำนงต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง แม้ความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ เขาก็ยังสามารถเอาชนะบุคคลผู้มีระดับสูงกว่าได้



เจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชนไม่ใช่สิ่งที่ใครต้องการก็สามารถฝึกฝนได้ ต้องเป็นอัจฉริยะที่ก้าวเดินในวิถีกระบี่เท่านั้น จึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้!



เมื่อเหล่าผู้อาวุโสระดับสูงภายในตระกูลรู้ว่ากู้เบ่ยสามารถฝึกฝนกระบี่เจตจำนงได้ถึงระดับนี้ หละก็จะไม่มีที่ว่างให้สำหรับกู้เหิงในตระกูลกู้อีกต่อไป!



“นั่นนะหรือเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน? เจ้าคิดว่ากำลังทำอะไร ? ก็แค่เรื่องตลกหลอกเด็กที่จะทำของเลียนแบบเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน ฮ่าฮ่าฮ่า!




กู้เหิงยังไม่ยอมรับว่ากู้เบ่ยได้เข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน “เจ้ายังอ่อนแอเกินไปหากจะมาเทียบกับข้า!




บูม*บูม*บูม



สมาชิกกองกำลังอสูรถูกสังหารอย่างไร้ปราณี



มีเพียงแค่สองร้อยคนเท่านั้นที่สามารถหลบหนีออกไปได้จากจำนวนนับพัน ส่วนที่เหลือพวกเขาถูกสังหารทั้งหมด



“ข้าจะดูว่าเจ้ายังเหลือแรงอยู่อีกมั้ย!” กู้เหิงรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือ คว้าไปที่กู้เบ่ย “ตาย!




กูเหิงระมัดระวังการโจมตีของกู้เบ่ยเป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์ที่เกือบถูกสังหารจากเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชนของกู้เบ่ย เขาได้ออกแรงเต็มกำลังกระแทกฝ่ามือใส่กู้เบ่ย



เมื่อกู้เบ่ยเห็นฝ่ามือใกล้จะมาถึงตัวเขา เขาก็รู้ในทันทีว่าไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้ เขายิ้มอย่างขมขื่นเตรียมพร้อมที่ตาย



ทันใดนั้นเองคลื่นพลังก็พุ่งเข้ามากระแทกทำลายฝ่ามือของกู้เหิงส่งให้เขาลอยกระเด็นออกไป



กู้เหิงทำหน้าบูดบึ้ง และมองออกไปก็พบเห็นบุคคลสวมใส่ชุดสีขาวลอยตัวอยู่กลางท้องฟ้า



“เป็นเจ้า?” ดวงตาของกู้เหิงหรี่ลงเล็กน้อย



บุคคลผู้นั้น ก็คือ หลี่ชิงอวิ๋น



หลี่ชิงอวิ๋นลอยตัวอยู่กลางท้องฟ้า อาภรสีขาวของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม บุคลิกน่าเกรงขามยืนอยู่ต่อหน้ากู้เหิง ให้ความรู้สึกดุจดั่งขุนเขาสูงตระหง่านฟ้า จำนวนคนหลายคนเริ่มทะยานตัวใกล้เข้ามาจากขอบฟ้า พวกเขาเป็นกองกำลังที่มีสองถึงสามพันคน


กองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้มาถึงแล้ว!


   แปลโดย สินธ์นวล




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง