test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

11 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 339 被围 ถูกล้อม


ภายในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำของเนี่ยหลี่ ทะเลสาบแห่งเทพระดับต่ำ ส่งผลผลิตศิลาจิตวิญญาณมานับหมื่นก้อน ต่อหนึ่งเดือน แต่ทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางกลับให้ผลที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่ามันส่งผลผลิตราว 5-6 หมื่นก้อนต่อเดือนเลยทีเดียว และแก่นแท้วิญญาณอีกนับร้อย



เพียงแค่เศษเสี้ยวจากทั้งหมดของศิลาจิตวิญญาณที่ผลิตได้นี้ ก็เพียงพอจะสนับสนุนกองกำลังอสูรที่มีสมาชิกกว่า 3000 คนได้อย่างง่ายดาย


ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงได้บอกให้กู้เบ่ยรับจำนวนสมาชิกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมันไม่ได้ยากอะไรเลยในการจะสนับสนุนคนที่มากกว่านี้



แม้ว่าในเรื่องความแข็งแกร่งของกองกำลังกว่า สามพันคนนั้นไม่มากเท่าที่ควร แต่ด้วยจากศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากรวมกับเทคนิคบ่มเพาะพลังที่เนี่ยหลี่มี ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มเร็วกว่าศิษย์ทั่วไปของนิกาย





แต่ด้วยความจริงที่ว่ากองกำลังของกู้เบ่ย ได้เติบโตขนาดนี้ภายในเวลาเพียง 




หนึ่งเดือน เป็นสิ่งที่น่ากลัวทีเดียว



ศิษย์หลายคนมาชุมนุมกันที่ลานกว้างของสถาบันวิญญาณฟ้า




ในกลุ่มนั้นมี กู้เหิง มู่หลงหยี่ และ เหล่าผู้นำกองกำลังอีกหลายสิบคน รวมตัวกันอยู่



กู้เหิงกวาดสายตามองเหล่าผู้ที่มาชุมนุมจำนวนมากก่อนจะกล่าวขึ้น “โดยสภาวะในตอนนี้พวกเจ้าทุกคนคงจะพอคาดเดาได้แล้วว่าเหตุใดข้าถึงได้เรียกการชุมนุมขึ้นในวันนี้  กู้เบ่ยได้จัดตั้งกองกำลังขึ้นในขณะนี้กองกำลังนั้นมีกำลังมากกว่าสามพันคนแล้ว หากพวกเราไม่ทำการขัดขวางการเติบโตของกองกำลังนั้นแล้ว ในภายภาคหน้าเราอาจจะไม่มีอำนาจมากเพียงพอที่จะทำการใดๆได้อย่างอิสระอีกต่อไป”





“ท่านผู้นำกู้ ทางเราได้ทำการคำนวณค่าใช้จ่ายของกองกำลังฝ่ายนั้นแล้ว ในตอนนี้เจ้าเด็กนั่น ได้ทำการแจกจ่ายศิลาจิตวิญญาณเป็นร้อยเป็นพันก้อนในทุกทุกเดือน มันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะทำการขยับขยายใดๆเพิ่มเติม! ถ้าพวกนั้นจักทำการขยายกองกำลังเพิ่มอีกพวกเขาไม่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้นในแต่ละเดือนหรอกหรือ? ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆอีกไม่นานกองกำลังจักต้องล่มสลายเพราะขาดกำลังทรัพย์ถูกต้องหรือไม่?”




“นี่นับเป็นข่าวดีทีเดียวศิลาจิตวิญญาณจำนวนหลายร้อยหลายพันก้อนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ! เจ้าเด็กกู้เบ่ยนั่นจะรักษาสภาพเช่นนี้ไว้ได้อย่างไร?”




ผู้คนมายมายในกลุ่มนี้เข้าใจว่า หากกู้เบ่ยยังคงดำเนินการต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ สักวันจะต้องมีวันที่เขามาถึงจุดสิ้นสุดหมดกำลังสนับสนุน เมื่อเวลานั้นมาถึงกองกำลังอสูรก็จะล่มสลายไปอย่างแน่นอนโดยที่พวกเขาไม่ต้องเปลืองแรงใดๆทั้งสิ้น




กู้เหิงกวาดตามองอย่างเย็นชา และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกเจ้ากำลังคิดผิดอย่างใหญ่หลวง ข้าได้ยินมาว่า ไม่เพียงแต่กองกำลังอสูรยังรับสมัครคนเพิ่มเรื่อยๆ มิหนำซ้ำพวกนั้นยังทำให้สมาชิกทุกคนในกองกำลังมีระดับชาตาสวรรค์ขั้นที่ 2 อีกด้วย”




“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” ผู้นำกองกำลังหลายคนขมวดคิ้ว



“ข้าได้ตรวจสอบเรื่องราวที่ว่านี่แล้วปรากฏว่ามันเป็นความจริง!” มู่หลงหยี่พูดตอบไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าไม่รู้เลยว่าพวกมันไปหาศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากมายนี้มาจากไหน แต่สิ่งที่พวกนั้นใช้ไม่ได้ดูเหมือนว่าเสียดายแม้แต่น้อย เจ้าเด็กนั้นได้ใช้ศิลาจิตวิญญาณไปสี่แสนก้อนในงานประมูล! ข้าคาดว่ามันคงได้รับสมบัติโบราณล้ำค่า นั่นเป็นสาเหตุของการที่พวกนั้นจะกล้าใช้จ่ายอย่าง
สุรุ่ยสุร่ายเช่นนี้!



สมบัติโบราณล้ำค่า ?




เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หลงหยี่ สายตาของเหล่าผู้นำกองกำลังคนอื่นต่างเป็นประกายสว่างวาบ




อาจเป็นไปได้ที่กู้เบ่ยและกลุ่มของเขาได้รับสมบัติโบราณล้ำค่า ถ้าเป็นอย่างนั้นสมบัติชิ้นนั้นเขาคงไม่นำมันติดตัวไปยังโลกภายนอก วิธีการที่พวกเขาจะชิงมันมาแทบเป็นไปไม่ได้



มู่หลงหยี่กวาดสายตามองไปยังเหล่าผู้นำกองกำลังทั้งหลาย เมื่อเห็นการแสดงออกเช่นนั้น มุมปากของเขาพลันยกยิ้มขึ้น และกล่าวว่า “ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขามีศิลาจิตวิญญาณที่ไม่มีวันหมด? กับการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมของกองกำลังอสูร พวกเหล่าสมาชิกกองกำลังของพวกเจ้าก็ต้องหวั่นไหวเช่นเดียวกัน  พวกเขายังจะเต็มใจทำงานให้กับพวกเจ้างั้นหรือ? พวกเจ้าสามารถสนับสนุนพวกเขาได้เท่ากับกองกำลังอสูรเช่นนั้นหรือ?”




กู้เหิงจึงพูดขึ้น “ที่มู่หลงหยี่นั้นกล่าวนับว่ามิผิด กองกำลังอสูรทำลายสมดุล หากข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นความจริง รวมกับความสามารถของกู้เบ่ย พวกเขาจะชิงตำแหน่งผู้นำในสักวันหนึ่ง หากมันเกิดขึ้นจริงพวกเราถือเป็นอันจบสิ้น!” กู้เหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ดวงตาฉายแววสังหารออกมาอย่างดุร้าย 



“แต่ข้าคิดว่ากองกำลังอสูรได้รับการสนับสนุนจากบุคคลลึกลับที่หลบตัวอยู่ด้านหลัง ไม่เช่นนั้นแล้ว กองกำลังอสูรคงมาไม่ได้ไกลถึงเพียงนี้ แต่ข้าต้องการจะขอความร่วมมือของทุกคนที่มารวมตัวกันในวันนี้!




“ท่านผู้นำกู้ โปรดว่ามาเถิด!” เหล่าผู้นำกองกำลังอื่นประสานมือคาราวะ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทราบว่ากู้เหิงกล่าวถึงใครที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ที่รู้แน่นอนคือบุคคลผู้นี้ไม่สามารถตอแยได้ง่าย หลังจากนั้นกู้เหิงตอบรับพวกเขาอย่างภาคภูมิเช่นกัน



“ถ้าหากพวกเรารวมกองกำลังของพวกเราทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทางเราจะสามารถระดมกองกำลังได้มากถึง หนึ่งหมื่นห้าพันคนด้วยกัน แน่นอนว่าเราสามารถบดขยี้กองกำลังอสูรได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากว่าทางกองกำลังอสูรเริ่มจะเป็นภัยคุกคามต่อเรา เราต้องทำลายมันตั้งแต่ยังไม่ทันเติบโตได้เต็มที่!” กู้เหิงยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว


ผู้นำกองกำลังหลายคนมีความลังเลอยู่




“ผู้นำกู้เหิง ตอนนี้กู้เบ่ยเป็นผู้สืบทอดลำดับที่1 ของตระกูลกู้ พวกเราเข้าใจความคิดของท่าน  แต่อย่างไรก็ตามพวกเราไม่เหมือนท่าน ใครจะไม่กังวลบ้าง พวกเราไม่ต้องการจะเป็นศัตรูกับผู้สืบทอดตระกูลกู้!




ผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ต่างเป็นผู้นำกองกำลังที่ออกเผชิญโลกภายนอกกันมาแล้ว แน่นอนว่าพวกเขามิใช่คนโง่ พวกเขาเข้าใจดีว่ากู้เหิงต้องการจะยืมกำลังของพวกเขาเพื่อจะจัดการกับกู้เบ่ย เพื่อมิให้กู้เบ่ยได้เป็นผู้สืบทอดตระกูลกู้ อีกต่อไป 




อีกอย่างสถานการณ์ในตอนนี้แน่ชัดอยู่แล้วว่าทางตระกูลกู้มิได้ให้ความสำคัญกับกู้เหิงเช่นแต่ก่อน พวกเขาไม่อยากถูกลากเข้าไปในวังวนการต่อสู้นี้ร่องรอยความเย็นชาปรากฏในสายตากู้เหิง เขาเข้าใจว่าคนเหล่านี้จะไม่ทำการใดที่ไม่หวังผลตอบแทน 


 เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังต่อไปว่า “เรื่องนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อข้าแต่เพียงผู้เดียว หากกองกำลังอสูรยังคงเติบโตขึ้นต่อไปเรื่อยๆ อย่าหวังเลยว่าพวกเจ้าจะมีอนาคตที่ดีได้ ในปัจจุบันพวกเจ้าต่างเป็นส่วนหนึ่งของข้า ตราบใดที่พวกเจ้าช่วยข้ากำจัดกองกำลังอสูร ข้าจะคัดลอกเทคนิคการบ่มเพาะ เทคนิค [สัจจะเที่ยงแท้] 真言 ให้แก่พวกเจ้า!




คำพูดของกู้เหิงได้ทำให้จิตใจของเหล่าผู้นำสั่นระรัว




“ท่านผู้นำกู้เหิง ท่านพูดจริงหรือ?”



“ถูกต้อง” กู้เหิงพยักหน้า “ในเมื่อข้าได้กล่าวออกไปแล้วข้าจะไม่กลับคำพูดเด็ดขาด!




“ตกลง พวกข้าจะทำ!” เหล่าผู้นำกองกำลังต่างได้ตกลงกันเรียบร้อยเทคนิค [สัจจะเที่ยงแท้] เป็นเทคนิคการบ่มเพาะของตระกูลกู้ ตามข่าวลือที่ได้กล่าวไว้ มีแต่ผู้ที่มีฝีมือโดดเด่นภายในตระกูลเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้เรียนรู้มัน เมื่อเทคนิค [สัจจะเที่ยงแท้] ได้ถูกทำให้รั่วไหลโดยกู้เหิง เป็นที่แน่นอนว่าตระกูลกู้จะต้องตัดกู้เหิงออกจากตระกูลเป็นแน่ เหล่าผู้นำกองกำลังเหล่านี้ไม่คิดเลยว่ากู้เหิงจะนำมันมาเป็นเบี้ยต่อรอง!



ดวงตากู้เหิงเต็มไปด้วยความเย็นชา เพื่อจะทำให้คนเหล่านี้ เดินไปตามแผนที่เขาวางไว้ เขาต้องให้สิ่งแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม สำหรับ เทคนิค [สัจจะเที่ยงแท้] เป็นเรื่องเหลวไหล ! กู้เหิงจะมอบเทคนิคของจริงให้ได้อย่างไร ? เมื่อพวกเขาถามถึงก็แค่มอบของปลอมให้เสียก็สิ้นเรื่อง พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันจริงหรือปลอม




การจะให้กู้เหิงยอมจ่ายแม้แต่แดงเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ด้วยวิธีการนี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเสียแม้แต่ศิลาเพียงสักก้อน ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้บรรลุเป้าหมายใหญ่ของเขาอีกด้วย



“ผู้นำกู้เหิง ขอให้ท่านได้เขียนหนังสือสัญญาเพื่อให้พวกเรามีความมั่นใจในคำพูดของท่าน!”มีคนผู้หนึ่งได้เอ่ยแนะนำมา



“ข้าจะเขียนใบสัญญา แต่ข้าจะปิดผนึกถ้อยคำในสัญญาด้วยรูปแบบลายจารึกเพื่อปิดมันให้สนิท และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะมาปลดผนึกมันออกด้วยกัน!” กู้เหิงกล่าวหลังจากขบคิดเล็กน้อย แน่นอนว่าเขามีแผนนี้อยู่ในใจแต่แรก



“ตกลง!” เหล่าผู้นำคนอื่นๆต่างสบตากันแล้วพยักหน้า ตราบใดที่พวกเขามีสัญญาไว้ในมือพวกเขาสามารถใช้มันกับกู้เหิงได้ ไม่มีเหตุอันใดที่ต้องกังวลเกี่ยวกับมัน




ในความเป็นจริงพวกเขาเข้าใจดีว่ากองกำลังอสูรเป็นภัยต่อพวกเขา มิเช่นนั้นแล้วพวกเขาคงไม่มารวมตัวกันกับกู้เหิงในวันนี้ หลังจากที่มู่หลงหยี่ได้กล่าวมาทั้งหมด พวกเขาเพียงแต่แกล้งไม่แยแสต่อคำพูดนั้น เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียกร้องผลประโยชน์บางอย่างจากกู้เหิงได้




แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่กู้เหิงจะคิดไม่ซื่อกับพวกเขา หากกู้เหิงทำการเผาสะพานหลังจากข้ามแม่น้ำไปได้แล้ว แน่นอนว่ากลุ่มของพวกเขาจะต้องเกิดความโกลาหลขึ้นแน่นอน มีผู้คนจำนวนมากที่ได้มารวมตัวกันในที่แห่งนี้  ถ้าพวกเขารวมตัวแล้วใช้จำนวนที่มากกว่าเข้ากระทำการบางอย่าง ตำแหน่งผู้สืบทอดของกู้เหิงก็อาจจะสั่นคลอนได้เช่นกัน



กู้เหิงจะจัดการกับเรื่องนี้ เมื่อเวลานั้นมาถึง แต่สำหรับในตอนนี้เขาต้องจัดการกับกู้เบ่ยเสียก่อน เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องอื่นมากนัก




ในเวลาอันน้อยนิด กู้เหิงได้รวบรวมยอดฝีมือจากกลุ่มต่างๆ และวางแผนจัดการกับกองกำลังอสูร ด้วยจำนวนถึงหนึ่งหมื่นห้าพันคน เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับกองกำลังอสูรจากสถาบันวิญญาณฟ้า




กลุ่มยอดฝีมือได้ออกจากสถาบันวิญญาณฟ้า มุ่งตรงไปยังโลกภายนอก
บริเวณทะเลสาบแห่งเทพ 




ทะเลสาบแห่งนี้ก็เกือบจะเหือดแห้งแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ก็ยังหาโอกาสที่จะนำรากเทวะออกมาไม่ได้เสียที ดังนั้นที่แห่งนี้จึงได้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของกองกำลังอสูรแทน มีหลายพันคนที่ถูกส่งตัวมาประจำการอยู่ที่แห่งนี้ ส่วนที่เหลือก็ไปล่าสัตว์อสูรแทน




กู้เบ่ยและลู่เปียว ได้ทำการฝึกอบรมเหล่าผู้มาใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมกองกำลัง โดยได้กล่าวถึงสิ่งที่ทำได้หรือไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกฎระเบียบและมาตรฐานเดียวกัน อย่างเข้มงวดและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ปกครองด้วยความแข็งแกร่งและคุณธรรม  หลี่ชิงอวิ๋นได้สอนพวกเขามากมาย




ทันใดนั้นเหิงเอี๋ยน ได้ทะยานตัวเข้ามาพร้อมกับบาดแผลทั่วร่างกาย ดูเหมือนกับว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ร้ายแรงมา




“ท่านผู้นำเบ่ย! พวกเราถูกซุ่มโจมตีมีหลายร้อยคนได้ตกตายไป!” เหิงเอี๋ยน พูดออกมาอย่างเจ็บปวด ใบหน้าของเขาแสดงออกได้เป็นอย่างดี เลือดยังคงไม่หยุดไหลจากปากแผล




“นี่เป็นยาจิตวิญญาณสำหรับรักษาบาดแผล ใช้มันเร็วเข้า!” กู้เบ่ยโยนยาให้เขาก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “พูดทุกอย่างให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น!



เหิงเอี๋ยนได้รับยาจากกู้เบ่ยและใช้มันทันที ลมหายใจของเขาปรับตัวได้ดีขึ้น พร้อมกล่าวรายงาน “เราถูกซุ่มโจมตีจากยอดฝีมือคนอื่นๆ สำหรับระดับเดียวกันนั้นไม่มีปัญหา แต่ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์เราไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ มีเพียงหนทางเดียวคือหลบหนี”




กลุ่มยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ ?



กู้เบ่ยขมวดคิ้วของเขาเป็นช่วงเวลาสั้นๆ บุคคลเดียวที่ไม่ลงรอยกับเขา มีเพียงกู้เหิงและมู่หลงหยี่ และผู้ที่สามารถชักนำให้ผู้อื่นโจมตีกองกำลังอสูรได้ชัดเจนเลยต้องเป็น กู้เหิง!




ในที่สุดกู้เหิงก็ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไปและเริ่มลงมือ!



เพียงเมื่อกู้เบ่ยจะทำการอพยพหนี ก็ปรากฏเงาดำมากมายอยู่เต็มท้องฟ้า แรงกดดันรุนแรงมากมายถูกส่งมาจากพวกเขา





ผู้คนนับหมื่นได้รายล้อมกองกำลังอสูรอยู่ และผู้นำนั้นเป็นกู้เหิง




“ไม่ได้เจอกันนานนะ ญาติผู้น้องกู้เบ่ย” กูเหิงทะยานตัวเข้ามาหากู้เบ่ยและหยุดอยู่ห่างจากกู้เบ่ยราวร้อยเมตร เขาจ้องมองไปที่กู้เบ่ย




กู้เบ่ยกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้าดีใจจริงๆที่เราได้พบกัน หลังจากเวลานานญาติผู้พี่กู้เหิง ท่านได้นำคนมาจำนวนมากมาเพื่อเยี่ยมเยียนข้า แต่นี่คงไม่ได้เป็นการอวยพรที่สะดวกสบายใช่มั้ย?”




“ข้ามาเพื่อที่จะหารือเล็กน้อยกับญาติผู้น้องกู้เบ่ย” ตาของกู้เหิงเต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งผยอง




“มีเรื่องอันใดหรือ? ข้าต้องการทราบรายละเอียด!” กู้เบ่ยได้กวาดสายตามองไปยังบริเวณโดยรอบ จำนวนคนที่กู้เหิงนำมานั้นมีมากเกินไป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะฝ่าออกไปได้ ไม่สิ ในวันนี้กองกำลังอสูรไม่สามารถจะหลบหนีไปได้




      ดวงตากู้เหิงหรี่ลงเล็กน้อยจ้องมองไปยังกู้เป่ย ถ้าญาติผู้น้องกู้จะถอนตัวออกจากตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูล ข้าจะปล่อยวางเรื่องราวความแค้นระหว่างเราให้มันกลายเป็นอดีตไป ข้าจะให้ญาติผู้น้องกู้ได้เข้าร่วมควบคุมอำนาจในตระกูลกู้ร่วมกับข้า เจ้าจะว่าอย่างไร?”

  แปลโดย สินธ์นวล







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง