test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 334 螳螂捕蝉 ตั๊กแตนตำข้าวจับจั๊กจั่น




หลี่ชิงอวิ๋น รวบรวมคนมาได้กว่าห้าร้อยคน สิบหกคนนั้นอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ และอีกสามสิบหกคนอยู่ในระดับดาราสวรรค์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือเนี่ยลี่ในการครอบครองทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง อาจกล่าวได้เลยว่าหลี่ชิงอวิ๋นนั้นช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว



เนี่ยลี่พูดว่า “ท่านพี่หลี่ โปรดแจ้งกับเหล่าพี่น้องของท่านด้วยว่า ถ้าหากภารกิจในวันนี้สำเร็จ ทุกคนที่มากับเราจะได้รับศิลาจิตวิญญาณคนละสองร้อยก้อน  และหากมีผู้ใดเสียชีวิต  ผู้ที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์จะได้รับศิลาจิตวิญญาณเพิ่มอีกร้อยก้อน ระดับดาราสวรรค์จักได้รับสองร้อยก้อน และระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์จักได้รับห้าร้อยก้อน ข้าจะเป็นคนจ่ายให้แก่พวกเขาเอง!



หลี่ชิงอวิ๋นหันมามองเนี่ยลี่ด้วยความแปลกใจ ในขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับมัน ในตอนนี้เนี่ยลี่ ก็ราวกับว่าเป็นถุงเงิน แน่นอนว่าเขาเป็นคนที่ใจกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก “สำหรับเรื่องนี้ ข้าขอขอบคุณเจ้าแทนเหล่าพี่น้องของข้า!



 “นั่นเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว” เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อย


หลี่ชิงอวิ๋น ได้นำพาเหล่าพี่น้องจำนวนมากเพื่อที่เสี่ยงชีวิตจะพาเขาออกไปยังโลกภายนอก  แม้ว่าเหล่ายอดฝีมือพวกนี้จะเต็มใจทำเพื่อหลี่ชิงอวิ๋น แต่พวกเขาก็จักต้องมีบางอย่างที่คับข้องอยู่ในใจ ถ้าหากว่าพวกเขานั้นไม่ได้รับสิ่งตอบแทนใด ๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เอ่ยพูดออกมา เนี่ยลี่นั้นต้องการที่จะช่วยหลี่ชิงอวิ๋นขจัดปัญหานั้นออกไป



หลี่ชิงอวิ๋นคิดว่าการที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเนี่ยลี่นั้น ก็ทำให้เขาได้รับความสะดวกสบายไม่น้อย


เมื่อทุกคนได้ยินคำประกาศของเนี่ยลี่ ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อพวกเขาทำได้สำเร็จ จะได้รับรางวัลตอบแทนด้วย เขาช่างใจกว้างยิ่งนัก
กลุ่มของพวกเขาค่อย ๆเคลื่อนเข้าไปยังส่วนลึกของโลกภายนอก



ในขณะที่กลุ่มของเนี่ยลี่กำลังเคลื่อนที่อยู่นั้น ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่คอยติดตามเขาอยู่จากระยะไกล



ผู้นำของคนพวกนั้นคือกู้เหิง มีจำนวนคนอยู่ถึงเจ็ดร้อยคน มียอดฝีมือเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ และ ระดับดาราสวรรค์
ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ถูกกู้เหิงส่งไปสังเกตุการณ์และกลับมารายงาน


กู้เหิงมองไปยังยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ และถามว่า “จากที่เจ้าไปสังเกตุการณ์ พวกนั้นตั้งใจที่จะทำสิ่งใด?



“ขอรายงาน ท่านหัวหน้ากู้เหิง ข้าใช้เคล็ดวิชา[รวมเสียง] เพื่อลอบฟังการสนทนาของพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะค้นพบทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง ที่ส่วนลึกของโลกภายนอก  และพวกเขาเตรียมการที่จะยึดครองมันครับ” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์รีบรายงาน
ทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางงั้นเหรอ?


ตาของกู้เหิงเบิกโพลงหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์รายงาน มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มออกมา และพูดออกไปว่า “ข้าไม่คิดเลยว่า พวกเขาจะค้นพบทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง แต่ที่นั่นจักต้องมีสัตว์อสูรสายเลือดมังกรจำนวนมากปกป้องมันอยู่ หลี่ชิงอวิ๋นก็เปรียบได้กับตั๊กแตนตำข้าวที่แอบตามจั๊กจั่น 



โดยที่ไม่รู้ว่านกกระจอกอยู่ด้านหลัง เราจะรอจนกว่าพวกเขาจะสามารถยึดครองทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางได้ หลังจากนั้นพวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหว และแย่งชิงเอามันมา ข้าจะทำให้พวกเขาต้องเจ็บใจเพราะความพยายามที่ผ่านมานั้นต้องสูญเปล่า”



หลังจากที่ได้ฟังแล้ว คนของกู้เหิงต่างก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย



ทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง มูลค่าของมันนั้นมิใช่ธรรมดาเลยทีเดียว



“ท่านหัวหน้ากู้เหิง กองกำลังของหลี่ชิวอวิ๋นนั้นก็มิได้เล็กอย่างที่รู้กัน ถ้าพูดตามความจริงแล้ว ก็เรียกได้ว่าทัดเทียมกับเราเลยทีเดียว ถ้าหากว่าพวกเราแย่งชิงทะเลสาบแห่งเทพมาจากเขา  จะมิใช่การเชิญชวนให้พวกเขามาล้างแค้นหรอกเหรอ?  ลูกน้องของเขาคนหนึ่งพูดด้วยความเป็นกังวล”


“โง่เง่า ถ้าหากทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางตกเป็นของพวกเรา แน่นอนว่าที่นั่นจะต้องมีศิลาจิตวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างน้อยๆก็หนึ่งหมื่น หรือหนึ่งแสน หรืออาจจะมีศิลาจิตวิญญาณเป็นล้านก้อน และอาจจะมีศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณด้วยเช่นกัน เราสามารถที่จะรับสมัครยอดฝีมือระดับสูงให้มาจับตาดูทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางนี้เลยก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว หลี่ชิงอวิ๋นจะทำอะไรพวกเราได้?” 



กู้เหิงขมวดคิ้วเข้าหากัน แม้ว่ากองกำลังของหลี่ชิงอวิ๋นนั้นจะไม่ใช่ขนาดเล็กๆ แต่กู้เหิงเอง นั้นก็เคยเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลกู้มานานหลายปี  กองกำลังของเขานั้นจะด้อยกว่าได้อย่างไร? ทำไมเขาจะต้องกลัวหลี่ชิงอวิ๋นด้วย?



ใครบอกให้เขาไปคอยตามปกป้องเนี่ยลี่ไปทุกแห่งหล่ะ?


เนี่ยลี่กับกู้เบ่ย ทั้งสองคนนั้นมันจะต้องตาย!


กู้เหิงนำคนของเขาติดตามเนี่ยลี่และหลี่ชิงอวิ๋นไป


เนี่ยลี่และกลุ่มของหลี่ชิงอวิ๋น  ทะยานออกไปได้ครู่หนึ่ง คนที่ลูกน้องของหลี่ชิงอวิ๋นคนหนึ่ง รีบทะยานมาข้างหน้าพร้อมกับรายงาน



“ท่านหัวหน้าชิงอวิ๋น พวกเรานั้นกำลังถูกลอบติดตาม!” ลูกน้องของเขากระซิบบอกเบาๆ



“ลอบติดตาม? พวกมันเป็นใครกัน?” หลี่ชิงอวิ๋นพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว


“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ดูเหมือนจะมีราวๆหกถึงเจ็ดร้อยคน หลังจากที่สัมผัสได้ถึงพวกนั้น ข้าก็รีบขึ้นมารายงานทันที และเกรงว่าศัตรูจะไหวตัวทัน  ”


“ทำได้ดีมาก” หลี่ชิงอวิ๋น พยักหน้า ขณะที่เขาหันไปสบตากับเนี่ยลี่



แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร แต่สิ่งที่พวกนั้นต้องการนั้นง่ายต่อการคาดเดา ดูเหมือนว่า ข่าวเกี่ยวกับทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางนั้นรั่วไหลออกไป ใครบางคนจึงจะจะเด็ดลูกท้อในตอนที่พวกเขาหันหลังอยู่ (สำนวนจีนหมายถึงการแอบขโมยตอนที่เจ้าของเผลอ)


“พวกเราควรจะทำเช่นใดต่อไป? เมื่อเราอยู่ที่นี่แล้ว เราคงไม่อาจที่จะปกปิดทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางได้อีกต่อไป” หลี่ชิงอวิ๋นพูด ในตอนนี้ มันสายเกินไปที่จะหันหลังกลับแล้ว



ถ้าหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกศัตรูจักต้องหาทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางเจอเป็นแน่


หลังจากขบคิดอยู่ชั่วครู่ เนี่ยลี่ก็พูดขึ้นมาว่า “ไม่มีเหตุผลที่ต้องลนลาน ในเมื่อเป้าหมายของพวกเรามิใช่การครอบครองทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง แต่เป็นการนำรากเทวะออกมาเท่านั้น อีกฝ่ายไม่มีทางที่จะรู้เป้าหมายของเราได้ พวกนั้นคงจะคิดว่าพวกเรากำลังดิ้นรนที่จะต่อสู้กับเหล่าผู้ปกปักทะเลสาบแห่งเทพอยู่เป็นแน่ ถ้าหากพวกเราคอยป้องกัน พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะแย่งชัยชนะนี้ไปจากเราได้  ”


จริงๆแล้ว เป้าหมายในชัยชนะของเราไม่ใช่การครอบครองทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลาง แต่เป็นการนำรากเทวะออกมา นั่นคือสิ่งที่กลุ่มคนพวกนั้นจะต้องไม่คาดคิดเป็นแน่!



หลี่ชิงอวิ๋นครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลงพร้อมกับมีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว  ถ้าหากว่าคนพวกนั้นต้องการที่จะลอบตามพวกเรา ก็ปล่อยให้พวกมันทำตามต้องการ ตัวเขานั้น หลี่ชิงอวิ๋น ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดอยู่แล้ว



กลุ่มของพวกเขานั้นล่วงหน้าไปยังโลกภายนอก ระหว่างทาง พวกเขาระมัดระวังและคอยหลบจากพวกสัตว์อสูรสายเลือดมังกร และในบางครั้งก็ทะยานไปทางฟากฟ้า


ทะเลสาบแห่งเทพอันยิ่งใหญ่ปรากฏอยู่ไกล ๆ ทางด้านหน้าของพวกเขา ขนาดของทะเลสาบแห่งเทพนี้ใหญ่กว่าทะเลสาบแห่งเทพหลิงยี่ [หยกกังวาล]ถึงสามเท่า  นี่เป็นภูเขาที่ล่องลอยอยู่ มีป่าทึบแน่นหนา และมี อสรพิษปีกอัคคี อยู่เป็นจำนวนมาก สัตว์อสูรบางตัวนั้นมีความยาวเกินกว่าสิบเมตร ในขณะที่ตัวอื่นๆนั้นมีความยาวไม่กี่เมตรเท่านั้น



ที่ยอดภูเขาแห่งนี้ ยังมี อสรพิษปีกอัคคี [雷火翼蛇]ขนาดใหญ่กว่าสิบเมตร เกล็ดของมันเป็นเงาสีแดงชาด



 “พวกอสรพิษปีกอัคคี พวกมันฉุนเฉียวและหวงเขตแดนยิ่งนัก หากมีสิ่งมีชีวิตอื่นใด ที่ไม่ใช่พวกของมันเข้าใกล้หล่ะก็ พวกมันจะเข้าจู่โจมในทันที ” หลี่ชิงอวิ๋นพูดต่ออีกว่า “หนึ่งในอสรพิษปีกอัคคี นั้นอยู่ในระดับ วิถีแห่งมังกร [ระดับนี้เป็นรองเพียงแค่ระดับเทพสงคราม] ซึ่งมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และคอยสั่งการ พวกที่อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์อีกสามสิบตัว ”


เนี่ยลี่มองไปข้างหน้า และพูดว่า “เราจะทำตามแผนเดิม คนคนที่อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ไปล่อพวกมันจากทางทิศตะวันตก ให้พวกเขาทำการล่อไปเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้าปะทะ หลังจากนั้น ให้คนกลุ่มเล็กๆพาข้าเข้าไปข้างใน”


“ได้ นั่นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” หลี่ชิงอวิ๋นพูดพร้อมกับพยักหน้า


ในขณะที่หลี่ชิงอวิ๋นและกลุ่มคนของเขา เข้าปิดล้อมทะเลสาบแห่งเทพ คนของกู้เหิงค่อย ๆ ซ่อนตัวอย่างช้า ๆ แต่ถึงอย่างไร  พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่จับตามองอยู่ไกลๆ และระวังเพื่อไม่ให้เปิดเผยตัวออกไป พวกเขายังไม่มีแผนที่จะขยับไปใกล้กว่านี้



ในใจของกู้เหิงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่จ้องมองทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง  ที่ผ่านมา ทะเลสาบแห่งเทพที่พวกเขาครอบครองอยู่ล้วนเป็นทะเลสาบแห่งเทพระดับต่ำทั้งนั้น การครอบครองทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางนั้นเป็นเรื่องที่ยากนัก ใครจะรู้ว่าทะเลสาบแห่งเทพนี้มีอายุมายาวนานสักเท่าใดแล้ว และจะมีผู้ใดอีกที่รู้ว่านานกี่ปีแล้วที่มิได้มีการเก็บเกี่ยว?


หลังจากที่หลี่ชิวอวิ๋นและกลุ่มคนของเขาเตรียมการวางตำแหน่งแล้ว พวกเขาก็เริ่มที่จะดำเนินการ


กู้เหิงและคนของเขายังคงเฝ้ารออยู่เป็นเวลานานพอสมควร แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังไม่มีการเคลื่อยไหวใด จากจุดที่แอบซ่อนอยู่


“พวกเขาทำอะไรกันอยู่?


“ข้าเองก็คิดไม่ออกเช่นกัน มันดูไม่เหมือนว่าพวกเขากำลังพยายามที่จะยึดครองทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางนี้เลย”


กู้เหิงไม่เข้าใจถึงการเคลื่อนไหวของหลี่ชิงอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย พวกเขามิได้ตั้งใจที่จะเข้าจู่โจมจากทางด้านหน้า  ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา อาจจะเป็นไปได้ว่าพวกเขานั้นไม่คิดจะครอบครองทะเลสาบแห่งเทพนี้ แต่พวกเขาต้องการที่จะขโมยศิลาจิตวิญญาณที่ถูกสะสมเอาไว้
กู้เหิงขมวดคิ้ว ถ้าหากว่าทำเช่นนั้น มันก็จะไม่มีอะไรที่ตกมาถึงมือเขาสิ!



เมื่อหลี่ชิงอวิ๋นและกลุ่มของเขานำศิลาจิตวิญญาณออกไปจนหมดแล้ว พวกเขาก็จะเอาไปเก็บไว้ในแหวนห้วงมิติของพวกเขา แม้ว่าจำนวนคนของกู้เหิงนั้นจะมีจำนวนมากกว่า แต่การที่จะหยุดหลี่ชิงอวิ๋นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ


“ไม่ พวกเราจะตามไปใกล้ๆและสั่งให้พวกนั้นถอนกำลัง” กู้เหิง พูดอย่างเคร่งขรึมใหลังจากที่คิดอะไรบางอย่าง



ภายใต้การนำของกู้เหิง กลุ่มของเขาค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้าใกล้ทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง



หลี่ชิงอวิ๋นและเนี่ยลี่ ยืนอยู่ใกล้ๆกับทะเลสาบ และสบตากันจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย


 “มาเริ่มกันเถอะ!” เนี่ยลี่พูด


ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบแห่งเทพ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ทั้งหกคนของหลี่ชิงอวิ๋น พุ่งเข้าหาทะเลสาบแห่งเทพ และเริ่มทำการจู่โจม


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ทั้งหกคนสังหารอสรพิษปีกอัคคีระดับต่ำไปหลายตัว ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา ก่อให้เกิดความวุ่นวายในหมู่สัตว์อสูร และพวกสัตว์อสูรก็เริ่มที่จะจู่โจมพวกเขา



อสรพิษปีกอัคคีกลุ่มหนึ่ง เริ่มทำการจู่โจมพวกเขา หลังจากนั้นไม่นาน เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์อีกหกคน ก็พุ่งไปยังทะเลสาบแห่งเทพ และดึงดูดความสนใจของอสรพิษปีกอัคคีอีกกลุ่มไปด้วยเช่นกัน



ชี่ ! ชี่ !


จักรพรรดิอสรพิษปีกอัคคีที่อยู่บนยอดเขากวาดสายตามองดูไปรอบๆ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์เพียงไม่กี่คน ไม่อาจทำให้มันรู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม แต่ทว่า มันก็ยังคงระแวดระวังอยู่



สัตว์อสูรและมนุษย์ ล้วนไม่ต่างกันคือต้องการที่จะแย่งทะเลสาบแห่งเทพไปจากมัน ใครจะรู้ว่าอาจจะมียอดฝีมือบางคนอาจจะหลบหลบซ่อนอยู่ใกล้ๆนี่ก็เป็นได้



ถ้าหากว่ามนุษย์คิดจะใช้ความเจ้าเล่ห์ในการจัดการ มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก อย่าได้คิดดูแคลนสติปัญญาของพวกมัน



ทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบแห่งเทพ เนี่ยลี่แหละหลี่ชิงอวิ๋นสบตากัน ถ้าหากว่าอสรพิษปีกอัคคีที่อยู่ในระดับ วิถีแห่งมังกรไม่ขยับออกไป มันก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเข้าไปยังใจกลางของทะเลสาบแห่งเทพ!



แต่ถึงอย่างไร พวกเขาจักต้องอดทนเพื่อที่จะรอคอยโอกาส นี่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นของแผนที่วางไว้เท่านั้น!


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง