test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 333 เทคนิคทำนายชะตาฟ้า




หลงยู่อิน เม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนที่จะถามว่า "เช่นนั้น ท่านอาจารย์ข้าขอดูตัวอักษร 'กระบี่' ของท่านได้หรือไม่?"


"เจตจำนงแห่งกระบี่นั้นไม่เหมาะเจ้า ข้าจะเขียนอักษรอื่นให้เจ้าเพื่อที่เจ้าจะได้ค่อย ๆ ทำความเข้าใจมัน เนียหลี่ยิ้ม เขาตระหนักดีว่าหลงยู่อิน นั้นยังอยากรู้เกียวกับมัน



   "แต่ข้าต้องการที่จะลอง!" หลงยู่อิน กล่าว นางยังคงรู้สึกว่าค่อนข้างรบกวนจิตใจของนางยิ่งนัก ทำไม กู้เบ่ย สามารถเข้าใจ แต่นางกลับไม่เข้าใจมัน



   "เอาหล่ะ แต่มันยังมีอนับพันหนทางมากมายในวิถีแห่งการต่อสู้ การที่เจ้ามัวแต่เปรียบเทียบข้อบกพร่องของเจ้ากับผู้อื่นเป็นสิ่งที่หาควรไม่”  เนี้ยหลี่ สอนด้วยความจริงใจ "หากเจ้ามัวแต่หลงไปกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มันจะทำให้เจ้าไม่อาจที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้"


หลงยู่อิน ถึงกับหัวใจสั่นไหวกับคำพูดเนี่ยหลี่ นางพยักหน้า “ค่ะ”


ได้เห็นความจริงจังของหลงยู่อิน เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยและอดคิดไม่ได้ว่าหลงยู่อินในตอนนี้เป็นเพียนเด็กสาวไร้เดียงสาเท่านั้น  สิ่งใดที่นางให้กลายเป็นผู้หญิงสารเลวในชีวิตที่แล้วของเขากัน



แต่ทว่าก็ไม่มีหนทางที่เนี่ยลี่ จะตรวจสอบสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตที่แล้วได้
หลังจากที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง คงจะเป็นการดีถ้าหากว่าขานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงหลงยู่อินได้



จากนั้นเขาจะช่วยให้หลงยู่อินเข้าชิงชัยในตำแหน่งผู้นำตระกูลผนึกมังกรมาให้ได้


เนี่ยหลี่มองไปยังท้องฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวว่า “ในจักรภพนี้ยังมีเรื่องอีกมากที่เจ้าไม่รู้


“ท่านอาจารย์ ท่านพูดถึงสิ่งใดกัน”  หลงยู่อินกล่าวด้วยความสงสัย



“เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ  แม้อายุข้าจะเท่ากับเจ้าแต่ความสามารถในเจตจำนงค์ต่างๆของข้ากลับเหนือกว่าเจ้า นั่นเพราะข้ารู้อะไรที่ผู้อื่นไม่รู้ เทพแห่งสงครามไม่ใช่จุดสูงสุดของวิถีแห่งการต่อสู้  



มีผู้หนึ่งถูกขนานนามว่าจักรพรรดิปราชญ์  เขาได้ปิดผนึกห้วงมิติเวลาที่ไร้สิ้นสุด และควบคุมโลกทั้งสามในอาณาจักรซากมังกร  หากผู้ใดท้าทายอำนาจของเขา เขาจะทำให้แน่ใจว่าจะส่งพวกคนเล่านั้นไปสู่ความตาย  ในหลายแสนปีมานี้มีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ท้าทายโชคชะตาและสู้กับห้วงมิติเวลาเพียงเพื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิปราชญ์"


คำพูดของเนี่ยหลี่ทำให้หลงยู่อินตกตะลึง สิ่งที่เนี่ยหลี่พูดนั้นเกินกว่าจินตนาการของนางเสียอีก


เนี่ยหลี่เริ่มพูดต่อ "มีอีกหลายสิ่งที่เจ้ายังไม่รู้ ผู้ที่เรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าเท่านั้นจึงจะสามารถเชื่อมต่อกับมันได้ ปรมาจารย์เฉียนคง [玄空:ไร้ลักษณ์] ปรมาจารย์เทียนเหยี่ยน [天衍:เทียมฟ้า]และอาจารย์ของเจ้าปรมาจารย์ ยู่อวี่่ [巫羽:ขนนกมนตรา]  ต่างก็ฝึกเทคนิคทำนายชะตาฟ้าทั้งสิ้น เทคนิคนี้จะช่วยพัฒนาร่างกายของพวกเขา ก่อนที่จะบรรลุจุดสุดยอด พวกเขาจะต้องตาย มิฉะนั้นจะเป็นเหตุให้นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เกิดความพินาศได้ เพราะว่าเมื่อเทคนิคนั้นบรรลุขั้นจุดสุดยอด จักรพรรดิปราชญ์ จะรับรู้ถึงการมีอยู่พวกเขา ผู้ที่ฝึกฝนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าล้วนแต่เป็นศัตรูของจักรพรรดิปราชญ์ทั้งสิ้น!"



"ในหลายแสนปีมานี้ มีอัจฉริยะจำนวนมากได้ตกตายลงด้วยน้ำมือจักรพรรดิปราชญ์จนไม่สามารถนับได้ เขาต้องการรักษาอำนาจที่แน่นอนของเขาไว้



"มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่มีคนต่อต้านเขา เหล่าอัจฉริยะที่เรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าพยายามทำลายผนึกห้วงมิติเวลาเพื่อที่จะเชิญหน้ากับจักรพรรดิปราชญ์อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดทำมันได้สำเร็จ



หลงยู่อินเข้าใจอย่างคลุมเครือกับคำพูดของ เนี่ยหลี่




ก่อนที่ปรมาจารย์ ยู่อวี่่ [巫羽:ขนนกมนตรา] จะตายนางกล่าวว่า "สวรรค์นั้นโหดร้ายและมนุษย์มีชะตาที่จะต้องถูกทำลาย ดวงวิญญาณนับล้านจักต้องไม่ตายอย่าง  ไร้ค่า หลงยู่อินเวลานั้นมีจุดสิ้นสุดและชีวิตของแต่ละคนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวลาไร้สิ้นสุด อย่าได้สนใจกับการจากไปของข้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เจ้าจะต้องไม่ฝึกฝนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าเด็ดขาด เทคนิคทำนายชะตาฟ้าต้องการผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น"



เทคนิคทำนายชะตาฟ้าเป็นเทคนิคการบ่มเพาะที่ทรงพลัง มันกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของ หลงยู่อินยิ่งนัก นางต้องการที่จะเรียนรู้มัน แต่มันก็ถูกชิงไปโดย อิงเย่วลู่ และนางก็ไม่สามารถเรียนรู้มันได้อีก



ถ้านี่คือความจริง!




หัวใจของหลงยู่อินสั่นไหว น้ำตาเอ่อล้นจากดวงตาของนาง



นั่นไม่ได้หมายความว่าศิษย์พี่ของนางที่ได้เรียนเทคนิคทำนายชะตาฟ้าจะตายเมื่อไรก็ได้หรือ ?! ความเข้าใจผิดของหลงยู่อิน ต่อ อิงเย่วลู่ กระจ่างชัดพร้อมกับข้อสงสัยของนาง ตอนนี้นางอดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับศิษย์พี่ของนาง
เนี่ยหลี่ จ้องหลงยู่อิน ในขณะที่เขาพูดด้วยเสียงต่ำ "หลงยู่อิน ข้าวางแผนที่จะเผชิญหน้ากับ จักรพรรดิปราชญ์ เจ้าจะช่วยข้าไหม "



จากคำพูด เนี่ยหลี่ หลงยู่อิน มองลึกลงไปในดวงตาของเขา ความจริงแล้ว   เนี่ยหลี่ช่างกล้าหาญยิ่งนัก  ที่อาจหาญเผชิญหน้าจักรพรรดิปราชญ์ที่ไม่มีใครเคยประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี่ไม่ได้ลังเลเลยที่จะทำมัน


"ไม่ว่าเรื่องใด ขอเพียงท่านบอกข้า ข้าก็จะทำมัน!"หลงยู่อินกล่าวด้วยความจริงจัง



เนี้ยหลี่มองไปที่หลงยู่อิน  ในขณะที่เขากล่าวว่า "หลงยู่อิน การที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ์แห่งนักปราชญ์เพียงผู้เดียวนั้นไม่เพียงพอ ข้าต้องการให้เจ้าควบคุมตระกูลผนึกมังกรและขึ้นเป็นผู้นำตระกูล”



หลงยู่อินสงสัยกับคำพูดเนี่ยหลี่ "ท่านต้องการให้ข้าเป็นผู้นำตระกูลผนึกมังกรเช่นนั้นหรือ ? ข้าจะทำได้อย่างไร? อีกทั้งหลงเทียนหมิงนั้นแข็งแกร่งกว่าข้ามากนัก"



เนี่ยหลี่มองไปที่หลงยู่อินขณะที่เขาพูดด้วยท่าทีจริงจัง"หากเจ้ามีความตั้งใจจริงเจ้าสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน ความสามารถของเจ้าหาได้ด้อยไปกว่าหลงเทียนหมิงไม่ 



         เพียงแค่เขาได้บ่มเพาะพลังก่อนเจ้า อีกทั้งเจ้าเองก็มีจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าเช่นเดียวกับเขา ตอนนี้เจ้ามีข้าช่วยชี้แนะในการบ่มเพาะพลัง เจ้าจะเหนือกว่าหลงเทียนหมิงได้อย่างแน่นอน  



     แต่ก่อนหน้านั้น  ข้าต้องการให้เจ้าก่อตั้งกองกำลังในโลกภายนอกภายใต้ชื่อของเจ้าเสียก่อนข้าจะช่วยเหลือเจ้าในเรื่องนั้นเอง"


จากคำพูดของ เนี่ยหลี่  สีหน้าที่งงงวยของนางก็กระจ่างชัดขึ้น   นางพยักหน้า 



"ค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่าน "




    "เจ้ามีสายเลือดมังกร ไหลเวียนภายในร่างกายของเจ้า ยังคงมีขีดจำกัดที่สำคัญที่ยังไม่ได้คลายผนึกเส้นลมปราณ เมื่อขีดจำกัดของเจ้าถูกเปิดแล้วระดับพลังของเจ้าจะพุ่งไปถึงระดับที่น่ากลัวเลยทีเดียว ด้วยพลังระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่หลงเทียนหมิงจินตนาการได้  เมื่อข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า ข้าจะช่วยคลายผนึกเส้นลมปราณของเจ้าให้เอง  แต่พวกเราต้องหาสถานที่ลับ เพื่อทำเรื่องเหล่านี้สักวันหนึ่ง(ฟังแปลกๆแฮะ) "เนี่ยหลี่พูด



คลายผนึกเส้นลมปราณในร่างกายข้า?




    ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้เข้าใจคำพูดของเนี่ยหลี่มากนัก หลงยู่อินก็รู้สึกได้ว่าเนี่ยหลี่นั้นไม่ได้โกหกนาง  เมื่อเส้นลมปราณของนางถูกเปิดแล้ว ระดับพลังของนางจะพุ่งทะยานไปถึงระดับใหนกัน?



หลงยู่อิน อดไม่ได้ที่จะเพิ่มความคาดหวังของนาง




    หากหลงยู่อินสามารถช่วยเขาควบคุมตระกูลผนึกมังกรได้นั้น มันจะทำให้เนี่ยหลี่ก้าวเข้าไปใกล้กับตำแหน่งผู้นำนิกายเข้าไปอีกขั้น



      เพื่อที่จะสู้เพื่อตำแหน่งผู้นำนิกาย  มันยังมีเงื่อนไขอีกมากที่ต้องบรรลุ  แม้แต่คนอย่างหลงเทียนหมิงเองก็ยังบรรลุเหล่านั้นได้ไม่หมด  ดังนั้นเนี่ยหลี่จะค่อยๆทำมันอย่างช้าๆ


ชั่วระยะเวลาสั้นต่อมา หลี่ซิงอวิ๋นก็กลับมา เมื่อเขาเห็นหลงยู่อินอยู่กับเนี่ยหลี่เขาตกตะลึงก่อนที่จะหัวเราะและยกนิ้วโป้งให้กับเนี่ยหลี่



        เนี่ยหลี่ช่างสุดยอดเสียจริง เซี่ยวหนิงเอ๋อเพิ่งจากไปและตอนนี้ก็มีสาวงามอีกคนมาอยู่ข้างกายเขาแถมยังเป็นหลงยู่อิน ที่ทุกคนต่างรู้ในความอารมณ์ร้อนของนาง  เขาทำให้หลงยู่อินเชื่อฟังเขาตั้งแต่เมื่อไรกัน  หลี่ซิงอวิ๋นอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาหรือไม่



เมื่อหญิงที่ดุร้ายได้พบกับคนที่สามารถปราบนางได้อย่างสมบูรณ์นางจะสูญเสียความดุร้ายของนางไป



เนี่ยหลี่รุ้ว่าหลี่ซิงอวิ๋นเข้าใจผิด เขายิ้มอย่างขมขื่น "มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิด นางแค่ขอเป็นศิษย์ข้าเท่านั้น "



หลี่ ซิงอวิ๋น ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาพยักหน้าและยิ้ม "โอ้ ข้าคิดว่านางเป็นผู้หญิงของเจ้าเสียอีก"



ใบหน้าหลงยู่อิน เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอายหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลี่ซิงอวิ๋น 



หลี่ซิงอวิ๋นนั้นเป็นคนที่ตรงไปตรงมา เขาไม่สนว่าหลงยู่อินนั้นจะคิดเกี่ยวกับมันเช่นไร



      ในความเป็นจริง หลี่ซิงอวิ๋น  ค่อนข้างชื่นชม เนี่ยหลี่ ไม่ว่าความสัมพันธ์ของหลงยู่อินและเนี่ยหลี่จะเป็นเช่นไร เขาก็ยังคงตระหนักถึงอารมณ์ของนาง มันทำให้คู่หมั้นของนางพิการมาแล้ว แต่ตอนนี้นางกลับเชื่อฟังคำสั่งเนี่ยหลี่



      "ท่านพี่ ซิงอวิ๋น  หลงยู่อินได้ตัดสินใจที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูลของตระกูลผนึกมังกร หากนางต้องการที่จะสร้างกองกำลังของนางเองในอนาคต ข้าอยากจะขอให้ท่านพี่ ซิงอวิ๋น  ช่วยนางสักหน่อย " เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย



ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ หลี่ซิงอวิ๋น ตกตะลึงชั่วครู่ นี้เป็นที่น่าตกใจอย่างมากสำหรับเขา



       อย่างไรก็ตาม กู้เบ่ยได้กลายเป็นผู้สืบทอดลำดับ1 ใตระกูลกู่ ภายใต้การส่งเสริมของเนี่ยหลี่ หลงยู่อินก็ตัดสินใจที่จะเข้าต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล   



     โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เนี่ยหลี่มีสองตระกูลอยู่ภายในกำมือของเขาแล้ว  และหลี่ซิงอวิ๋น ก็ ได้รับการช่วยเหลือในการต่อสู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลในตระกูลเถ้าอัคคี



นี้เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่?



หรือมันเป็นความตั้งใจโดย เนี่ยหลี่?



หากเป็นเช่นนั้นจริงมันช่างน่าตกใจมากเกินไป!



   หลี่ซิงอวิ๋นรู้สึก เหตุผลมันแปลกออกมาเล็กน้อย การทำธุรกิจของเขากับ เนี่ยหลี่ไม่น่าจะมีสิ่งใดแอบแฝง มันอาจเป็นแค่ความตั้งใจของเนี่หลี่ที่จะทำธุรกิจกับเขา



      หลี่ซิงอวิ๋นตื่นจากห้วงความคิดและยิ้มออกมาเล็กน้อย "เจ้าไว้ใจได้เลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ก่อนที่กองกำลังของกู้เบ่ยและหลงยู่อินจะเติบโตอย่างเต็มที่ข้าจะช่วยพวกเขาอย่างดีที่สุด



      หลงยู่หยิ๋นกล่าว "มันเป็นเรื่องง่ายหากข้าจะสร้างกองกำลัง คนของบิดาข้าใกล้จะถอนตัวแล้วตั้งแต่ที่ข้าไม่คิดจะต่อสู้เป็นผู้นำตระกูลผนึกมังกรแต่ตอนนี้ข้าพร้อมที่จะสู้แล้วพวกเขายินดีที่จะกลับมาอย่างแน่นอน



นี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ว่าทำไมฐานะ ของหลงยู่อิน ภายใน ตระกูลผนึกมังกรถึงได้พิเศษนัก


     แม้นางจะไม่ได้เป็นผู้สืบทอดอันดับที่ 1 แต่บิดาของนั้นสามารถที่จะสนับสนุนนางโดยมอบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้ากับนางได้ จึงบอกได้เลยว่าบิดาของนางนั้นเป็นคนที่ทรงอำนาจคนหนึ่งเลยทีเดียว


     เนื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า(คนของพ่อหลงยู่อิน) ก็ยังคงจงรักภักดีต่อหลงยู่อินจึงไม่มีใครในตระกูลผนึกมังกรที่จะกล้าแตะต้องนาง   แม้ว่านางเป็นเพียงผู้สืบทอดลำดับเจ็ดก็ตามแต่นางก็ไม่ได้ให้ความเคารพหลงเทียนหมิงแต่อย่างใด


    เนี่ยหลี่เข้าใจแล้วว่าเหตุใดอาจารย์ของเขาจึงบอกว่าหลงยู่อินนั้น เป็นจุดสำคัญต่อแผนของเขาที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์!


      หากหลงยู่อินชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลผนึกมังกรได้ล่ะก็  มันจะทำให้เนี่ยหลี่ต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายขึ้น   


    อย่างไรก็ตามหากว่านางต้องการตำแหน่งผู้นำตระกูล หลงยู่อินจะต้องก้าวข้ามหลงเทียนหมิงให้ได้เสียก่อน


  อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี่ไม่ได้กังวล เขาจะดำเนินการเรื่องเหล่านี้อย่างช้าๆ


   หลังจากการจัดสิ่งอื่น ๆ เขาก็บอกหลงยู่อิน เพื่อกลับไปตระกูลของนางและรวบรวมคนของบิดานาง


   สามวันต่อมาหลี่ ซิงอวิ๋น นำ เนี่ยหลี่พร้อมคนไม่กี่คนของเขาเพื่อออกไปยังโลกภายนอก




ขอบคุณแอดมินที่ช่วยแปลประโยคยากๆ กับชือตัวละครคับ 

แปลโดย Chinosai Suevada 

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง