test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 332 拜师 คำนับเป็นศิษย์


เนี่ยลี่มองไปยังหลี่ชิงอวิ๋น และยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดว่า “เรื่องอันตรายไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และในตอนนี้ ข้านั้นก็บรรลุระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่สองแล้ว ดังนั้นคงไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล ถ้าหากท่านพี่หลี่คอยปกป้องข้า และช่วยให้ข้าไปถึงจุดกึ่งกลางของทะเลสาบแห่งเทพได้ เพียงแค่นั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณมากแล้ว  ”


หลังจากคำพูดของเนี่ยลี่ หลี่ชิงอวิ๋นก็อดที่จะใจสั่นไม่ได้ขณะที่มองไปยังเนี่ยลี่ และเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของเขา



เนื่องจากเนี่ยลี่นั้นมีหนทางที่จะนำรากเทวะออกมาได้ พวกของหลี่ชิงอวิ๋นจักต้องคอยคุ้มกันเนี่ยลี่ ไปยังใจกลางของทะเลสาบแห่งเทพ


การที่จะพยายามไปให้ถึงใจกลางของทะเลสาบแห่งเทพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีพวกอสูรสายเลือดมังกรทีอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์อยู่เป็นจำนวนมาก คอยปกป้องอยู่ และยังมีอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในระดับ วิถีแห่งมังกร ถ้าหากว่าหลี่ชิงอวิ๋นจะทำการเข้าต่อสู้เพื่อครอบครองทะเลสาบแห่งเทพแล้ว กองกำลังของเขานั้นอาจจะไม่เพียงพอ เขาจำเป็นต้องร่วมมือกับกองกำลังอื่นด้วย


แต่ถ้าหากร่วมมือกับกองกำลังอื่น การแบ่งปันผลตอบแทนที่ได้จากทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง ก็จะไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาเพียงผู้เดียว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดหลี่ชิงอวิ๋นจึงยังไม่คิดที่จะเข้าโจมตีทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางนี้


เมื่อเทียบกับการยึดครองทะเลสาบแห่งเทพแล้ว การเข้าไปยังใจกลางของมันก็นับว่าง่ายกว่านัก


เมื่อเนี่ยลี่ต้องการที่จะให้ช่วยเหลือ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?


 “ได้! ถ้าหากว่าน้องชายเนี่ยลี่ต้องการเช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าร่วมทางกับคนของ


ข้า และช่วยให้น้องชายเนี่ยลี่ จับรากเทวะ จากทะเลสาบแห่งเทพให้ได้” หลี่ชิงอวิ๋นพยักหน้า


“แล้วพวกเราจะไปกันเมื่อไหร่?


“สองวันหลังจากนี้”เนี่ยลี่พูดหลังจากที่ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่ออยู่ใน จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง จักต้องผลิตศิลาจิตวิญญาณขึ้นมาในจำนวนที่น่าตกใจเป็นแน่ ดังนั้นมันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง!


หลี่ชิงอวิ๋นพยักหน้าพร้อมกับตอบว่า “ตกลง ข้าจะไปรวบรวมคนของข้าและทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ!


เนี่ยลี่ได้ตามหลี่ชิงอวิ๋น และได้มาถึงทะเลสาบแห่งเทพ ซึ่งมีคนคุ้มกันอยู่ ห้าถึงหกร้อยคน  ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นลูกน้องของหลี่ชิงอวิ๋น ทะเลสาบแห่งเทพนี้ เป็นหนึ่งในที่หลบภัยของหลี่ชิงอวิ๋นที่อยู่ในโลกภายนอก



หลี่ชิงอวิ๋น เริ่มที่จะนำคนของเขาออกจากพื้นที่ดังกล่าว


ตั้งแต่ที่เนี่ยลี่ได้รวบรวมรากเทวะเหล่านั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และช่วยหล่อเลี้ยงให้แก่วิญญาณของเขา ทันใดนั้นเขาก็ได้เข้าใจอะไรบางอย่าง และเขาก็นั่งลงตรงพื้นที่ว่างใกล้ ๆกับทะเลสาบแห่งเทพ และเริ่มทำการบ่มเพาะพลังด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า]


ในหมู่เคล็ดลับเทคนิคการบ่มเพาะพลังต่างๆแล้ว เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] เป็นเทคนิคการบ่มเพาะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่อยู่ระหว่างฟ้าและดิน เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไป เนี่ยลี่ ก็ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า พร้อมกับคลื่นพลังอันรุนแรง และพลังงานที่ยิ่งใหญ่หมุนวนอยู่รอบ ๆตัวของเขา


รูปแบบจารึกที่ซับซ้อน โคจรอยู่อยู่รอบ ๆ เถาวัลย์ลึกลับ ในขอบเขตวิญญาณของเขา


ดอกไม้ดอกแรกเบ่งบานจากเถาวัลย์ มันเป็นไปอย่างช้า ๆ และส่งกลิ่นหอมหวลไปทั่วขอบเขตวิญญาณของเขา



หลังจากนั้น ชะตาวิญญาณดวงที่สองของเขา ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กำลังค่อยๆชำระล้างสิ่งที่มัวหมองออกไป จนกระทั่งสะอาดบริสุทธิ์ ทันทีที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล เนี่ยลี่ก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขานั้นกำลังถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟ



*ตูมม!*


ขอบเขตวิญญาณของเขาราวกับว่ามันจะระเบิด ใบหน้าของเนี่ยลี่เปลี่ยนเป็นขาวซีด และเม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกมาเต็มใบหน้าของเขา



แม้เขาจะไม่มีความคิดอื่นใด เกี่ยวกับ วิถีแห่งการบ่มเพาะพลังที่เขาใช้อยู่ เนี่ยลี่ยังคงอาศัยความรู้สึกของเขาในการใช้ปรับแต่งชะตาวิญญาณของเขา และชะตาวิญญาณดวงที่สามก็ค่อย ๆเริ่มที่จะก่อตัวขึ้นมาในขอบเขตวิญญาณของเขา 



เวลาได้ล่วงเลยไป หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง


*ฟุ่บ!*


ชะตาวิญญาณอีกดวงได้ถูกจุดขึ้นในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ เขาไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะสามารถบรรลุถึงระดับ สามชะตาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ชะตาวิญญาณดวงนี้กลับมีสีเหลืองอย่างเห็นได้ชัด
สีแดง สีฟ้า และสีเหลือง



ชะตาวิญญาณที่แปลกประหลาดนี้ทำให้เนี่ยลี่งสับสนยิ่งนัก นอกจากนี้เขารู้สึกว่าการบ่มเพาะพลังของเขานั้นหลุดจากการควบคุมของเขา ในบางครั้ง มันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ไม่ว่าเขาจะดูดซับพลังจากศิลาจิตวิญญาณไปมากเท่าใด การบ่มเพาะพลังของเขาก็แทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย แต่ในบางครั้ง มันกลับทำให้เขาบรรลุในระดับต่อไปโดยที่ไม่ทันได้ร้องขอ



หรือว่ามันเป็นเพราะจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ?


แต่ถึงอย่างไร มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่การบ่มเพาะพลังของเขานั้นเพิ่มสูงขึ้น



เนี่ยลี่ ยังคงทำการบ่มเพาะชะตาวิญญาณดวงที่สามของเขาต่อไป


ทันใดนั้น ข้างนอกทะเลสาบแห่งเทพ ก็ปรากฏรูปร่างหนึ่งที่ดูแข็งแรงลอยอยู่เหนือมัน เป็นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่ง



 “เจ้าเป็นใครกัน?” หลี่ชิงอวิ๋น สั่งให้ลูกน้องเข้าล้อมนางทันที


หลงยู่อิน ยังคงอยู่ที่เดิมมองดูเหล่าคนที่มาล้อมนางเอาไว้ ในที่สุดนางก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าคือ หลงยู่อิน! ข้ามาที่นี่เพื่อพบกับเนี่ยลี่! ข้าเป็นลูกศิษย์ของเขา!


ทุกคนสบตากัน พวกเขาได้ยินมานานแล้วว่าหลงยู่อินนั้นมาจากตระกูลผนึกมังกร เป็นไปได้หรือว่านางนั้นจะเป็นศิษย์ของเนี่ยลี่จริง ๆ พวกเขาไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหลงยู่อินนั้น ระดับการบ่มเพาะพลังของนางยังอยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์ การควบคุมตัวของนางนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากนัก



หนึ่งในยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ได้พูดขึ้นมาว่า “นายน้อยเนี่ยลี่ กำลังทำการบ่มเพาะพลัง เจ้าไม่อาจที่จะเข้าไปใกล้เขาได้ เจ้าควรที่จะนั่งรออยู่ที่นี่ จนกว่าการบ่มเพาะพลังของเขาจะจบลง!



“ได้” หลงยู่อิน พยักหน้าตอบรับ


หลงยู่อินนั้น นั่งอยู่บนก้อนหินที่อยู่ห่างจากเนี่ยลี่ไปราวสิบเมตร และจ้องมองดูเขาทำการบ่มเพาะพลัง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเนี่ยลี่ ทำให้นางรู้สึกกดดันด้วยพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก



นางนั้นไม่รู้เลยว่าเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เนี่ยลี่ใช้อยู่คืออะไรกันแน่


หลงยู่อิน เพิ่งจะตระหนักได้เมื่อไม่นานมานี้ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นางเพิ่งจะสามารถที่จะยืนยันได้ เนี่ยลี่นั้นได้บรรลุถึงสุดยอดวิถีแห่งการต่อสู้ และไปจนถึงระดับที่เรียกได้ว่าไม่อาจที่จะจินตนาการได้


ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ นอกเหนือไปจากอาจารย์ที่เป็นต้นแบบของนาง เขาเป็นเพียงผู้เดียวที่นางนั้นให้การยอมรับ มีเพียงเนี่ยลี่เท่านั้น ที่จะชี้นำให้นางไปสู่จุดสูงสุดของวิถีการแห่งต่อสู้



ดังนั้น นางจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ที่จะเป็นลูกศิษย์ของเนี่ยลี่!


แม้ว่าเนี่ยลี่นั้นจะเป็นศิษย์ของอิงเยว่ลู่ และอาจจะทำให้สับสนในตำแหน่งและความอาวุโสของพวกเขาก็ตาม หลงยู่อินนั้นก็หาได้สนใจไม่ เพราะคนเช่นนางนั้นหมกมุ่นอยู่แต่กับวิถีแห่งการต่อสู้ เรื่องอื่นนั้นถือว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย จากมุมมองของนางแล้ว สิ่งนั้นจะเป็นการขัดขวางการเข้าถึงวิถีแห่งการต่อสู้



ในตอนนี้ เนี่ยลี่ นั้นอยู่ในช่วงกลางของการบ่มเพาะพลัง ดังนั้น นางจึงทำได้เพียงแค่เชื่อฟังแต่โดยดีและนั่งรออยู่ข้างๆเท่านั้น



เนี่ยลี่ยังคงจมอยู่กับการบ่มเพาะพลัง เขากำลังทำการขัดเกลาชะตาวิญญาณที่ก่อรูปขึ้นมาใหม่ ชะตาวิญญาณดวงที่สาม พลังวิญยาณของชะตาวิญญาณนั้นราวกับถูกกระชากออก ขณะที่กำลังทำการปรับแต่งอยู่รอบๆเถาวัลย์ เนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงการไหลของพลังที่ถูกป้อนให้กับ มังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ ความแข็งแกร่งของจิตอสูรนั้นเพิ่มสูงขึ้นราวกับบ้าคลั่ง หนี่งชะตา สองชะตา สามชะตา ค่อยๆเลื่อนขึ้นทีละขั้น และเหนือกว่าของเนี่ยลี่ในที่สุด และหยุดลงหลังจากที่ขึ้นไปถึงระดับห้าชะตา


โชคดี ที่มันถูกพันธนาการด้วยเถาวัลย์ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว มังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ จักต้องดิ้นรนจนเป็นอิสระเป็นแน่



เนี่ยลี่รีบทำการควบแน่นการบ่มเพาะพลังของเขา และถอนพลังกลับมา เพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะปล่อยให้มังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์หลุดรอดจากการควมคุม เขาไม่อาจที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกได้ในตอนนี้


ความแข็งแกร่งของจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้านั้นน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก  แม้ว่าแพนด้าเขี้ยวอสูร และ จิตอสูรเงาพราย จะอยู่ในระดับห้าชะตาเช่นกัน แต่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ นั้นกลับเหนือกว่าหลายเท่านัก


หลังจากผ่านไปนานพอสมควร เนี่ยลี่ลืมตาขึ้นมาในที่สุด เมื่อเขาเห็น หลงยู่อิน แก้มของนางสว่างใสชัดเจน จนไม่อาจละสายตาได้



 “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เนี่ยลี่ถามด้วยความสงสัย


หลงยู่อินยืนตัวเกร็ง ขณะที่ยืนตรง ยืดหน้าอกนางก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าได้คิดเรื่องนี้มานานแล้วหลังจากที่ได้กลับไปที่บ้าน ข้าตัดสินใจว่าจะให้ท่านนั้นเป็นอาจารย์ของข้า ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย!



เมื่อเนี่ยลี่ได้เห็นท่าทางที่จริงจังของหลงยู่อินแล้ว เขาก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็ยิ้มพร้อมกับพูดว่า “นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เจ้านั้นเป็นศิษย์น้องของอาจารย์ข้า แต่เจ้ากลับต้องการให้ข้านั้นเป็นอาจารย์ของเจ้างั้นเหรอ?” เนี่ยลี่โบกมือปฏิเสธ 

“ลืมมันไปซะ!

หลังจากพูดจบ เนี่ยลี่ก็หันหลังและเริ่มเดินออกไป


“ช้าก่อน” หลงยู่อินหยุดเนี่ยลี่เอาไว้ “นั่นมันไม่ใช่ปัญหา ในเส้นทางของวิถีแห่งการต่อสู้นั้น ไม่มีผู้ใดที่บรรลุถึงวิถีแห่งการต่อสู้มากเท่าท่านอาจารย์มาก่อน ได้โปรดยอมรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะ!


เนี่ยลี่หันกลับไปมองดูหลงยู่อิน ที่กระวนกระวายอยู่นั้น ใบหน้าของนางยังคงมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ เขาเข้าใจดีแล้วว่าถ้าหากหลงยู่อินนั้นได้ตัดสินใจแล้ว แม้ว่าจะเอาวัวเก้าตัวมาลาก ก็ไม่อาจที่จะลากนางกลับไปได้ ผู้หญิงคนนี้ช่างหมกหมุ่นอยู่กับวิถีแห่งการต่อสู้จริงๆ หลงยู่อิน นั้นรู้ดีว่านอกจากเนี่ยลี่แล้ว คงไม่มีผู้ใดที่สามารถจะชี้แนะให้นางก้าวเข้าถึงวิถีแห่งการต่อสู้ได้


“เจ้ากำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม?” เนี่ยลี่ยิ้มและเดินต่อไป ในใจของเขา เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าหากเขานั้นยอมรับหลงยู่อินเป็นศิษย์ ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน


“ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้านั้นจริงจังกับมัน” หลงยู่อิน พูดต่อทันทีว่า “ตราบเท่าที่ท่านยินดีรับข้าเป็นศิษย์ของท่าน ข้ายินดีที่จะทำในทุกสิ่งที่ท่านร้องขอ!


“เจ้ามั่นใจเหรอ?” เนี่ยลี่หันกลับมาเขาจ้องมองไปที่หลงยู่อิน พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายอยู่



“ข้ามั่นใจ!” หลงยู่อินพยักหน้า แม้ว่านางจะลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า “ตราบเท่าที่มันมิได้ทรยศต่อนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ หรือ ตระกูลของข้า”



“งั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ ค่อยๆก้าวเข้าไปหาหลงยู่อิน จนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะสัมผัสกับตัวของนาง เขาเข้าไปชิดจนแทบจะสัมผัสกับหน้าอกของนาง มุมปากของเขาขดเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก  เขาก้มหัวหลงเพื่อจ้องมองหลงยู่อิน เหลือเพียงระยะห่างเล็กน้อยระหว่างพวกเขา


ขณะที่นางสังเกตุท่าทางของเนี่ยลี่ หน้าอกของหลงยู่อินนั้นก็กระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าของนางเริ่มที่จะแดงขึ้นไปจนถึงคอของนาง นางก้มหน้าลงหัวใจของนางนั้นเต้นอย่างรุนแรงจนไม่เป็นจังหวะ นางกำหมัดทั้งสองจนแน่น ลมหายใจของนางก็ดูเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ทว่าหลังจากที่นางได้ลองคิดดูเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปที่เนี่ยลี่


ผิวของหลงยู่อินนั้นขาวราวกับไข่มุก  นางนั้นราวกับภาพจิตรกรรม และเขายังได้รับกลิ่นหอมที่โชยออกมาจากร่างกายของนาง เนี่ยลี่นั้นต้องยอมรับว่าอารมณ์ของนางนั้นร้อนราวกับเปลวไฟ แต่นางก็เป็นคนที่งดงามอย่างแท้จริง


เนี่ยลี่นั้น ต้องการที่จะหยอกล้อหลงยู่อินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้นางรู้สึกเป็นกังวล เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ขณะที่เขาละสายตาและหันหลังกลับไป “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ตกลง!


แม้ว่านางนั้นจะเป็นคนปากแข็งและอารมณ์ร้อน  แต่นางก็ยังคงเป็นแค่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาเท่านั้น


“อะไรนะ?” หลงยู่อิน เงยหน้าถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ นางไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยลี่ จะยอมตอบรับและเห็นด้วยอย่างตรงไปตรงมา


“ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการทำตัวของเจ้า ถ้าหากว่าข้านั้นไม่พอใจ ข้าก็จะเตะเจ้าออกไป” เนี่ยลี่พูด พร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อย เรื่องราวทุกอย่างต่างก็คืบหน้าดั่งที่เขาคาดหวังไว้ เขารู้ดีว่าหลงยู่อิน จักต้องออกมาหาเขา นอกจากนี้เขาก็รู้ดีว่านางนั้นคิดอะไรในใจ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้นางนั้นยอมแพ้ แม้จะมีบางเรื่องที่เนี่ยลี่คาดไม่ถึง คือหลงยู่อินจะใช้วิธีการขอเป็นศิษย์อาจารย์  

หลงยู่อิน จ้องมองไปที่เบื้องหลังของเนี่ยลี่ ชั่วครู่ ก่อนที่จะรีบก้าวตามไปด้วยความดีใจ 

 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง