test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 331 ทะเลสาบแห่งเทพระดับกลาง


หลังจากนั้นตลอดทั้งวัน กู้เบ่ย ได้รับคนมาถึงหกร้อยคน ส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ และมีอยู่สามคนที่อยู่ในระดับ ดาราสวรรค์ ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ทั้งสาม จึงยังไม่ได้เข้าร่วมกับกองกำลังใดๆ แต่ทว่า หลังจากทีได้เห็นความใจกว้างของกองกำลังอสูร พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมด้วย


ส่วนกองกำลังอื่นๆ นั้นมีคนเข้าร่วมแค่วันละสิบกว่าคนเท่านั้น


แต่เพียงแค่วันเดียว ขนาดของกองกำลังอสูรได้เพิ่มขึ้นถึงหกร้อยคน ที่เหลือมันก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ที่เขาจะออกไป ยึดครองทะเลสาบแห่งเทพสักแห่งสองแห่ง


ข่าวเรื่องกู้เบ่ย จัดตั้งกองกำลังดึงดูดความสนใจของฝ่ายอื่น ๆไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานะของกู้เบ่ยที่เปลี่ยนไป จึงไม่มีผู้ใดที่จะกล้าขัดแย้งกับกองกำลังอสูร คุณคิดว่าเรื่องนี้มันน่าขำงั้นเหรอ? กู้เบ่ยเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลกู้!  ถ้าหากว่าในตอนนี้มีผู้ใดกล้ายั่วยุเขา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเขาขึ้นเป็นผู้นำตระกูลกู้? พวกเขาจะไม่ได้รับการแก้แค้นราวกับพายุถล่มใส่อย่างนั้นเหรอ?


เนี่ยลี่ได้ตรึกตรองดูแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่เขาขอให้กู้เบ่ยช่วยเขาในการรับสมัครคนเข้ากองกำลัง สำหรับคนอื่น ๆ นั้นอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก และกู้เหิงกับ มู่หลงหยี่ เองก็ไม่สนใจว่าเขาจะทำอะไร คนเหล่านั้นก็จะยังคงสงบอยู่  และพวกกองกำลังที่มีความขัดแย้งกับเขาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรกู้เบ่ยได้ ในทางกลับกัน บางทีคนพวกนั้นอาจจะส่งคนมาเพื่อขอสร้างความสัมพันธ์อีกด้วย      


เมื่อกองกำลังอสูรได้ก่อตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็ขยายใหญ่อย่างกับบ้าคลั่ง เมื่อมันใหญ่โตขึ้น คนอย่างกู้เหิง ฮัวหลิง และ มู่หลงหยี่ คงจะโกรธจนตาลุกเป็นไฟ กองกำลังอสูรทั้ง ๆที่เพิ่งจะเริ่มก่อตั้ง แต่กับแผ่ขยายใหญ่โตอย่างรวดเร็ว ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ จะมีที่ไหนอีกที่พวกเขาจะอยู่ได้ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้? จิตใจของพวกเขารู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก



ณ ห้องพักของเซี่ยวหยู่


หลังจากที่ได้นำรากเทวะไปใส่ไว้ใน จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ความคิดบางอย่างก็เข้ามาในหัวของเขา  แค่รากเทวะตนเดียวยังไม่เพียง เขาต้องการมากกว่านี้  อย่างน้อยที่สุดด้วยวิธีการเช่นนี้ เขาสามารถที่จะผลิตศิลาจิตวิญญาณขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ซึ่งเขาจะนำไปใช้สนับสนุนก่องกำลังอันใหญ่โตของเขา


หลังจากที่ประสบกับความพ่ายแพ้ในชีวิตก่อนหน้า เนี่ยลี่ได้เข้าใจอะไรบางอย่าง  การต่อสู้เพียงลำพังไม่อาจที่จะเอาชนะได้ ถ้าหากเขาต้องการที่จะเอาชนะ จักรพรรดิปราชญ์ เนี่ยลี่จักต้องสร้างกองกำลังเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะต่อสู้กับเขาได้ ไม่เพียงเท่านั้น เขาจะต้องทำลายผนึกของจักรพรรดิปราชญ์ ที่สามารถกำหนดพื้นที่และเวลาได้อย่างไม่มีที่สุดด้วย


จักรพรรดิปราชญ์ สามารถที่จะควบคุมพื้นที่ในอาณาจักรซากมังกรได้ เขาเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของ ดินแดนบรรพบุรุษอสูรศักดิ์สิทธิ์



ในชีวิตก่อนหน้าของเขา มีเพียงแค่คนที่อาศัยอยู่ที่ ดินแดนบรรพบุรุษเทพลี้ลับ ที่มีกำลังมากพอจะรับมือ จักรพรรดิปราชญ์ได้ แต่ทว่า ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนบรรพบุรุษเทพลี้ลับ ได้สูญหายไป และทั่วทั้งดินแดนบรรพบุรุษเทพลี้ลับ ก็มอดไหม้ด้วยเปลวไฟสีทอง หลังจากนั้นจักรพรรดิปราชญ์ ก็กลายเป็นผู้ครอบครองทั้งหมดไป


ก่อนที่ดินแดนบรรพบุรุษเทพลี้ลับ จะถูกทำลายไป และความมืดมิดจะเข้ามาปกคลุม เนี่ยลี่จักต้องสร้างกองกำลังของตัวเองเพื่อที่จะรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์



ก้าวแรกก็คือ การขึ้นไปครองตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์!


ในเดือนต่อมา เนี่ยลี่ กู้เบ่ย และ ลู่เพียว ได้จัดระเบียบใหม่ให้กับกองกำลังอสูร และได้มอบเทคนิคการบ่มเพาะพลังเพื่อที่จะบรรลุได้ถึงระดับเทพสงครามให้แก่สมาชิกในกองกำลัง นอกจากนี้พวกเขาก็ได้คัดเลือกสมาชิกของกองกำลังที่บุคลิกดี และเป็นพวกหัวกระทิอย่างแท้จริง และเป็นกำลังหลักในกองกำลังอสูร



กองกำลังอสูรทั้งหมด ต่างก็ตั้งใจฝึกฝนกันอย่างหนัก


ในช่วงนี้ หลี่ชิงอวิ๋น ก้ได้แวะมาเยี่ยมชม กู้เบ่ยและลู่เพียวหลายครั้ง เพื่อที่จะสอนวิธีการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา การให้ความเป็นธรรม การให้รางวัล และการลงโทษ รวมไปถึงการรู้จักการล่าถอย หรือ รุดหน้าเฉกเช่นกองทัพ กู้เบ่ยและลู่เพียว ก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยกับบทเรียนพวกนี้


ถึงแม้ว่าแท้จริงแล้ว กองกำลังอสูร จะยังไม่ได้ก้าวออกไปยังโลกภายนอก แต่ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เป็นที่สนใจในสถาบันวิญญาณฟ้า และกลายเป็นจุดสนใจของใครหลายๆคน



กู้เบ่ยมองไปที่เนี่ยลี่พร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น “เนี่ยลี่ กองกำลังอิน [] ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่า ถ้าหากพวกเรามุ่งหน้าสู่โลกภายนอก พวกเขาจะตามล่าพวกเรา!


 “กองกำลังอิน งั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เป็นกองกำลังของผู้ใดกัน?


“เป็นกองกำลังของตระกูล อิน พวกเขานั้นเป็นรองแค่เพียงสามตระกูลหลัก หนึ่งในผู้นำของเขาก็คือ อินหูฟง [殷无] เขาเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูล อิน เขาอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ และมีความสัมพันธ์กับกู้เหิงดั่งเครือญาติ ตั้งแต่ที่กู้เหิงยึดครองตระกูลกู้  สำหรับเขาแล้วมันคงเป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีนัก ถ้าจะเผยโฉมหน้าตนเองออกมา  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขายืมมือกองกำลังอิน เพื่อที่จะข่มกองกำลังอสูรของเราไว้” กู้เบ่ยตอบ



 “ข้าเข้าใจ แต่ยังไม่ต้องไปสนใจ ในตอนที่เราออกไปยังโลกภายนอก ก็แปลว่าเราก็พร้อมที่จะรับมือแล้ว ในตอนนี้ มันอากจะยากเกินไปถ้าหากจะต้องรับมือกับตระกูลอิน ดังนั้นเราจึงยังจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาหลี่ชิงอวิ๋น ยืมมือเขาเพื่อช่วยให้เราค่อย ๆ แผ่ขยายพื้นที่ออกไป ข้านั้นเคยพูดกับเขาไว้แล้ว และลูกน้องของเขาจะเป็นผู้ที่พาเราออกไปยังโลกภายนอก”



 “แล้วเจ้าหล่ะ?” กู้เบ่ยถามด้วยความสงสัย


เนี่ยลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ข้ามีเรื่องที่ต้องทำก่อนหน้านั้นอยู่”


กู้เบ่ยเองก็อยากรู้อยู่เล็กน้อย แต่เขาก็รู้ดีว่า เนี่ยลี่จะไม่ทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีแผน ดังนั้น เขาจึงไม่ด้าอบถามอะไรอีก


 “แสงตะวันเริ่มที่มืดลงไป เนี่ยลี่ ได้ไปเยี่ยมหลี่ชิงอวิ๋นที่ ที่พักของเขา และเขากับหลี่ชิงอวิ๋น ได้พากันมุ่งหน้าไปยังโลกภายนอก”


 “น้องชายเนี่ยลี่ ข้าได้ติดต่อผู้ที่จะขายให้แก่เจ้าแล้ว แต่ทำไมเจ้าจักต้องซื้อทะเลสาบแห่งเทพที่กำลังจะเหือดแห้งด้วยหล่ะ ” หลี่ชิงอวิ๋น ถามออกไปด้วยความสงสัย


ทะเลสาบแห่งเทพที่กำลังจะเหือดแห้งนั้น สามารถผลิตศิลาจิตวิญญาณได้เพียงปีละไม่กี่พันก้อน และไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าพวกเขานั้นต้องส่งคนไปเฝ้าดูแลมันด้วย ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีกำไรเลยเสียด้วยซ้ำ


แต่ทว่า อาจจะเป็นเพราะหลี่ชิงอวิ๋นนั้น ร่ำรวย และมั่งคั่ง แต่สำหรับคนอย่างฮัวหลิง ทะเลสาบแห่งเทพที่ใกล้จะเหือดแห้งก็นับว่าสำคัญกับเขายิ่งนัก



 “แน่นอนว่าข้านั้นมีวิธีที่จะใช้มัน และข้าต้องการให้ท่านพี่ หลี่ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วย!” เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่เขานำรากเทวะ ใส่ลงไปในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ มันก็ได้ก่อตัวขึ้นเป็นทะเลสาบแห่งเทพ แห่งใหม่ขึ้นมา และสามารถผลิตศิลาจิตวิญญาณได้เดือนละสองถึงสามพันก้อนเลยทีเดียว



และไม่ใช่เพียงแค่ศิลาจิตวิญญาณเท่านั้น


เนี่ยลี่นั้นยังตกตะลึง โดยปกติแล้ว เป็นเรื่องที่ยากมาก ที่ทะเลสาบแห่งเทพนั้นจะผลิต ของอย่าง ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณ ขึ้นมาได้ แม้แต่ทะเลสาบแห่งเทพระดับสูง ยังมีโอกาสพบได้แค่หนึ่งในพันแห่ง แต่ทว่า ทะเลสาบแห่งเทพที่อยู่ในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ นั้นสามารถที่จะผลิต ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณได้ถึงสามก้อนต่อเดือน!



ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณหนึ่งก้อน มีค่าเท่ากับศิลาจิตวิญญาณถึงหนึ่งพันก้อน!



หลังจากที่ได้ขบคิดและคำนวนดูแล้ว จำนวนที่แท้จริงทีได้รับศิลาจิตวิญญาณจากทะเลสาบแห่งเทพนี้ ก็เป็นตัวเลขน่าตกใจยิ่งนัก



แม้ว่าจะเป็นทะเลสาบแห่งเทพที่กำลังจะเหือดแห้ง ก็ยังต้องใช้ศิลาจิตวิญญาณจำนวนหกหรือเจ็ดพันก้อนในการซื้อมา แต่ทั้งหมดนี้เนี่ยลี่ก็ใช้เวลาแค่สองเดือนก็ได้คืนกลับมาแล้ว และยังได้รับผลกำไรมาอีกมากมาย


ภายใต้การนำพาของหลี่ชิงอวิ๋น เนี่ยลี่ได้พบกับชายหนุ่มเสื้อคลุมสีฟ้า ชายหนุ่มคนดังกล่าวชีไปที่ภูเขาที่อยู่ห่างออกไปข้างหน้า พร้อมกับพูดว่า “นั่นคือทะเลสาบแห่งเทพ หัวอวี่ [火雨 : ฝนอัคคี] เห็นว่าเจ้านั้นเป็นสหายของนายท่านชิงอวิ๋น ข้าจึงขอเตือนเจ้าก่อนว่า ทะเลสาบแห่งเทพนี้ไม่สามารถที่จะผลิตศิลาจิตวิญญาณได้มากนัก มันสร้างได้แค่สองพันก้อนต่อปีเท่านั้น ถ้าหากว่าเจ้าต้องการมัน ก็จ่ายมาแค่ห้าพันศิลาจิตวิญญาณเท่านั้น”


ชายหนุ่มเสื้อคลุมสีฟ้า ได้ปกป้องทะเลสาบแห่งเทพนี้กับเพื่อนอีกเจ็ดคน การตัดสินใจของพวกเขาก็ขึ้นอยู่กับศิลาจิตวิญญาณที่จะได้รับ



หลี่ชิงอวิ๋น มองไปยังชายหนุ่มเสื้อคลุมสีฟ้าพร้อมกับพูดว่า “ถงเจ๋อ[ ] เนี่ยลี่นั้นเป็นน้องชายข้า สามพันห้าร้อยศิลาจิตวิญญาณ จักไม่มีการต่อรองไปมากกว่านี้!


หลังจากได้ยินคำพูดของ หลี่ชิงอวิ๋น ถงเจ๋อ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมกับพูดว่า “เอาหล่ะ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็เอาตามที่นายท่านชิงอวิ๋นพูดก็แล้วกัน!


เนี่ยลี่ได้จ่ายศิลาจิตวิญญาณจำนวนสามพันห้าร้อยก้อนให้แก่ ถงเจ๋อ และการซื้อขายก็จบลง



กลุ่มของถงเจ๋อก็จากไป


 “คนพวกนั้นคอยปกป้องทะเลสาบแห่งเทพ แม้ว่ามันใกล้จะเหือดแห้งแล้วก็ตามที แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องการจะครอบครองมัน ใครจะรู้ว่าเมื่อใดนั้นที่จะตกอยู่ในมือของผู้อื่น? ดังนั้นพวกเขาจึงควรที่จะพอใจที่มีศิลาจิตวิญญาณจำนวนสามพันห้าร้อยก้อนในกระเป๋า พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยขอราคาที่สูงกว่านี้”  


หลี่ชิงอวิ๋น ยิ้ม “ถึงแม้ว่าเราจะสามารถทำการยึดมันจากพวกเขาได้ แต่เจ้าก็มิได้ทำเช่นนั้น ดังนั้นจึงนับว่าสิ่งที่พวกเขาได้ไปก็เหมาะสมดีแล้ว  ในความเป็นจริงก็มีบางคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ แต่พวกเรามิใช่คนพาลที่จะข่มเหงพวกเขาเพียงเพราะพวกเขานั้นอ่อนแอกว่า”



 “แน่นอน” เนี่ยลี่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้า หลังจากนั้น เขาก็ทะยานขึ้นไปในอากาศจากนั้นก็ลงไปในทะเลสาบแห่งเทพ และเริ่มที่จะเขียนรูปแบบลวดลายจารึกลงไปที่มัน



หลี่ชิงอวิ๋น ตาเบิกโพลงขณะที่เขามองดูเนี่ยลี่ นี่เนี่ยลี่ตั้งใจที่จะทำอะไรกันแน่?
หลังจากนั้นหลี่ชิงอวิ๋นก็ได้เห็นเนี่ยลี่จับรากเทวะจาก ทะเลสาบแห่งเทพ หัวอวี่ เขาเอ่ยถามด้วยความตกใจว่า “นั่นมันคืออะไรกัน?
       

   เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีสิ่งนี้อยู่ในทะเลสาบแห่งเทพ



“นี่ก็คือรากเทวะ ถ้าหากไม่มีมันอยู่แล้ว ทะเลสาบแห่งเทพก็จะสลายไปอย่างรวดเร็ว ท่านอย่าได้บอกความลับนี้แก่ผู้ใด ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ผลที่ตามมาจะรุนแรงยิ่งนัก!” เนี่ยลี่พูดเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


“ข้าเข้าใจแล้ว!” หลี่ชิงอวิ๋น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่เขาก็พยักหน้าพร้อมกับตอบอย่างจริงจัง


รากเทวะที่ได้มาอีกตน ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมในการใช้จ่ายของกองกำลัง มันยังเป็นวิธีการที่รวดเร็วและไม่ต้องทำให้ผู้ใดต้องบาดหมางใจ



หลังจากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของหลี่ชิงอวิ๋น เนี่ยลี่สามารถได้รากเทวะมาอีกเจ็ดตน รวมกันสองตนที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ เนี่ยลี่จึงมีรากเทวะทั้งหมดเก้าตน รากเทวะเหล่านี้จะได้รับการหล่อเลี้ยงและเติบโตขึ้นใน จิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ในอนาคต พวกเขานั้นก็จะผลิตศิลาจิตวิญญาณได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด



แน่นอนว่า เนี่ยลี่นั้นไม่ได้วางไว้ว่าจะจบเพียงเท่านี้ เขายังวางแผนที่จะหารากเทวะให้ได้มากยิ่งกว่านี้



เนี่ยลี่คิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดกับหลี่ชิงอวิ๋น “ท่านพี่หลี่ ท่านมีทะเลสาบแห่งเทพที่จะขายให้แก่ข้าไหม?


หลี่ชิงอวิ๋น แสดงท่าทีลำบากใจ เขาตอบว่า “ข้าก็ไม่อยากที่จะปิดบังน้องชายเนี่ยลี่ ข้านั้นครอบครองทะเลสาบแห่งเทพอยู่สามแห่ง พวกมันยังอยู่ในสถาพที่ดี และผลิตศิลาจิตวิญญาณได้ปีละสองถึงสามหมื่นก้อน พวกมันล้วนเป็นรากฐานสำคัญของกองกำลังขนาดใหญ่ของข้า แต่ถ้าหากน้องชายเนี่ยลี่ต้องการมัน ข้าสามารถที่จะมอบให้เจ้าได้หนึ่งแห่ง”


เนี่ยลี่นั้นได้มอบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าแก่เขา แล้วแค่ทะเลสาบแห่งเทพระดับต่ำ ไม่อาจที่จะเทียบค่าได้แม้แต่น้อย



“ไม่จำเป็นที่ต้องมอบเป็นของขวัญให้แก่ข้า ข้าจะซื้อจากท่านพี่ชิงอวิ๋นด้วยราคาที่เหมาะสม สักหนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณท่านจะว่าอย่างไร?” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย เขาสงสัยแค่เพียงว่ามันจะผลิตศิลาจิตวิญญาณได้สักเท่าใดเมื่อเทียบกับทะเลสาบแห่งเทพที่ใกล้เหือดแห้งนี้?



 “ข้าไม่ต้องการ ข้าขอยืนยันว่าจะมอบมันให้เป็นของขวัญ น้องชายเนี่ยลี่ นั้นได้มอบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าแก่ข้า ซึ่งถ้าข้า หลี่ชิงอวิ๋น ไม่อาจที่จะมอบทะเลสาบแห่งเทพระดับต่ำให้กับเจ้าสักแห่ง ข้านั้นคงจะใจแคบยิ่งนัก  แต่โชคดีที่ข้าได้พบกับทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางที่ส่วนลึกของโลกภายนอก ที่ยังไม่มีผู้ครอบครอง  ปัญหาเพียงอย่างเดียวของทะเลสาบแห่งเทพ แห่งนั้น ถูกปกป้องโดยสัตว์อสูรที่มีสายเลือดมังกร ข้าคิดว่าในตอนนี้ จะนำคนของข้าเพื่อที่จะไปจู่โจมมัน และมอบให้เป็นของตอบแทนแก่เจ้า” หลี่ชิงอวิ๋นพูดพร้อมกับยิ้ม



แม้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นนั้นจะดูไม่ค่อยกังวล เนี่ยลี่เข้าใจได้ทันทีว่า การที่หลี่ชิงอวิ๋นนั้นยังไม่ทำการจู่โจมเพื่อยึดครองทะเลสาบแห่งเทพขนาดกลางนั้น นั่นหมายความว่าสัตว์อสูรสายเลือดมังกรที่ปกป้องมันอยู่ จักต้องมิใช่เรื่องเล็ก ๆเป็นแน่


เนี่ยลี่คิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า “ข้าชักจะสนใจทะเลสาบแห่งเทพระดับกลางแล้วสิ รบกวนท่านพี่หลี่ ช่วยพาข้าไปเยี่ยมชมสักหน่อยจะได้ไหม?



หลี่ชิงอวิ๋น รู้สึกตกใจเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่  เขารีบตอบกลับทันทีว่า “น้องชายเนี่ยลี่ จะเป็นการดีกว่าถ้าหากเจ้านั้นไม่ไปด้วย สถานที่แห่งนั้นมันอันตรายเกินไป!

 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง