test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 329 ทำลายให้สิ้น 全灭


ณ โลกภายนอก ทางเหนือของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ [หยกกังวาล]


ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ เป็นทะเลสาบเล็กๆใต้ภูเขาที่ลอยอยู่ และมีน้ำไหลออกมาจากทางด้านข้าง ที่ทะเลสาบใต้ภูเขานี้ในบางครั้งก็จะสร้างศิลาจิตวิญญาณขึ้นมา



ทะเลสาบแห่งเทพนั้นจะดูดซับพลังงานสวรรค์ที่อยู่โดยรอบไปเป็นจำนวนมาก และใช้มันในการผลิตศิลาจิตวิญญาณ แต่เพราะว่ามีทะเลสาบแห่งเทพอยู่โดยรอบ ทำให้อาณาจักรซากมังกรมีพลังงานสวรรค์อยู่อย่างเบาบาง ทว่า ผู้คนจะได้รับพลังงานสวรรค์จากศิลาวิญญาณที่ผลิตจากทะเลสาบแห่งเทพพวกนี้แทน


ทะเลสาบแห่งเทพ ก็ราวกับดอกไม้หรือพืชที่มีอายุขัย  ทะเลสาบแห่งเทพนั้น ในช่วงสามพันปีแรกจะอุดมสมบูรณ์ที่สุด  และในช่วงที่อุดมสมบูรณ์  ในแต่ละปีนั้นก็จะสร้างศิลาจิตวิญญาณขึ้นมาจำนวนมาก และหลังจากผ่านสามพันปีไปแล้ว ทะเลสาบแห่งเทพก็จะค่อยๆเหือดแห้งไป




ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ มีอายุกว่าห้าพันปีแล้ว ส่วนใหญ่ในทุกๆปีก็จะผลิตศิลาจิตวิญญาณได้ไม่กี่พันก้อน ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่กองกำลังขนาดใหญ่จะไม่ได้ให้ความสนใจต่อ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ ดังนั้น ทะเลสาบแห่งเทพ แห่งนี้จึงถูกครอบครองโดยฮัวหลิงและคนของเขา



ฮัวหลิงนั้น นั้นได้ตรวจตราอยู่บริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ เมื่อเขาที่ได้รับข่าวดี เขาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เรื่องแรกคือ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ มีสัญญาณว่ากำลังค่อย ๆฟื้นตัว เรื่องที่สอง เซี่ยวหยู่นั้นถูกสังหารโดยคนของเขา ทั้งสองข่าวนี้ทำให้ฮัวหลิงเป็นสุขยิ่งนัก


มันก็นานมาแล้ว ฮัวหลิงนั้นไม่อาจที่จะยืนอยู่ข้างเซี่ยวหยู่ได้ เซี่ยวหยู่มักจะมองดูเขาด้วยความดูถูก ด้วยสายตาที่เย็นชา และแสดงออกด้วยท่าทีที่มีทิฐิ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับพวกผู้ชาย เซี่ยวหยู่นั้น ดูดีเสียยิ่งกว่าหญิงสาว ทุกๆครั้งที่เขาออกมา ก็จะถึงดูดความสนใจของสาวๆเหลือเกิน ซึ่งเรื่องนั้นทำให้ฮัวหลิงรู้สึกแค้นเคืองยิ่งนัก



“เซี่ยวหยู่ เจ้าหาเรื่องเองนะ ในภายภาคหน้า เมื่อเขาออกมายังโลกภายนอกอีกครั้ง ข้ามั่นใจว่า เขาจะถูกสังหารในทุกครั้งที่ข้าได้เห็นเขา ใครใช้ให้พ่อของเจ้ามาขัดขวางการแย่งชิงตำแหน่งกับพ่อของข้ากันหล่ะ?” 


ฮัวหลิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันไปมองที่ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ นี่นับเป็นรากฐานของเขาในโลกภายนอกนี้ ทุกๆปี เขาได้รับศิลาจิตวิญญาณหลายพันก้อนจากมัน แม้ว่ามันจะไม่ได้มากมายเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว


ฮัวหลิง มีลูกน้องอยู่หกสิบคน ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งไม่น้อยในแต่ละปี ไม่ใช่เพียงแค่การบ่มเพาะพลัง พวกเขาจักต้องคอยเฝ้าระวังทะเลสาบแห่งเทพด้วย  เนื่องจากพวกเขาไม่มีกองกำลังมากพอที่จะไปต่อสู้แย่งชิงให้ได้มากกว่านี้


แน่นอนว่า พวกเขามิได้เป็นกองกำลังเดียวจากห้วงสวรรค์น้อยเท่านั้น ในส่วนลึกของโลกภายนอกยังมียอดฝีมืออื่นๆจากห้วงสวรรค์น้อย ที่ครอบครองทะเลสาบแห่งเทพของตนเองอยู่


ในขณะที่พวกเขากำลังบ่มเพาะพลังอยู่นั้น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังสามจุด



ดวงตาของฮัวหลิงเป็นประกาย ตามหลังด้วยเสียงหัวเราะดังกึกก้อง “เซี่ยวหยู่ ขยะเช่นเจ้ายังกล้าที่จะเสนอหน้ามาแถวนี้อีกงั้นเหรอ? ดูท่าทางว่าเจ้าจะเบื่อชีวิตเต็มทนแล้ว เจ้าคิดว่าพาคนมาอีกสองคนแล้วจะทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ?


ฮัวหลิง สามารถรับรู้ได้ชัดเจนถึงกำลังของคนที่อยู่ด้านหลังของเซี่ยวหยู่ จริงๆแล้วก็ไม่ได้เกินไปกว่ายอดฝีมือจากโลกใบเล็ก และคนของพวกเซี่ยวหยู่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ก็มีเพียงแค่น้อยนิด



แม้ว่าพวกเขาจะสังหารเซี่ยวหยู่ ก็ไม่มีใครที่เซี่ยวหยู่จะไปขอความช่วยเหลือได้


แต่ทว่า เซี่ยวหยู่เองก็กล้ามิใช่น้อยที่มาที่นี่! หัวเขาคงจะถูกประตูหนีบมาเป็นแน่ (สำนวนจีน เป็นการดูถูกว่า ทำอะไรโง่ ๆ เพราะหัวได้รับการกระทบกระเทือนมา)


เนี่ยลี่ เซี่ยวหยู่ และ ลู่เพียว ยืนอยู่บนท้องฟ้า และมองดูคนที่เฝ้าประจำการ ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่


เนี่ยลี่จ้องมองไปที่ฮัวหลิงจากที่ไกลๆ

 “ฮัวหลิง เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!” ลู่เพียว ตะโกนไปทาง ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่


*วูบ!* *วูบ!* *วูบ!*



คนกว่าหกสิบคนก็ทะยานขึ้นมาบนท้องฟ้า



ดวงตาของฮัวหลิงจับจ้องไปที่คนทั้งสาม และที่มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มอันเย็นชา “เซี่ยวหยู่ ดูเหมือนว่าเจ้านั้นต้องการที่จะตายมากกว่านี้  ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย เจ้าก็ส่งมาพร้อมกับชีวิตที่แสนสั้นของทั้งสองคนนั่นมาพร้อมกันเลย!


 “ฮัวหลิง เจ้าใช้คนจำนวนมากจัดการกับเซี่ยวหยู่ เจ้านี่ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!” ลู่เพียงยกมือซ้ายจับที่เอวของตัวเอง ขณะที่มือข้างขวาของเขาชี้ไปที่ฮัวหลิง “เราจะชำระหนี้แค้นนี้ด้วยวิธีไหนกันดี?  เจ้าจะยอมถูกชำระคืนด้วยวิธีเดียวกัน หรือว่าจะหมอบคลานและขอยอมรับความผิดที่พวกเจ้าก่อขึ้น?



“ชำระคืนงั้นเหรอ? หมอบคลาน และยอมรับความผิดงั้นหรือ?” ฮัวหลิงหัวเราะ ราวกับได้ยินเรื่องตลก “สมองของพวกเจ้านั้นถูกแช่น้ำมาหรือไงกัน? หรือเจ้าคิดว่าที่โลกภายนอกนี้ จะเหมือนกันสถาบันวิญญาณฟ้าหรือไง ? 


เจ้าพวกโง่ทั้งสาม!”  (สมองแช่น้ำ สำนวนจีน ความหมายเดียวกันกับ สมองเต้าหู้)



ทุกคนที่อยู่ด้านหลังฮัวหลิง ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา  พวกเขาทั้งสามคนช่างไร้สาระยิ่งนัก พวกเขามากันแค่สามคนยังจะพูดจาตลกอะไรเช่นนี้อยู่อีกงั้นเหรอ?


เนี่ยลี่ยังมีท่าทีที่สงบ ในขณะที่สายตาของเขากวาดสายตามองไปที่ฮัวหลิงและคนของเขา “เจ้าทำร้ายคนของข้า สำหรับเรื่องนี้ เจ้าจักต้องชดใช้ให้สมราคา  ทิ้งทุกอย่างที่เจ้ามีเอาไว้เบื้อหลัง นั่นจะเป็นค่าชดเชยสำหรับเซี่ยวหยู่ ถ้าทำเช่นนั้น ข้าอาจจะไว้ชีวิตพวกเจ้าทุกคน”


หลังจากคำพูดของเนี่ยลี่ ใบหน้าของเซี่ยวหยู่อดไม่ได้ที่จะร้อยผ่าว เขาถึงกับก้มหน้าหลบ ใครเล่าจะรู้ว่าเขานั้นคิดสิ่งใดอยู่?



 “ไร้สาระ เจ้าต้องการค่าชดเชยงั้นเหรอ? ในโลกภายนอกนี้ ผู้อ่อนแอ ย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง เจ้าคงจะเบื่อชีวิตเป็นแน่แท้ ตั้งแต่ที่กล้ามาอวดดีต่อหน้าข้า ทั้งๆที่ไม่มีกองกำลังแม้จะหนีไปเสียด้วยซ้ำ”  ฮัวหลิง โบกมือของเขา ขณะที่เขากำลังพูด “เหล่าพี่น้อง ส่งพวกขยะนี่กลับไปที่ห้องโถงวิญญาณ”
คนทั้งหกสิบคน ห้อมล้อมเนี่ยลี่เพื่อนของเขาอย่างรวดเร็ว



 “มันก็คงเป็นดั่งที่เจ้าพูด ผู้อ่อนแอ ย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง ถ้าเป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรถ้าข้าเองก็จะทำแบบนั้นเช่นกัน!”  เนี่ยลี่ยักไหล่ขณะที่จ้องมองฮัวหลิงด้วยสายตาที่เย็นชา


เมื่อเนี่ยลี่พูดจบ กลิ่นอายอันทรงพลังได้แผ่ออกมาปิดทางหนี และ จับตรึงฮัวหลิงและลูกน้องของเขาเอาไว้


มันเป็นการจัดการด้วยพลังอำนาจอย่างสมบูรณ์!


หลี่ชิงอวิ๋น ได้ส่งเหล่ายอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ และมีหนึ่งคนที่เป็นยอดฝีมือในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์  ที่พร้อมจะรับฟังคำสั่งจากเนี่ยลี่ ส่วนลูกน้องของฮัวหลิงนั้น พวกเขาเป็นเพียงยอดฝีมือระดับชะตาสวรรค์ พวกเขาทั้งหมดเรียกได้ว่าห่างชั้นกันยิ่งนัก


ฮัวหลิงหันหน้าของเขามองดูรอบๆ ด้วยความลำบาก เขาตระหนักได้ทันทีว่า กำลังถูกล้อมกรอบไปด้วย ยอดฝีมือไม่น้อยกว่าสองร้อยคน ฮัวหลิง จำได้ว่าหนึ่งในคนที่นำพวกเขามา เป็นคนของหลี่ชิงอวิ๋น


 “ฮัวหลิง ดูเหมือนว่าในหัวของเจ้าจะมีสนิมอยู่ไม่น้อยนะ  นายท่านชิงอวิ๋น ได้บอกว่าให้พวกเจ้านั้นอยู่ห่างจากเนี่ยลี่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่สนใจ  ถ้าเช่นนั้นก็จงอย่าได้ตำหนิพวกข้า” หลีหู่ พูดด้วยน้ำเสียงที่ขึงขัง และปลดปล่อยกลิ่นอายออกมากดดันฮัวหลิงและคนของเขา



ภายใต้ความกดดันที่น่ากลัวนี้ ฮัวหลิง แทบจะกระอักเลือดออกมา ด้วยความรู้สึกอันหดหู่ นี่กลับกลายเป็นว่าเนี่ยลี่ได้นำคนมาช่วยจัดการกับเขา แต่ว่า ถึงแม้เนี่ยลี่กับหลี่ชิงอวิ๋นจะมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจเล็กๆน้อย ๆ  แต่เนี่ยลี่ใช้วิธีไหนกัน หลี่ชิงอวิ๋นจึงยอมส่งคนจำนวนมากมาเพื่อช่วยเหลือเขา? ฮัวหลิง ไม่อาจจะคิดออกได้เลย เพราะถึงอย่างไร เนี่ยลี่นั้นก็ไม่ได้มีตระกูลไหนหนุนหลังเลยเสียด้วยซ้ำ


กองกำลังเส้นทางสวรรค์ ของหลี่ชิงอวิ๋น นั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก ในหมู่ของกองกำลังของคนรุ่นใหม่ มันไม่ใช่สิ่งที่ฮัวหลิงสามารถที่จะเผชิญหน้าได้!


“นายท่านชิงอวิ๋นและข้านั้นไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกัน แล้วเหตุใดจึงได้ช่วยพวกเขาต่อสู้กับข้า? ” ฮัวหลิงจ้องมองไปที่ หลีหู่ ขณะที่ถามด้วยน้ำเสียงอันหดหู่


 “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเจ้า ในตอนนี้ พวกเรารับคำสั่งของนายน้อยเนี่ยลี่ ชตะชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมดอยู่ในกำมือของเขาแล้ว!” หลีหู่ พูดอย่างเย้ยหยัน ถ้าหากมิใช่คำสั่งของ หลี่ชิงอวิ๋นแล้ว คนอย่างฮัวหลิงนั้น ไม่มีค่าพอที่จะให้เสียเวลาด้วยเลยแม้แต่น้อย



“สังหารพวกมันให้หมด!” เนี่ยลี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จริง ๆ แล้ว มันก็เป็นดังที่ฮัวหลิงได้พูดไว้ นี่คือกฏของโลกภายนอก ผู้อ่อนแอ ย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง จำนวนคนนับไม่ถ้วนที่แก่งแย่งและสังหารผู้อื่น ดังนั้นจักต้องทำการบ่มเพาะพลังให้สูงมากขึ้นกว่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก


คนพวกนี้สังหารเซี่ยวหยู่ อย่างที่มีคนกล่าวไว้ “ถ้าหากเจ้าให้เขาไประยะทางหนึ่งคืบ พวกเขาจะร้องขอหนึ่งลี้” (สำนวนจีน เทียบได้กับ ได้คืบจะเอาศอก) เนี่ยลี่กับพวกของเขาก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาจะกลับไปลับคมเขี้ยวเพื่อที่จะกัดกินหัวหลิงและคนของเขา ให้สาสมกับที่มาทำให้พวกเขานั้นเจ็บแค้น
เหล่าลูกน้องของหลี่ชิงอวิ๋น ปิดล้อมคนของฮัวหลิงไว้


ภายใต้คำสั่งเพื่อจะไม่ให้เกิดเรื่องอันตรายขึ้น หลี่ชิงอวิ๋น จึงได้จัดคนสองร้อยคนให้แก่เนี่ยลี่ ส่วนใหญ่จะมีระดับดาราสวรรค์ และมีระดับแก่นแท้สวรรค์อีกหนึ่งคน ซึ่งก็คือ หลีหู่



ฮัวหลิงนั้นเข้าใจดีว่า ถึงจะทำตัวนอบน้อมไปก็ไม่มีประโยชน์ ใบหน้าของเขาแสดงถึงความเย็นชาขณะที่จ้องมองไปที่ หลีหู่ “ข้านั้นไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมหลี่ชิงอวิ๋น ถึงต้องมาช่วยเจ้าพวกสามคนนี้มาจัดการกับข้า! ที่ข้าจะบอกไว้ก็คือ คนในห้วงสวรรค์น้อย จักไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ แน่นอน ถ้าหากเจ้านั้นสังหารพวกข้า พวกเจ้าจักต้องเจอกับยอดฝีมือในห้วงสวรรค์น้อยของพวกข้า หลี่ชิงอวิ๋น เป็นแค่ผู้สืบทอดลำดับที่สามของตระกูลเถ้าอัคคี! การก่อศัตรูให้มากขึ้นก็นับว่าหาเรื่องใส่ตัวก็เท่านั้น ไม่ได้มีประโยชน์อันใดในการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเลยแม้แต่น้อย”


ฮัวหลิง พยายามที่จะเกลี่ยกล่อมหลีหู่ แต่คำพูดของเขานั้นช่างไร้ประโยชน์เสียจริง

ถ้าหากเป็นผู้อื่นที่มิใช่เนี่ยลี่แล้ว แน่นอนว่าหลี่ชิงอวิ๋น จังต้องไมส่งคนของเขาจำนวนมากเพื่อที่จะมากำจัดฮัวหลิง และ เป็นการเสี่ยงที่จะสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นเป็นแน่ แต่ทว่า นี่เป็นคำร้องขอจากเนี่ยลี่ เนี่ยลี่นั้นได้มอบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าแก่เขา เพื่อพิจารณาดูแล้วเรื่องนี้ก็นับว่าเล็กน้อยเท่านั้น


หลีหู่ ยิ้มอย่างไม่สนใจ “เจ้าคิดจะข่มขู่พวกข้างั้นเหรอ? กองกำลังเส้นทางสวรรค์ ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดมาก่อน ถ้าหากเจ้านั้นคิดจะเริ่มก่อสงคราม  ก็เอาตามที่เจ้าต้องการได้เลย!


ความหวังสุดท้ายของฮิวหลิงแตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยคำพูดของหลีหู่ “ถ้าเป็นเช่นนั้น ในวันนี้ข้า ฮัวหลิงก็คงจะต้องตาย แต่ถึงอย่างไร  ข้าจักต้องหาหนทางในการล้างหนี้แค้นนี้แน่นอน!


สำหรับเหล่าคนที่ลอยอยู่กลางอากาศ หลีหู่ ปล่อยพลังออกมาจากฝ่ามือ



*ตูม* *ตูม* *ตูม*


ฮัวหลิงและคนของเขา ระเบิดออกและกลายเป็นฝนเลือดร่วงหล่นจากท้องฟ้า
นี่ก็เรียกว่าได้เป็นการสังหารหมู่วิธีหนึ่ง



ลู่เพียวคิดในใจ หลังจากที่ได้รู้จักหลีหู่มาช่วงเวลาหนึ่ง เขารู้ดีว่าหลีหู่นั้นจงรักภักดีกับหลี่ชิงอวิ๋นยิ่งนัก และคอยติดตามเค้าราวกับว่าเป็นข้ารับใช้ แต่ทว่า  เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหลีหู่นั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้


 แม้่แต่เหล่ายอดฝีมือระดับชะตาสวรรค์ ยังถูกเขาสังหารได้หมดในเวลาไม่ถึงนาที ความแข็งแกร่งของหลีหู้นั้นเหนือกว่า ฮัวหลิงและคนของเขามากนัก การสังหารฮัวหลิงกับพวก ก็นับว่าเป็นการล้างแค้นให้เซี่ยวหยู่ได้เช่นกัน



“นายน้อยเนี่ยลี่ นี่คือแหวนห้วงมิติ ที่เก็บมาได้จากพวกฮัวหลิง!” หลีหู่ ดึงมาจากกลางอากาศ มันเป็นของฮัวหลิง และพวกของเขา จากนั้นก็ส่งมันให้กับเนี่ยลี่


ถ้าหากตายในโลกภายนอก ทุกอย่างที่มีอยู่จะร่วงหล่นไว้ตรงที่ตาย รวมไปถึงแหวนห้วงมิติหรือของวิเศษต่างๆ ทุกอย่างจะถูกทิ้งไว้และเก็บไปโดยคนที่มาพบเจอ ดังนั้นจึงจะไม่ค่อยที่จะมีใครนำสมบัติมีค่าติดตัวมามากนัก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแหวนห้วงมิติของฮัวหลิงและคนของเขา จึงไม่ค่อยมีสิ่งของดีๆอยู่ข้างใน


เนี่ยลี่มองไปยัง หลีหู่ พร้อมกับยิ้ม “ขอบคุณพวกท่านมากเหล่าพี่น้อง กองกำลังเส้นทางสวรรค์ที่ได้ช่วยเหลือในครั้งนี้ ในเมื่อพวกเหล่าพี่น้องของท่านได้ช่วยเหลือเรา ข้าจะให้พวกท่านกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร  ขอให้ท่านทำการแบ่งปันให้กับพวกพี่น้องของท่านด้วย”


 ด้วยการขยับแขนขวาของเขา เนี่ยลี่โยนแหวนห้องมิติของเขา ที่มีศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากให้กับหลีหู่   หลีหู่รีบรับแล้วมองตาม “งานนี้เราได้รับมอบหมายจากนายน้อยของเรา แล้วเราจะรับสิ่งตอบแทนจากท่านได้อย่างไร?


     “ไม่ต้องกังวล ข้าควรจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว พวกท่านได้ทำธุระให้ข้า ดังนั้นข้าก็ควรที่จะตอบแทนค่าเสียเวลาที่ต้องเดินทางมาไกล ถ้าไม่เช่นนั้น จะดูว่าข้านั้นเป็นคนใจแคบเกินไป 



ข้าจะพูดกับหลี่ชิงอวิ๋นเอง ถ้าหากว่าท่านไม่ยอมรับมันไป  จะเป็นการว่าท่านนั้น ไม่ยอมไว้หน้าข้าเลยนะ!” เนี่ยลี่พูดอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกับหัวเราะ


หลี่หู่ขบคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะตัดสินใจไม่ปฏิเสธที่จะรับแหวนห้วงมิติ เขาจึงทำการเก็บมันไว้



“พวกท่านรอข้าตรงนี้สักครู่ ข้าจะกลับมาในอีกไม่ช้า” เนี่ยลี่ทะยาน ไปยัง ทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่

 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง