test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 ส.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 328 ชะตาวิญญาณดวงที่สอง




กู้เหิงคิดมาตลอดว่าเรื่องที่เขาวางยาพิษกู้หลานจนเป็นเหตุให้เส้นชีพจรของนางนั้นพิการจะยังคงเป็นความลับ แต่ดูเหมือนว่ากู้เทียนหลงและคนของเขาได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้จนความจริงปรากฏในที่สุด แต่ทว่าพวกเขาต้องพบเจอกับปัญหาอีกข้อ  เนื่องจากกู้หลานถูกตัดสิทธิ์ไปเพราะไม่อาจกลับมาเป็นดังเดิมได้  



เหลือเพียงกู้เหิงคนเดียวเท่านั้นในหมู่คนรุ่นใหม่ ที่ได้ผสานร่างรวมกับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า เขาจึงเป็นเพียงคนเดียวที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สืบทอด 



ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยแล้ว อำนาจและชื่อเสียงของกู้เหิงในตระกูลกู้จะต้องเสื่อมเสียไปอย่างแน่นอน ถ้าตระกูลกู้ไม่สามารถหาผู้ที่มาแทนกู้เหิงได้ พวกเขาคงต้องจำยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้



อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้านั้นการได้มันมาไม่ใช่เรื่องง่าย


กู้เทียนหลงและคนอื่นๆต่างรู้สึกปลาบปลื้มใจ เมื่อท้ายที่สุดแล้วกู้เบ่ยเผยตัวออกมา ว่าเขาได้ทำการฝึกฝนเจตจำนงค์แห่งกระบี่ แถมยังครอบครองจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า 



ความกังวลก่อนหน้านี้ของพวกเขาล้วนถูกแก้ไข ก่อนอื่นพวกเขาต้องทำการถอนตำแหน่งกู้เหิงออกจากผู้สืบทอดลำดับที่ หนึ่ง เพื่อที่จะลดความกำแหงของเขาลงสักเล็กน้อย  มิเช่นนั้นกู้เหิงอาจจะทำการก่อเรื่องขึ้นมาอีกครั้ง !



   การประชุมสิ้นสุดลง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา การตัดสินใจของเหล่าผู้อาวุโส ก็เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วกันในตระกูลกู้


เหล่าผู้ที่อยู่ในตระกูลกู้ทั้งหมดต่างตกใจกับผลที่ออกมาเป็นอย่างมาก เดิมทีพวกเขาคิดเพียงแค่ว่ากู้เบ่ยจะได้รับตำแหน่งผู้สืบทอดลำดับที่สอง พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่ากู้เบ่ยจะได้เลื่อนเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง  หลายคนในตระกูลกู้ไม่สามารถเข้าใจกับข่าวที่ได้ยินมานี้เลย



พวกเขาทั้งหมดต่างรู้สึกสังหรณ์ใจว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยอันใดออกมา เนื่องจากเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวพันถึงเรื่องเสื่อมเสียภายในตระกูล



ใครจะคิดเล่าว่าท่านผู้นำตระกูลจะตัดสินใจรวดเร็วเพียงนี้  ข่าวนี้มีขึ้นหลังจากที่พวกผู้อาวุโสกลับจากลานประลองแค่ไม่นาน


กู้เหิงรู้สึกหมดหวัง เมื่อกู้หยาและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ได้จากไปสักพักหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่นัก เขาคิดเพียงว่ากู้เบ่ยคงได้เป็นแค่ผู้สืบทอดลำดับที่สอง เท่านั้น ตำแหน่งของเขายังมั่นคงอยู่มาก แต่เมื่อเขาได้ทราบข่าว ทำให้เขาไม่อาจสงบใจได้เลย



เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ตระกูลกู้จะปลดเขาออกจากการเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไร กู้เบ่ย ยังมิได้ก่อตั้งกองกำลังใดๆที่โลกภายนอกเลย


แล้วกู้เบ่ยจะมีคุณสมบัติเช่นนั้นได้อย่างไร?

กู้เหิงรู้สึกโกรธจนปอดแทบจะระเบิด เส้นเลือดของเขาปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาต้องการที่จะไปหาท่านผู้นำตระกูลและสอบถามถึงเหตุผล แต่ทว่า เมื่อเขากลับมาคิดดูให้ดีแล้ว ดูเหมือนว่าท่านผู้นำตระกูลจะรู้อะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงทำให้กู้เหิงนั้นได้ถูกลดตำแหน่งลงเช่นนี้ 


กู้เหิงยิ่งรู้สึกปวดใจยิ่งขึ้นเมืองมองดูกู้เบ่ยที่อยู่ห่างออกไป เจ้าเด็กคนนั้นจักต้องรู้สึกกำแหงอยู่ในใจเป็นแน่ในตอนนี้



กู้เหิงกลายเป็นผู้สืบทอดลำดับที่สองงั้นรึ แล้วมันจะเป็นอย่างไรหล่ะ?


กู้เหิงหรี่ตาของเขา คนที่ได้ช่วยดึงกู้หลานลงมาจากตำแหน่งเมื่อก่อนหน้านี้  เขาจักต้องช่วยเหลือเขาอีกครั้งเป็นแน่ มันเป็นไปไม่ได้แน่ ที่กู้เบ่ยจะยืนหยัดอยู่ได้



เนี่ยลี่และพวกของเขา ต่างก็พูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว



        “ข้าเองก็ไม่คิดเลยว่า ท่านผู้นำตระกูลจะให้ข้าขึ้นเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งเช่นนี้!” กู้เบ่ยก็รู้สึกแปลกใจอยู่เช่นกัน เขาเผยรอยยิ้มพร้อมกับแสดงออกด้วยความหลงตัวเองว่า 



“หรือว่าท่านผู้นำตระกูลอาจจะเห็นว่าข้านั้นเป็นอัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นได้แค่หนึ่งในหมื่นก็เป็นได้? บางทีข้าอาจจะเป็นเพียงผู้เดียวที่ปกป้องตระกูลกู้ได้สินะ?



เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะ กรอกตาไปทางกู้เบ่ย “เจ้าก็คิดอะไรมากไปนะ  นั่นเป็นเพียงแค่เรื่องรองลงมา ที่ท่านผู้นำตระกูลต้องการที่จะสนับสนุนเจ้า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝีมือที่เจ้ามี ก็เป็นได้ เพราะจริงๆแล้วไม่จำเป็นที่จะให้เจ้าขึ้นเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งก็ได้ 



เขาก็แค่ต้องการที่จะปลดกู้เหิงลงมาก็เท่านั้น ท่านผู้นำตระกูลอาจจะรู้เรื่องบางอย่างระหว่างกู้เหิงกับพี่สาวของเจ้าก็เป็นได้ แต่ทว่าเขาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้ 



เนื่องจากว่ากู้เบ่ยนั้นเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้ผสานกับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า แต่ในตอนนี้มีเจ้าอีกคนแล้ว พวกเขาคงเกรงว่ากู้เหิงจะทำผิดเช่นเดิมอีกครั้ง นั่นคือเหตุผลที่เขาปลดกู้เหิงลง เพื่อที่จะยับยั้งเขาเอาไว้นั่นเอง”


กู้เบ่ยยิ้ม “กู้เหิงสมควรที่จะได้รับมัน ในตอนนี้ จะไม่มีที่นั่งผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งให้แก่เขาอีก เขาจักต้องรู้สึกสำนึกและเสียใจบ้าง”


กู้หลานมองไปยังกู้เบ่ยพร้อมกับพูดว่า “ถึงแม้ว่ากู้เหิง ไม่อาจที่จะรักษาตำแหน่งผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของเขาเอาไว้ได้ แต่เขาก็ได้จัดตั้งกองกำลังของตนเองไว้ที่โลกภายนอก 



แต่เจ้านั้นหาได้มีไม่ เมื่อถึงเวลาตัดสินเลือกตำแหน่งผู้นำตระกูล กู้เหิงก็จะได้รับเลือกก่อน เพราะว่า เก้าอี้ผู้นำตระกูลนั้นไม่อาจที่จะส่งมอบให้แก่ผู้ที่ไม่มีรากฐานอะไรได้!


คำพูดของกู้หลานนั้น ต้องการเตือนที่จะมิให้กู้เบ่ยรู้สึกพึงพอใจเพียงแค่ได้เป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง



กู้เบ่ยพยักหน้า “ข้าเข้าใจ ท่านพี่” แม้ว่าเขานั้นจะมีเงินทุนบางส่วนสำหรับใช้ในการรับมือกู้เหิง แต่มันก็ยังเป็นแค่เรื่องผิวเผินเท่านั้น วิธีเดียวที่จะเป็นการสร้างหลักฐานที่มั่นคง ก็คือการวสร้างกองกำลังที่โลกภายนอกเท่านั้น



ในตอนนี้ ในใจของกู้เบ่ยนั้นรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
จากนั้น เนี่ยลี่ เซี่ยวหนิงเอ๋อ เซี่ยวหยู่ พร้อมกับ กู้เบ่ย และ กู้หลาน ก็ได้ดูการแข่งขันในคู่อื่นๆต่อ



กู้เหิงจ้องมองที่เนี่ยลี่กับกลุ่มของเขาก่อนที่จะออกไป เมื่อเขามองเห็นเนี่ยลี่ เขาก็แสดงออกด้วยท่าทางที่บูดบึ้ง เจ้าเด็กคนนี้ กล้าที่จะปฏิเสธข้อเสนอในการเข้าร่วมกองกำลังของเขา และยิ่งไปกว่านั้น 


เขายังอยู่กับกู้เบ่ยและกู้หลานในตอนนี้ แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอะไรกับกู้เบ่ยและกู้หลานในตอนนี้ แต่การจัดการกับเนี่ยลี่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร



กู้เหิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาพร้อมกับพูดว่า “ไปกันเถอะ!



เขาเดินนำกลุ่มของเขาออกไป



      “เนี่ยลี่ หลังจากที่ดวงตะวันขึ้นแล้ว ข้าคงต้องกลับไปยังสำนักเสียงสวรรค์พร้อมกับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้า” เซี่ยวหนิงเอ๋อเงยหน้ามองเนี่ยลี่ หยดน้ำตาเป็นประกายอยู่ในดวงตาของนาง  นางไม่อาจที่จะทนแบกความคิดที่ว่าจะต้องจากเขาไปได้เลย



         “อืม อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดีตอนที่อยู่ที่สำนักเสียงสวรรค์ด้วยนะ!” เนี่ยลี่ตบเบาที่ไหล่ของนาง พร้อมกับยิ้ม แม้ว่าเขาจะเศร้าใจที่ต้องจากลา แต่หลังจากที่ต้องประสบกับมันมาหลายครั้งหลายคราในชีวิตที่แล้วของเขา เขาก็ได้เรียนรู้ถึงความอ่อนโยนของการจากลามากขึ้น


เซี่ยงหนิงเอ๋อมองไปที่เนี่ยลี่ พร้อมกับเขย่เท้า และจูบลงตรงที่แก้มจองเขา ใบหน้าของนางนั้นร้อนผ่าว จากนั้นนางก็หันหลังกลับพร้อมกับจะวิ่งออกไป เนี่ยลี่  ดึงนางกลับมาพร้อมกับมอบแหวนห้วงมิติให้ 


“ข้างในนี้มีศิลาจิตวิญญาณ และก็มี จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับมหัศจรรย์  นำติดตัวไปและแบ่งให้กับพรรคพวกของเจ้า”
เซี่ยวหนิงเอ๋อที่เพิ่งจะจูบกับเนี่ยลี่เมื่อก่อนหน้านี้  ยังรู้สึกอายจนแทบตาย ทว่ากลับถูกเนี่ยลี่ดึงกลับมา


      “อีกเรื่องหนึ่ง ข้าได้เขียนอักษรบางคำใส่ลงไปในนั้นด้วย ถ้าหากว่ายังมีอะไรที่ขาดเหลืออีก ก็รีบบอกข้ามาในตอนนี้” เนี่ยลี่จับมือของเซี่ยวหนิงเอ๋อไว้ ซึ่งเขาต้องยอมรับเลยว่ามือของนางนั้นช่างเรียบเนียนและอ่อนนุ่ม เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อได้เห็นท่าทางเขินอายของนาง



ใบหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อร้อนผ่าว และ นางก็อดไม่ได้ที่จะย่ำเท้าของนาง



“ถ้าไม่มีอะไรอีก ข้าขอตัวก่อนนะ!” เซี่ยวหนิงเอ๋อ นั้นอับอายเสียจนแทบอยากตาย นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับเขา



เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มขณะที่มองนางจากไป ใจของสตรีนั้นราวกับชิ้นหยกที่มิได้เจียรไน บริสุทธิ์และงดงามยิ่งนัก ทั้งจื้ออวิ้น และหนิงเอ๋อ เป็นคนที่เขาจะต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อที่จะปกป้อง



     เหล่าศิษย์ของสำนักอัคคี และ สำนักเสียงสวรรค์ทั้งหมดมารวมตัวกัน เซี่ยวหนิงเอ๋อโบกมือให้กับเนี่ยลี่ที่อยู่ไกลออกไป


หมิงเยี่ย วู่ซวง อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองดูเนี่ยลี่ ก่อนที่จะหันมามองที่เซี่ยวหนิงเอ๋อพร้อมกับรอยยิ้มที่สงบ ดูเหมือนว่าเนี่ยลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน



เหยียนหยางเดินมาทางเนี่ยลี่ เขายิ้มพร้อมกับพูดว่า “ศิษย์น้องเนี่ยลี่ น่าเสียดายยิ่งนักที่เวลานั้นมีอย่างจำกัด และข้าคงไม่อาจที่จะได้พูดคุยกับเจ้ามากนัก ข้าจึงอยากที่จะกล่าวลากับเจ้าในวันนี้  ถ้าหากเราได้พบกันอีกครั้งในภายภาคหน้า หรือว่าเจ้าจักมาที่สำนักอัคคี โปรดมาหาข้าได้ทุกเมื่อ เรายินดีที่จะพูดคุยกับเจ้าอย่างจริงใจ”



      “ขอบคุณศิษย์พี่เหยียนหยางยิ่งนัก เมื่อโอกาสนั้นมาถึง ข้าจักต้องไปเยี่ยมเยือนท่านแน่นอน ” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับประสานมือคารวะ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งใด การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับว่าที่ผู้นำของสำนักอัคคี ก็นับว่าถูกต้องแล้ว
เหยียนหยางนั้นมิใช่คนที่จะเข้าหาได้ยาก ดั่งที่ผู้คนเล่าลือเลยแม้แต่น้อย


สิ่งที่เนี่ยลี่นั้นไม่รู้ก็คือ เหยียนหยาง นั้นหาได้ใส่ใจกับคนธรรมดาทั่วๆไป หรือคนอย่าง หลงเทียนหมิง เลยไม่ แต่ทว่า เหยียนหยาง นั้นมองดูเนี่ยลี่ราวกับว่าเป็นดั่ง ประทีบดวงใหม่



เหล่าศิษย์ของสำนักอัคคี ต่างเฝ้ามองดูการแสดงออกอย่างสุภาพที่เหยียนหยางแสดงต่อเนี่ยลี่ พวกเขาจักต้องจดจำเนี่ยลี่ไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าหากพวกเขาได้พบเจอกับเนี่ยลี่ในวันข้างหน้า พวกเขาจักต้องไม่หาเรื่องขัดแย้งกับเขาเป็นแน่ มันคงจะดีกว่าหากพวกเขานั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เนี่ยลี่ เพราะพวกเขานั้นรู้ดีแล้วว่า เขาเป็นคนที่ โอรสศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ให้ความสำคัญ


แม้แต่โอรสศักดิ์สิทธิ์ ยังให้การยอมรับเนี่ยลี่ ถ้าหากคนธรรมดาอย่างพวกเขาไปยั่วยุเนี่ยลี่ คงจักต้องได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดจากโอรสศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่


ในสำนักอัคคีนั้น เหยียนหยาง นั้นดำรงอยู่ในตำแหน่งที่พิเศษมาก



“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องขอลา!” เหยียนหยาง พยักหน้าก่อนที่จะนำเหล่าลูกศิษย์ของสำนักอัคคีจากไป



ขณะที่เยี่ยเชียน จากไปพร้อมกับเหยียนหยาง เขาชำเลืองมองเนี่ยลี่ด้วยสายตาที่เย็นชา ด้วยความจริงที่ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อกับเนี่ยลี่นั้น ได้ใช้เวลาร่วมกันตลอดคืน ได้สร้างปมในใจของเขาขึ้นมา เยี่ยเชียน นั้นโกรธมากยิ่งขึ้น ด้วยความจริงที่ว่าเขานั้นไม่อาจจะทำอะไรกับเนี่ยลี่ได้ 



เขาทำได้เพียงแค่แอบหวัง ว่ามู่หลงหยี่ จะช่วยจัดการมันให้เขา ลู่เพียวกัยเซี่ยวซุ่ยนั้น ก็กำลังร่ำลากันอยู่เช่นกัน เหล่าศิษย์ของทั้งสองสำนัก ได้เดินทางจากไป เนี่ยลี่ มองดูเซี่ยวหนิงเอ๋อ โบกมือเล็กๆของนาง และค่อย ๆลับหายไปอย่างช้า ๆ



เซี่ยวหยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ขณะที่เขามองดูเนี่ยลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อ กำลังร่ำลากัน จริง ๆแล้ว ทั้งสองก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันดี เขาจ้องมองไปยังที่แสนไกล ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าเขานั้นคิดสิ่งใดอยู่
หลังจากที่ส่งเซี่ยวหนิงเอ๋อกลับไปแล้ว เนี่ยลี่ก็ละสายตากลับมา



ด้วยเห็นแก่ประโยชน์ของ จื้ออวิ้น หนิงเอ๋อ ครอบครัวของเขา และเพื่อน ๆพี่น้องของเขา  เนี่ยลี่ รู้ดีว่าจักต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  เขาจะต้องบรรลุระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่สอง 


เพื่อที่จะมุ่งหน้าสู่โลกภายนอก จากนั้นก็สร้างกองกำลังของตัวเอง และเข้าร่วมชิงตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขากับเซี่ยวหยู่และลู่เพียวก็กลับไปยังที่พัก


เนี่ยลี่เข้าไปยังจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เพื่อบ่มเพาะพลัง หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง กลิ่นอายพลังของเขาก็ระเบิดออก จากนั้นชะตาวิญญาณของเขาก็ค่อย ๆก่อรูปขึ้นมา ในขอบเขตวิญญาณของเขา


เกินกว่าที่เขาได้คาดหวังเอาไว้ ชะตาวิญญาณดวงที่สองของเขานั้นมีสีฟ้า สีแดงหนึ่งดวง และ สีฟ้าหนึ่งดวง เขารู้สึกตกใจ เพราะเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน



โดยปกติแล้วชะตาวิญญาณของคนทั่วไปจะไร้สี!


เนี่ยลี่ลืมตาขึ้นมาจากการบ่มเพาะพลัง ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามที่เขาได้หวังไว้ การใช้งานจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเป็นตัวกระตุ้นอย่างดี เขาใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถบรรลุระดับถัดไปได้ แต่ทว่า 



เขาก็ยังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานับตั้งแต่ที่ได้เห็นสิ่งนั้น เขาก็ไม่อาจที่จะขบคิดได้ออก  เนี่ยลี่จึงตัดสินใจที่จะไม่คิดเรื่องนี้อีก



เนี่ยลี่นั้นได้บ่มเพาะพลังเสร็จแล้ว จากนั้นก็หันมองยู่หยานและจินตาน ที่ทำการบ่มเพาะพลังอยู่ การบ่มเพาะพลังของพวกเขานั้นเพิ่มสูงขึ้นมากหลังจากทีได้เข้ามาในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ



หลังจากที่เขาได้ทำการบ่มเพาะพลังเสร็จแล้ว เขาก็ได้เดินทางไปยังห้องโถงวิญญาณ และวางชะตาวิญญาณของเขาไว้ข้างในนั้น


ในตอนนี้เขาก็ได้บรรลุถึงระดับสองชะตาแล้ว ในที่สุดเขานั้นก็สามารถที่จะไปยังโลกภายนอกได้ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่จะได้แสดงความสามารถของเขา


 แปลโดย สินธ์นวล  &  นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง