test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

31 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 325 น้องชายและพี่สาว




        มีคนอยู่ประมาณห้าสิบถึงหกสิบคน บนสนามประลองยุทธ์  ทุกสนามนั้นต่างล้อมรอบไปด้วยผู้สังเกตการณ์ของตระกูลตัวเอง มันเรียกว่าการชุมนุมของผู้ที่"โดดเด่นเป็นพิเศษ"
         


       ตระกูลเถ้าอัคคี ตระกูลกู้  ตระกูลผนึกมังกร  ล้วนแต่เป็นตระกูลใหญ่พวกเขาได้ครองสนามบางประลองบางแห่งเป็นของพวกเขา  สามารถกล่าวได้เลยว่าเป็นการชุมนุมของพวกเขาที่เอาไว้ทดสอบชนรุ่นใหม่ในความแข็งแกร่งของการศิลปะการต่อสู้



"เราไปรีบไปที่นั่นกันเถอะ!"กู้หลานชำเลืองมองไปที่กู้เบ่ยและเผยยิ้มเล็กน้อย


"ตกลง" กู้เป่ยพยักหน้า แม้ว่าอากัปกริยาท่าทางของเขาจะแลดูสงบ แต่อารมณ์ของเขานั้นหวั่นไหวเหมือนดั่งเช่นภายในใจของเขา

         
   กลุ่มพวกเขาหันมองตรงไปยังทิศทางที่ กู้เหิง   กู้เบ่ยปล่อยพลังออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็ยกกู้หลานออกจากเก้าอี้เบาๆ

         
   เมื่อพวกเขามองเห็นกู้หลานและกู้เบ่ยตรงมา เหล่าตระกูลกู้ทั้งหมดก็ถอยห่างออกไปและต่างสนทนากันด้วยเสียงเบาๆ


"น้องชายและพี่สาว กู้หลานและกู้เบ่ย ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน!"


     "แม้ว่าตั้งแต่เส้นชีพจรลมปราณของกู้หลานนั้นจะมีการอุดตัน นางก็อาศัยอยู่อย่างสันโดษในที่สุดนางก็ออกมา"

          
    เหล่าผู้คนจากตระกูลกู้ได้แต่ทอดถอนหายใจด้วยความโศกเศร้า มีหลายเรื่องราวภายในตระกูลกู้และในหมู่ชนรุ่นใหม่นั้นหลายคนเคยได้รับการสนับสนุนจากกู้หลาน 


       ก่อนที่กู้หลานนั้นจะต้องกลายเป็นคนพิการ นางเป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมาก ภายในตระกูลกู้ มากยิ่งกว่ากู้เหิง นัก แม้ว่าเส้นชีพจรลมปราณของนางนั้นจะอุดตันและการบ่มเพาะพลังของนางจะต้องพิการ แต่หลายคนก็ยังให้ความเคารพกู้หลานเป็นอย่างมาก



     "เจ้าได้ยินข่าวหรือไม่?ว่ากู้เบ่ยนั้นได้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมหาศาลที่ลานประมูลเมื่อวานนี้หลังจากคำนวณแล้ว ดูเหมือนว่าเขานั้นจะใช้เกินกว่า สี่แสน ศิลาจิตวิญญาณเลยทีเดียว นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจยิ่งนักข้าสงสัยว่าเงินทั้งหมดมาจากที่ไหนกัน?"



      "กู้เบ่ยนั้นยังไม่ได้เดินทางออกไปโลกภายนอกและยังไม่ได้มีการจัดตั้งกองกำลังของตัวเองเลย นอกจากนี้เขายังไม่ได้ร่วมแข่งขันในการครอบครองทะเลสาปเทพ เลย ทำไมเขานั้นจึงสามารถที่จะมีศิลาจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลได้เช่นนั้น?"


      "ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ด้วยการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพียงลำพังด้วยตัวคนเดียว คงเป็นไปไม่ได้มันสามารถเป็นไปได้ว่ามันคือเงินจากกู้หลาน”
          


        บรรดาเหล่าผู้คนของตระกูลกู้ต่างสนทนาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หลังจากที่เส้นชีพจรลมปราณของกู้หลานนั้นเกิดการอุดตัน พวกเขาต่างก็ได้ตั้งความหวังบางอย่างไว้กับกู้เบ่ย  


   แต่อย่างไรก็ตาม กู้เบ่ยนั้นเป็นบุคคลสร้างความน่าผิดหวัง  เขานั้นเป็นคนที่ไม่เอาถ่านโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่อายุเขายังน้อย อยู่ก็มีภรรยาเกินกว่ายี่สิบคน 


      แม้ในด้านพรสวรรค์ของเขาจะสร้างความน่าตกใจ   เพราะเป็นถึง  รากวิญญาณฟ้า ขั้นที่เจ็ดแต่ในด้านการบ่มเพาะพลังของเขากลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความคาดหวัง


กู้เบ่ยนั้นจึง ได้ถูกปฏิบัติเหมือดั่งเช่นเป็นขยะนักแม้แต่คนที่มีระดับชะตาดินก็ตาม

          
       แต่อย่างไรก็ตาม จากการกระทำในเรื่องวานนี้ ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทั้งตกใจในความร่ำรวย  ที่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถใช้จ่ายออกไปได้   พวกเขาจึงเริ่มที่จะต้องทำการประเมินกู้เบ่ยใหม่อีกครั้ง

          
      ในวันนี้นั้น กู้เบ่ยและกู้หลาน ได้ปรากฏตัวออกมา ใครจะรู้ล่ะว่าพวกเขาอาจจะมีแผนการบางอย่างอยู่ก็ได้?

         
กู้เหิงจ้องชำเลืองมองไปยังกู้เบ่ยและกู้หลาน  เขานั้นไม่อาจอดที่จะหัวเราะได้"กู้หลาน กู้เบ่ย เจ้าทั้งสองคนก็มาร่วมการชุมนุมเหมือนกันรึ?"

          

หลังจากเขาพูดจบ  ประกายตาที่มีร่องรอยแห่งความเย็นเยือกก็ผ่านออกมา เขาก็ทราบ ถึงเรื่องที่ของกู้เบ่ย ได้กระทำในเมื่อวาน

         

กู้เบ่ยนั้นได้แสดงกิริยาท่าทางเล็กเพื่อเตือน กู้เหิงที่นั่งอยู่ จากที่ทั้งสองพี่น้อง คนหนึ่งพิการอีกคนไม่เอาถ่าน  หาได้มีความสำคัญที่จะโยกคลอนตำแหน่งของเขาได้!

         

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเรื่องอะไรที่พวกเจ้าทั้งสองได้คิดเอาไว้  ข้าจะทำให้เจ้า ต้องประสบกับความล้มเหลวโดยไร้ปราณี

         

กู้เบ่ยหัวเราะ แสดงออกถึงความไร้มารยาท "เป็นวันที่ดีสำหรับทุกท่าน  ท่านผู้อาวุโส ท่านพี่กู้เหิง พวกเราแค่มาเดินเล่นรอบๆบริเวณนี้ ดูเหมือนว่าคืนนี้จะมีอากาศที่ดีนะ "


ผู้อาวุโสบางคนต่างจับจ้องมองไปยังกู้หลาน


"กู้หลาน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างหละ?"หนึ่งในผู้อาวุโสสวมชุมคลุมสีทองยิ้มออกมาด้วยความมีเมตตา เขานั้นเป็นผู้อาวุโสลำดับหนึ่งของตระกูลกู้ กู้หยา


    "ขอบคุณผู้อาวุโสหนึ่งที่เมตตา ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว"กู้หลานพยักหน้า ตอนนี้นางปกปิดความแข็งแกร่งด้วยวิธีพิเศษ   แม้แต่กู้หยาก็ไม่สามารถที่จะสัมผัสรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนาง



     "เอาล่ะ"กู้หยาพยักหน้าขณะที่เขาถอดถอนหายใจ กู้หลานนั้นเส้นชีพจรลมปราณอุดตัน ทำให้ต้องกลายมาเป็นคนพิการ สวรรค์ช่างไม่เป็นใจให้ตระกูลกู้จริงๆ  ด้วยพรสวรรค์ของนางนั้นสูงส่งเป็นอย่างมากในรอบ 100 ปีที่เลยทีเดียว ผู้สืบทอดลำดับหนึ่ง คนปัจจุบันอย่างกู้เหิงนั้นยังนับว่าห่างไกลมากเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับนาง



กู้เหิงได้แต่ถอนหายใจ "กู้หลานช่างน่าสงสาร ดูเหมือนว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน มันช่างเลวร้ายที่เส้นชีพจรลมปราณอุดตันไม่สามารถที่จะรักษาได้"

          

       แม้ว่ากู้เหิงจะแสดงท่าทางเห็นใจแต่กู้หลานกลับยินคำพูดที่ฟังดูเยาะเย้ยแฝงยู่ในคำพูดของเขา ได้ยินคำพูดเหล่านั้นก่อนหน้านี้ นางต้อถึงกับต้องจุกหน้าอกเป็นแน่   ตอนนี้นางสามารถที่จะสงบจิตใจได้  ถ้ากู้เหิงนั้นได้รู้ว่าการบ่มเพาะพลังของนางได้กลับฟื้นฟูไปยังจุดสุดยอดอีกครั้งแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาจะแสดงสีหน้าเป็นเช่นไร?

          
      กู้เบ่ย เปลี่ยนเรื่องสนทนา"วันนี้ดูมีชีวิตชีวานัก ข้าได้ยินว่าเหล่าชนรุ่นใหม่ของตระกูลกู้ ได้มีการฝึกซ้อมการต่อสู้ขึ้นที่นี้  ข้าจึงอยากมาร่วมสนุกด้วย " แม้ว่าเขานั้นจะไม่ค่อยถูกกับ กู้เหิงเท่าไหร่แต่เขาก็ยังอดทนรอเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรที่รุนแรงเกี่ยวออกมา

          
    ตอนนี้นั้น กู้เหิง เป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของตระกูลกู้ แม้ว่ากู้เบ่ยต้องการที่จะดึงกู้เหิงลงมาแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโส เขายังคงวางท่าทางอย่างระมัดระวัง

          
      เนี้ยหลี่และกลุ่มของเขายืนอยู่ด้านข้าง เนี้ยหลี่สังเกตเห็นว่าทุกคนต่างแสดงท่าทางและจับจ้องความสัมพันธ์ภายในของตระกูลกู้ มันดูเหมือนว่าทุกคนค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับกู้หลานและกู้เบ่ย



        "โอ้? ญาติผุ้น้องกู้เบ่ย ก็มีความสนใจเหมือนกันหรือนี้? พวกชนรุ่นใหม่ของตระกูลกู้ของพวกเขากำลังฝึกซ้อมการต่อสู้กันอยู่ตอนนี้เป็นเหมือนกับต้นกล้าที่สดใหม่ ทำใมญาติผู้น้องกู้เบ่ยไม่พยายามขึ้นไปทดสอบดูหละ?



"กู้เหิงกล่าวพร้อมเผยออกมายิ้มเล็กน้อย

          กู้หยาและคนอื่นๆล้วนมองไปยังกู้เบ่ยที่มีชื่อเสียงไปไนทางไม่ดีของตระกูลกู้ เขามักจะไม่ใส่ใจกลับการบ่มเพาะพลังของเขา อย่างไรก็ตาม ในเมื่อวานนี้มีเรื่องที่ทำให้พวกเขานั้นสับสนได้เหมือนกัน 


      ในเรื่องของการใช้เงินสี่แสนศิลาจิตวิญญาณ ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถหามันได้ แม้ว่าผู้อาวุโสเช่นพวกเขายังไม่กล้าที่จะใช้ เงินสี่แสน ศิลาจิตวิญยาณ ในการใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวมันเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำของชนรุ่นใหม่ และอีกอย่างหนึ่งเขายังเป็นน้องชายของกู้หลาน!

          

      พรสวรรค์ของกู้เบ่ยนั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว ถ้าเขาสามารถฝึกฝนการบ่มเพาของเขาพลังอย่างหนักล่ะ อาจสามารถประสบความสำเร็จมากกว่านี้และอาจจะกลายมาเป็นเสาหลักของตระกูลกู้ได้
          

        กู้หยาและพรรคพวกต้องการที่จะเห็นความแข็งแกร่งของกู้เบ่ย แต่อย่างไรกู้เบ่ยดูเหมือนว่าจะยังไปไม่ถึงระดับสูงของชะตาดินเสียด้วยซ้ำและยังไปไม่ถึงระดับหนึ่งชะตาสวรรค์เลย 



พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย  หลงยู่อินที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับกู้เบ่ยนั้นดู จะก้าวขึ้นไปถึงระดับ ชะตาสวรรค์เรียบร้อยแล้ว

          
         กู้เหิงเห็นการแสดงออกของกู้หยาและพรรคพวก ซึ่งมีร่อยรอยแห่งความผิดหวังผ่านออกมาจากแววตาของพวกเขา ในที่สุดเจ้าเด็กกู้เบ่ยก็แสดงตัวออกมาแล้วรึ? มันดูเหมือนว่าเขาจะต้องส่งใครไปสั่งสอนบทเรียนกู้เบ่ยสักเล็กน้อยแล้ว!



"เมื่อญาติผู้น้องกู้เบ่ย สนใจ ทำไมไม่ลองเล่นกับ กู้ควนสักเล็กน้อยล่ะ?"กู้เหิง  มองไปที่กู้เบ่ยขณะพร้อมหัวเราะหึๆออกมา "อย่างไรก็ตาม กู้ควนไปถึงจุดสูงสุดของชะตาระดับดิน แล้ว! (ระดับเซียน)"

          
      กู้เบ่ย ทำท่าลังเลซักพักหนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยท่าทางลำบากเล็กน้อย" อ่า นั่นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่?"

          
     กู้เหิงคิดว่ากู้เบ่ยนั้นกลัว ดังนั้นเขาจึงเผยยิ้มออกมา"มันเป็นแค่เพียงการซ้อมต่อสู้ระหว่างชนรุ่นใหม่ ญาติผู้น้องกู้เบ่ยไม่เห็นต้องกังวลเกี่ยวกับมัน  ข้าจะให้กู้ควน ออมมือให้!"

          
       กู้เบ่ยทำท่าครุ่นคิดหนักชั่วขณะหนึ่ง ราวกับว่าต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากมาก ก่อนที่เขาจะพูดออกไปว่า "ถ้าเช่นนั้นก็ตกลง"

          
      เซี่ยวหนิงเอ๋อไม่สามารถอดที่จะยิ้มออกมาได้เห็นได้จากบริเวณใบหน้าของนาง  แม้ว่านางนั้นจะไม่รู้ความแข็งแกร่งของ สหายของเนี่ยหลี่  นางก็สามารถบอกได้เลยว่าคนที่มีระดับสูงสุดแค่ชะตาดินนั้นไม่อาจจะสร้างปัญหาให้แก่เขาเลย 



       อย่างไรก็ตาม กู้เบ่ยกลับทำท่าว่ามันเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งดูคล้ายกับเนี้ยหลี่มาก  ทำท่าว่าตัวเองจะตกเป็นเหยื่อขณะที่เหยื่อกลับกลายเป็นนักล่า ดังเช่นความจริงที่ว่า "พวกนกที่ขนเหมือนกันมักรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน"

          เมื่อพวกเขาได้ยินว่ากู้เบ่ย กำลังจะเข้าร่วมการประลอง ก็กลายมาเป็นที่สนใจของคนทั่วทั้งตระกูลกู้ในทันที


“เจ้าได้ยินมาจริงรึ เจ้าคนไม่เอาไหน มีภรรยากว่ายี่สิบคน จะร่วมประลองยุทธ์”


     "ข้าได้ยินมาว่าการบ่มเพาะพลังของเขานั้นอยู่ในระดับต่ำของชะตาดิน!เพราะว่าเขานั้นไม่ได้ฝึกฝนทักษะการต่อสู้อะไรเลย เขาจะต้องพ่ายแพ้ในการต่อสู้นี้แน่ เหมือนกับเขตแดนวิญญาณของเขานั้นล่ะเขาเป็นได้แค่ขยะเท่านั้น!"


"แต่เขามีรากวิญญาณฟ้าระดับ 7 เชียวนะ"


"มีรากวิญญาณฟ้าระดับ 7 แล้วใช้ไม่เป็นจะมีประโยชน์อันใดเล่า?


"แต่ข้ายังไม่การให้กู้เบ่ยป็นขยะนะ ก็เขานั้นเป็นน้องชายของกู้หลาน!"



"ความแตกต่างระหว่างพี่สาวและน้องชายห่างกันมากนัก! พวกเขาเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันจริงหรือ?"

        บรรดาเหล่าคนจากตระกูลกู้ต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน พวกเขาล้วนให้ความสนใจในการต่อสู้ครั้งนี้

          เมื่อได้ยินเสียงพวกเขาวิจารณ์กัน กู้เหิงก็ส่งเสียงของเขาไปยังกู้ควน และมีน้ำเสียงที่เย็นเยือกว่า"กู้ควน จัดการมันอย่างได้ปราณีจนกระทั่งมันไม่สามารถที่จะบ่มเพาะพลังได้อีกเลย!" ในขณะนั้นกู้เบ่ยก็มีความคิดหลายอย่างโผล่ขึ้นมา เขารู้ว่าจะโดนจัดการอย่างไร้ปราณี!

          
      กู้ควนชำเลืองมองไปที่กู้เบ่ยด้วยแววตาที่มีร่องรอยแห่งการดูถูก สั่งสอนบทเรียนให้ขยะอย่างกู้เบ่ยนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายนัก เขากระโดดลอยขึ้นไปบนสนามประลอง

          
     กู้เป่ยก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีเหมือนกันด้วยการก้าวเบาๆเหมือนดั่งขนนก  ราวกับว่าเขานั้นไม่ได้มีความแข็งแกร่งใดๆ

          
      เหล่าศิษย์ทั้งหลายที่อยู่รอบๆต่างอดไม่ได้ส่ายหน้า เมื่อเห็นภาพเหล่านั้นกู้เบ่ยนั้นอาจจะยุ่งกับผู้หญิงหนัก จึงทำให้เขามีท่าทางไม่ค่อยมีแรงเช่นนี้ เขาจะต่อสู้ได้อย่างไร? มันคงเป็นปัญหา กู้เบ่ยคงมีความรู้ใดๆในการต่อสู้บ้างนะ

          
       เนี่ยหลี่เผยรอยยิ้มออกมา กู้เบ่ย แสดงท่าทางได้ดีจริงๆเลยนะ เขาไม่กลัวโดนว่าจะโดนฟ้าผ่ารึอย่างไร? (ตามความเชื่อของจีนได่กล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณทำสิ่งที่ไม่ดีคุณจะโดนฟ้าผ่า")

          
     เซี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มขณะที่นางส่งเสียงไปยังเนี้ยหลี่"เนี่ยหลี่ กู้เบ่ยคงจะเรียนมาจากเจ้าถูกต้องไหม?"


เนี้ยหลี่ถูจมูกของตัวเองแล้วเขาก็หัวเราะออกมา,"เขาเรียนมาจากข้ากระนั้นรึ?ข้าเป็นเช่นนั้นเหรอ?"

          เซี่ยวหยู่ไม่สามารถอดยิ้มได้ ขณะที่เขาเม้มริมฝีปาก เขานั้นทราบดีถึงความแข็งแกร่งของกู้เป่ย ด้วยจิตสูรสายเลือดมังกรอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าอย่างเดียว เขาสามารถมีระดับที่ก้าวกระโดดและสามารถสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้  สิ่งที่ทำอยู่เป็นเพียงแค่การแสดงท่าทางว่าเขากำลังกลัวอยู่ก็เท่านั้นเองหละ


เหล่าผู้คนจากตระกูลกู้ต่างส่งเสียงให้กำลังใจจากบริเวณด้านล่าง


"กู้ ควน,จัดการล้มเจ้าคนไม่เอาถ่านนั้นซะ!"



"กู้เบ่ย เก็บมันเลย!"



เสียงให้กำลังใจดังขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง



     "กู้เบ่ย ข้าดูแล้วเจ้าไม่เอาไหนนัก คงเป็นได้เพียงขยะ เจ้าไม่มีคุณสมบัติใดๆที่จะมาอยู่ในตระกูลกู้ของพวกเราเลย  รากวิญญาณฟ้าขั้นที่เจ็ดของเจ้าช่างเสียเปล่าจริงๆ วันนี้ข้าจะเป็นตัวแทนของตระกูลสอนบทเรียนให้เจ้า!"กู้ควน พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกขณะที่เขาก้าวเท้าไปหากู้เบ่ยพลังวิญาณที่น่าหวาดหวั่นแผ่พุ่งไปสู่ฟ้า


       เหมือนดั่งเช่นเสือที่ดุร้ายเพิ่งก้าวออกมาจากขุนเขา กู้ควนคำรามและกระโจนไปหากู้เป่ย,เมื่อเขาลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของเขาได้เปลี่ยนร่างรวมเข้ากับ เหยี่ยวเหล็กทมิฬพร้อมกับมีกงเล็บที่เป็นเหล็กออกมา

          

   แม้ว่าในความคิดกู้ควนจะดูถูกดูแคลนกู้เบ่ย มากนัก แต่เขาก็กลับไม่ได้ออมมือแม้เพียงนิดในการโจมตีของเขา


      กู้ควนพยายามใช้ความแข็งแกร่งของเขาทั้งหมด กู้เป่ยอาจจะเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นแน่ เขาจะทานทนได้ซักเท่าไหร่ เหล่าผู้อาวุโส ถอนหายใจและไม่สามารถจะไม่ส่ายหน้าของพวกเขาได้  พวกเขาล้วนรู้ดีถึงระดับความแข็งแกร่งของกู้เบ่ย เนื่องเพราะเขานั้นเป็นคนไม่เอาไหน เจ้าเด็กนั้นไม่ได้ใช้ความพยายามที่จะบ่มเพาะพลังเลย


กู้ควนเล็งกรงเล็บเหล็กไปที่บริเวณศีรษะของกู้เบ่ย ด้วยท่าทางที่น่าหวาดกลัว



 แปลโดย ผู้ไม่ประสงค์นาม

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง