test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

30 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 324 การแสดงที่น่าสนุก



"ถ้าเจ้านั้นยอมติดตามหลี่ ยื่อฟงด้วยอย่างจริงใจหล่ะก็ ผู้อื่นก็จะทำตามเจ้าเอง!"  ผู้อาวุโสลำดับสามนั้นรู้สึกโกรธเล็กน้อย ที่โดนหลี่ชิงอวิ๋นบอกปฏิเสธ



"ถ้าท่านต้องการให้ข้าซื่อสัตย์ต่อกระกูล ท่านพิจารณาเลยว่าใช่ แต่ถ้าท่านต้องการให้ข้ากลายเป็นสุนัขรับใช้ของหลี่ ยื่อฟงล่ะก็ เขานั้นไม่มีคุณสมบัติเพียงพอเพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา 



ดวงจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าปรากฏเพียงอันเดียวในตระกูลเถ้าอัคคี ลองถามใจพวกท่านดูสิ ก่อนหน้านั้นพรสวรรค์ของข้านั้นด้อยกว่าหลี่ ยื่อฟงจริงหรือไม่? 


ดวงจิตอสูรตนนั้นมันควรจะเป็นของข้า แต่มันเป็นเพราะว่าเขาคือลูกชายของผู้นำตระกูลคนก่อนหน้านี้ เขาได้ใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องในการได้หลอมรวมเข้ากับดวงจิตอสูร ข้ายอมรับว่าในรอบหลายไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ความแข็งแกร่งของข้าไม่สามารถเทียบกับเขาได้ แต่ข้าไม่ยอมรับความไม่ถูกต้องของมัน" น้ำเสียงของหลี่ชิงอวิ๋นนั้นมีร่องรอยของความไม่พอใจเจือปนอยู่ในนั้น


สำหรับคนอย่างหลี่ชิงอวิ๋น เขานั้นไม่ควรที่จะเอ่ยคำเหล่านั้นออกมา อย่างไรก็ตามด้วยบุคลิกของเขาแล้ว มันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทนยอมรับความ อยุติธรรมเช่นนี้


ผู้อาวุโสลำดับสามพูดด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัว "หลี่ชิงอวิ๋น เจ้ายังไม่ยอมที่จะถอนตัวจากเรื่องนี้อีกกระนั้นหรือ? ก่อนหน้านั้น พรสวรรค์ของเจ้าตามความจริงแล้วด้อยกว่าหลี่ ยื่อฟง ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด"


"ไม่ต้องบอกเลยว่าความจริงมันคือการเข้าใจผิด  ข้าไม่ต้องการที่จะพูดเรื่องนี้อีกต่อไป  นอกจากนี้ ท่านผู้อาวุโสเช่นท่าน ไม่มีกองกำลังของตัวเองหรอกหรือ? 



      ทำไมข้าจะต้องปล่อยพี่น้องข้องข้าให้กับหลี่ ยื่อฟงกันเล่า?" หลี่ชิงอวิ๋นจ้องมองไปยังเหล่าอาวุโสและกล่าวต่อ "ผู้อาวุโสลำดับห้า ทำไมท่านไม่บอกถึงเหตุผลมา หรือว่ามันนั้นเป็นกฎของตระกูลเถ้าอัคคีของเราใช่ไหม?


     "หลี่ชิงอวิ๋น นี่คือการตัดสินใจของตระกูล กองกำลังของเจ้านั้นแปลกแยกและจะนำอันตรายมาสู่ตระกูลเถ้าอัคคีในอนาคตอย่างแน่นอน!" ผู้อาวุโสลำดับห้าพูดพร้อมกับขมวดคิ้วของเขาขึ้น


"ฮ่าๆ ในที่สุดพวกท่านก็เผยพูดในสิ่งที่อยู่ในใจแล้ว แม้เจ้าเด็ก หลี่ ยื่อฟง นั้นแข็งแกร่งกว่าข้านั้นเป็นความจริง แต่เขาไม่สามารถที่จะครองใจของคนอื่นได้และไม่มีใครสักคนที่ยินดีที่จะรับฟังคำสั่งของเขา


พวกท่านจึงกังวลกับพี่น้องของข้าที่เติบโตขึ้น  จะกำลังเริ่มแข่งขันกับเขาได้  ดังนั้นพวกท่านจึงได้พยายามจัดการปัญหาดังกล่าวและจะหมักลงในโคลนตมถูกต้องไหม?" หลี่ชิงอวิ๋นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา"พวกท่านนั้นความจริงแล้วให้การสนับสนุนมากมายเพื่อจะมอบตำแหน่งให้กับ หลี่ ยื่อฟง!"



อาวุโสทั้งสอง ต่างขมวดคิ้วเข้าหากัน หลี่ชิงอวิ๋นนั้นช่างเย่อหยิ่งจองหองนักและไม่ยอมโอนอ่อนให้เลยแต่อย่างใด การพยายามที่ให้กองกำลังของหลี่ชิงอวิ๋นยอมรับอาจจะเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เขายังมีผู้อาวุโสคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังเขา ดังนั้นมันคงไม่ดีสำหรับพวกเขานั้นจะทำสิ่งที่รุนแรงลงไป



อย่างไรก็ตาม หลี่ชิงอวิ๋น นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นในตระกูลอย่างยิ่ง ในตอนนี้เขาเพิ่งซื้อดวงจิตอสูรคุณภาพดีจำนวนมากและเพิ่มความแข็งแกร่งให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งในอนาคตข้างหน้าเมื่อพวกเขาได้เติบใหญ่ขึ้น


เมื่อเนี่ยหลี่นั้นได้ฟังการสนทนาจากด้านภายนอกห้องและเผยรอยยิ้มออกมา  เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เกี่ยวกับชาติภพแล้วของเนี้ยหลี่ ในตอนท้ายหลี่ชิงอวิ๋น ได้ตัดความสัมพันธ์จากตระกูล อาจเป็นเพราะว่าเขานั้นถูกกดดันจนเกินขีดความอดทนของเขา แต่อย่างไร นั่นคงยังไม่เกิดขึ้นในเวลาเร็วๆนี้แน่  เมื่อหลี่ ยื่อฟงนั้นยังไม่ได้เป็นผู้นำตระกูล  หลี่ชิงอวิ๋น จะไม่ยังคงไม่ตีจากจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น



เนี้ยหลี่นั้นค่อนข้างชื่นชมหลี่ชิงอวิ๋น  เขาเป็นคนที่มีความจริงใจมากและนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไม หลี่ชิงอวิ๋นถึงได้สามารถรวบรวมรวมพี่น้องที่พร้อมจะติดตามเขาเต็มใจ การที่คนผู้หนึ่งจะเป็นผู้นำของกลุ่มๆหนึ่งได้นั้น มันไม่ใช่เพราะว่าเขาแข็งแกร่งอย่างเดียวแต่นั้นเป็นเพราะว่าผู้นำของเขานั้นต้องเชื่อถือได้และจะไม่เคยทำสิ่งที่ไร้ความเป็นธรรมแก่พวกของเขา


"ท่านอาวุโสทั้งสอง ข้าคงต้องขอส่งพวกท่านออกไปแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรที่ จะทำให้พี่น้องที่จงรักภัคดีต่อข้ากลายไปเป็นสุนัขรับใช้ ของหลี่ ยื่อฟง นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน" หลี่ชิงอวิ๋น เอ่ยวาจาอย่างเย็นชา



"หลี่ชิงอวิ๋น เจ้าได้ปฏิเสธ ! ขนมปังและไวน์เลิศรส ที่จะเข้าสู่ลำคอของเจ้า" ผู้อาวุลำดับโสสามกล่าวออกมาด้วยความโกรธ (สำนวนจีนหมายถึงการปฏิเสธข้อเสนอที่ดีที่สุด)


"ข้า หลี่ชิงอวิ๋นไม่เคยที่กระทำสิ่งผิดต่อกฎของตระกูล ผู้อาวุโสลำดับสาม ผู้อาวุโสลำดับห้า พวกท่านทั้งสอง ต้องการบังคับข้าโดยใช้ความแข็งแกร่งเช่นนั้นหรือ?"

ประกายตาที่เย็นชาพุ่งผ่านออกมาจากแววตาของหลี่ชิงอวิ๋น "เรื่องนี้ไป คุยกับท่านลุงของข้ารึยัง!"



ลุงของหลี่ชิงอวิ๋นนั้นเป็นผู้อาวุโสลำดับสองของตระกูลเถ้าอัคคี และยังเป็นถึงมือขวาของผู้นำตระกูลอีกด้วย


"หนอย เจ้าจะต้องเสียใจเรื่องในวันนี้อย่างแน่นอน!" ผู้อาวุโสสามและห้า ลุกยืนขึ้นด้วยความโกรธและเดินจากออกไป


ภายหลังจากที่อาวุโสสามและห้า จากไปแล้ว เนี้ยหลี่และพวกเขาก็เดินเข้าไปด้านใน


"น้องชายเนี่ยหลี่ ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะมา!"หลี่ชิงอวิ๋น แสดงรอยยิ้มออกมา



"ท่านยังสามารถยิ้มได้อีกเหรอ"เนี้ยหลี่ยิ้มตอบ


"ทำไมข้าจะทำไม่ได้หล่ะ ?จะให้ข้าต้องร้องไห้อย่างนั้นรึ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้ยินจากด้านนอกแล้ว ถึงอย่างไร มันก็ไม่มีอะไรมากนักแม้ว่าเจ้าจะได้ยินมัน มันเป็นเพียงเรื่องทะเลาะกันภายในตระกูล มันคงเป็นเรื่องตลกสำหรับเจ้า " หลี่ชิงอวิ๋นยักไหล่ขณะที่เขากล่าวต่อ"ข้าสงสัยว่าน้องเนี้ยหลี่มาหาข้าที่นี้ด้วยธุระอันใด? ข้าได้เตรียม  ศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อน ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว!"หลี่ชิงอวิ๋นส่งแหวนเก็บของไปให้เนี่ยหลี่


เนี่ยหลี่หยิบจับแหวนและมองผ่านสายตามันข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว  มี หินวิญญาณหนึ่งแสนก้อน อยู่ในนั้นจริงๆ เขาเผยยิ้มและกล่าวต่อว่า"ท่านไม่กลัวว่าข้าจะกลับคำหลังจากได้รับเงินแล้วหรือ?"



"ฮ่าๆช่างเป็นเรื่องที่น่าขบขันยิ่งนัก ข้าหลี่ชิงอวิ๋น แม้ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอย่างอื่น ยกเว้นการใช้สายตาหาความจริงในผู้คน   ด้วยตาของข้า ข้าเชื่อในตัวน้องชายเนี้ยหลี่!"  หลี่ชิงอวิ๋นมองตรงไปข้างหน้าพร้อมหัวเราะออกมา



"ข้าได้จัดเตรียมสิ่งที่ท่านต้องการไว้เรียบร้อยแล้ว!"ด้วยการสะบัดมือขวา เนี้ยหลี่ก็ยื่น ดวงจิตอสูรให้กับ หลี่ชิงอวิ๋น


"เร็วเช่นนี้เลยรึ?" หลี่ชิงอวิ๋น ตะลึงสักครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะรับมันมาอยู่ในมือ.ตอนแรกนั้น เขานั้นคิดว่าเนี้ยหลี่นั้นจะต้องใช้เวลาสักครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย จึงจะได้รับจิตอสูรระดับนั้นหลี่ชิงอวิ๋นได้ตรวจสอบของคุณสมบัติดวงจิตอสูรในมือของเขาอย่างรวดเร็ว และมองเห็นมังกรวารีสีชาดสายเลือดทองคำ อยู่ภายใน มันมีที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าจริงๆ.ด้วย

"นอกจากนี้,มันยังมีการกลายพันธ์อีกด้วย ข้ารับรองว่ามันแข็งแกร่งมากว่า ตัวที่หลี่ ยื่อฟงรวมร่างด้วยเป็นแน่ "เนี่ยหลี่เผยยิ้มออกมา


หลี่ชิงอวิ๋นกำหมัดขวาของเขาแน่นและมองเนี่ยหลี่ด้วยความทราบซึ้ง หลังจากเงียบไปชั่วขณะในที่สุดเขาก็กล่าวว่า"ข้าไม่รู้จะหาคำใดมาขอบคุณเจ้า ถ้าเจ้ามีสิ่งใดที่เจ้าต้องการจากข้า น้องชายเนี้ยหลี่สามารถบอกมาได้!"



"ความจริง ข้านั้นต้องการความช่วยจากท่านในช่วงเวลานี้ สหายของข้าคนหนึ่งได้ถูกสังหารโดยหนึ่งในลูกน้องของ ฮัว หลิง ที่โลกภายนอกและข้าต้องการยืมคนของท่านเพื่อที่จะจัดการกับพวกมัน!"เนี้ยหลี่พูดขณะที่มองไปที่หลี่ชิงอวิ๋น


หลี่ชิงอวิ๋นมองไปยังเนี่ยหลี่และพูดออกมาตรงๆว่า "สหายของน้องชายเนี้ยหลี่นั้นก็เป็นดั่งสหายของข้าเหมือนกัน เจ้าต้องการคนจำนวนเท่าไหร่หล่ะ? เจ้าต้องการพวกเขาเมื่อไหร่?


"จำนวน 200 คนเป็นอย่างน้อย  มันคงเป็นการดีถ้าพวกเขาหลายคนเป็นผู้เชียวชาญระดับ ดาราสวรรค์ ข้าจะต้องการให้พวกเขาในวันรืนที่จะถึงนี้"เนี่ยหลี่กล่าว


"วางใจได้เลย.ให้เป็นหน้าที่ข้า ข้าจะส่งพี่น้องของข้าที่อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ไปด้วย "หลี่ชิงอวิ๋นพูดพร้อมกับกระตุกคิ้วเล็กน้อย
อันที่จริงแล้ว กองกำลังของฮัว หลิงนั้น ดูเล็กน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับของ หลี่ ชิงอวิ๋น



"ขอบคุณท่านมาก!เนี้ยหลี่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย



"ต้องขอบคุณข้าจริงๆหรือ? ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้าเป็นอย่างมาก จนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา น้องชายเนี้ยหลี่?" หลี่ชิงอวิ๋นยิ้ม  สิ่งที่เนี้ยหลี่ที่ทำให้เขานั้น เป็นบุญคุณอันใหญ่หลวง หลี่ชิงอวิ๋นจะไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเขาจะไม่ต้องจมปรักอยู่กับ จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับมหัศจรรย์ ซึ่งมันค่อนข้างสร้างความผิดหวังสำหรับเขา แต่ตอนนี้ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าแล้ว.


ในที่สุดวันที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนในตระกูลเถ้าอัคคีว่าเขา หลี่ชิงอวิ๋นนั้นจริงๆแล้วไม่ได้ด้อยไปกว่าหลี่ยื่อฟง เขาไม่จำเป็นที่จะต้องตกเป็นเบี้ยล่าง คนที่น่ารังเกียจเช่นนั้น


กลุ่มของเนี่ยหลี่ได้สนทนากับหลี่ชิงอวิ๋นก่อนที่พวกเขาจะกลับออกมาจากบ้านของเขา


ตอนนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อได้รู้แล้วว่าเนี้ยหลี่นั้นจะใช้กองกำลังของหลี่ชิงอวิ๋น นางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เนี้ยหลี่นั้นอยู่เพียงแค่ ชะตาสวรรค์ ระดับ 1 ชะตา มันอันตรายมากเกินไปสำหรับเขาที่จะเดินทางไปยังโลกภายนอกด้วยตัวเขาเอง ต้องไม่ลืมว่า มีโอกาสที่สัตว์อสูรที่น่าหวั่นเกรงจะปรากฏตัวออกมาแม้ แต่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ จำนวนมากยังต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมัน


"เนี้ยหลี่ เจ้าจะเดินทางออกไปกับด้วยไหม?" เซี่ยวหนิงเอ๋อถามด้วยความกังวล


       "เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมันหรอก ภายในเวลาสองวันนี้ ข้าจะไปให้ถึงระดับ ชะตาสวรรค์ ขั้น 2 ชะตา ข้าได้ไปถึงจุดสูงสุดของชะตาสวรรค์ ระดับ 1 เมื่อเร็วๆนี้ และโดยใช้วิธีการเร่งรัด มันไม่ต้องใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงสำหรับข้าก็คงไปถึงระดับ ชะตาสวรรค์ขั้นที่ 2ได้!"


     เนี้ยหลี่เผยยิ้ม หลังจากที่เขาได้เข้าไปใน ภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ  เนี้ยหลี่ก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาที่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยเวลาเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถที่จะก้าวผ่านไปยังอีกระดับได้ ด้วยการเขาใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ  ในการบ่มเพาะพลัง


ขณะที่เนี้ยหลี่พูด  เซี่ยวหนิงเอ๋อเผยออกมายิ้มเล็กน้อยและรู้สึกวางใจมากขึ้น ตราบเท่าที่เนี้ยหลี่นั้นได้ก้าวไปถึงชะตาสวรรค์ ขั้นที่ 2 แล้ว แม้ว่าจะมีเหตุใดเกิดขึ้นที่โลกภายนอก มันก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก  อย่างมากที่สุด เขาก็เพียงแค่ระดับการบ่มเพาะพลังลดลง


เซี่ยวหยู่รู้สึก สั่นไหวในหัวใจ เนี้ยหลี่นั้นได้ออกไปทวงความยุติธรรมให้แก่เขา อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขามองให้อากัปกริยาที่อ่อนโยน ระหว่างเนี้ยหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อ หัวใจของเขาก็กลายเป็นความสับสนว้าวุ่นขึ้นมา


หลังจากเนี่ยหลี่และกลุ่มของเขากลับมายังที่พัก เขามองเห็นกู้เบ่ย กำลังใจจดใจจ่อรอคอยพวกเขาอยู่ เมื่อเขามองเห็นเนี้ยหลี่ และกลุ่มพวกเขากลับมา กู้เบ่ย จึงเลิกขมวดคิ้ว


"ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่เป็นเวลานานแล้ว!"กู้เบ่ยกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น


เนี่ยหลี่มองไปที่กู้เบ่ยและเอ่ยถามว่า"มีปัญหาอะไรเจ้าถึงได้มารอเราที่นี่งั้นหรือ?"


  "ข้าจะพาพวกเจ้าไปดูการแสดงดีๆ "กู้เบ่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาพูดต่อว่า"เร็วเข้า ตามข้ามา"


แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ถึงความคิดของกู้เบ่ย ว่ากำลังพูดเกี่ยวกับสิ่งใด แต่พวกเขาก็ยังคงตามกู้เบ่ยมา


      "ข้าได้ ให้ใครคนไปจัดการเรื่องที่เจ้าบอกข้าเรียบร้อยแล้ว โปรดวางใจได้  ข้าขอรับรองว่ามันจะต้องออกมาเรียบร้อยสวยงามเป็นแน่คืนนี้จะมีอะไรบางสิ่งเกิดขึ้น"กู้เบ่ยเผยรอยยิ้มอย่างมีความหมายแฝงอยู่ แววตาของเขาเป็นประกายร่องรอยเผยให้เห็นถึงความเย็นเยือกออกมา


    เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เบ่ย  เนี่ยหลี่รู้สึกสัมผัสได้ถึงความคลุมเครือขณะที่พวกเขาทั้งสามเดินตามหลังกู้เบ่ยไป

ณ สถาบันวิญญาณสวรรค์ สนามประลองยุทธ์

ผู้คนกว่าหนึ่งหมื่นคนที่ มาชุมนุมกันในสนามประลองที่ถูกรายล้อมด้วยแสงไฟ  มีการประลองยุทธ์ต่อสู้กัน ราวๆเกือบห้าสิบ ถึง หกสิบ คู่  โดยแต่ละสนามก็มีฝูงชนเล็กๆรายล้อม โดยมีทะเลสาบล้อมรอบเวทีต่อสู้โดยรอบ.นี้เป็นการประลองยุทธ์ระหว่าง 3 นิกายหลัก

"ตามมาทางนี้!"กู้เบ่ยยิ้มออกมา

เนี้ยหลี่หันไปมอง เขามองเห็นกู้หลานกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีผ้าคลุมไว้ที่ขาของนาง ใบหน้าของนางนั้นไม่ได้มีสีซีดขาวเหมือนตอนก่อนหน้านี้ และยังมองเห็นออกจะเป็นสีชมพู ทำให้นางนั้นแลดูมีพลังแข็งแรงขึ้น


กลุ่มพวกเขาได้เดินไปบริเวณด้านข้างของ กู้หลาน


"พี่สาวกู้หลาน ดูเหมือนว่าท่านจะอาการดีขึ้นมาก!"เนี้ยหลี่เผยยิ้มเล็กน้อย


     "ข้าต้องขอขอบคุณสำหรับสิ่งดีต่างๆ ที่ มอบให้แก่ข้า!"กู้หลานพยักหน้าเล็กน้อยขณะ ที่สายตาของนางนั้นจับจ้องไปยังเซี่ยวหยู่และเซี่ยวหนิงเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังของเนี้ยหลี่ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย และพยักหน้าให้กับพวกเขา


เนี้ยหลี่มองไปด้านหน้าของสนามประลอง และสังเกตเห็นว่าทุกๆคนนั้นต่างให้ความสนใจกับบนสนามประลอง  ที่มีคนกำลังเตรียมการฝึกซ้อมอยู่ ฝูงชนต่างก็ตะโกนและเชียร์มาจากข้างสนาม น้องชายและพี่สาวทั้งคู่ กู้เบ่ยและกู้หลาน พวกมาที่นี้ พวกเขามีแผนอะไรบางอย่างรึเปล่า?เนี้ยหลี่ไม่สามารถจะอดเผยยิ้มได้ขณะที่เขาคิดอยู่ในใจ


"มากกว่า 9 ใน 10 ส่วน ของคนที่อยู่ที่นี่นั้นเป็นคนของตระกูลกู้ และก็มีบางผู้อาวุโสบางท่านอยู่ด้วยเหมือนกันในตอนนี้ มันเป็นการต่อสู้ของชนรุ่นใหม่ในตระกูลกู้" กู้เบ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม



"โอ้"เนี้ยหลี่พยักหน้าตอบรับในขณะที่เขานั้นชำเลืองมองไกลออกไป ดูจากแถวข้างหน้านั้นเห็น กู้เหิงกำลังยิ้มและพูดคุยอยู่กับบรรดาเหล่าศิษย์รุ่นพี่ ที่นั่งอยู่ด้านข้างเขา  ศิษย์พี่เหล่านั้นน่าจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลกู้


แปลโดย ผู้ไม่ประสงค์นาม


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง