test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

30 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 323 ปะทะคารม


วันนี้ เนี่ยหลี่ได้ใช้ศิลาจิตวิญญาณเพื่อหลอกล่อจินตาน และเขาต้องการเพิ่มความแน่นหนาของการเชื่อมต่อกับตัวของมัน โดยปกติแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับจินตานที่จะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาแต่อย่างใด



หลังจากที่จินตาน เข้ามาในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ มันก็ตื่นขึ้นมาเพราะพลังสวรรค์ที่มากล้นเหลือ มันรู้สึกตื่นเต้นดีใจและเริ่มอ้าปากกว้างเพื่อที่จะดูดพลังงานนั้นเข้ามา ทันใดนั้นตัวของจินตานก็ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายกับลูกบอล ใหญ่เป็น2 เท่าจากขนาดปกติ แม้ว่าใบหน้าของมันแทบจะจมลงไปและเกือบที่จะหายไปหมดเลยทีเดียว



ร่างกายเล็กๆของมันได้กลายเป็นอ้วนกลมจนไม่สามารถที่จะขยับเคลื่อนที่ได้ มันได้แต่นั่งอยู่บนพื้นดินราบเรียบระหว่างเนินเขา มันอาจจะต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างจะนานทีเดียวที่จะย่อยพลังสวรรค์ภายในตัวของมัน



เจ้าตัวเล็กนี้มีความสามารถที่จะดูดซับพลังสวรรค์ที่มีพลังล้นเหลือจำนวนมากมายมหาศาลได้โดยง่าย โดยในตอนแรกเริ่มนั้นเนี่ยหลี่ยังวิตกกังวลว่า ด้วยความสวาปามของจินตานนั้นจะทำให้ดูดพลังงานจากภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำจนแห้งเหือดลงไปได้  แต่เขากลับได้พบว่าจินตานนั้นดูดซับพลังงานสวรรค์ได้เพียงแค่ส่วนน้อยนิดเท่านั้น  ภาพจิตกรรมแม่น้ำหมื่นลี้และขุนเขา ยังสร้างพลังสวรรค์ออกมาต่อเนื่องเรื่อยๆ



แม้ว่าจินตานนั้นจะมองดูเหมือนยังตัวเล็กอยู่ ตามที่เนี่ยหลี่ได้คาดคะเนว่า มันน่าจะมีความแข็งแกร่งไม่น้อยกว่ายอดฝีมือระดับชะตาสวรรค์ ระดับ 3 ชะตา  แต่ร่างกายของมันก็ใกล้เคียงกับระดับที่เป็นอมตะยากที่จะทำลายมันลงได้ ตอนนี้แม้แต่ระดับยอดฝีมือระดับเทพสงครามก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการที่จะสังหารมันเลยทีเดียว



ในตอนนี้นั้น ร่างกายของจินตาน ยังไม่พัฒนาเต็มที่  และยังไม่สามารถที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้ได้ แต่ถ้าจินตานสามารถที่จะดูดซับพลังสวรรค์อย่างต่อเนื่องด้วยอัตรานี้แล้วล่ะก็ เมื่อนั้นใครจะรู้ว่าจะเป็นเช่นไร?


ยู่ หยาน ก็แลดูตื่นเต้นมากเหมือนกัน เมื่อนางเข้ามาในภาพ  ร่างกายของนางก็จุดเปลวเพลิงสีทองขึ้นหลายครั้งและซึ่งมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเวลาที่อยู่ภายด้านนอกเสียอีก



นางบ่มเพาะพลังได้เพิ่มขึ้นในระดับที่รวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมากและนางยังก้าวไปถึง ชะตาสวรรค์ระดับ 3 ชะตาแล้วในตอนนี้  ด้วยระดับความสามารถของนาง  ทำให้เนี่ยหลี่ไม่สามารถแน่ใจได้เหมือนกัน ซ้ำเขายังไม่รู้ว่าเจ้าเปลวเพลิงสีทองที่ ยู่หยานปลดปล่อยออกมานั้นช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนักแม้แต่เนี่ยหลี่เองก็ไม่สามารถที่จะบอกได้เลยว่ามันนั้นมาจากที่ใด


"พี่สาวยู่หยาน ท่านสามารถที่จะพำนักอยู่ในนี้ได้เพื่อบ่มเพาะพลังได้!"เนี่ยหลี่เผยยิ้มออกมา
ยู่หยานลืมตาของนางขึ้นพร้อมกับเม้มปาก ยิ้มและพยักหน้าพร้อมตอบ "ตกลง  "



เนี่ยหลี่มองดู  ทั่วทั้งขุนเขาและสายน้ำ สถานที่แห่งนี้มันเหมือนกับอาณาเขตของเขาที่เขาสามารถที่จะทำอะไรได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยทีเดียว



มีความคิดบางสิ่งผ่านเข้ามาในสมองของเนี่ยหลี่และเขาก็ยิ้มออกมา เขาพร้อมแล้วที่จะดำเนินการบางอย่างสำหรับแผนนี้


เนี่ยหลี่ออกมาจากภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำและเดินออกมาจากห้องของเขา



เซี่ยวหนิงเอ๋อยังไม่ได้ขยับไปใหนนางยังคงทำหน้าที่เป็นยามป้องกันที่หน้าประตู   เมื่อเนี้ยหลี่ก้าวออกมา ในที่สุดนางก็โล่งใจและเอ่ยถามออกไปว่า"เนี้ยหลี่ มันเป็นอย่างไรบ้าง?"



"มันสำเร็จเรียบร้อยแล้วและมันสามารถที่จะหลอมรวมเข้ากับเขตแดนวิญญาณของข้าได้"เนี้ยหลี่พยักหน้า


เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้นั้นสึกประหลาดใจเล็กน้อย นางไม่คาดคิดเลยว่าเนี้ยหลี่นั้นจะสามารถทำลายผนึกของภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำได้ นางเริ่มจะชื่นชมเขามากยิ่งขึ้นไปอีกเพราะว่าในจริงนั้น แม้ว่าผู้อาวุโสระดับสูงก็ยังไม่สามารถที่จะทำมันได้สำเร็จ เนี้ยหลี่นั้นเคยเป็นผู้นำพวกนาง เมื่อครั้งตอนที่อยู่ในโลกใบเล็กก่อนที่จะเดินทางมายังอาณาจักรซากมังกร ดังนั้นในหัวใจของนางนั้นจึงรู้สึกเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเขา



เนี้ยหลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นบอกปฏิเสธคำเชิญไปร่วมงานชุมนุมอย่างแนบเนียน เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นต้องการที่จะใช้เวลาที่นางมีอยู่กับเขาให้มากที่สุด



เนี่ยหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อหยุดอยู่ที่ลานบ้านของกู้เบ่ย โดยที่เขาได้มอบภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำที่ได้ปลอมแปลงขึ้นให้กับกู้เบ่ยและเขาได้กล่าวเตือนกู้เบ่ย เงียบๆ "ทำให้มันหายไป"



เนี้ยหลี่นั้นได้ปลอมแปลงภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ภายหลังจากที่เขานั้นได้สังเกตเห็นเจตจำนงค์ที่ใช้ติดตามอยู่ภายในมันโดยยอดฝีมือระดับเทพสงคราม กู้เบ่ยนั้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง และ เขาไม่สามารถที่จะอดชื่นชมเนี่ยหลี่เล็กน้อย เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเนี้ยหลี่จะมีความสามารถเหนือล้ำและมีความคิดที่แยบยลเช่นนี้



"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าสามารถปล่อยให้ข้าจัดการได้จะว่าไปทางนี้ ก็มีข่าวมาบอก ข้านั้นได้รับจิตอสูรสายเลือดมังกรระดับธรรมดามาแล้ว"กู้เบ่ยได้ส่งแหวนเก็บของไปให้กับเนี้ยหลี่ก่อนที่เขาจะวุ่นวายกับเรื่องอย่างอื่นๆ



หลังจากรับดวงจิตอสูรทั้งหมดจากกู้เบ่ย เนี่ยหลี่ได้หากับสถานที่เงียบสงบและได้เริ่มปรับแต่งหลอมรวมพวกมันได้ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


ยามสนธยา เริ่มคลืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ



มันเหมือนกับคืนปรกติ  วันนี้ในสถาบันวิญญาณฟ้า คึกคักเป็นอย่างยิ่ง โดยเหล่านักเรียนเกือบทั้งหมดของสถานบันเดินทางไปยังเส้นทางที่ต้องผ่านเข้าไปในป่า



เหล่าอัจฉริยะจากสำนักอัคคีและนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้มีการจัดชุมนุมใหญ่ขึ้น  มีข่าวลืออ้างว่ามีการจับคู่กันประลองระหว่างเหล่าอัจฉริยะขึ้น เหล่าผู้อาวุโสชั้นสูงของทั้งสามนิกายได้เตรียมมอบมอบรางวัลใหญ่เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ชนะ



อย่างไรก็ตาม เนี้ยหลี่นั้นมิได้สนใจการประลอง



เนี้ยหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อเดินทางกลับมายังสนามเพิ่งได้เจอกับเซี่ยวหยู่ ซึ่งเดินทางมาแล้ว เซี่ยวหยู่เงยหน้าขึ้น มองมายังพวกเขา



"หนิงเอ๋อ เจ้าก็มาที่นี่ด้วยเหรอนี่?"เซี่ยวหยู่ค่อนข้างประหลาดใจและแสดงกิริยาเขินอายและแสดงท่าทางที่ผิดปกติบนใบหน้าของเขา



"ใช่จ๊ะเซี่ยวหยู่  เราเจอกันอีกแล้วนะ"เซี่ยวหนิงเอ๋อพูดขณะที่เม้มริมฝีปากของนาง


"เซี่ยวหยู่ เจ้าหายไปใหนมาไม่เจอตั้งสอง วันแล้ว? ทำใมข้าถึงไม่เห็นเจ้าเลยล่ะ?ทันใดนั้นเนี่ยหลี่ก็รู้สึกถึงสิ่งที่ผิดปรกติกับระดับพลังวิญาณของเซี่ยวหยู่และเขาไม่สามารถที่จะอดเปลี่ยนสีหน้า"เดี๋ยวก่อน เจ้าไปถึงชะตาสวรรค์ ระดับ 4 ชะตา แล้วแต่ตอนนี้ ทำทำไมมันลดกลับลงมาเหลือแค่ระดับ 3 ชะตา เท่านั้น?เจ้าออกไปยังโลกภายนอกโลกมารึเปล่า?"



"ใช่"เซี่ยวหยู่ ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอย่างขมขื่น เขาต้องการที่จะปิดบังความจริง แต่เขากลับถูกตรวจพบเข้าโดยเนี่ยหลี่ในทันที



"มันเป็นใครกัน?"ใบหน้าของเนี่ยหลี่ทมึนขึ้นมาทันทีขณะที่เขาปล่อยจิตสังหารรุนแรงออกมา ด้วยในประกายความคิดของเขานั้น  เข้าใจว่ามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จัดการเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่ถามเพื่อความมั่นใจ"มันคือฮัว หลิงใช่หรือไม่?"



เนี้ยหลี่ ได้รับประสบการณ์พวกนี้มากจำนวนมากในชาติภพที่แล้วของเขา เพราะประสบการณ์เหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่สามารถยอมรับมันได้คือการที่มีคนมาทำร้ายเพื่อนของเขา!



"ใช่" เซี่ยวหยู่รู้ว่า เขาไม่สามารถที่จะปกปิดมันได้อีกต่อไป “ข้าได้เดินทางไปยังโลกภายนอก เพื่อต้องการที่จะส่งสิ่งของบางสิ่งให้แก่ท่านลุงของข้า แต่ ไม่เคยคิดเลยว่าฮัวหลิงนั้น จะติดตามไป ข้าได้สังหารลูกน้องคนหนึ่งของมันด้วย”


โชคดี ที่ก่อนเซี่ยวหยู่จะออกเดินทางไปยังดินแดนโลกภายนอก เขาได้วางชะตาวิญญญาณส่วนหนึ่งไว้ในห้องโถงวิญญาณ


"กองกำลังของฮัว หลิงที่ควบคุมพื้นที่อยู่ ดินแดนโลกภายนอกมีเท่าไหร่กัน?  พวกมันตั้งอยู่สถานที่ใด?"เนี้ยหลี่ถามขณะที่เขาขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด


"กองกำลังของฮัว หลิง ที่อยู่ในโลกภายนอกนั้นมีจำนวนมากรวมกันอยู่ในบริเวณตอนเหนือ ใกล้กับทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่  มีประมาณ 60 คน โดยทั้งหมดนั้นเป็นยอดฝีมือระดับชะตาสวรรค์ ประมาณ เก้าในสิบส่วน  พวกเขานั้นมาจากดินแดน สวรรค์น้อย "เซี่ยวหยู่พูด หัวใจของเขาพลันเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อเขาเห็นท่าทางโกรธของเนี่ยหลี่  



เมื่อแลดูแล้วจะโกรธจัดมากเลยทีเดียว เซี่ยวหยู่ กังวลว่าเขาจะทำสิ่งใดโดยไม่ยั้งคิด" ลืมมันไปเถอะ"พวกเขามีคนจำนวนมากเกินไป ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรานั้น  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปะทะกับพวกเขา



 เซี่ยวหนิงเอ๋อ พยายามทำให้ เนี้ยหลี่นั้นใจเย็นลง"เนี่ยหลี่ เจ้ายังในตอนนี้ยังไม่ถึงระดับชะตาสวรรค์ ขั้น สองชะตาเลย การออกไปยังดินแดนโลกภายนอกเป็นเรื่องที่อันตรายมาก นอกจากนี้ กลุ่มของเขาก็มีคนจำนวนมาก!"



เนี่ยหลี่ได้ว่าทะเลสาบแห่งเทพ หลิงหยี่ นั้น มันเป็นทะเลสาบแห่งเทพระดับต่ำที่เกือบจะแห้งเหือดไปแล้ว โดยเริ่มต้นนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอย่าง ฮัวหลิงนั้นจะได้ประโยชน์จากการควบคุมทะเลสาบแห่งเทพ ทั้งหมด มันมีแค่เพียงเหตุผลเดียวว่าทำใม ฮัวหลิงนั้นถึงได้ยึดครองมันอยู่นั่นเป็นเพราะว่ามันสามารถที่จะผลิตศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งได้



ในโลกภายนอกนั้น ยิ่งกองกำลังผู้ใดได้ครอบครองทะเลสาบแห่งเทพ มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสามารถจ้าง และขยายกองกำลังมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เป็นธรรมดาที่กองกำลังเล็ก ๆ อย่างฮัวหลิงจะอยู่ปลายแถวในโลกภายนอก



ฮึ่ม!



 "พวกมันได้สังหารคนของข้า! จะะไม่ให้พวกมันทำการชดใช้ได้ยังไง?"สายตาที่เย็นชาฉายออกมาจากดวงตาของเนี้ยหลี่ เขาตบไปที่ไหล่ของเซี่ยวหยู่ "อย่าได้กังวลไปเลย ข้าจะช่วยเจ้าชำระแค้นแน่!"


เมื่อเนี้ยหลี่ตบไปที่ไหล่ของเซี่ยวหยู่ ใบหน้าของเซี่ยวหยู๋ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเล็กน้อยขณะที่เขานั้นสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมออกการเอียงอาย
เนี้ยหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อเองก็มิทันได้สังเกตเห็นกิริยาท่าทางของเขา



"เนี้ยหลี่ เจ้ามีแผนการที่จะทำอะไรรึ?"เซี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวถามเนี่ยหลี่ขณะที่นางนั้นจับจ้องมองไปที่เขา นางเป็นกังวลกับท่าทางที่ร้อนรนของเขาและตอนนี้เนี้ยหลี่นั้นเพิ่งจะมีแค่ระดับชะตาสวรรค์ ขั้น 1 ชะตาเท่านั้น



"อย่ากังวลไปเลย ข้ารู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองดี ข้าจะไม่ทำมันเพียงลังพังผู้เดียวหรอกนะ!"เนี้ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ระยะหนึ่ง  แล้วก็พูดต่อว่า"ตามข้ามา พวกเรากำลังจะไปพบใครคนหนึ่ง!"



 ด้วยกันกับเซี่ยวหยู่และเซี่ยวหนิงเอ๋อได้ถูกลากจูงไป โดยเนี่ยหลี่ เข้าไปยังที่พักของหลี่ชิงอวิ๋น



ณ ที่พักของหลี่ชิงอวิ๋น


หนึ่งในลูกน้องของหลี่ชิงอวิ๋น หลีหู่ ได้นำพวกเขาไปข้างใน เมื่อพวกเขาเข้าไปข้างใน พวกเขาก็ได้ยินเสียงการโต้เถียงกันดังมาจาผู้อยู่ในห้องโถง



"ท่านนายน้อยหลี่มีแขกอยู่รึ?"เนี่ยหลี่เอ่ยถาม และมองไปยังหลีหู่ ด้วยท่าทาง งงๆ




"ใช่แล้ว" หลีหู่ พยักหน้ารับ แต่สีหน้าของเขาไม่ค่อยจะดีนัก"รบกวนพวกท่านกรุณารออยู่ด้านนอก "


เนี้ยหลี่ จ้องมอง ไปยังข้างในห้องโถงด้วยความตั้งอกตั้งใจด้วยความสนใจในข้อความที่เกิดการโต้แย้งกัน


ภายในห้องโถงนั้นมี  ผู้อาวุโสสองท่าน แลดูแต่กายดี หนึ่งในพวกเขากำลังโต้เถียงกันกับ หลี่ชิงอวิ๋นอยู่


ผู้อาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจัง"ชิงอวิ๋น แม้ว่าพวกเราจะรู้ว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะค่อนข้างดีมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ หลี่ ยื่อฟง [李御]แล้ว มันยังด้อยกว่า 



ในหมู่ผู้อาวุโสของตระกูลเถ้าอัคคีหกในสิบคน ในพวกเขานั้นได้มีการตัดสินใจให้หลี่ ยื่อฟงขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปขณะที่ผู้เฒ่าอีก 4 คนนั้น สองคนสนับสนุนหลี่ หลิวเฉ่ย [李流水] อีกหนึ่งคนให้การสนับสนุนเจ้าและอีกหนึ่งคนงดออกเสียง หลี่ หลิวเฉ่ย  ได้ตัดสินใจที่จะถอนตัวจากการแข่งขันในการเป็นผู้นำตระกูลด้วยความเต็มใจพร้อมเสนอหลี่ ยื่อฟง ด้วย พวกเราจึงอยากให้เจ้านั้น เห็นแก่ เสียงส่วนใหญ่และพิจารณามันด้วย


สีหน้าของหลี่ชิงอวิ๋นแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย แต่เขาก็มองแบบไม่ยินดีที่จะรับนัก"ท่านผู้อาวุโส ในเมื่อ หลี่ หลิวเฉ่ย ได้ถอนตัวออกจาการเป็นผู้เข้าแข่งขันแล้ว ข้าจะต้องถอนตัวถึงดีเช่นนั้นหรือ อย่างไรก็ตามข้าไม่ยอมตกลงในสิ่งที่พวกท่านขอมา  ที่จะให้ข้า หลี่ชิงอวิ๋นส่ง กองกำลังทั้งหมดและธุรกิจของข้าให้แก่หลี่ ยื่อฟง?ทำไมเขามีสิทธิ์ที่จะควบคุมพี่น้องของข้าและธุรกิจของข้าได้เช่นไร?



ผู้อาวุโสทั้งสามพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา"ในตระกูลเถ้าอัคคีนั้น มีผู้นำเพียงคนเดียวก็พอแล้ว!"


"ข้าไม่เคยกล่าวเลยว่าตระกูลเถ้าอัคคีต้องมีผู้นำตระกูล 2 คน ผู้นำที่ผ่านมาทั้งหมด ล้วนไม่เคยมีใครยึดเอากองกำลังของคู่แข่งผู้สืบทอด ทำไมข้าจะต้องถูกยึดหละ? หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง


"หลี่ชิงอวิ๋น ทำไมเจ้าถึงได้ทำท่าทางไม่รู้เรื่องเช่นนี้?


    "ข้านั้นไม่รู้?ข้าไม่เข้าใจ   หลี่ ยื่อฟง ความจริงเขาเก่งกว่าข้าในเรื่องของความแข็งแกร่ง แต่ลูกน้องของเขาช่างน่าสงสารจริงๆ



         เขาต้องการให้พี่น้องของข้าทุกคนติดตามเขากระนั้นหรือ?ถ้าเขาสามารถที่จะทำพี่น้องของข้าทั้งหมดของข้ายอมรับได้ ก็ไม่มีปัญหาตามที่ท่านได้กล่าวเสนอมา ตราบเท่าที่พวกเขายินยอมที่จะไป ข้าจะไม่รั้งพวกเขาเอาไว้!"หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขณะที่เขามองไปยังผู้อาวุโสทั้งสาม



ผู้อาวุโสทั้งสามขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ในเรื่องที่หลี่ชิงอวิ๋นมีความสามารถนั้นเป็นเรื่องจริง เนื้องจากลูกน้องทั้งหมดที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขานั้นมีความจงรักภักดีและมั่นคงที่ แม้พวกเขาจะพยายามหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่คุกคามหรือให้สินบน แต่ก็ไม่มีใครที่ยินดียอมจะไปอยู่กับหลี่ ยื่อฟงแม้แต่คนเดียว



แปลโดย ผู้ไม่ประสงค์นาม

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง