test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 318 มังกรปีกอินทรีทมิฬ 黑翼龙鹰


[黑翼龙鹰  อ่านว่า เห่ย หยี่ หลง ยิง  แปลตามตัวอักษรจะได้ว่า  ดำ ปีก มังกร อินทรี ]


นอกจากเหยียนหยางแล้ว เหล่าอัจฉริยะ ของทั้งสามสำนักใหญ่ต่างจ้องมองดูเนี่ยลี่เดินจากไป ไม่มีใครทราบว่าพวกเขาคิดสิ่งใดอยู่




ศิษย์ของสามสำนักใหญ่ต่างพูดคุยกันแลกเปลี่ยนกันก่อนที่จะแยกย้ายกันไป



เยี่ยเชียนนั้นต้องการที่จะทักทายเซี่ยวหนิงเอ่อ แต่นางก็เดินไปกับเนี่ยลี่อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้ชำเลืองมองมาที่เขาแม้แต่น้อย ใจของเขานั้นห่อเหี่ยวราวกับฤดูใบไม้ร่วง เดิมทีนั้นเขาก็ยังรู้สึกดีที่ได้เผชิญหน้ากับเนี่ยลี่ เขาคิดว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะได้ตระหนักความจริงที่ว่า ใครคือคนที่เหมาะสมกับนาง ในตอนนี้เยี่ยเชียนทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่นเท่านั้น ยังเหลือสิ่งใดอีกที่เขาจะสามารถแข่งกับเนี่ยลี่ได้


 “ศิษย์พี่เยี่ยเชียนคงจะไม่ได้ยอมรับความพ่ายแพ้เพียงแค่นี้ ใช่หรือไม่? ” มู่หลงหยี่ พูดในขณะที่มองดูเยี่ยเชียนยิ้มด้วยความขมขื่น



 “ข้ายังจะทำอะไรได้อีก” เยี่ยเชียน พูดหลังจากที่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง



“ท่านกำลังประเมินค่าเจ้าเด็กนั่นสูงเกินไป ลองคิดดูสิ การบ่มเพาะพลังของเขานั้นยังไม่บรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์เลยด้วยซ้ำ ในตอนที่เขาเขียนอักษร เขาก็ไม่ได้ใช้วิถีแห่งเจตจำนงค์เลยแม้แต่น้อย  ข้าเดาว่า เจ้าเด็กนั่นอาจจะได้รับตำราโบราณมากจากที่ไหนสักแห่ง ในตำรานั้นจะต้องมีตัวอักษรที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุด  เจ้าเด็กนั่นคัดลอกมันมา จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ตัวอักษรของเขา จึงได้บรรจุวิถีแห่งเจตจำนงค์ติดมาด้วย”  มู่หลงหยี่ พูดหลังจากที่ได้ขบคิดชั่วครู่



ในใจเยี่ยเชียนนั้นถึงกับสั่นไหว มันมีความเป็นไปได้เล็กน้อยที่จะเป็นอย่างคำพูดของมู่หลงหยี่



“แล้วพวกเราควรทำเช่นใด? ตราบเท่าที่เขายังอยู่ในสถาบันวิญญาณฟ้า ไม่มีทางที่พวกเราจะทำอะไรเขาได้!” เยี่ยเชียน พูด



“ก็จริงอยู่ที่ ภายในสถาบันวิญญาณฟ้า พวกเราไม่อาจที่จะทำอะไรเขาได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เชื่อข้าได้เลยว่าเขาจะต้องมุ่งหน้าออกไปสู่โลกภายนอกเป็นแน่ เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่เยี่ยเชียนแล้ว ” มู่หลงหยี่ พูด ในตอนที่อยู่ในโบราณสถานแห่งความสะพรึง มู่หลงหยี่ นั้นก็ได้ตั้งตนเป็นศัตรูระหว่างเขากับเนี่ยลี่แล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่อาจที่จะถอนตัวได้แล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องเผชิญกับการแก้แค้นจากเนี่ยลี่ “และมันก็คงจะดียิ่งกว่านี้ ถ้าหากเราแย่งชิงตำราโบราณนั้นมาจากมือของเขาได้”



ถ้าหากเขาปล่อยให้เนี่ยลี่นั้นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจนประสบผลสำเร็จได้ คงจะไม่มีที่ยืนให้เขาอีกในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้



“ตราบเท่าที่เจ้าสามารถระบายความแค้นในใจของข้าได้  ข้าก็ยินดีที่จะสนับสนุนเจ้าในโลกภายนอก!” เยี่ยเชียนพูดหลังจากที่ขบคิดไปชั่วครู่ เขามีความสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับตำราโบราณที่มู่หลงหยี่พูดถึง




“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอขอบคุณศิษย์พี่เยี่ยเชียนแล้ว!” มู่หลงหยี่ พูดพร้อมกับประสานมือขอบคุณ เยี่ยเชียนนั้นสามารถที่จะระดมคนจากตระกูลเยี่ยได้ ด้วยความช่วยเหลือจากเขา การที่เนี่ยลี่จะเติบโตได้ในโลกภายนอกก็เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น




ที่โลกภายนอกสำหรับเนี่ยลี่แล้วมันจะเป็นดินแดนแห่งความสิ้นหวัง!
แม้ว่าการชุมนุมนั้นจะได้จบลงไปแล้ว ลูกศิษย์หลายคนก็ยังคงจับกลุ่มพูดคุยกันต่อ



เฉียนหลิง ได้เดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า “นายน้อยเยี่ยเชียน ดูเหมือนว่าหัวใจของศิษย์น้องหนิงเอ๋อนั้นจะถูกครอบครองไปแล้ว และข้าก็คงไม่อาจที่จะทำสิ่งใดได้ ”



เฉียนหลิงเองนางก็มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจ ทุกที่ ที่นางเดินผ่านจะทิ้งกลิ่นหอมเย้ายวนไว้เสมอ


“แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น ข้าก็ต้องขอขอบคุณท่านพี่เฉียนหลิงที่ได้ช่วยเหลือ ” ก่อนหน้านี้เยี่ยเชียน เคยได้พูดคุยกับนาง เพื่อที่จะบอกเรื่องราวของตัวเขาต่อหน้าเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่ก็เหมือนว่าจะมิได้ประสพผลเช่นใดนัก แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าผลที่ได้กลับมาจะเป็นเช่นใด แต่เขาก็ได้ทำไปทั้งหมดแล้ว



มู่หลงหยี่อดไม่ได้ที่จะจ้องมองดูเยี่ยเชียน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เยี่ยเชียนจะรู้สึกดีกับเซี่ยวหนิงเอ๋อมากถึงเพียงนี้ ถ้าเช่นนั้นก็มีหนทางที่จะใช้งานเขาอยู่มากมาย ยิ่งเยี่ยเชียนเป็นกังวลต่อเซี่ยวหนิงเอ๋อมากเท่าใด มู่หลงหยี่ก็หาวิธีที่จะใช้งานเขาได้มากเท่านั้น
ค่ำคืนนี้ค่อย ๆ มืดลง



หลังจากที่กู้เบ่ยเอ่ยคำลากับเนี่ยลี่ เขาก็กลับไปที่ห้องพัก


ลู่เพียวและเซี่ยวซุ่ย ก็เข้าไปในห้องของลู่เพียว *ตึง* *ตัง* ค่อย ๆมีเสียงดังมาจากห้องนั้น บางครั้งก็คั่นด้วยเสียงคร่ำครวญ และเจ็บปวด ใครจะรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น



เซี่ยวหนิงเอ๋อและเนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันพร้อมกับยิ้ม เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองคนก็เชื่อว่าเสียงดังอึกกระทึกครึกโคมจากการต่อสู้กัน แต่ลู่เพียวมักจะยินยอมที่จะยอมจำนนต่อเซี่ยวซุ่ยอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้มีกระจิตกระใจจะตอบโต้กลับเลยแม้แต่น้อย




เมื่อเซี่ยวหนิงเอ๋อเข้ามาในห้องพักของเนี่ยลี่ นางมองไปรอบๆด้วยความงุนงงเล็กน้อย หลังจากที่เข้ามายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยลี่ก็ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ในห้องนี้ ทั่วทั้งห้องล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเขา ที่นางคุ้นเคย




“เซี่ยวหยู่ได้เช่าลานที่พักตรงนี้เอาไว้ ลู่เพียวกับข้า ก็แค่ได้รับอนุญาติจากเขา ข้าเองไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยวหยู่นั้นอยู่ที่ไหนในตอนนี้ เขาออกไปตั้งแต่เช้าวันนี้และก็ยังมิได้กลับมาเลย” เนี่ยลี่ตอบพร้อมกับยิ้ม เมื่อเขานั้นได้อยู่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อ เขานั้นรู้สึกสบายใจยิ่งนัก




เนี่ยลี่กำลังเตรียมที่จะทำการหลอมรวม จิตอสูรสายเลือดมังกร ที่มีระดับการเติบโต ในระดับพระเจ้าสำหรับเซี่ยวหนิงเอ๋อ



มีฉากกั้นตั้งอยู่ตรงกลางห้องและด้านหลังฉากมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อยู่ นี่จักต้องเป็นที่ ที่เนี่ยลี่อาบน้ำอยู่ทุกทีเป็นแน่ หลังจากที่หนิงเอ๋อคิดเช่นนั้นหน้าของนางก็เริ่มเป็นสีแดงทีละนิด



เมื่อเขาเห็นเซี่ยวหนิงเอ่อมองไปที่อ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้ ความคิดที่ต่างออกไปก็เข้ามาในหัวของเนี่ยลี่ นางต้องเดินทางมาไกลกว่าที่จะมาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และอาจจะยังไม่ได้อาบน้ำ เนี่ยลี่จึงพูดขึ้นมาว่า “ทำไมไม่ให้ข้าออกไปก่อน เพื่อที่เจ้าจะได้อาบน้ำหล่ะ”




 “มะ..ไม่จำเป็นต้อง...” เซี่ยวหนิงเอ๋อโบกมือปฏิเสธ นางนั้นไม่ได้มีเวลามากมายในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นนางจึงต้องการที่จะอยู่กับเนี่ยลี่ให้นานที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ นางกลัวว่าเขาจะหายตัวไปอีก หลังจากที่ขบคิดอยู่ชั่วครู่ นางก็พูดขึ้นมาว่า “เหตุใดจึงไม่ให้ข้าอาบน้ำตรงนี้ ในเมื่อมีฉากกั้นเอาไว้อยู่แล้ว มันก็คงจะไม่เป็นอะไรถ้าหากเจ้านั้นมิได้แอบมอง และเราก็ยังคุยกันไปพร้อมกันได้อีกด้วย”  หลังจากที่นางพูดจบ ใบหน้าของนางถึงกับร้อนผ่าว




แม้ว่าจะมีฉากกั้นพวกเขาเอาไว้ก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังอยู่ในห้องเดียวกัน ดังนั้นหัวใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อจึงอดไม่ได้ที่จะเต้นโครมคราม หลังจากที่นางได้จดจำคำที่เซี่ยวซุ่ยคอยกระซิบข้างหูนางว่า นางจักต้องรวบรวมความกล้าของนางให้มากกว่านี้




หลังจากที่คิดเรื่องนั้น เนี่ยลี่จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาไม่น้อยในการหลอมรวมจิตอสูรสายเลือดมังกร ที่มีระดับการเติบโต ในระดับกระเจ้า การปรับแต่งมันที่สวนหน้าบ้านก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการเสี่ยงมากเกินไป มันอาจจะเป็นการก่อปัญหาให้แก่เขาก็เป็นได้ เนี่ยลี่จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ก็ตกลง!
เนี่ยลี่หยิบเอาหม้อสูรฝันร้ายออกมาแล้วทำการเริ่มหลอมรวมจิตอสูร




เนี่ยลี่นั้นเริ่มที่จะยุ่งแล้ว และดูเหมือว่าเขาจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่สิ่งที่เขาทำ เซี่ยวหนิงเอ๋อถึงกับกระทืบเท้าของนาง ในที่สุดนางก็มาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ด้วยความยากลำบาก แต่เนี่ยลี่กลับยุ่งอยู่กับสิ่งที่เขาทำอยู่เท่านั้น




เซี่ยวหนิงเอ๋อเองก็ยุ่งอยู่กับการตักน้ำใส่ลงไปในอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้  นางต้องการที่จะให้เนี่ยลี่แอบมองสักเล็กน้อย ในใจของนางเต้นโครมครามขณะที่เดินไปหลังฉากกั้น และค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของนางออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นไหล่ที่เรียบลื่นและรูปร่างที่น่าอัศจรรย์


ผิวของนางนั้นเป็นประกายราวกับหยก ร่างกายและสัดส่วนที่ดูกระชับ และเท้าที่ดูราวกับหยกนั้นก็ดูงดงามยิ่งนัก ราวกับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่ถูกรังสรรค์มาโดยเทพเจ้าเลยทีเดียว



นางค่อย ๆ ก้าว ลงไปในอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้



“หนิงเอ๋อ...” เนี่ยลี่หันความสนใจกลับมาหลังจากที่ชำเลืองมองที่ฉากกั้น ที่ฉากกั้นนั้นสว่างไปด้วยแสงจากเทียน ถึงแม้ว่าจะกั้นอยู่แต่เขาก็มองเห็นรูปร่างอันยั่วยวนของเซี่ยวหนิงเอ๋ออย่างลางๆ  เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถูจมูก ในห้องของเขานั้นเริ่มที่จะเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของหญิงสาว


เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น นางไม่รู้เลยว่าเนี่ยลี่ นั้นกำลังมองมาที่นาง ขณะที่นางค่อย ๆ เดินไปยังอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้ หลังจากที่ได้พูดกับเนี่ยลี่จึงเริ่มที่จะทำการชำระล้างร่างกาย



เนี่ยลี่ละสายตาออกมา แต่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เขากลับมามุ่งความสนใจของเขาไปที่หม้ออสูรฝันร้าย และทำการใส่จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโต ระดับธรรมดาลงไป “หนิงเอ๋อ การบ่มเพาะพลังของเจ้าด้วย เทคนิคการบ่มเพาะ [มังกรอัสนี] นั้นไปถึงไหนแล้ว”


“เทคนิคการบ่มเพาะ[มังกรอัสนี]ของข้านั้น  สามารถก่อรูป อัสนี ในขอบเขตวิญญาณข้าได้แล้ว” เซี่ยวหนิงเอ๋อตอบกลับด้วยเสียงที่ชัดเจนหลังฉากกั้นนั้น 



“ทุกๆขั้นของการบ่มเพาะพลังด้วย เทคนิคการบ่มเพาะ[มังกรอัสนี] ทำให้เกิดการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นสามระดับ หลังจากที่ข้านั้นเข้ามาอยู่ในขอบเขตชะตาสวรรค์ ขั้นที่สอง  ข้าก็ได้ปลุกพลังอัสนี  หลังจากที่ได้ก่อรูปอัสนีแล้ว ข้าก็บรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่ห้า”



เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เทคนิคการบ่มเพาะ[มังกรอัสนี] นั้นมีประสิทธิภาพยิ่งนัก และช่วยให้การบ่มเพาะพลังนั้นก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก มันจึงทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะพลังนั้นสูงจนน่ากลัว เนี่ยลี่เองนั้นจำเป็นที่จะต้องรีบยิ่งขึ้นและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อการบ่มเพาะพลังของเขา



“เมื่อเจ้านั้นได้บรรลุถึงระดับ ห้าชะตา เจ้าได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกบ้างหรือไม่? ” เนี่ยลี่สอบถาม การออกไปสู่โลกภายนอกนั้นการฝึกฝนนั้นก็จะยิ่งรวดเร็วขึ้นไปอีก นับเป็นหนทางหนึ่งในการบ่มเพาะพลัง ยิ่งไปกว่านั้นสมบัติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ก็มักจะปรากฏอยู่ที่โลกภายนอกเช่นกัน 



“ข้านั้นได้ออกไปยังโลกภายนอกแค่ครั้งเดียว ข้าสังหารอสูรวิญญาณที่มีสายเลือดมังกรไปสามตน นอกจากนี้ก็ไปเก็บรวบรวมสมุนไพร แต่ข้าก็ไม่กล้าที่จะออกไปที่ไกลๆด้วยตัวคนเดียว”


ด้วยนิสัยของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น นางอาจจะไม่ค่อยชอบในการออกล่ากันเป็นกลุ่ม การออกล่าเป็นกลุ่มนั้นมักจะมีความวุ่นวาย แต่ด้วยตัวคนเดียว นางก็ไม่อาจที่จะไปยังที่ไกลๆได้



ในโลกภายนอกที่ห่างไกลนั้นเป็นดินแดนลึกลับ แม้แต่ยอดฝีมือระดับเทพสงคราม ยังสำรวจได้แค่เพียงส่วนเดียว และถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะความจริงที่ว่า เราสามารถที่จะมีชีวิตได้หลายครั้งถ้าหากบรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ คงไม่มีผู้ใดที่จะกล้าออกไปสำรวจในที่ห่างไกลเป็นแน่




สำนักต่าง ๆนั้นสามารถควบคุมได้เพียงแค่พื้นที่โดยรอบของสำนักเท่านั้น ในโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ มีอสูรวิญญาณสายเลือดมังกรที่แข็งแกร่งอยู่นับไม่ถ้วน และยังมีสัตว์อสูรที่มีสายเลือดโบราณอันแข็งแกร่งอยู่ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะมีร่างทรงอสูรจำนวนมาก หรือแม้แต่ยอดฝีมือขั้นสูงสุดของสำนักต่าง ๆ ก็ยังไม่อาจที่จะแตะต้องมันได้




ถ้าหากสำนักใหญ่ทั้งหลาย มิได้วางกับดักค่ายกลสำหรับป้องกันเอาไว้  สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจำนวนมาก ที่มีสายเลือดโบราณ ก็สามารถที่จะทำลายสำนักให้ย่อยยับได้อย่างง่ายดาย



แต่ถึงอย่างไร ผู้คนมากมายต่างก็มุ่งหน้าสู่โลกภายนอกสักครั้ง หลังจากที่พวกเขาได้ฝึกฝนจนบรรลุระดับชะตาสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสามารถที่จะสร้างกองกำลังของตนเองได้ในโลกภายนอก ตามกฏของสำนักต่าง ๆ มีเพียงเฉพาะเหล่าคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างกองกำลังที่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะอยู่โลกภายนอก จึงจะได้รับสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งผู้สิบทอดของสำนักได้


เมื่อหลาย ๆตระกูลได้ทำการคัดเลือกผู้นำตระกูลของพวกเขา พวกเขาก็จักต้องคำนึงถึงความสามารถในการสร้างกองกำลังของตัวเองได้ ดั่งดอกไม้ในเรือนกระจกไม่อาจที่จะเป็นผู้สืบทอดของตระกูลได้ [ดอกไม้ในเรือนกระจก : สำนวนจีนหมายถึงคนอ่อนแอ และเปราะบาง]




“ข้าเข้าใจ” เนี่ยลี่ ก็ตระหนักดีถึงนิสัยของเซี่ยวหนิงเอ๋อ นางชอบที่จะอยู่คนเดียว การที่จะให้นางเข้าร่วมกลุ่มนักล่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ไม่ต้องพูดถึงการจัดตั้งกองกำลังของนางเอง ดังนั้นเนี่ยลี่จึงไม่ได้บอกกับเซี่ยวหนิงเอ๋อถึงสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจไป นางจำเป็นที่จะต้องบ่มเพาะพลังต่อไป ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกองกำลัง เขาสามารถที่จะควบคุมทุกอย่างได้ตามลำพัง




หลังจากที่ได้ทำการหลอมจิตอสูรอย่างต่อเนื่อง และใช้จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับธรรมดาไปจนหมด เนี่ยลี่ก็สามารถที่จะสร้าง จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าได้สำเร็จ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่มันมิได้กลายพันธุ์ มันก็คือ มังกรปีกอินทรีทมิฬ ซึ่งน่าเสียดายยิ่งนัก มันไม่อาจที่จะเข้ากันได้อย่างมากกับการบ่มเพาะพลังที่เซี่ยวหนิงเอ๋อใช้อยู่



“ตอนนี้จิตอสูรที่เจ้าผสานร่างอยู่เป็นชนิดใดกัน? ยังคงเป็นนกกระจอกสายฟ้าสวรรค์อยู่ไหม? ” เนี่ยลี่เอ่ยถาม




“ข้านั้นได้ผสานกับ จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับมหัศจรรย์ ส่วนนกกระจอกสายฟ้าสวรรค์ที่เจ้าได้มอบให้ข้านั้น  ข้าได้นำไปหลอมรวมเข้ากับกระบี่วายุอัสนี ” เซี่ยวหนิงเอ๋อตอบพร้อมกับเม้มริมฝีปากเล้กน้อย นางจะทิ้งนกกระจอกสายฟ้าสวรรค์ที่เนี่ยลี่ได้มอบให้นางได้อย่างไร?



เนี่ยลี่ไม่คาดหวังเลยว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะได้รับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตระดับมหัศจรรย์ รวมไปถึงกระบี่วายุอัสนีด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าสำนักเสียงสวรรค์ จะดูแลศิษย์ของเขาเป็นอย่างดี



การต่อสู้ภายในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นั้นนับว่ามีความรุนแรงมาก ซึ่งแตกต่างจากสำนักเสียงสวรรค์ นอกจากนั้นพวกเขายังครอบครองทรัพยากรมากกว่านิกายขนนกศักด์สิทธิ์ยิ่งนัก



   แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง