test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 316 ขายตัวอักษร





ในขณะที่เหล่าอัจฉริยะที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างแห่งนี้กำลังงงกันอยู่ เนี่ยลี่ก็กำลังจะเตรียมตัวกลับที่พักหลังได้เก็บตัวอักษรของเขาเรียบร้อยแล้ว



เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อยขณะที่ชำเลืองมองดูหลงยู่อินอยู่ไกลๆ เขารู้นิสัยของหลงยู่อินเป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่ให้กู้เบ่ยนั้นได้เข้าใจในตัวอักษรนั้น เขายังต้องการที่จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นในใจของหลงยู่อิน หลังจากนี้ไม่นาน นางจะค่อย ๆ คิดที่จะเข้ามาเข้าใกล้เขาด้วยใจที่สั่นไหว ในตอนนี้เนี่ยลี่ต้องการที่จะชี้แนะหลงยู่อินอย่างช้า ๆ เป็นการค่อย ๆเปลี่ยนนิสัยใจคอของนาง



การควบคุมคนที่หลงไหลในวิธีแห่งจอมยุทธเช่นหลงยู่อินนั้นง่ายดายยิ่งนัก



นอกเหนือไปจากความพึงพอใจที่ได้กระตุ้นทั้งสองคนแล้ว เนี่ยลี่ยังสามารถที่จะกระตุ้นความสนใจจากเหยียนหยางและ หมิงเยี่ย วู่ซวง ได้สำเร็จ แน่นอนว่าเขาเองนั้นก็ไม่อยากเชื่อว่า เหยียนหยาง กับหมิงเยี่ย วู่ซวง จะสนอกสนใจจนออกมาเกินกว่าที่เขาคาดไว้ถึงเพียงนี้



“โปรคอยก่อน!” เหยียนหยางจู่ๆก็ส่งเสียงเพื่อที่จะหยุดเนี่ยลี่เอาไว้



ทุกคนมองดูเหยียนหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น เนี่ยลี่นั้นเก็บตัวอักษรของเขาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เหยียนหยางพยายามจะทำในตอนนี้ คือสิ่งใดกัน?



เนี่ยลี่มองไปที่เขาแล้วพูดขึ้นมาว่า “ศิษย์พี่เหยียนหยาง มีสิ่งใดที่ท่านต้องการอีกงั้นหรือ?


      “ข้าต้องการที่จะขอซื้อตัวอังษรนี้ ข้าสงสัยว่าศิษย์น้องเนี่ยลี่ยินดีที่จะขายมันหรือไม่? ข้ายินดีที่จะเสนอราคาให้เป็นศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อน” เหยียนหยางพูดออกไป แต่เดิมเขาคิดจะเสนอที่ราคาห้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณ แต่หลังจากที่ได้ขบคิดดูแล้ว เขาตระหนักได้ว่าราคาแค่ห้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณนั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นการแสดงออกอย่างจริงใจ ดังนั้นเขาจึงได้เสนอราคาที่หนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณ



เหยียนหยางยินดีที่จะเสนอราคาสำหรับตัวอักษรของเนี่ยลี่ถึงหนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณงั้นเหรอ?


เหล่าอัจฉริยะที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างแห่งนี้ถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก




หนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณสำหรับตัวอักษรแค่ตัวเดียว!



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเหยียนหยาง เนี่ยลี่รู้สึกลังเลไปชั่วขณะ ศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อนนับว่าล่อใจไม่น้อย อย่างไรก็ตามที่ทุกคนนั้นเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่ตัวอักษร เนี่ยลี่นั้นไม่ได้ขาดทุนเลยแม้แต่น้อยในการขายมัน ทำไมจะต้องปฏิเสธด้วยหล่ะ?



จากคำพูดของเหยียนหยางทำให้หลงเทียนหมิงตกใจยิ่งนัก เขาไม่อาจที่จะมองเห็นความล้ำลึกที่แฝงอยู่ในตัวอักษรของเนี่ยลี่ ก่อนที่เนี่ยลี่จะม้วนเก็บไป เขาไม่อาจที่จะบอกได้ว่ามีสิ่งใดที่ล้ำลึกที่แฝงอยู่ในตัวอักษรนั้น แต่เขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเหยียนหยางยินดีที่จะเสนอศิลาจิตวิญญาณแสนก้อนสำหรับมัน  เขาไม่เข้าใจความคิดของเหยียนหยางเลยสักนิด เจตจำนงค์ที่แฝงอยู่ในตัวอักษรมีค่ามากกว่าศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อนงั้นเหรอ?



หมิงเยี่ย วู่ซวง จ้องมองไปที่เนี่ยลี่ แม้ว่านางนั้นไม่อาจจะเข้าถึงเจตจำนงค์ที่แฝงอยู่ได้ แต่นางก็สัมผัสได้ถึงเจตจงค์แห่งกระบี่ที่อยู่ในอักษรนี้ได้ มันจักต้องมีค่ามากกว่าศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อนเป็นน่



เมื่อเห็นหน่าเนี่ยลี่นั้นยังลังเล เหยียนหยางจึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าหากศิษย์น้องเนี่ยลี่ ยังไม่เต็มใจที่จะขายมัน ถ้าเช่นนั้นหากข้าเสนอราคาให้เป็นศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนหล่ะ เจ้าจะว่าอย่างไร? ” แม้ว่าจะเป็นราคานี้ก็ยังห่างไกลเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของตัวอักษรนี้ “ข้าหวังว่าศิษย์น้องเนี่ยลี่จะยินดีที่จะขายมัน!”




เห็นได้ชัดว่าเหยียนหยางนั้นร้อนรนที่จะอยากได้ตัวอักษรนี้เป็นอย่างมาก เนี่ยลี่นั้นรู้ดีถึงมูลค่าที่แท้จริงของมัน คงจะแปลกอย่างมากถ้าหากเหยียนหยางไม่ได้รู้สึกหมดหวังถ้าหากไม่ได้ครอบครองมัน ในตอนแรกเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับมันแค่เล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่เนี่ยลี่จะเก็บมันไป



เมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนหยาง คิ้วของหลงเทียนหมิงถึงกับขมวด เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อศิษย์น้องเนี่ยลี่ไม่ต้องการที่จะขายมัน เช่นนั้นแล้วศิษย์พี่เหยียนหยางก็ไม่ควรที่จะฝืนใจเขานะ” หลงเทียนหมิงรับรู้ได้ถึงความร้อนรนของเหยียนหยาง แค่เพียงความร้อนรนของเขาเพียงเท่านั้น ตัวอักษรนี้จักต้องมีค่ามากกว่า  จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเป็นแน่



เพียงแค่ตัวอักษรแค่ตัวเดียว หลงเทียนหมิงมีนับพันหนทาง ที่จะเอามันมา ก่อนที่มันจะตกอยู่ในมือของเหยียนหยาง



แน่นอนว่า เนี่ยลี่นั้น ไม่ต้องการที่จะให้หลงเทียนหมิงได้มันไปไม่ว่าทางใดก็ตาม เขาประสานมือของเขาพร้อมกับกล่าวว่า “ศิษย์พี่หลง ศิษย์พี่ เหยียนหยาง พวกท่านกังวลมากเกินไปแล้ว ข้าสามารถเขียนขึ้นมาได้วันละนับสิบคำ มันก็เป็นเพียงแค่ตัวอักษรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าหากศิษย์พี่ทั้งชายและหญิงต้องการมันหล่ะก็ ข้าสามารถเขียนให้คนละหนึ่งคำ”



หลังได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ทั้งหลงเทียนหมิง หรือแม้แต่ เหยียนหยางก็ถึงกับตกตะลึง ที่เขาสามารถเขียนตัวอักษรได้หลายตัวในหนึ่งวัน เพราะว่าเขามิได้ใช้วิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆในการเขียนขึ้นมาแม้แต่น้อย!



แม้ว่าหลงเทียนหมิงจะไม่ต้องการให้เหยียนหยางได้มันไป เพราะเขาบอกได้เลยว่าเหยียนหยางสามารถที่จะเข้าถึงเจตจำนงค์อันลึกล้ำที่แฝงอยู่ในตัวอักษรนั้น แต่เนี่ยลี่ได้บอกมาแล้วว่าสามารถเขียนกี่คำก็ได้ในหนึ่งวัน ดังนั้นเขาก็ไม่อาจที่จะขัดขวางเหยียนหยางได้อีกต่อไป เขารู้สึกท้อใจยิ่งนัก เนี่ยลี่นั้นมีเส้นใยอะไรอยู่ในหัวกันแน่ (สำนวนจีนหมายถึง ฉลาดถึงเพียงนั้นเชียวเหรอ) หรือว่าเขากำลังแกล้งโง่อยู่อย่างนั้นเหรอ?



เหยียนหยางมองที่เนี่ยลี่ ด้วยการจับจ้องอย่างจริงจังเพื่อที่จะเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเนี่ยลี่ ด้วยความจริงที่ว่าเนี่ยลี่นั้นสามารถเขียนตัวอักษรกี่คำก็ได้ในหนึ่งวัน แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณค่าของตัวอักษรที่อยู่ในมือของเขานั้นก็ไม่ได้ลดคุณค่าลงไปแม้แต่น้อย



     “ไม่ว่าศิษย์น้องเนี่ยลี่จะสามารถเขียนอักษรได้กี่คำก็ตามในหนึ่งวัน ข้าก็ยินดีที่จะจ่ายศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนสำหรับมัน” เหยียนหยางพูดด้วยความใจเย็น เขานั้นยึดมั่นในวิถีทางของตนเองเสมอ เขาเป็นคนที่จริงใจต่อมิตรสหาย ดังนั้นเขาจะยอมรับการเขียนอักษร  อันล้ำค่าจากเนี่ยลี่โดยไม่มีสิ่งตอบแทนได้อย่างไร?



เมื่อได้เห็นความจริงจังของเหยียนหยาง  เนี่ยลี่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เดิมทีนั้นเนี่ยลี่วางแผนที่จะสานสัมพันธ์อันดีกับเหยียนหยาง โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะขายตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่ขบคิดอยู่ชั่วครู่ เนี่ยลี่เอ่ยปากขึ้นว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น เมื่อศิษย์พี่เหยียนหยางยินดีที่จะจ่ายศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากสำหรับมัน ข้าก็จะให้ของขวัญแก่ศิษย์พี่ด้วยตัวอักษรตัวที่สอง!



เนี่ยลี่เดินกลับไปที่โต๊ะ และคลี่กระดาษออก และลงมือเขียนตัวอักษร “”  [อ่านว่า หวู่ แปลว่า ยุทธ ยกตัวอย่าง 武侠(wǔxiá) : จอมยุทธ์  武林(wǔlín) : ยุทธภพ]ลงไปอย่างรวดเร็ว ด้านล่างของตัวอักษร “กระบี่”  จากนั้นก็ม้วนเก็บและส่งให้ฉินเยี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้าง  “รบกวนส่งมันมอบให้กับศิษย์พี่เหยียนหยางด้วย!” วิถีแห่งเจตจำนงค์ที่แฝงอยู่ในตัวอักษร “ยุทธ” นั้น ยิ่งล้ำลึกเสียยิ่งกว่า วิถีแห่งเจตจำนงค์ที่แฝงอยู่ใน ตัวอักษร “กระบี่” เสียอีก



ฉินเยี่ยรับมาด้วยความยินดีอย่างสุภาพ นางถือมันด้วยมือทั้งสองข้างก่อนที่จะเดินไปหาเหยียนหยาง



ก่อนหน้านี้ นางมีความรู้สึกดูถูกเนี่ยลี่อยู่เล็กน้อย แต่ในตอนนี้ นางรู้ดีว่าไม่อาจที่จะมองข้ามเขาไปได้เลย นางรู้สึกนับถือเขาขึ้นมาเล็กน้อย และเริ่มที่จะปฏิบัติต่อเนี่ยลี่ ดั่งคนที่มีระดับเดียวกับเหยียนเหยาง




เหยียนหยางหยิบม้วนอักษรจากฉินเยี่ย เมื่อเขาได้เห็นคำว่า “ยุทธ” ที่ถูกเขียนอยู่ด้านล่าง เขาก็รู้สึกราวกับได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ทำให้ใจของเขารู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างมาก เขาม้วนกระดาษและนำมันเก็บไว้ในทันที



“ขอบใจเจ้ามาก ศิษย์น้องเนี่ยลี่” ใจของเหยียนหยางนั้นตื่นตระหนกจนยากที่จะพรรณนาได้ อักษรคำว่า “ยุทธ” ดูเหมือนว่าจะล้ำลึกเสียยิ่งกว่าคำว่า “กระบี่” เสียอีก เหยียนหยางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเนี่ยลี่จะมองของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่เขา เขาหยิบแหวนห้วงมิติของเขาพร้อมกล่าวอย่างจริงจังว่า 




“เมื่อเทียบกับอักษรทั้งสองคำที่ศิษย์น้องเนี่ยลี่เขียนให้ข้านั้น สิ่งของพวกนี้กล่าวได้ว่าช่างไร้ความหมาย นับจากนี้ไป ศิษย์น้องเนี่ยลี่ นับว่าเป็นสหายของข้า เหยียนหยาง!



เหยียนหยางมองไปที่ฉินเยี่ย จากนั้นก็พูดว่า “แม่นางฉินเยี่ย รบกวนส่งสิ่งนี้ให้แก่เนี่ยลี่ด้วย”



เนี่ยลี่รับแหวนห้วงมิติจากฉินเยี่ย ด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเช่นนั้น ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้เป็นสหายกับศิษย์พี่เหยียนหยาง!



ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ พวกเขาไม่ได้มีความคิดใด ๆ เกี่ยวกับตัวอักษรที่สองที่เนี่ยลี่เขียนให้กับเหยียนหยาง เนื่องจากพวกเขาไม่อาจมองเห็นได้จากตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่  อย่างไรก็ตามจากการสังเกตุดูการแสดงออกของเหยียนหยาง มันจักต้องไม่เป็นอะไรที่ธรรมดาเป็นแน่ แต่ถึงอย่างไร พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะเข้าใจได้ตั้งแต่ตัวอักษรตัวแรกอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะได้เห็นตัวอักษรตัวที่สอง มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับพวกเขาอยู่ดี



หลงเทียนหมิงรู้สึกหดหู่ยิ่งนักในใจของเขา ไม่ใช่เพียงแค่ เขาไม่อาจที่จะขัดขวางมิให้เหยียนหยางได้ตัวอักษรไปจากเนี่ยลี่  เหยียนหยางกลับได้ตัวอักษรไปถึงสองตัว




หมิงเยี่ย วู่ซวง ยิ้มหวานพร้อมกับพูดว่า “ข้าสงสัยว่าศิษย์น้องเนี่ยลี่ ยินดีที่จะเขียนอักษรให้ข้าสักคำหนึ่งได้หรือไม่ ข้ายินดีที่จะมอบศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนให้เช่นกัน!



“แน่นอน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงคำติฉินว่าข้านั้นเห็นแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  ข้าจะเขียนอักษรให้ศิษย์พี่หมิงเยี่ย สองตัวเช่นกัน!” เนี่ยลี่เขียนคำว่า “กระบี่” ขึ้นมาอีกรอบ และเขียนอีกคำ ด้วยคำว่า “[อ่านว่า เจี่ยว แปลว่า สดใส] คำว่า “สดใส” เปรียบได้กับสว่างสดใสราวกับแสงจันทรา ในแง่วิถีแห่งเจตจำนงค์นั้น  อยู่ในระดับเดียวกันกับคำว่า “ยุทธ”ของเหยียนหยาง
จากนั้นเนี่ยลี่ก็ได้รับศิลาจิตวิญญาณอีกหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนจาก หมิงเยี่ย วู่ซวง


 “ศิษย์น้องเนี่ยลี่ ดูเหมือนว่าเจ้านั้นจะมีความรู้สึกดี ๆกับ ศิษย์น้องเซี่ยวหนิงเอ๋อ จากวันนี้ไป ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดี!” หมิงเยี่ย วู่ซวง เหลือบมองไปยังเซี่ยวหนิงเอ๋อในขณะที่นางยิ้มอยู่



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ หมิงเยี่ย วู่ซวง แล้ว หญิงสาวที่มาจากสำนักเสียงสวรรค์ต่างก็หันมามองเซี่ยวหนิงเอ๋อด้วยความริษยา หมิงเยี่ย วู่ซวงนั้นมีตำแหน่งพิเศษในสำนักเสียงสวรรค์ คือ เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเสียงสวรรค์ ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษจากหมิงเยี่ย วู่ซวง เซี่ยวหนิงเอ๋อ จะได้รับโอกาสอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเป็นแน่



ถึงแม้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะมีพรสวรรค์อันที่น่าตกตะลึง และได้รับการดูแลจากบุคคลระดับสูง แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับการได้รับการดูแลจาก หมิงเยี่ย วู่ซวง



“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องขอขอบคุณศิษย์พี่หมิงเยี่ย วู่ซวงแล้ว!” เนี่ยลี่พูดในขณะที่เขาประสานมือคารวะ  เขาคิดในใจว่า เขาสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลทั้งสอง ด้วยตัวอักษรไม่กี่คำ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้รับศิลาจิตวิญญาณอีกถึงสามแสนก้อน ช่างเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่านัก ทำไมเขาถึงนึกไม่ได้เลยนะว่า การขายตัวอักษรนั้น ได้กำไรดีเสียยิ่งกว่าการขายจิตอสูรในระดับสูงเสียอีก?



เยี่ยเชียน มองดูเนี่ยลี่ ทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับเหยียนหยางและหมิงเยี่ย วู่ซวง เขารู้สึกว่าตนเองนั้นต่ำต้อยกว่าเนี่ยลี่เสียอีก ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน เขายังทำการเยาะเย้ยเนี่ยลี่แถมยังเรียกเขาว่า คนโง่เง่า แต่สุดท้าย เนี่ยลี่เพียงแค่เขียนอักษรไม่กี่ตัว ก็สามารถที่จะได้ศิลาจิตวิญญาณมาถึงสามแสนก้อนจากสองคนนั่น


หลงเทียนหมิงถึงกับขมวดคิ้ว เพราะทั้งเหยียนหยางและหมิงเยี่ย วู่ซวงต่างก็ได้รับตัวอักษรของเนี่ยลี่ เขายอมรับความพ่ายแพ้ เพราะเขาไม่อาจที่จะขัดขวางไม่ให่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่สำหรับเนี่ยลี่ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่หลงเทียนหมิงนั้นจะยอมจ่ายศิลาจิตวิญญาณถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนเพื่อตัวอักษรนั่น



เนี่ยลี่นั้นเป็นศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว หลงเทียนหมิงจะส่งใครบางคนไปเอาตัวอักษรมาจากเนี่ยลี่ จะมีหนทางใดที่เนี่ยลี่จะไม่ส่งให้กับเขางั้นรึ?




ไม่เพียงแค่ตัวอักษรตัวเดียวเท่านั้น  เนี่ยลี่จะต้องให้ตัวอักษรบางคำสำหรับหลงเทียนหมิง เนี่ยลี่จักต้องมอบให้กับเขามากยิ่งกว่านั้น นอกเสียจากว่า เขาจะไม่ต้องการอยู่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป



หลงเทียนหมิงเริ่มที่จะสังเกตุเนี่ยลี่ ถ้าหากเนี่ยลี่นั้นมีพรสวรรค์บางอย่างจริง เขามีความคิดที่จะให้มาเป็นลูกน้องของเขา ความคิดนี้นับว่าไม่เลว  ถ้าหากเขาต้องการที่จะบังคับเนี่ยลี่ หลงเทียนหมิงก็ไม่อาจที่จะคิดทำเช่นนั้นได้ในตอนนี้ หลังจากวันนี้ไป เหล่าคนในระดับสูงจะต้องทราบข่าวว่า เหยียนหยาง และ หมิงเยี่ย วู่ซวง ได้ซื้อตัวอักษรไปจากเนี่ยลี่ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องดำเนินการเพื่อที่จะขออักษรบางคำเพื่อนำมาศึกษา ด้วยความสามารถของเนี่ยลี่ การที่จะพยายามติดต่อกับคนในระดับสูงนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายนัก




ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้น หลงเทียนหมิงนั้นยังไม่อาจที่จะควบคุมได้หมดทุกอย่าง



อะไรคือสิ่งที่หลงเทียนหมิงจะต้องใส่ใจมากที่สุด นอกเหนือไปจากความสามารถในการเขียนอักษรของเขา แต่ถ้าหากเนี่ยลี่ ไม่ได้บรรจุวิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆแม้แต่น้อยลงในตัวอักษร ด้วยเหตุนั้นหลงเทียนหมิงก็ไม่อาจที่จะมองเห็นด้วยการบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ดี




แม้ว่าเนี่ยลี่นั้นจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในเหล่าอัจฉริยะที่เข้ามาใหม่ก็ตาม เขาก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของหลงเทียนหมิงเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากเนี่ยลี่นั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์ แล้วเหตุใดเนี่ยลี่จึงยังไม่บรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเนี่ยลี่นั้นได้ปกปิดมันเอาไว้เช่นนั้นหรือ?




ในเมื่อหลงเทียนหมิงก็ไม่อาจที่จะมองดูเนี่ยลี่อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาจึงตัดสินใจที่จะส่งคนของเขาให้ไปตรวจสอบ



หลังจากที่เนี่ยลี่เดินลงมาจากเวที เขาก็กลับไปที่โต๊ะของเขา และสบตากับหนิงเอ๋อ กู้เบ่ย และคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
และกู้เบ่ยกับหลี่ชิงอวิ๋น ก็ให้การยอมรับเนี่ยลี่อย่างที่ไม่มีอะไรติดค้างใจอีก



เมื่อเนี่ยลี่กลับมา มู่หลงหยี่ ถึงกับกัดฟันของเขา ในซากโบราณแห่งความสะพรึง เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้เนี่ยลี่ได้ศิลาจิตวิญญาณ แต่ท้ายที่สุด แม้ว่าเขาจะพยายามขัดขวางอย่างหนัก แต่เนี่ยลี่กลับได้รับศิลาจิตวิญญาณสามแสนก้อนอย่างง่ายดายด้วยการเขียนอักษรไม่กี่คำ ความพยายามของเขาสูญเปล่าสิ้นดี



ด้วยจำนวนศิลาจิตวิญญาณถึงสามแสนก้อน แม้ว่ามู่หลงหยี่ จะใช้เวลาเก็บหลายสิบปี เขาก็ไม่อาจที่จะเก็บได้ถึงเพียงนั้นเลย


  แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง