test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

23 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 315 เจตจำนงค์แห่งกระบี่ขั้นสูงสุด



เมื่อทุกคนได้เห็นคำว่า “กระบี่” ของเนี่ยลี่ ทุกคนไม่อาจที่จะสัมผัสความลึกซึ้งใด ๆ ที่แฝงอยู่ภายในได้ พวกเขาไม่รับรู้ถึงร่องรอยวิถีแห่งเจตจำนงค์แม้แต่น้อย



แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ข่มใจฝืนมิให้หัวเราะ แต่ก็มีบางคนที่หัวเราะออกมาบ้าง
ด้วยความจริงที่ว่าเนี่ยลี่นั้นได้ออกมาทำเรื่องตลกให้ตนเองขายหน้าเท่านั้น


ทันใดนั้นกู้เบ่ย รู้สึกอะไรบางอย่างทำให้ดวงตาของเขานั้นเป็นประกาย “เนี่ยลี่เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง เขาสามารถเข้าถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์เหนือกว่าเหยียนหยางไปมากนัก!



ในขณะที่กู้เบ่ยมุ่งเน้นความสนใจของเขาไปยังคำว่า “กระบี่”  เขาสัมผัสได้ถึงเจตจำนงค์แห่งกระบี่ที่พลุ้งพล่านออกมากดทับตัวของเขาไว้ ถ้อยคำนี้มิได้บรรจุวิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆลงไป แต่ทว่า วิถีแห่งเจตจำนงค์ที่ไร้ขอบเขตกลับสัมผัสได้จากมัน



นั่นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างที่สุด!



คำว่า “กระบี่” ที่เนี่ยลี่เขียนออกมามีความหมายกับกู้เบ่ยมาก ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ความเข้าถึงวิถีแห่งกระบี่ของกู้เบ่ยนั้น เหนือกว่าผู้อื่นยิ่งนัก ในชีวิตก่อนหน้าของเนี่ยลี่นั้น กู้เบ่ยได้เป็นยอดฝีมือในระดับเทพสงครามด้วยวิถีเจตจำนงค์แห่งกระกระบี่ ในถ้อยคำนี้ถูกบรรจุไปด้วย วิถีแห่งเจตจำนงค์ที่ไร้ขอบเขต และ แก่นแท้เจตจำนงค์แห่งกระบี่  เมื่อใดที่กู้เบ่ยสามารถเข้าใจคำนี้ได้ มันจะมีประโยชน์ในการบ่มเพาะพลังของเขาเป็นอย่างมาก



หลังจากได้ยินคำพูดของกู้เบ่ย มู่หลงหยี่ นั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากและรู้สึกเย้ยหยัน “เหนือกว่าเหยียนหยางมากนักงั้นหรือ?  จะไม่เป็นการอวดดีมากไปหรือไง ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเจ้าจะยกยอกันแค่ไหน แต่คงไม่มีใครที่เชื่อพวกเจ้า  หรือว่าเหล่าอัจฉริยะของทั้งสามสำนักใหญ่ที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างแห่งนี้ จะมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถเข้าใจถึง วิถีแห่งเจตจำนงค์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในข้อความนี้กัน?



หลี่ชิงอวิ๋น พยายามตั้งใจที่จะพิจารณาคำว่า “กระบี่” ที่เนี่ยลี่เขียนขึ้นมา แต่ทว่าเขาไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงสิ่งใด และเซี่ยวหนิงเอ๋อก็เช่นกัน สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือเงียบเนื่องจากไม่มีถ้อยคำใดจะโต้แย้งคำพูดของมู่หลงหยี่ มีเพียงกู้เบ่ยเท่านั้น แต่พวกเขารู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรโดยไม่คิด ดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่คำว่า “กระบี่”  พยายามที่จะเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมัน


กู้เบ่ยหัวเราะเยาะอย่างดูถูก “พวกเจ้าอยากพูดสิ่งใดก็ตามที่พวกเจ้าต้องการ ข้าไม่สนใจสักนิด  ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าหากพวกเจ้าไม่อาจที่จะเข้าถึง เจตจำนงค์แห่งกระบี่ขั้นสูงสุด ที่แฝงอยู่ในถ้อยคำนี้ ก็เท่ากับว่าพวกเจ้านั้นได้พ่ายแพ้ไปแล้ว!



หลงยู่อินถึงกับขมวดคิ้วของนางเล็กน้อย คำว่า “กระบี่” ที่เนี่ยลี่เขียนขึ้นมามีเจตจำนงค์แห่งกระบี่ขั้นสูงสุด อยู่จริงเหรอ? ถ้าเช่นนั้นทำไม นางถึงไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์เลยแม้แต่น้อยนางจะต้องมองด้วยวิธีใดกัน หรือว่านางโง่เขลาเกินไป เหตุใดกู้เบ่ยถึงได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง แต่ทำไมนางไม่อาจที่จะสัมผัสได้?



มีเจตจำนงค์แห่งกระบี่ ซ่อนเร้นอยู่ในตัวอักษร “กระบี่” นี้เช่นนั้นเหรอ เมล็ดแห่งความอยากรู้อยากเห็นถูกปลูกฝังขึ้นมาในใจของหลงยู่อิน และนางคงจะอัดอั้นจนตายหากไม่ได้ไขความใคร่รู้นั้น



เยี่ยเชียนนั้นพยายามที่จะศึกษาตัวอักษรนั้นโดยใช้เวลาอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็มิได้สัมผัสถึงเจตจำนงค์ใด ๆ แม้แต่น้อย นี่มันเรื่องพิลึกบ้าบออะไรกัน หรือว่ากู้เบ่ยนั้นเชื่อไปเอง มียอดฝีมือมากมายที่รวมอยู่ในห้องโถงด้านข้างนี้ แต่มีเพียงแค่คนที่ไม่ได้เรื่องอย่างกู้เบ่ยที่สัมผัสถึงมันได้ หรือว่าแม้แต่เหยียนหยางและพวกของเขาก็ไม่อาจจะสัมผัสถึงมันได้เลย?



มีบทสนทนาที่หลากหลายและต่อเนื่องในห้องโถงแห่งนี้ แต่บางคนก็มีเพียงแค่คำเยาะเย้ยถากถากเท่านั้น


สายตาของทุกคนนั้นต่างจับจ้องไปที่ เหยียนหยาง หมิงเยี่ย วู่ซวง และหลงเทียนหมิง สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับการประเมินค่าตัวอักษร จากทั้งสามคนนี้ ถ้าหากว่าพวกเขาไม่อาจที่จะสัมผัสถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆจากมันได้ เนี่ยลี่คงจะได้รับเพียงแค่เสียงหัวเราะจริง ๆแล้ว



หลงเทียนหมิงยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า “ศิษย์น้องเนี่ยลี่ ตัวอักษรที่เจ้าเขียนนี้ แน่นอนว่ามันงดงามมาก ในแง่ของการเขียนอักษรเท่านั้นซึ่งนับว่าสูงส่งไม่น้อย แต่ถึงอย่างไร ข้าไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์ ใด ๆจากมันเลย ถ้าพิจารณาดูแล้ว จากเรื่องที่ว่ามา คำว่า “รัก” ที่เขียนมาก่อนหน้านี้ยังนับว่าเหนือกว่านี้เสียอีก”



หลังคำพูดของหลงเทียนหมิง เหล่าฝูงชนก็อดคิดไม่ได้ว่าเนี่ยลี่ นั้นจงใจที่จะทำให้เป็นเรื่องลึกลับ ที่แม้แต่หลงเทียนหมิงยังไม่อาจสัมผัสได้ถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆ นั่นก็พิศุจน์ได้แล้วว่า มันเป็นเพียงแค่ตัวอักษรธรรมดาเท่านั้น



เนี่ยลี่นั้นไม่ต้องการที่จะให้หลงเทียนหมิงนั้น เข้าใจถึงเจตจำนงค์แห่งกระบี่ขั้นสูงสุดจากตัวอักษรของเขาอยู่แล้ว เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลงเทียนหมิงแล้ว เขาถอนใจด้วยความโลงอกจากนั้นเขาก็ยิ้ม พร้อมกับพูดออกไปว่า 



“อันที่จริงนี่ก็เป็นเพียงแค่การเขียนตัวอักษรธรรมดาเท่านั้น ในเมื่อศิษย์พี่หลงและคนอื่น ๆไม่อาจสัมผัสได้ถึงสิ่งใดจากมัน จงลืมมันไปเสีย แล้วข้าจะนำตัวอักษรของข้าไปจากที่นี่”



เนี่ยลี่นำตัวอักษรที่เขียนมาจากฉินเยี่ย เขาเป็นกังวลว่าถ้าหากให้โอกาสหลงเทียนหมิงได้มองนานกว่านี้ หลงเทียนหมิงอาจจะเริ่มทำความเข้าใจในบางสิ่งจากมันได้


เหตุผลเดียวที่กู้เบ่ยสามารถเข้าใจมันได้ อาจจะเป็นเพราะเขาได้ติดต่อคบหากัเช่นสหายกับเนี่ยลี่ในช่วงนี้ เขาจึงได้รับอิทธิพลจากกลิ่นอายของเนี่ยผ่านจิตใต้สำนึก นอกจากนี้ กู้เบ่ยนั้นมีเจตจำนงค์แห่งกระบี่เกินกว่าหลงเทียนหมิงเสียอีก



ไม่ว่าผู้ใดก็ตามต้องมีสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญ แต่คงไม่อาจมีผู้ใดที่จะก้าวล้ำกู้เบ่ยในวิถีแห่งกระบี่ได้


เมื่อเนี่ยลี่นำตัวอักษรที่เขียนมาจากฉินเยี่ย เสียงของเหยียนหยางก็ดังขึ้นมาเพื่อหยุดเขาทันที “ช้าก่อน”



ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างนี้ มองไปที่เหยียนหยางด้วยความงุนงง เขามองดูสับสนเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? เหยียนหยางนั้นแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรหลังจากที่เข้ามาในห้องโถงด้านข้างนี้ เขาเอ่ยปากพูดเพียงแค่ไม่กี่คำ จู่ ๆ เขาก็พูดกับเนี่ยลี่ จึงทำให้ทุกคนรู้สึกไม่คาดคิดมาก่อน
คิ้วของเขาขมวดแน่น



เมื่อเหยียนหยางมองดู คำว่า “กระบี่” ในตอนแรกนั้น เขามีความรู้สึกแปลกๆ เมื่อเขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับมัน เขารับรู้ได้ว่า ถ้อยคำนี้มีความลึกซึ้งอย่างไร้ที่สิ้นสุด หลังจากที่เขาขมวดคิ้วขบคิดอยู่นั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงวิถีแห่งเจตจำนงค์ที่บ้าคลั่งพุ่งเข้าหาเขา  และพยายามที่จะกลืนกินเขา



ยิ่งเหยียนหยางพยายามที่จะพินิจตัวอักษรนี้มากขึ้นเท่าใด เขาก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปเท่านั้น ยิ่งคิดว่าเด็กคนนี้สามารถเข้าถึง เจตจำนงค์แห่งกระบี่ได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เมื่อเทียบกับวิถีเจตจำนงค์แห่งกระบี่ขั้นสูงสุดแล้ว การเล่นหมากล้อมที่เขาได้แสดงไปนั้นนับว่าด้อยกว่ายิ่งนัก



เหยียนหยางนั้นจมอยู่กับเจตจำนงค์แห่งกระบี่ที่ไร้ที่สิ้นสุด มันเกินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก  มีความเป็นไปได้มากมาย ที่แฝงอยู่ในเจตจำนงค์แห่งกระบี่นี้ เปรียบกับตัวเขาก็แค่หยดน้ำเล็ก ๆ ที่ร่วงหล่นลงในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ที่อยู่ในเอกภพนี้



ภายใต้สายตาที่งุนงงของเหล่าฝูงชน เหยียนหยางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วจ้องมองเนี่ยลี่ เดิมทีนั้นเขาคิดว่า วิถีแห่งเจตจำนงค์ ที่เขามีนั้นเพียงพอที่จะกำหราบเหล่ายอดฝีมือในรุ่นของเขาได้ แต่ในตอนนี้ที่เขาได้จับจ้องตัวอักษรดังกล่าว ทำให้เขานั้นได้ตระหนักว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า ย่อมจะมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่เสมอ
เนี่ยลี่นั้นถึงแม้จะเป็นแค่เด็ก แต่กลับสามารถเข้าใจอย่าลึกซึ้งในเจตจำนงค์แห่งกระบี่



ภายหลังที่เหยียนหยางได้เรียกเนี่ยลี่ เขาก็ยังจ้องมองอยู่ที่ตัวอักษรนั้น


หลงเทียนหมิงอดที่จะทำหน้ามุ่ยไม่ได้ต่อการแสดงออกของเหยียนหยาง ตัวอักษรของเนี่ยลี่นั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งแฝงอยู่เช่นนั้นหรือ? หลงเทียนหมิงหันกลับไปที่เวลาทีพร้อมกับ คิ้วขมวด พยายามที่จะเพ่งมองหาอะไรบางอย่างจากมัน

ดวงตาของหมิงเยี่ย วู่ซวง ยังคงจับจ้องไปยังตัวอักษรในมือของเนี่ยลี่ นางไม่อาจที่จะเข้าใจได้มากเท่ากับที่เหยียนหยางสัมผัสได้ แต่นางก็ตระหนักได้ว่าตัวอักษรนี้แฝงอะไรที่ลึกซึ้งบางอย่าง นางรับรู้ได้ว่าตัวอักษรนี้มีเจตจำนงค์แห่งกระบี่ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงทะเล แต่เมื่อนางพยายามที่จะเพ่งมองจับจ้องเข้าไปใกล้ ๆ นางก็ไม่อาจที่จะก้าวย่างไปได้มากกว่านั้น



เหล่าอัจฉริยะ ที่อยู่ในห้องโถงด้านข้างแห่งนี้เฝ้าสังเกตุทั้งสามคน และก็ต่างประหลาดใจยิ่งนัก จากนั้นพวกเขาก็หันไปมองตัวอักษรที่อยู่ในมือของเนี่ยลี่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีอะไรที่ล้ำลึกแฝงอยู่ภายในมันงั้นหรือ? ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งสามคนคงไม่มีท่าทีเช่นนี้เป็นแน่



เหยียนหยางจ้องมองตัวอักษรที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเงียบๆด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า


ในตอนนี้ เนี่ยลี่นั้นได้เข้าใจดีเลยว่า เหยียนหยางนั้น จมอยู่กับตัวอักษรที่แฝงเจตจำนงค์แห่งกระบี่อย่างล้ำลึกอยู่เป็นแน่



ตัวอักษรที่เนี่ยลี่เขียนขึ้นมานั้น มาจากอักษรโบราณ โดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงสุด จากตำราหมื่นสวรรค์เจตจำนงค์ที่เที่ยงแท้ โครงสร้างของมันมาจากเจตจำนงค์ที่ไร้ที่สิ้นสุดของผู้เชี่ยวชาญนั้น คำว่า “กระบี่” ที่เนี่ยลี่นั้นเขียนขึ้นมาเป็นตัวแทนที่นับได้ว่า เป็นแค่พื้นฐานของพื้นฐาน เท่านั้น แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับยอดฝีมืออย่างเหยียนหยาง เขาอาจจะเข้าใจมันได้ในแค่ไม่กี่วันกี่คืนเท่านั้น



ด้วยตัวอักษรเพียงหนึ่งตัวนี้ แต่ละคนอาจจะเข้าถึงเจตจำนงค์ที่ต่างกัน และบางคนอาจจะเข้าใจเคล็ดวิชาลับแห่งกระบี่อันลึกซึ้งจากมันก็เป็นได้


ถ้าหากว่าเหยียนหยางต้องการที่จะทำความเข้าใจจากมัน อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายวันเป็นอย่างน้อย



อย่างไรก็ตาม เนี่ยลี่ไม่ต้องการที่จะให้หลงเทียนหมิง เข้าใจในทุกสิ่งที่เกี่ยวกับมัน


          “ตัวอักษรนี้มีเจตจำนงค์ที่แท้จริงแฝงอยู่ โดยที่มิได้เขียนวิถีแห่งเจตจำนงค์ใด ๆ ลงไป มันเป็นเพียงแค่ตัวอักษร หลังจากที่ข้าได้เขียนมันขึ้นมาให้ทุกคนได้ดูในวันนี้ สำหรับคนที่สามารถเข้าใจบางสิ่งบางอย่างจากมันได้ ก็แปลว่าคนผู้นั้นมีชะตาต้องกันกับมัน ” เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วม้วนกระดาษเก็บ 



“อย่างไรก็ตาม ขอให้มันจบลงเพียงเท่านั้น!


เหยียนหยางรู้สึกผิดหวังในขณะที่มองดูเนี่ยลี่ม้วนเก็บตัวอักษร ถ้าหากมีเวลาที่ได้มองดูอีกไม่กี่วัน ก็นับว่าคุ้มกับเวลา เข้ามั่นใจว่าเขานั้นจะต้องเข้าถึงเจตจำนงค์ที่แท้จริงของมันได้ และแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะพลังของเขาเป็นแน่


โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด เหยียนหยาง ก็ยังรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ทำออกมา เขายืนตัวตรงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพว่า “ขอบคุณสำหรับการชี้แนะ”


หลังจบคำพูดของเหยียนหยาง ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนี้ต่างเงียบสนิท เหล่าคนที่หัวเราะเยาะเนี่ยลี่ในก่อนหน้าอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง พวกเขายังไม่อาจอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะพวกเขาไม่อาจที่จะสัมผัสถึงสิ่งใดได้จากตัวอักษร แต่ถึงอย่างไรคนอย่างเหยียนหยางคงไม่พูดโกหกเป็นแน่ ตัวอังษรนี้แฝงด้วยเจตจำนงค์อย่างแท้จริง แต่พวกเขาทั้งหมดไม่อาจที่จะเข้าใจได้งั้นเหรอ?


กู้เบ่ยเหลือบตามอง เยี่ยเชียนกับมู่หลงหยี่ ด้วยสายตาที่ดูถูก “ข้าบอกพวกเจ้าแล้วไงว่า เจตจำนงค์ในตัวอักษรของเนี่ยลี่ มันสูงล้ำเกินกว่าสิ่งที่ทั้งสามคนได้แสดงออกมา!”



เยี่ยเชียนกับมู่หลงหยี่ ต่างก็ตกตะลึง


เยี่ยเชียนนั้นยังคงสับสนอยู่ไม่น้อย นี่เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไป ในมุมมองของเขานั้น เนี่ยลี่นั้นยังไม่แม้แต่จะบรรลุระดับชะตาสวรรค์ แล้วเหตุใดเขาถึงได้มีมีวิถีแห่งเจตจำนงค์ที่แข็งแกร่ง และในจุดนั้นยังเหนือยิ่งกว่าเหยียนหยางเสียอีก ไม่เพียงแค่นั้น เหตุใดเขาถึงไม่อาจสัมผัสได้ถึงเศษเสี้ยววิถีแห่งเจตจำนงค์ที่แผ่ออกมาจากตัวอักษรของเนี่ยลี่ได้เลย



อย่างไรก็ตามเหยียนหยางถึงกับยอมรับความพ่ายแพ้ คนระดับเขาแน่นอนว่าจะต้องไม่โกหกคนที่ไร้ชื่อเสียงเช่นเนี่ยลี่แน่  มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?


คิ้วของมู่หลงหยี่ถึงกับขมวดแน่น เขาก็เหมือนกับฝูงชนที่เหลือ เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดคือหัว สิ่งใดคือหางสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ (สำนวนจีนหมายถึง ไม่รู้สิ่งใดจริง หรือ สิ่งใดเท็จ) อย่างไรก็ตามเขาก็ยิ่งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ลึกเกินหยั่งถึงในตัวอักษรของเนี่ยลี่ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเขานั้นด้อยกว่าเนี่ยลี่ ทำให้เขาโกรธแค้นยิ่งนัก




อย่างไรก็ตาม เซี่ยวหนิงเอ๋อ ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่านางเองก็ไม่อาจที่จะสัมผัสถึงความล้ำลึกที่อยู่ในตัวอักษรของเนี่ยลี่ นางก็อดที่จะภูมิใจในตัวเขามิได้ แม้แต่เหล่ายอดฝีมือในอาณาจักรซากมังกร เนี่ยลี่ก็ยังเป็นคนที่ไม่มีผู้ใดเปรียบได้ ไม่มีผู้ใดที่สามารถยืนอยู่ในระดับเดียวกับเขาได้เลย




หลงยู่อินที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นางกำมือของนางที่อยู่บนโต๊ะจนแน่น แม้แต่กู้เบ่ยยังสามารถสัมผัสได้ถึงเจตจำนงค์ในตัวอักษรของเนี่ยลี่ได้ แต่เหตุใดนางถึงไม่อาจทำได้ นี่มิได้หมายความว่านางนั้นอ่อนด้อยยิ่งกว่ากู้เบ่ยงั้นหรือ? เจตจำนงค์แบบใดกันที่แฝงอยู่ในตัวอักษรของเนี่ยลี่ สำหรับคนที่หมกมุ่นอยู่กับวิถีแห่งจอมยุทธ สิ่งเหล่านั้นก็เป็นสเน่ห์ที่ชวนให้หลงไหลอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
นางปรารถนาที่จะรู้ว่าสิ่งที่ล้ำลึกที่แฝงอยู่ในตัวอักษรของเนี่ยลี่นั้นคือสิ่งใดกันแน่!


นางไม่อาจที่จะระงับความอยากรู้อยากเห็นที่อยู่ในใจของนางได้ นางตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าด้วยสิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะต้องจ่ายไปในราคาสักเท่าไหร่  นางจักต้องเข้าใจถึงความล้ำลึกที่อยู่ในตัอักษรของเนี่ยลี่ให้จงได้



 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง