test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

21 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 311 จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ 万里河山图



เมื่อเร็ว ๆนี้ เนี่ยลี่ได้ให้คำชี้แนะแก่หลงยู่อิน ทำให้ผ่อนปรนความสัมพันธของพวกเขาได้บ้าง แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังคงเป็นกังวลอยู่บ้างกับหญิงที่ดุยิ่งกว่าแม่ของไทแรนโนเซารัสผู้นี้ (ดุกว่าแม่ T-REX ต้นฉบับจีนบอกไว้แบบนี้จริง ๆ)




ด้วยเหตุนั้นเขาจึงพบว่ามันเป็นการยากที่จะพูดคุยกับหลงยู่อิน



ดั่งเช่นตัวอย่าง หลงยู่อินในตอนนี้นางนั่งนิ่งราวกับท่อนไม้ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆกับผู้อื่น นางแสดงสีหน้าที่ปิดกั้นผู้อื่น ใครจะรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่



ยังดีที่ในตอนนี้หลงยู่อินสามารถที่จะข่มใจ ยับยั้งตัวเองได้บ้างแล้ว ดังนั้นคนอื่น ๆจึงไม่ได้รู้สึกรังเกียจนางมากดังที่แล้วมา



ในทางกลับกัน กู้เบ่ยก็ยังซื้อของได้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง เยี่ยเชียน และ มู่หลงหยี่ สีหน้าเริ่มดูมืดมน เพราะของทุกอย่างถูกกู้เบ่ยแย่งซื้อไปจนหมด



การประมูลผ่านไปราว ๆครึ่งชั่วโมง หลังจากที่มีการตัดสินการประมูลแล้ว เมื่อการประมูลเสร็จสิ้น กู้เบ่ยได้ใช้จ่ายไปประมาณ 178,000 ศิลาจิตวิญญาณ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่จำนวนที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนที่เหลืออยู่ เขานำของที่ประมูลมาได้และศิลาจิตวิญญาณที่เหลือใส่ไว้ในแหวนห้วงมิติ และแอบส่งแหวนไปให้กับเนี่ยลี่



ฉินเยี่ย [琴悦] ส่งยิ้มหวานขณะที่นางพูดว่า “ข้ามั่นใจเลยว่า ทุกท่านคงจะอดใจไม่ไหวกับสินค้าหลักที่นำมาประมูลในครั้งนี้ สินค้าชิ้นนี้มหัจรรย์ยิ่งนัก เป็นสมบัติล้ำค่าตั้งแต่สมัยโบราณกาล แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดที่รู้วิธีใช้มัน จนถึงวันนี้เท่าที่เราทราบเกี่ยวกับมัน คือมันสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะพลังให้แก่ผู้ที่ใช้งาน เพียงแค่นี้ทุกท่านคงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันคุ้มค่ายิ่งนัก  นับเป็นสิ่งของลึกลับ ที่บุคคลระดับสูงที่ไม่เปิดเผยชื่อ ที่เป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ได้มอบความไว้วางใจให้เราจัดทำการประมูลนี้ เพื่อที่จะได้ค้นหาว่าใครจะเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะได้ครอบครองมัน!


หลังจบคำพูดของฉินเยี่ย กระตุ้นความอยากรู้ของผู้คนเป็นอย่างมาก เจ้าของสิ่งนี้มันคือ อะไรกันแน่? มันน่าพิสวงถึงปานนั้นเชียวหรือ?



แม้แต่หลงเทียนหมิง [龙天明] หมิงเยี่ย วู่ซวง [明月 无双] และ เหยียนหยาง [炎阳] ทุกคน ต่างก็จ้องไปยัง ฉินเยี่ย


สมบัติที่ไม่ธรรมดาจากโบราณกาลงั้นเหรอ? แค่ชื่อของมันก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนเหลือคณานับ




เหล่าศิษย์ของทั้ง สามสำนักต่างจดจ่อเฝ้ารอดูมันอยู่




“แม่นางฉินเยี่ย ได้ปรอบนำมันออกมาเร็ว ๆหน่อย!




ฉินเยี่ยรู้สึกยินดียิ่งนัก ที่คำพูดของนางเป็นที่สนใจแก่ทุกคน นางยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “ในเมื่อทุกท่านมีความอยากรู้อยากเห็นเจ้าสิ่งนี้ยิ่งนัก ข้าจะนำมันออกมาในตอนนี้!



หญิงสาวสองนาง ค่อย ๆนำมันมันวางลงในถาด และมันถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีแดง



ของสิ่งนี้ก็กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเนี่ยลี่เช่นกัน ทั้ง ๆที่เขาไม่คิดว่าจะเป็นอะไรที่จริงจังถึงเพียงนี้ เขาสงสัยแค่ว่าสมบัติโบราณชั้นนี้คืออะไรกันแน่?



ปรากฏรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้าของฉินเยี่ยขณะที่นางนำผ้าคลุมออก ค่อย ๆ เผยให้เห็นสิ่งของที่เฉกเช่นม้วนคัมภีร์ นางค่อย ๆ ถือมันขึ้นมาแล้วคลี่มันออกให้ดู “แม้ว่าในวันนี้ เรายังไม่อาจบอกว่าสิ่งนี้คืออะไร สิ่งเดียวที่เรารู้ก็คือ มันคือสิ่งที่น่ามหัจรรย์ยิ่งนัก ”



ทุกคนต่างจับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่ในมือของฉินเยี่ย  สิ่งที่นางถืออยู่ในมือมิใช่ม้วนคัมภีร์ แต่จริงๆแล้วมันคือ งานจิตรกรรม เป็นภาพดินแดนที่กว้างใหญ่และมีภูเขาอยู่ไกลลิบ และมีแม่น้ำไหลผ่าน มีอักษรโบราณ 4 ตัว ที่ดูทรงอำนาจเขียนไว้ว่า 万里河山 (ว่าน หลี่ เข่อ ชาน : หมื่นขุนเขาและสายน้ำ )


หลังจากที่ได้เห็นอักษรทั้งสี่  ทุกคนต่างรู้สึกยำเกรง ราวกับว่าใจของพวกเขาถูกสายฟ้าฟาด ตัวอักษรทั้งสี่ดูเหมือนจะมีเจตจำนงค์ที่ทรงอำนาจอยู่
ของสิ่งนี้ต้องเป็นของที่มหัศจรรย์เป็นแน่!




นั่นคือความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในใจของทุกคน



เนี่ยลี่นั้นตกใจกว่าผู้ใดในนั้น คนอื่น ๆ นั้นไม่มีผู้ใดที่รู้วิธีใช้งานของสิ่งนี้ พวกเขาแค่รู้สึกอ่อนไหวเมื่อเห็นภาพวาดชิ้นนี้ แต่เนี่ยลี่นั้นรู้วิธีใช้งานมันเป็นอย่างดี!



ตามที่หนังสือจิตอสูรท่องเวลาได้บันทึกไว้ ภาพวาดดังกล่าวคงอยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณกาลที่เก่าแก่เป็นที่สุด ยอดฝีมือผู้หนึ่งได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างใส่เจตุจำนงค์ของเขาเพื่อสร้างผลงานจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ชั้นนี้ขึ้นมา เขาได้ใส่พลังงานทั้งหมดลงไปจนหมดสิ้น ของสิ่งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยในการบ่มเพาะพลังเท่านั้น



กลิ่นอายที่แผ่ออกมาสามารถดูดซับเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะพลังได้  แต่ก็เป็นวิธีการใช้สมบัติล้ำค่าที่สูญเปล่ายิ่งนัก! เพราะมันเป็นเพียงแค่พลังงานสวรรค์ที่กระจัดกระจายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



เนี่ยลี่สังหรณ์ว่ามันจะต้องมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ติดมาด้วยเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นสมบัติที่น่าตื่นตกใจเช่นนี้ไม่มีทางถูกนำมาออกประมูลเป็นแน่ แต่เขาจะไม่ยอมที่จะปล่อยให้สมบัติชิ้นนี้หลุดมือไปแน่นอน ถ้าหากเขาสามารถครอบครองภูมิปัญญาของจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำได้ มันจะกลายเป็นขุมกำลังหลักในการต่อกรกับจักรพรรดิปราชญ์ได้




จักรพรรดิปราชญ์นั้นสามารถที่จะควบคุมได้ทุกสิ่ง รวมไปถึงทั้งเวลาและพื้นที่ ถ้าหากว่าเนี่ยลี่ต้องการที่จะทำลาย การปิดผนึกเวลาและพื้นที่ เขาจำเป็นจะต้องใช้วิธีการที่ไม่ธรรมดา



เนี่ยจะไม่มีทางยอมให้จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ตกไปอยู่ในมือผู้อื่นเป็นแน่!


 “กู้เบ่ยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าต้องซื้อภาพวาดชิ้นนี้ให้ข้าให้จงได้!” เนี่ยลี่ บอกกับกู้เบ่ย “ส่วนเรื่องเงินนั้น ข้าจะเป็นผู้จ่ายเอง!



 “ตกลง!” กู้เบ่ยพยักหน้า แม้ว่าเขาจะไม่รู้วิธีใช้ภาพวาดชิ้นนี้ เขาก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่สิ่งของธรรมดาเป็นแน่ และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา!
ไม่ว่าอย่างไรเงินที่คำนวนไว้แม้จะใช้จนหมดก็น่าจะเพียงพอ

ในตอนนี้กู้เบ่ยกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก!



ฉินเยี่ยเผยยิ้มเล็กน้อยให้กับทุกคน “ข้าพนักับทุกท่านได้เลยว่า ของสิ่งนี้มิใช่ของธรรมดาแน่นอน โดยปกติแล้ว ของชิ้นนี้ไม่มีทางที่จะปรากฏในการประมูลครั้งนี้ได้แน่นอน  แต่เราได้รับข้อมูลที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น เนื่องจากไม่มีผู้ใดรู้วิธีการใช้มันเลย มันจึงเป็นแค่ของประดับ ตกแต่งห้องของเราเท่านั้น แม้แต่บุคคลระดับสูงผู้ลึกลับที่นำภาพวาดนี้ออกมา เขาก็ไม่ทราบวิธีการใช้งานมันเช่นกัน!



ทุกคนชำเลืองมองสบตากัน



ทุกคนต่างตระหนักดีว่าสมบัติชิ้นนี้จะต้องมีวิธีใช้นานับประการ แต่ว่าแม้แต่บุคคลระดับสูงผู้ลึกลับที่นำภาพวาดนี้ออกมาขาย  เขาก็ไม่อาจที่จะค้นพบวิธีการใช้งานมันอย่างนั้นเหรอ? ถ้าเช่นนั้นพวกเขาก็ลืมมันไปได้เลย! แต่เนื่องจากสินค้าชิ้นนี้นับว่าเป็นการปิดฉากของการแสดงสินค้า ราคามันจักต้องแพงมากเป็นแน่ ถ้าหากว่าพวกเขาจะซื้อมันเพื่อมาเสี่ยงโชค ก็นับว่าคงจะเสียเปล่าเป็นแน่ มันเสี่ยงที่จะสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์มากเกินไป!
          


ฉินเยี่ยยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับพูดต่ออีกว่า“บุคคลระดับสูงผู้นำจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำออกมาขาย ได้แจ้งมาว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม ที่สามารถที่จะค้นพบวิธีการใช้งานจิตกรรมหมื่นขุนเขา เขายินดีที่จะรับซื้อคืนด้วยราคา 2 แสนศิลาจิตวิญญาณ แต่ถ้าไม่มีผู้ใดรู้วิธีการใช้งานมัน เขาก็ยินดีที่จะขายมันออกไป ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1 แสน ศิลาจิตวิญญาณ!



เนี่ยลี่ขมวดคิ้วของเขาครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าบุคคลระดับสูง ช่างทำให้เสื่อมเสียเกียรติยิ่งนัก ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ต้องการที่ขายภาพวาดนี้จริง ๆ แต่เขาไม่อาจที่จะหาวิธีการใช้งานมันได้ ดังนั้นเขาจึงมีทางเลือกไม่มากนัก



ถ้าแม้แต่บุคคลระดับสูง ยังไม่อาจเข้าใจถ้อยคำที่เขียนอยู่ในภาพวาดนี้ได้  แล้วจะมีผู้ใดอีกที่สามารถใช้งานจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำได้อีก ไม่มีทาง?



เนี่ยลี่อาจจะเป็นเพียงผู้เดียวที่ไขความลับของมันได้!
ราคาเริ่มต้นที่เสนอคือหนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณ!
หลายคนถึงกับตะลึงด้วยราคาที่แพงหูฉี่



ด้วยราคาขนาดนี้จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะลดจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลแข่งขันได้ ในบรรดาผู้คนที่อยู่ที่นี่ มีเพียงไม่กี่คนที่จะเข้าร่วมประมูลได้ หนึ่งแสนศิลาจิตวิญญาณ ไม่ได้เป็นจำนวนที่คนธรรมดาสามารถจะจ่ายได้



ทั่วทั้งห้องโถงด้านข้างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเป็นเวลานานพอสมควร ใครกันจะกล้าพอที่จะยกมือให้กับราคานี้ได้?


 “หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!” หลงเทียนหมิงพูดออกมาโดยไม่ได้เต็มใจนัก




ในที่สุดก็มีใครบางคนที่กล้าที่จะเสนอราคาขึ้นมา!



ความเงียบได้ถูกทำลายลงในทันที ทุกคนเริ่มจะตอบโต้กันด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น บางทีอาจจะมีเพียงแค่คนระดับหลงเทียนหมิง  ถึงจะมีส่วนร่วมในการประมูลครั้งนี้ได้



จำนวนเงินที่ใช้ในการซื้อขายปีนี้พุ่งทะลุสูงกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้ราคาของจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเพียงอย่างเดียวก็ครอบคลุมเงินทั้งหมดแล้ว


“หนึ่งแสนสองหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!” เหยียนหยาง เอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มใจ



ตลอดการประมูลอันยาวนาน เหยียนหยางไม่ได้ประมูลสิ่งใดแม้แต่รายการเดียว จำนวนสิ่งที่เขานั้นสนใจแทบจะเป็นศูนย์ แต่ในที่สุดเขาก็เริ่มที่จะประมูลจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ



หลงเทียนหมิง อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วของเขา เมื่อได้ยินเหยียนหยางทำการเสนอราคา เมื่อเหยียนหยางเข้าร่วมการประมูล หลงเทียนหมิง ถือว่าไม่ใช่คู่แข่งที่ดีนักสำหรับการประมูลภาพวาดนี้ ดังนั้นเขาได้แต่หวังว่าเหยียนหยางจะไม่ได้สนใจภาพวาดนี้เท่าใดนัก



หนึ่งแสนสามหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!”



หนึ่งแสนสี่หมื่นศิลาจิตวิญญาณ!”


หนึ่งแสนห้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!”
………
ราคาปรับขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องในขณะที่พวกเขากำลังทำสงครามการเสนอราคา เมื่อ เหยียนหยาง เสนอราคาขึ้นไปถึง หนึ่งแสนหกหมื่นศิลาจิตวิญญาณ หลงเทียนหมิง ถูกบังคับให้ออกมาจากการแข่งขันด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น



“ศิษย์พี่ เหยียนหยางได้เสนอราคาประมูลที่ หนึ่งแสนหกหมื่นศิลาจิตวิญญาณ มีผู้ใดจะให้ราคาสูงกว่านี้ไหม?” ฉินเยี่ยยิ้มเล็กน้อย และมองไปยังฝูงชน



ทันใดนั้นหมิงเยี่ย วู่ซวง เอ่ยด้วยเสียงที่เบาแต่ชัดเจน พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าเสนอราคาที่หนึ่งแสนเก้าหมื่นศิลาจิตวิญญาณ ถ้าหากมีผู้ใดเสนอราคาสูงกว่านี้ ข้าก็จะถอนตัว”




เหยียนหยางถึงกับเงียบไปชั่วครู่ แล้วเขาก็พูดออกมาว่า “ข้าไม่คิดเลยว่า ศิษย์พี่หมิงเยี่ย จะสนใจมันด้วย ข้าควรจะยอมปล่อนมันให้กับศิษย์พี่หมิงเยี่ยแต่น่าเสียดายที่ข้านั้นมีความสนใจจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำยิ่งนักนอกจากนี้ดูเหมือนว่ามันจะช่วยส่งเสริมในการบ่มเพาะพลังของข้าเป็นอย่างมาก ข้าจึงไม่อยากที่จะพลาดโอกาสในการได้มันไป หวังว่าศิษย์พี่หมิงเยี่ยจะไม่โกรธเคืองกันนะ!”เหยียนหยาง แสดงออกกับ  หลงเทียนหมิงไม่ดีเท่าใดนัก แต่เขากลับแสดงออกอย่างสุภาพกับ หมิงเยี่ย วู่ซวง



หมิงเยี่ย วู่ซวง ยิ้มพร้อมกับตอบกลับว่า “ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้หรอก ศิษย์น้องเหยียนหยางเชิญทำตามที่เจ้าต้องการได้เลย” นางก็แค่อยากจะเพิ่มราคาให้สูงขึ้นเท่านั้นเอง



สองแสนหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!” เหยียนหยางทำการเสนอราคาต่อไปอีก



ราคาของภาพวาดสูงถึงสองแสนหมื่นศิลาจิตวิญญาณ! มันเป็นราคาที่น่าตื่นตกใจเหลือเกิน แม้แต่คนอย่าง เยี่ยเชียน กับ มู่หลงหยี่ จะนำสมบัติของพวกเขามารวมกัน 





พวกเขาก็ยังไม่อาจที่จะมีศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากถึงเพียงนี้  เหยียนหยางนับเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักอัคคีอย่างแท้จริง เขาช่างร่ำรวยยิ่งนัก



ด้วยความมั่งคั่งอันน่ากลัวของเหยียนหยาง ทำให้คนอื่นหวาดหวั่นที่จะแข่งขันด้วย เมื่อทุกคนรู้ดีว่าจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำจะต้องตกอยู่ในมือของเหยียนหยางแน่นอน เสียงของกู้เบ่ยก็ดังขึ้น 




“ข้าเคยได้ยินมาจากท่านผู้อาวุโสว่าจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเป็นดั่งกุญแจที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณหนือคณานับ  



ที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับเทพสงครามก็ไม่อาจที่จะไขได้ ดังนั้นถึงแม้น้อยน้อยเหยียนหยางได้มันไป ท่านก็คงไม่อาจที่จะหาหนทางในการใช้มันได้เป็นแน่  ข้าขอเสนอราคาสองแสนหนึ่งหมื่นศิลาจิตวิญญาณ!



คนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวต่างก็รู้สึกขบขันอย่างช่วยไม่ได้ การที่กู้เบ่ยเพิ่งกล่าวว่าจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เป็นดั่งกุญแจที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณหนือคณานับ แน่นอนว่ามันไม่คู่ควรกับเขาเป็นที่สุด ในทางกลับกันเขากลับเสนอราคาที่สูงขึ้นไปอีก มันจึงเป็นเรื่องที่น่าขันอยู่เล็กน้อย กู้เบ่ย พยายามบอกว่าเขานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะยั่วยุเหยียนหยาง  แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้เหยียนหยางนั้นดูแย่ลง


แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่มีผู้ใดที่คิดจะยั่วยุเหยียนหยาง! เหยียนหยางนั้นเป็นตัวแทนของสำนักอัคคี และอาจจะเป็นผู้นำคนต่อไปในอนาคต!



เหยียนหยางหันมาทางกู้เบ่ย และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่ากู้เบ่ยนั้นจะมั่งคั่งพอที่จะมาแข่งขันกับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้ประมูลซื้อของอื่น ๆมาแล้วจำนวนมาก เหยียนหยางพูดออกมาว่า “การชุมนุมของสามสำนักใหญ่ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้พวกเราได้พบหน้ากัน ความสามัคคีนั้นคือสิ่งตอบแทนที่ล้ำค่าที่สุด ทุกคนสามารถที่จะเสนอราคาได้สูงเท่าที่ต้องการ และผู้ที่ให้ราคาสูงกว่าก็คือผู้ชนะ  โดยไม่ต้องสนใจตำแหน่งและสถานะของผู้ใด ศิษย์น้องกู้เบ่ย เชิญทำตามที่ต้องการได้เลย!



เหล่าฝูงชนถึงกับอดถอนหายใจไม่ได้หลังได้ยินคำพูดดังกล่าว เป็นคำพูดที่มีมารยาทและไม่ธรรมดา เหยียนหยาง สมแล้วที่เขาได้รับการขนานนามว่า โอรสศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักอัคคี



 แปลโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง