test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

19 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 307 โอรสและธิดาศักดิ์สิทธิ์


หลี่ชิงอวิ๋นไม่รู้ถึงวิธีการที่เนี่ยหลี่สามารถหา จิตอสูรระดับสูง



ไม่ว่าจะเป็นจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า หรือแม้กระทั่งจิตอสูรสายเลือดมังกรที่ระดับการเติบโตในระดับระดับยอดเยี่ยม เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาของพวกนี้!




นับจากที่หลี่ชิงอวิ๋นได้รับจิตอสูรระดับสูงพวกนี้จากเนี่ยหลี่ กองกำลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาก




สำหรับเนี่ยหลี่แล้ว หลี่ชิงอวิ๋นไม่ได้คิดว่าตัวเขาอยู่สูงกว่าเนี่ยหลี่ แต่เขาปฏิบัติกับเนี่ยหลี่อย่างเสมอภาค ไม่ช้าก็เร็ว มู่หลงหยี่จะต้องได้รับบทเรียนที่ดูถูกเนี่ยหลี่เอาไว้ บางครั้งคนเรา ไม่สามารถตัดสินหนังสือได้จากปกของมัน




เยี่ยเชียนยิ้มจากตรงจุดที่เขานั่งอยู่ “ในการประมูลครั้งนี้พวกเขาได้นำสมบัติล้ำค่าบางอย่างที่สามารถช่วยในการฝึกบ่มเพาะพลังได้ ยกตัวอย่างเช่น น้ำค้างเสียงสวรรค์จากนิกาย เสียงสวรรค์ต้องมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ต้องการพลาดเป็นเจ้าของสิ่งนั้นเป็นแน่!



เยี่ยเชียนค่อนข้างภูมิใจในความมั่งคั่งของเขาเล็กน้อย บนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะพลัง ทรัพยากรเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ด้วยฐานะที่เป็นทายาทสายตรงจากตระกูลเยี่ย ปริมาณทรพยากรที่เขาได้รับเพื่อใช้มันในการบ่มเพาะพลังเป็นสิ่งที่สามัญชนคนธรรมดาไม่อาจจะจินตนาการได้



กู้เบ่ยทำเสมือนว่าไม่ได้ยินคำพูดของเยี่ยเชียนที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่และกล่าวว่า “แม้ว่าน้ำค้างเสียงสวรรค์จะเป็นสิ่งของล้ำค่า แต่ว่ายังคงไม่ใช่ที่สุด ข้าสงสัยว่าสมบัติที่มีมูลค่าสูงสุดในงานประมูลนี้คือของสิ่งใดกันแน่?”



เยี่ยเชียน ถึงกับพูดไม่ออกในคำพูดของ กู้เบ่ย ปีที่ผ่านมาตัวเอกของงานประมูล คือ จิตอสูรระดับ 3 ซึ่งได้ปิดประมูลไปที่ ศิลาจิตวิญญาณหกหมื่นก้อน หลงเทียนหมิงน่าจะเป็นผู้เดียวที่ที่จะสามารถเสนอราคาการประมูลของที่เป็นตัวเอกเหล่านี้ได้



ภายในหกนิกายทายาทแต่ละตระกูลมีการติดต่อกันเองภายใน และเหล่าทายาทชั้นสูงเหล่านั้นเช่นหลงเทียนหมิง เป็นผู้สืบทอดลำดับที่ 1 ของตระกูล และยังมีสิทธิได้ขึ้นเป็นผู้นำนิกาย และถึงแม้ว่าตัวเขาจะล้มเหลวเขาก็ยังได้รับตำแหน่งใหญ่สำคัญภายในนิกายอยู่ดี ในบรรดาผู้คนเหล่านี้ หลงเทียนหมิงได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทุกด้าน



รองลงมาเช่นบุคคลเยี่ยง เยี่ยเชียน หลงยู่อิน และหลี่ชิงอวิ๋น พวกเขาเป็นทายาทคนสำคัญของตระกูล และยังมีความสามารถอยู่ในระดับอัจฉริยะ พวกเขาเหล่านี้ยามเติบใหญ่ไปจะต้องเป็นยอดฝีมือและเป็นกองกำลังหลักให้แก่ตระกูล และในบางทีพวกเขาอาจจะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะสามารถก้าวไปในระดับเดียวกับหลงเทียนหมิงได้



หลังจากที่พวกเขาเหล่านี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอัจฉริยะแล้ว พวกเขาแต่ละคนยังถูกแบ่งชนชั้น และยังยากมากที่จะหาอิสระทำตามใจตนภายในนิกายแห่งนี้อีกด้วย



เยี่ยเชียน หลงยู่อินและหลี่ชิงอวิ๋น ต่างอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าหลงเทียนหมิง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่หลงเทียนหมิงจะปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเสมอภาค



สำหรับเนี่ยหลี่ เซี่ยวหนิงเอ๋อ และหลู่เปียวถือว่าโชคดีมากทีเดียว ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่หากพวกเขาต้องการได้รับความเคารพยำเกรงจากผู้อื่นก็ต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว



แน่นอนแล้วโดยธรรมชาติของเนี่ยหลี่ เขาไม่ได้สนใจในคำกล่าวของเยี่ยเชียน




งานเลี้ยงยังคงครึกครื้นโดยการชนแก้วไวน์ไปมา หลังจากการมาของหลงเทียนหมิง จำนวนสมาชิกของคนในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นิกายบัญญัติสวรรค์ต่างก็กรูกันเข้ามาเพื่อมองดูผู้ที่แข็งแกร่ง พวกเขาเหล่านั้นต่างรวมตัวกันอยู่ด้านข้างและระมัดระวังท่าทีของตนอย่างรอบคอบ  




เซี่ยวหนิงเอ๋อ ดึงเสื้อของเนี่ยหลี่ “นั่นคือ ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเสียงสวรรค์ของพวกข้า หมิงเยี่ย วู่ซวง!




เนี่ยหลี่ มองตามสายตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อไป และก็พบกับ หญิงสาวนางหนึ่งที่งดงามดุจจันทร์ฉาย วัยของนางราว ยี่สิบหก-ยี่สิบเจ็ด ทุกการเคลื่อนไหวท่าทีการแสดงออกของนางบ่งบอกได้ถึงความเหนือชั้นยากหาผู้ใดเปรียบแสดงได้ออกมาอย่างสง่างาม ผิวกายเรียบเนียนบริสุจธิ์ที่ถูกปกปิดด้วยผ้ามัสลินที่นางสวมใส่



นางเดินด้วยเท้าเปล่า ที่ข้อเท้าประดับด้วยระฆังสีเงิน เมื่อยามนางก้าวเดินส่งผลให้เกิดเสียงระฆังดังกึกก้อง




ธิดาศักดิ์สิทธิ์ กระบี่สรวงสวรรค์ หมิงเยี่ย วู่ซวง?
เป็นนางนั่นเอง !



เนี่ยหลี่ไม่ได้รู้จักนางเป็นการส่วนตัว แต่เขารู้เรื่องราวของนาง ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา หมิงเยี่ย วู่ซวง เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรก ของยอดฝีมือในอาณาจักรซากมังกร การดำรงอยู่ของนางถือเป็นจุดสูงสุดของทั้งหกนิกาย!



ภายในหกนิกายสำคัญมักมีการปรากฏตัวของเหล่าอัจฉริยะมากมาย แต่ภายในหนึ่งร้อยปีจะมีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งปรากฏตัวออกมา และในหมู่คนเหล่านั้น หมิงเยี่ย วู่ซวงเป็นหนึ่งในนั้น  นางเป็นอัจฉริยะที่เจิดจรัสมากที่สุด เนี่ยหลี่เคยได้ยินเรื่องราวที่ได้กลายเป็นตำนานของนางมาก่อน มันได้กล่าวว่านางได้เข้าไปภายในนิกายเทพอสูรเพียงลำพังและจัดการสังหารทั้งหมดด้วยตัวนางเองเพียงลำพัง 




แม้ว่านางจะได้รับบาดเจ็บกลับมาจากการปะทะ กับสองสุดยอดยอดฝีมือ แต่อย่างไรเล่านางก็ได้สังหารยอดฝีมือนั้นสำเร็จ มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่ายอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงน่ากลัวมากมาย แท้จริงแล้วเป็นหญิงงามที่งดงามเพียงใด



“นั่นคือ เหยียนหยาง จากสำนักอัคคี !”เซี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวพลางชี้ไปยังบุคคลผู้นั้น


เขาเป็นคนหนุ่มผู้มีผมสีแดงเพลิง ดูเหมือนว่ามันจะสามารถเผาไหม้ได้ แต่ผิวของเขากลับมีสีขาวและเปล่งกลิ่นอายที่ครอบงำจิตใจผู้คนได้
จักรพรรดิเพลิงอเวจี ?




เนี่ยหลี่ไม่ได้คาดหวังว่าในเวลานี้เขาจะมีโอกาสได้พบปะกับเหล่าอัจฉริยะ ที่เขาได้ยินชื่อเข้าหูบ่อยครั้งในชีวิตก่อนหน้านี้ ในหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา จักรพรรดิเพลิงอเวจี ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสำนักอัคคี และได้นำพาสำนักก้าวไปสู่ยุคที่เจริญรุ่งเรื่องมากเป็นที่สุด สำนักอัคคีได้เหยียบย่ำนิกายเทพอสูรลงให้จมพสุธา ทำให้นิกายเทพอสูรไม่กล้าแม้แต่จะยกหัวของพวกเขา




แต่ไม่ว่าความแข็งแกร่งของหกนิกายนี้จะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำการต่อต้านสวรรค์ และเหล่าสัตว์อสูรบุพกาล ไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดิปราชญ์



ในขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งเหล่านั้น เนี่ยหลี่กำหมัดของเขาแน่น ตั้งแต่ได้กลับมาเกิดใหม่ในชีวิตที่สองนี้ เขาก็ได้รับสิ่งที่เขาต้องการมากกว่าชีวิตก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ยังไม่ประสบความสำเร็จเพียงพอที่จะหันหน้าไปเผชิญหน้ากับจักรพรรดิปราชญ์โดยตรง แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่จะก้าวหน้าล้ำจักรพรรดิปราชญ์ไปก็ตาม ในเมื่อศัตรูของเขาสามารถควบคุมห้วงกาลเวลาได้นับล้านปี ลำพังแค่ตัวเนี่ยหลี่มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะโค่นล้มจักรพรรดิปราชญ์ให้สูญสิ้นลง




ในชีวิตนี้เขาได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถใช้ได้ และไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว


อย่างไรก็ตามเหล่าอัจฉริยะที่รวมตัวกันอยู่ด้านในนี้มีความหยิ่งทะนงตนเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าถึงตัวพวกเขา ไม่ต้องพูดถึงว่าความแข็งแกร่งของเนี่ยหลี่ในตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นจุดสนใจได้




ในบรรดาสมาชิกของสามนิกาย หมิงเยี่ย วู่ซวง เหยียนหยาง และ หลงเทียนหมิง เป็นจุดเด่นมากที่สุด



แม้ว่าหลงเทียนหมิงจะมีตำแหน่งที่พิเศษกว่าใครแต่เมื่อเทียบกันแล้วก็ยังด้อยกว่า ธิดาศักดิ์สิทธิ์ หมิงเยี่ย วู่ซวงจากนิกายเสียงสวรรค์และ เหยียนหยาง จากสำนักอัคคี หลงจากเหยียนหยางได้รับการยืนยันจากสำนักอัคคีให้เขาเป็นผู้นำสำนักรุ่นต่อไป และแม้ว่า ธิดาศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำแต่ตำแหน่งภายในนิกายเสียงสวรรค์ของนางก็ยังคงสูงส่งมาก




หลงเทียนหมิง เหลือบมองไปที่ หมิงเยี่ย วู่ซวง และ เหยียนหยาง จึงประสานมือคาราวะทักทาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแย้มที่สง่างาม หมิงเยี่ย วู่ซวง พยักหน้ารับรู้ ในขณะที่เหยียนหยาง ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบรับ ส่งผลให้หลงเทียนหมิงบังเกิดความรู้สึกอับอายเล็กน้อย แต่เขาก็กลับเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว และหัวเราะเสียงดังให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้าง  เสมือนว่าตนเองไม่ได้ใส่ใจกับมันสักเท่าไหร่




เนี่ยหลี่ขบคิดกับตัวเองว่าการเดินทางมายัง โถงบ่มเพาะพลังครานี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก



เนี่ยหลี่เริ่มหาแผนการติดต่อกับ หมิงเยี่ย วู่ซวงและเหยียนหยางภายในเวลา สองวันนี้ หลังจากที่ตัวตนของทั้งสองคนนี้มีอิทธิพลเป็นอย่างมากภายในนิกายของตน! การติดต่อกับพวกเขาจะเป็นประโยชน์ต่อแผนการในอนาคตของเขาอย่างแน่นอน



เนี่ยหลี่ส่งเสียงถาม กู้เบ่ย “กู้เบ่ย เจ้าว่าต้องทำเช่นไรถึงจะเข้าใกล้ หมิงเยี่ย วู่ซวงและเหยียนหยางได้?”



กู้เบ่ยตะลึงชั่วครู่ และยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “นี่เป็นคำถามที่ยากมากสำหรับตัวข้า หนึ่งในนั้นคือธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเสียงสวรรค์และอีกหนึ่งเปรียบได้เป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ของสำนักอัคคี ตัวข้าหรือจะมีคุณสมบัติใดเพียงพอที่จะไปพบกับพวกเขา? มากที่สุดข้าคงได้แต่ตามหาว่าพวกเขาพักอยู่ที่แห่งใดเท่านั้น!




“โอ้ะ?” ใจเนี่ยหลี่เต้นด้วยความดีใจ สามารถรู้ที่พวกเขาจะพักอยู่ที่แห่งใด!   (ว่าจะไม่คิดละนะ  ตื่นเต้นที่รู้ว่าเขาพักที่ไหน อืมผู้หญิงอะให้อภัย แต่อย่าเต้นเพราะตัวผู้นะ)



เนื่องด้วยสภาพของเนี่ยหลี่และพรรคพวกในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการพูดคุยกับพวกเขา แต่ถ้าเนี่ยหลี่รู้ว่าพวกเขาพักอยู่ที่แห่งใด เนี่ยหลี่ก็มีวิธีการที่จะเข้าถึงพวกเขาเช่นกัน!




“เนี่ยหลี่ อย่าหุนหัน...พวกเขาเป็นแขกอันทรงเกียติรของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์!” กู้เบ่ยรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับเนี่ยหลี่
เนี่ยหลี่ยิ้มแฉ่ง “ข้ารู้ว่าข้าทำได้แค่ไหน!




กู้เบ่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หลังจากที่ตัวตนของสองคนนั้นยิ่งใหญ่เกินไป ถ้าพวกเขาต้องการจะฝ่าฝืนกฎข้อห้ามใดๆ จะมีใครเล่าสามารถปกป้องเขาได้! เขาทำได้แค่หวังว่าเนี่ยหลี่จะไม่กระทำการใดบ้าบิ่นเกินไป




เยี่ยเชียนและมู่หลงหยี่ พูดคุยกันต่อไปเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที หลังจากนั้นก็ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปหาได้มีการพูดคุยใดเกิดขึ้นอีก พวกเขามองตากันแล้วก็มองไปยังเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่ว่าราวกับเซี่ยวหนิงเอ๋อไม่ได้สังเกตุเห็นพวกเขา แต่เนี่ยหลี่ก็สัมผัสได้ว่าเยี่ยเชียนสนใจในตัวเซี่ยวหนิงเอ๋อ




แม้ว่าเยี่ยเชียนจะดูเหมือนเป็นคนที่สง่างามและสุภาพเพียงใด แต่ในช่วงชีวิตที่แล้วเนี่ยหลี่ก็ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเยี่ยเชียนว่าหน้าซื่อใจคดเพียงใด




เยี่ยเชียนก็เป็นดั่งเช่นคนอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมากจากตระกูล และมีความภาคภูมิใจในตนเองสูง แต่สิ่งที่น่าภูมิใจจริงๆแล้วน่าจะเป็นการที่ได้เกิดมาอยู่ในตระกูลใหญ่เหล่านั้นเสียมากกว่า ในแง่ความสามารถแล้วเยี่ยเชียนนั้นไม่มีอะไรที่พิเศษ



ในขณะเดียวกัน รูปร่างงดงามนางหนึ่งของนิกายเสียงสวรรค์ก็ลุกยืนขึ้นก้าวไปที่ด้านหน้าห้องนางยิ้มและกล่าวว่า “การที่ได้มาเยือนนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ช่างเป็นเกียติรอย่างยิ่ง ข้าเป็นศิษย์ของนิกายเสียงสวรรค์นามว่า ฉินเยี่ย ช่างน่ายินดีอย่างยิ่งในการที่มาพบปะกับพวกท่านทุกคน  การประมูลถือเป็นงานที่จัดต่อต่อกันมาในทุกทุกปี และในวันนี้เหล่าสมบัติล้ำค่าจากสามนิกายเหล่านั้นจะถูกนำมาให้ทุกท่านในที่นี้ได้ยลโฉมเพื่อให้ทุกท่านสามารถเสนอราคาประมูลมันได้ เชิญรับชมได้เลย!



ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นต่างหยุดการสนทนากันไป และย้ายความสนใจทั้งหมดไปยังด้านหน้า ในการประมูลแต่ละปี สมบัติหายากจะปรากฏขึ้น บางอย่างอาจจะถูกมาจากศิษย์ของสามนิกาย และอาจจะมีบางชิ้นที่ได้รับการส่งมาจากระดับที่สูงกว่า และรายการเหล่านั้นย่อมมีมูลค่าสูงมาก ดังนั้นศิษย์ทั้งหลายจึงให้ความสนใจการประมูลนี้



“สมบัติชิ้นแรก ที่จะทำการประมูล เป็นจิตอสูรสายเลือดมังกรที่ระดับการเติบโตในระดับระดับมหัศจรรย์ สายเลือดมังกรปฐพีกระหายเลือด” ฉินเยี่ยกล่าวพร้อมยิ้มเบาๆ



เนี่ยหลี่และกู้เบ่ย ต่างมีท่าทีเรียบเฉยแน่นอนจิตอสูรดวงนี้เป็นพวกเขานั่นเองที่ส่งเข้าประมูล



จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าเป็นสิ่งล้ำค่ามากภายในสามนิกายหลัก มากจนไม่สามารถที่จะนำออกมาประมูลได้ และระดับต่ำกว่านั้นคือระดับมหัศจรรย์




ด้วยที่มันระดับการเติบโตในระดับระดับมหัศจรรย์มันจึงมีค่าเป็นอย่างมาก มีบางจำพวกอย่างเช่น หลี่ชิงอวิ๋น และ เยี่ยเชียนเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้ครอบครอง เนื่องจากตระกูลของพวกเขาเท่านั้นที่จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะมีจิตอสูรหายากเหล่านี้ไว้ครอบครอง และสืบเนื่องจากที่พวกมันหายากจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนนำมันมาขาย



หลายคนที่มาจากตระกูลต่างๆ การได้พบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่ระดับการเติบโตในระดับระดับมหัศจรรย์ เป็นความโชคดีเลยไม่น้อย
การแข่งขันการประมูลราคาจึงเข้มข้นพอตัว




“หนึ่งหมื่นก้อนศิลาจิตวิญญาณ!



“หนึ่งหมื่นหนึ่งพันก้อนศิลาจิตวิญญาณ!



“หนึ่งหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยก้อนศิลาจิตวิญญาณ!



“หนึ่งหมื่นสองพันก้อนศิลาจิตวิญญาณ!



ทุกคนต่างทำการประมูลกันอย่างไม่ยอมใคร แต่หลงเทียนหมิงและเหยียนหยางไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก แน่นอนนี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ พวกเยี่ยเชียนและหลีชิงอวิ๋นก็ได้รับจิตอสูรที่มีการเจริญเติบโตระดับมหัศจรรย์นี้นานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ร่วมการประมูล เนื่องจากมีอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีเพิ่ม




แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมประมูลอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาของมันขยับเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งสะท้อนให้เห็นการแข่งขันที่รุนแรงอย่างแท้จริง


 แปลโดย...คนรักของมูมู่




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง