test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

19 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 306 หลง เทียนหมิง


ดูจากปฏิกิริยาของ หลี่ชิงหยุนแล้ว เนี่ยหลี่ก็รับรู้ได้เลยว่าตัวตนของ เยี่ยเชียน นั้นมิอาจจะล่วงเกินได้ง่ายๆ



         เนี่ยหลี่รู้เกี่ยวกับแซ่ เยี่ย ของสำนักอัคคี เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เยี่ยเชียนเป็นทายาทสายตรงของตระกูล แต่ยังไงเสีย เขาก็ยังไม่ได้เป็นผู้สืบทอดตระกูล




แต่ดูเหมือนว่า เยี่ยเชียน ผู้นี้ รู้ว่าเมื่อใดควรเมื่อใดไม่ควร รู้สิ่งใดคือขีดจำกัด ไม่เหมือน มู่หลงหยี่  ตราบใดที่เยี่ยเชียน ไม่ได้ทำการจุดประกายชนวนขึ้น เนี่ยหลี่ก็จะรักษาไว้ซึ่งระยะห่างอันแน่นอนนี้



ในขณะนี้ เนี่ยหลี่ยังหลบซ่อนอยู่ภายใต้ปีกที่เรียกว่านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้ที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถเป็นภัยที่คุกคามต่อเขาได้ ในภายภาคหน้าหลังจากเนี่ยหลี่ได้บ่มเพาะพลังเต็มที่แล้ว แม้แต่ เยี่ยเชียนก็ไม่สามารถมายืนเทียบกับเขาได้



หลังจากที่ เยี่ยเชียน ได้ประกาศชื่อตนออกไปแล้ว มีเพียงหลี่ชิงหยุน เท่านั้นที่แสดงปฏิกิริยาออกมาเล็กน้อย คนอื่นๆที่ร่วมโต๊ะอยู่ยังคงยุ่งกับเรื่องส่วนตัว เยี่ยเชียนรู้สึกกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสังเกตว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อไม่ได้สนใจตัวเขาเลยแม้แต่น้อย นางยังคงพูดคุยกับเนี่ยหลี่ พร้อมด้วยใบหน้าที่แสดงรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข



เยี่ยเชียนต้องรู้สึกผิดหวังกับนางอย่างเสียไม่ได้ ด้วยจำนวน หกสำนักใหญ่ของอาณาจักรซากมังกรทั้งหมดต่างได้รับการขับเคลื่อนภายใต้ตระกูลใหญ่ต่างๆ  เพียงแค่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่เหล่านั้น หนิงเอ๋อก็จะสามารถทำการฝึกฝนได้เต็มประสิทธิภาพ 




สิ่งใดที่นางจะได้รับหากยังคงติดตามเนี่ยหลี่ ? หญิงสาวมักจะปล่อยตัวให้ลุ่มหลงไปกับความรัก อย่างไรก็ตามเยี่ยเชียนไม่สามารถใกล้ชิดกับนาง หรือทำให้นางเปลี่ยนใจ นั่นทำให้เขาหมดหนทางในเรื่องคราวนี้แน่นอน



      “เจ้าจะอยู่ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นี้นานเท่าใด?” เนี่ยหลี่ถามเซี่ยวหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่ด้านข้าง กลิ่นหอมหวานของสตรีทำให้เนี่ยหลี่รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข (จะไปบอกว่าน่ารักก็อ้อมเกิน จะบอกว่าน่า...ก็ตรงไป)



“สองวัน”เซี่ยวหนิงเอ๋อขยับมาชิดเนี่ยหลี่มากขึ้น ความเขินอายและความเปี่ยมสุขแสดงผ่านสีหน้าของนางในเวลานี้



“ถ้าเป็นเช่นนั้น คืนนี้เจ้ามาหาข้าด้วย..”เนี่ยหลี่เอ่ยขึ้นก่อนจะขบคิดอยู่อีกสักครู่ เวลาสองวันนับว่าเพียงพอ



“อือ....”ทั้งหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อลามไปถึงช่วงลำคอร้อนผ่าว และเสียงตอบรับของนางที่ตอบออกมาบางเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน แก้มแดงระเรื่อราวกับคนที่ร่ำสุราจนเมามาย



      “ข้าจะมอบจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีการเติบโตระดับพระเจ้าให้เจ้าผสานรวมกับมัน” เนี่ยหลี่ยิ้มบางๆ แน่นอนว่าสองวันทำให้เขามีเวลาเพียงพอที่จะทำจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีการเติบโตระดับพระเจ้าได้ทันเวลา



เป็นแบบนี้เอง เนี่ยหลี่ไม่ได้... เมื่อเซี่ยวหนิงเอ๋อรู้ตัวว่าเข้าใจผิดไป นางนั้นอายแทบอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองเสียให้ได้ นั่นคือสิ่งที่เนี่ยหลี่ต้องการจะสื่อ แล้วทำไมต้องเว้นครึ่งประโยคให้เข้าใจผิดด้วยนะ



ผู้ที่มองอยู่โดยรอบเหมือนกับถูกตีที่หัวด้วยค้อนเมื่อเห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อแสดงท่าทีขวยเขิน พวกเขาต้องยอมรับออกมาจากใจว่านางเป็นหญิงสาวที่งดงามจนทำให้ยากที่จะละสายตาจากนางได้




หลงยู่อินไม่ทราบว่าทำไมนางจึงต้องรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กๆเมื่อได้เห็นเนี่ยหลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อใกล้ชิดกัน  แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ใช่คนช่างพูดอะไร นางจึงนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น




ถึงแม้นางจะถูกตำหนิว่ากล่าวจากเนี่ยหลี่ และเพิ่งได้รับการเฆี่ยนตีกลับทำให้นางรู้สึกค่อยๆชื่นชอบในตัวเนี่ยหลี่ขึ้นมา นี่ไม่ได้หมายความว่านางรักและต้องการให้เขาตำหนิว่ากล่าวหรือเฆี่ยนตีหรอกนะ  แต่นางชอบที่มีคนคอยให้คำแนะนำเหมือนกับอาจารย์ มันทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  (และตำแหน่ง Miss. S&M Award ประจำปี 2016 ได้แก่.... คุณ หลงยู่อินจากตระกูลผนึกมังกรครับ!! )
(ลั่นตลอดเลย)



ดังนั้นนางจึงรู้สึกสนใจปนสับสนเมื่อนางเองได้ตระหนักแล้วว่าเป็นหญิงงามที่อยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่เช่นเดียวกัน และอยากจะมีความสันพันธ์ใกล้ชิดกับเขา แต่นางเป็นอันใดกับเนี่ยหลี่เล่า?



บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า เนี่ยหลี่ได้ให้คำแนะนำเล็กน้อยกับข้าเพียงแค่เขาอยากให้ข้าละทิ้งความเกลียดชังระหว่างเจ้ากับ อิงเยว่หลู่ ในที่สุดแล้ว อา ข้าหลงยู่อินก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา




นี่เป็นครั้งแรกที่ หลงยู่อินได้สัมผัสกับอารมณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ นางรู้สึกขอบคุณเซี่ยวหนิงเอ๋อจากสำนักเสียงสวรรค์ อย่างยิ่ง ที่ในอีกสองวันจากนนี้นางก็จะกลับแล้ว



      “หนิงเอ๋อ เจ้าฟังอยู่หรือเปล่า?” เนี่ยหลี่มองเซี่ยวหนิงเอ๋อด้วยสายตาห่วงใย และเห็นว่านางเอาแต่ก้มหน้าลงจนหัวเกือบจะติดหน้าอกของนางอยู่แล้ว ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย ในเมื่อเขาพูดอะไรไปตั้งมากมายทำไมนางถึงไม่ตอบกลับอะไรมาบ้างเลย?



“อื้อ..”เซี่ยวหนิงเอ๋อส่งเสียงตอบเบาๆ ภายในหัวใจของนางเนี่ยหลี่คือคนสำคัญที่สุด มันไม่มีสารสะคัญอันใดเลยที่เขาจะต้องถามนาง ไม่ว่าจะยังไงก็ตามนางจะไม่ปฏิเสธเขาเด็ดขาด แต่ทำไมเนี่ยหลี่ถึงไม่รู้ใจนางกัน? เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกเศร้าขึ้นมานิดๆ




ทันใดนั้นเกิดความวุ่นวายขึ้นในหมู่อัจฉริยะที่รวมตัวกันอยู่ โดยมีสาเหตุมาจาก ผู้เยาว์สวมชุดคลุมสีเงินขาวเดินเข้ามาข้างใน ด้วยใบหน้าหนุ่มที่จัดว่าหล่อเหลา และการก้าวเดินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้แต่เหล่าอัจฉริยะที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ยังหลีกทางให้แหหวกออกเป็นเส้นทางให้เขาผู้นั้นเดิน




“ใครจะคาดคิดได้ว่าแม้แต่ หลงเทียนหมิง จะมา!




ความอลหม่านเกิดขึ้นเป็นระลอกคลื่นตามมาทันที ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษของหลงเทียนหมิง ปกติหลงเทียนหมิงจะหมกมุ่นเก็บตัวเงียบกับการฝึกบ่มเพาะพลัง จึงไม่ค่อยปรากฏสู่สายตาเบื้องนอกมากนัก ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ต่างทราบโดยทั่วกันว่าหลงเทียนหมิงเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลผนึกมังกร และยังเป็นผู้ที่เข้าชิงตำแหน่งเจ้านิกายขนนักศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด !




หลงเทียนหมิงก้าวเดินมาอย่างสง่าผ่าเผย ราวกับมีแสงเปล่งประกายอยู่รายรอบตัวของเขา กลิ่นอายของเขาสะกดและดึงดูดทุกผู้ทุกคน



ระดับการบ่มเพาะพลังของเขารวดเร็วและน่ากลัวเป็นอย่างมาก ปัจจุบันหลงเทียนหมิงอยู่ที่ ระดับดาราสวรรค์ขั้นที่ 9 ในขณะที่อายุได้ 16 เขาเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของนิกายอย่างไม่ต้องสงสัย



สายตาของเขากวาดมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่ เยี่ยเชียน เขายิ้มบางๆก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาเยี่ยเชียนและกล่าวทักทาย “ท่านพี่เยี่ยเชียนเองก็มาเช่นกันหรือ?”



เยี่ยเชียนรู้สึกกดดันเล็กน้อยจากความจริงที่หลงเทียนหมิงเริ่มทักทายก่อน เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะป้องมือของเขา “ท่านพี่หลง ท่านเป็นเช่นใดบ้าง?”



แม้ว่าเยี่ยเชียน จะเป็นทายาทโดยตรงของ ตระกูลเยี่ย แต่อย่างไรเสียเขายังไม่ได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ ยังมีอีกหลายคนในตระกูลเยี่ยที่แข่งขันแย่งตำแหน่งกับเขาอยู่ 



ทว่าหลงเทียนหมิงผู้นี้นั้นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลผนึกมังกรเป็นที่แน่นอนแล้วมิหนำซ้ำ ยังมีความเป็นไปได้ที่สูงเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต!



      “นับตั้งแต่การกล่าวอำลาในครั้งนั้น นี่ก็เป็นเวลาสามปีมาแล้ว อ่า ช่างเป็นเวลาที่ยาวนาน การบ่มเพาะพลังของท่านพี่เยี่ยเชียนก้าวหน้าไปไม่น้อยเลย” หลงเทียนหมิงกล่าวพร้อมยิ้มเล็กน้อย



เยี่ยเชียนยิ้มเจื่อน “ท่านพี่หลง ท่านกล่าวเยินยอข้าเกินไปแล้ว ระดับการบ่มเพาะพลังของท่านสูงส่งยิ่ง จนทำให้ข้า เยี่ยเชียนผู้นี้ถึงกับต้องเรียนรู้การเจียมตน!” 




เมื่อการพบปะกันครั้งแรกของพวกเขาทั้งคู่เมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นเยี่ยเชียน สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขามของหลงเทียนหมิง จนทำให้เขาได้แต่มองจากเบื้องล่าง นอกเหนือการบ่มเพาะพลังแล้ว จิตอสูรที่หลงเทียนหมิงผสานด้วยยังคงเป็นปริศนา จากข่าวลือที่กล่าวว่าหลงเทียนหมิงเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่ได้ผสานรวมกับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีการเติบโตระดับพระเจ้า



หลังจาก หลงเทียนหมิงมีความสามารถและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นขึ้น ทางนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์คงต้องเตรียมจิตออสูรระดับนั้นไว้ให้เขาเป็นแน่
หลงเทียนหมิงยังคงยิ้มอย่างมีเสน่ห์มองไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หลงยู่อิน “โห ญาติผู้น้องของข้าเอง ก็มาที่นี่เช่นเดียวกัน!




หลงยู่อินพยักหน้าก่อนจะหันไปทางอื่นเมื่อได้เห็นเขา นางไม่ได้ต้องการเห็นหน้าเขาสักเท่าไหร่



อย่างไรก็ตามหลงเทียนหมิงยังยิ้มและไม่ใส่ใจกับท่าทางของหลงยู่อิน เขาเหลือบไปมองยังคนอื่นๆ รวมทั้งเนี่ยหลี่ เซี่ยวหนิงเอ๋อ และคนอื่นที่เหลือ สำหรับเนี่ยหลี่และหลู่เปียว เขาไม่รู้จัก แต่จากการสังเกตคร่าวๆ ก็พบว่ากลิ่นอายของพวกนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะให้ความสนใจ เขาหันมาหาเยี่ยเชียน 



“ดูเหมือนว่าขณะนี้ท่านพี่เยี่ยกำลังยุ่งอยู่กับเหล่ามิตรสหาย หากท่านมีเวลาว่าง ในเวลาอีกสองวันที่เหลือ โปรดมาดื่มชากับข้าที่จวนบ้าง ! เราจะได้พบปะพูดคุยกันตามประสาเพื่อนเก่ากัน !
“ตกลง ข้าต้องไปแน่นอน! เชิญท่านไปจัดการกับธุระของท่านต่อเถิด”





หลงเทียนหมิงหันหลังกลับและเดินจากไป




เนี่ยหลี่จ้องหลงเทียนหมิงอยู่นานจนกว่าเงาของหลงเทียนหมิงจะค่อยๆหายไป ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาได้อยู่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลานาน แน่นอนว่าเขารู้ว่าผู้ใดคือหลงเทียนหมิง นอกเหนือจากการที่หลงยู่อินและจระกูลผนึกมังกรกดดันให้อาจารย์ถึงความตายยังมีเหตุการณ์อื่นๆเกิดขึ้นอีก


หลังจากได้เจอเหตุการณ์มากมายก็เริ่มปะติดปะต่อ เรื่องราวได้ เนี่ยหลี่ยังคงผวาอยู่เรื่อยมาเมื่อพบว่าเบื้องหลังเหตุกาณ์ทั้งหมดเกิดจาก หลงเทียนหมิง เขาเคยดำรงเป็นผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์อยู่ ช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะไปดินแดนเทพบรรพชน หลังจากที่เขาจากไป นิกายก็ถึงคราล่มสลาย



ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี่ยหลี่ เขาเป็นเพียงคนนอกนิกาย เขาจึงไม่ได้ร่วมต่อสู้ใดๆ และเร้นกายประดุจหมอกควันยากจับต้อง และสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า หลงเทียนหมิงเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากเหตุการณ์ทั้งหมด เนี่ยหลี่ต้องยอมรับจากใจจริงว่า หลงเทียนหมิงผู้นี้เป็นบุคคลฉลาดหลักแหลมมากด้วยเล่ห์เพทุบาย



หลงเทียนหมินจากไป เพื่อไปคุยกับเหล่ารุ่นเยาว์จากสำนัก เสียงสวรรค์และสำนักอัคคี พวกเขาได้ร่วมสนทนาและดื่มไวน์ให้แก่กันเล็กน้อย มันดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ดีทีเดียว



ท่ามกลางผู้คนมากมาย หลงเทียนหมิงเป็นผู้ที่ได้รับความสนใจจากรอบข้างมากที่สุด หญิงงามหลายคนของสำนักเสียงสวรรค์  ยืนอยู่ข้างเขาด้วยรอยยิ้มเบิกบานพร้อมส่งสายตาใฝ่เสน่ห์หาไปให้เขา อย่างไรก็ตามหลงเทียนหมิงไม่ได้ใส่ใจกับมัน เขาเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมาอย่างสุภาพ ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้หลงใหลความงามของพวกนางแม้แต่น้อย



เนี่ยหลี่สังเกตหลงเทียนหมิง เขาช่างสุขมเยือกเย็นเสียจริง หากต้องอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับหลงเทียนหมิงรับรองว่าจบไม่สวยแน่ เนี่ยหลี่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะไม่ใช่ศัตรู  เนี่ยหลี่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลางมองออกไปข้างนอก หลงเทียนหมิงไม่ได้ประเมินเนี่ยหลี่เอาไว้สูงเท่าใดนัก



เยี่ยเชียนยังคงยิ้มและกลับไปนั่งที่ของเขา เขาค่อนข้างรู้สึกดีที่หลงเทียนหมิงทำตัวสุภาพกับเขา บุคคลในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ต่างเกรงใจต่อเขา ไม่แม้แต่ หลี่ชิงอวิ๋นก็เช่นกัน  หลี่ชิงอวิ๋นยกไวน์ขึ้นมาดื่มเข้าไปอึกใหญ่ แล้วเช็ดปากด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม




ด้วยจุดยืนของเขา เป็นที่แน่ชัดว่าหลี่ชิงอวิ๋นเกลียดชังหลงเทียนหมิงเข้าไส้เข้ากระดูก แต่ความแข็งแกร่งหลี่ชิงอวิ๋นก็ยังด้อยกว่าหลงเทียนหมิง ต้องขอบคุณที่หลี่ชิงอวิ๋นมีกองกำลังที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่น แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังด้อยกว่าหลงเทียนหมิง



    เนี่ยหลี่ยิ้มบางๆ “ข้าได้ยินว่านิกายทั้งสามจะจัดประมูลสมบัติของแต่ละนิกาย ข้าอยากรู้นักว่าจะมีสิ่งใดน่าสนใจบ้าง!



       “ในทุกครั้งที่สามนิกายนี้จัดการประมูลสมบัติล้ำค่าขึ้น เหล่าอัจฉริยะจะสูญเสียความสนใจไป และไม่มีใครที่จะกล้าทำตัวโดดเด่นขึ้น!” หลี่ชิงอวิ๋น อธิบาย แม้ว่าเขาจะหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะหลงเทียนหมิงแต่ก็กลับเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว



มู่หลงหยี่ รีบขัดขึ้น “ศิษย์น้องหลี่ สนใจการประมูลสมบัติล้ำค่าอย่างนั้นหรือ ? สมบัติแต่ละชิ้นประมูลอย่างราคาที่ถูกที่สุดแล้วยังต้องจ่าย ศิลาจิตวิญญาณหลายพันก้อน ของที่มีราคาบางชิ้นก็อาจจะมีค่าสูงถึงหลักหมื่น!



เนี่ยหลี่ทำท่าฉุกคิดเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนจะกล่าวตอบ 



“โอ้? หากเป็นเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวเข้าไปดูก่อนเป็นอันดับแรก”



    มุมปากมู่หลงหยี่  กระตุกขึ้นเป็นยิ้มไม่เชิงยิ้ม เนี่ยหลี่เจ้ายาจก คิดหรือว่าเจ้าจะมีปัญญาซื้อ? นี่เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี



หลี่ชิงอวิ๋น มองไปที่เนี่ยหลี่ ด้วยอารมณ์ขัน เนี่ยหลี่ตอบกลับคำพูดของมู่หลงหยี่ ด้วยท่าทีเรียบเฉย แม้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นจะไม่ทราบจำนวนศิลาจิตวิญญาณที่เนี่ยหลี่มีทั้งหมด แต่จากเท่าที่สังเกตดูเขาน่าจะมีมันอยู่หลายแสนก้อน ถูกต้องมั้ย?


แปลโดย...คนรักของมูมู่

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง