test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 304 หนิงเอ๋อมาเยือน



เนี่ยลี่ได้บรรลุ ขอบเขตชะตาสวรรค์แล้ว!



แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังคงซ่อนเร้นกลิ่นอายพลังของเขา เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ใดรู้ว่าเขานั้นได้ ก้าวเข้าสู่ระดับชะตาสวรรค์แล้ว ในช่วงนี้ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะสงบเงียบ และเนี่ยลี่เองก็ไม่ได้ต้องการที่จะทำลายความสงบที่เป็นอยู่ใน



ตอนนี้ นอกเหนือจากการเข้าร่วมในการเรียนการสอน เขาจะใช้เวลาในการบ่มเพาะพลัง และ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขาหลังจากที่ได้รวมกับจิตอสูรตนใหม่


ขอบเขต ชะตาสวรรค์ ระดับ 1 นั้นยังคงน้อยเกินไป เขาจะต้องบรรลุอย่างน้อย ระดับ 2 ชะตา ถึงจะสามารถที่จะออกไปสำรวจโลกภายนอกได้


เมื่อเขาได้บรรลุระดับชะตาสวรรค์ ทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และด้วยศิลาจิตอสูรจำนวนมหาศาล ดังนั้น การบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่ พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งในแต่ละวัน



วันนี้ ดวงอาทิตย์เรืองรอง สายลมโชยมา และดอกไม้บานสะพรั่งดูแล้วสดชื่นยิ่งนัก



เนี่ยลี่ยังคงฝึกอยู่ในลานกว้างบริเวณที่พักของเซี่ยวหยู่  จากนั้นกู้เบ่ยก็ได้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว


 “เนี่ยลี่ ข้ามีข่าวใหญ่! ศิษย์บางคนจาก สำนักเทียนหยิน [天音神宗 : สำนักเสียงสวรรค์] และ สำนักหั่ว [火神宗 : สำนักอัคคี] ได้มาเยี่ยมชมสำนักของเรา  ว่ากันว่าศิษย์ของสำนักเสียงสวรรค์ทุกคนล้วนเป็นหญิง มีหลายคนที่งดงามราวกับนางฟ้า พวกเราก็ไปดูกันไหม?” ขณะที่กู้เบ่ยพูด หน้าตาของเขาแสดงความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก



เนี่ยลี่รู้สึกตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ศิษย์จากสำนัก สำนักเสียงสวรรค์ และ สำนักอัคคี มาเยี่ยมชมสำนักวิญญาณฟ้างั้นเหรอ



เมื่อพูดถึงสำนักเสียงสวรรค์ เนี่ยลี่ก็นึกถึง จื้ออวิ้นและหนิงเอ๋อ และสงสัยว่าพวกเขาได้เดินทางมาหรือไม่ เขาไม่ได้เจอพวกนางมาก็หลายเดือนแล้ว ใจของเนี่ยลี่นั้นปารถนาที่จะพบเจอกับทั้งสองคนยิ่งนัก
เนี่ยลี่พยักหน้าพร้อมกับตอบว่า “แน่นอน พวกเราไปดูกันเถอะ”



“ศิษย์ของ สำนักเสียงสวรรค์ และ สำนักอัคคี มักจะมาเยี่ยมชมสำนักวิญญาณฟ้าปีละหนึ่งครั้งเสมอ มันจะช่วยให้เหล่าอัจฉริยะได้แลกเปลี่ยนความรู้จากกันและกัน เฉกเช่นการทำธุรกิจ  สำนักเสียงสวรรค์จะแตกต่างจำสำนักนิกายฟ้าตรงที่ศิษย์ของพวกเขาล้วนแต่เป็นหญิงสาว และพวกเขาติดต่อกับโลกภายนอกเพียงแค่น้อยนิด 


นอกจากนี้เพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการ สำนักของพวกเขาจึงเป็นปึกแผ่นมาก ทำให้แข็งแกร่งยิ่งนัก ส่วนสำนักอัคคี ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นทะยานขึ้นสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา และกลายเป็นหัวหน้าของหกสำนักใหญ่ได้” กู้เบ่ยอธิบายขณะที่พวกเขากำลังเดินอยู่


เนี่ยลี่และกู้เบ่ย เรียกลู่เพียวให้ไปด้วยกัน และทั้งสามคนก็ไปยังห้องโถงใหญ่ของสถาบันวิญญาณฟ้า



เซี่ยวหยู่นั้นไม่รู้ว่าไปที่ไหน เขาอาจจะยุ่งกับธุระส่วนตัว ดังนั้นพวกเนี่ยลี่กับลู่เพียวจึงไม่อยากจะยุ่งด้วยให้เสียเวลา


ที่ห้องโถงใหญ่ของสถาบันวิญญาณฟ้า คึกคักเป็นอย่างมาก มีผู้คนชะโงกหัวมอง  เนี่ยลี่และพวกของเขาไม่สามารถที่จะแทรกผ่านไปได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน


หลังจากที่พวกเขาได้ยินมาว่าคนที่มาจากสำนักเสียงสวรรค์ และ สำนักอัคคีมาถึงที่นี่แล้ว ศิษย์จากเขตต่าง ๆ ของสถาบันวิญญาณฟ้าก็มารวมตัวกันที่นี่ ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นว่ามีผู้ใดที่มากันบ้าง


กู้เบ่ยมีวิธีที่จะฝ่าฝูงชนเข้าไปเพื่อให้มองเห็นได้ชัดๆ เขานำเนี่ยลี่และลู่เพียวไปยังห้องโถงด้านข้าง เมื่อทหารยามเห็นว่าเป็นกู้เบ่ย ก็ปล่อยให้พวกเขาผ่านเข้าไปได้


กู้เบ่ยยิ้มและอธิบายให้ทั้งสองนฟังว่า “คนที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกจะเป็นพวกลูกศิษย์ทั่ว ๆไป แต่เหล่าอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับ รวมถึงพวกลูกหลานจากตระกูลหลังของนิกายขนนกศักดิ์สืทธิ์จะมารวมตัวกันในห้องนี้”
ก็คงจะเป็นเช่นนั้น ในห้องนี้มีคนอยู่เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น


กู้เบ่ยกระซิบด้วยเสียงเบา ๆว่า “ในทุกครั้งที่นิกายต่างๆมาปรึกษาหารือกัน เหล่าลูกหลานของคนในนิกายเหล่านั้นรวมถึงเหล่าอัจฉริยะจะออกมาประมูลสมบัติล้ำค่ากัน จิตอสูรที่มีระดับการเติบโตระดับมหัศจรรย์ทั้ง 20 ตัว ที่เจ้าให้ข้าเอามาขาย ทุกคนต้องสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลเป็นแน่


หลังจากจบคำพูดของกู้เบ่ย เนี่ยลี่ถึงกับอดยิ้มไม่ได้ มันแน่นอนอยู่แล้ว จิตอสูรสายเลือดมังกรทีมีระดับการเติบโตระดับมหัศจรรย์ เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะขายได้ยาก อย่างแรกคือหาผู้ซื้อได้ยาก และอย่างที่สอง พวกมันดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างมากเกินไป อย่างไรก็ตาม หากพวกเขานำออกมาประมูลมันต้องดึงดูดความสนใจไม่น้อยแน่นอน


แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เนี่ยลี่ก็ยังไม่ได้มีความสนใจที่จะประมูลของในตอนนี้ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อมองหาคนสองคน เขาสงสัยว่า จื้ออวิ้นกับหนิงเอ๋อ ได้เดินทางมาหรือไม่


ในห้องโถงด้านข้างเหล่าอัจฉริยะและลูกหลานของตระกูลหลักในนิกายต่าง ๆ กำลังทำการทักทายซึ่งกันและกัน


ในตอนนี้ หกสำนักใหญ่เป็นพันธมิตรฝ่ายธรรมะ  พวกเขากำลังต่อกรกับ นิกายอสูรทั้งสามนิกาย เพื่อครอบครองสิทธิ์เหนือทะเลสาบแห่งเทพ เพื่อให้ความเป็นพันธมิตรนั้นยั่งยืน ความสัมพันธิ์ของเหล่าคนรุ่นใหม่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง มันจะเป็นการป้องกันมิให้เขาต่อสู้กันเองในโลกภายนอก



นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนิกายต่าง ๆ จึงต้องจัดให้มีการชุมนุมเช่นนี้ในทุกปี


ในมุมของห้องโถงด้านข้าง มีเงาของคนที่นั่งสงบอยู่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ความงดงามของนางนั้นดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ราวกับดอกบัวที่เพิ่งจะผลิบานออกมาเหนือบ่อน้ำ นางนั้นดึงดูดสายตาของเหล่าศิษย์ที่อยู่โดยรอบเป็นอย่างยิ่ง ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาถึงกับทอดถอนหายใจเมื่อได้เห็นความงดงามดังกล่าว



เซี่ยวซุ่ยที่นั่งถัดจากนาง เอ่ยขึ้นมาว่า “หนิงเอ๋อ เจ้าคิดว่าเนี่ยลี่กับลู่เพียวจะอยู่ที่นี่ไหม?


เซี่ยวหนิงเอ๋อส่ายหน้าขณะที่นางหันไปมองดูรอบ ๆ เพื่อมองหาร่างของเนี่ยลี่ “ข้าก็ไม่รู้ทั้งสองคนนั่นอยู่ที่ไหน”


หลังจากที่ เอียจื้ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และ เซี่ยวซุ่ย ได้เดินทางจากโลกใบเล็กมาถึง สำนักเสียงสวรรค์ เอียจื้ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อ ได้แสดงความสามารถที่น่าตกใจ ทำให้พวกเขาทั้งสองคนถูกขนานนามว่า ฝาแฝดราศีเมถุน  ของห้องเรียนใหม่เลยทีเดียว 



เอียจื้ออวิ้นได้ถูกเลือกและอนุญาติให้ไป ในพื้นที่แห่งความลับ เพื่อทำการฝึกบ่มเพาะพลัง ในขณะที่ เซี่ยวหนิงเอ๋อ ติดตามอาจารย์ และสามารถบ่มเพาะพลังได้ถึงขอบเขต ชะตาสวรรค์ ขั้นที่ห้า  เมื่อหนงเอ๋อทราบข่าวมาว่า 


สำนักเสียงสวรรค์จะส่งคนไปเยี่ยมเยียนนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นางและเซี่ยวซุ่ย จึงรีบลงทะเบียนชื่อของพวกนางทันที แต่น่าเสียดายที่เอียจื้ออวิ้น ยังคงฝึกฝนอยู่ในพื้นที่แห่งความลับ และไม่สามารถที่จะติดต่อนางได้เลย ถ้าไม่เช่นนั้น นางจะต้องเดินทางมาด้วยเป็นแน่



แน่นอนว่า การที่นางเดินทางมายังนิกายนนกศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อที่จะมาพบกับเนี่ยลี่!



สำนักเสียงสวรรค์ได้ส่งนักเรียนมาที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กว่าสองร้อยคน แน่นอนว่าทุกคนต่างก็เป็นหญิงสาวและมีหลายคนที่โดดเด่นจนเป็นที่ดึงดูดความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนสำนักอัคคี พวกเขาจับจ้องนักเรียนจากสำนักเสียงสวรรค์จนไม่วางตา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อก็เป็นหนึ่งในศิษย์ที่งดงามที่สุดของ สำนักเสียงสวรรค์


มีสาวงามนางหนึ่งที่มีความสวยงามและน่าหลงใหล นั่งลงข้างๆเซี่ยวหนิงเอ๋อ  นางหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “นี่ศิษย์น้องหนิงเอ๋อกำลังมองหาผู้ใดอยู่งั้นเหรอ?


เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้น เซี่ยวซุ่ย ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรว่า “เฉียนหลิง [沈灵] ข้าว่านี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า ถ้าหากว่าพวกเราจะมองหาใครอยู่!


เฉียนหลิง เผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ “มันจะไม่ใช่ธุระกงการของข้าได้อย่างไร? ศิษย์น้องหนิงเอ๋อ ถือว่าเป็นหนึ่งในน้องใหม่ที่เป็นอัจฉริยะ นางสามารถบรรลุถึงขอบเขตชะตาสวรรค์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แน่นอนว่านางเป็นความภาคภูมิใจ 


และเป็นอนาคตของสำนักเสียงสวรรค์ ถ้าหากว่าศิษย์น้องหนิงเอ๋อ สนใจชายคนไหน แน่นอนว่าข้าจะต้องลองดู และจับตามองว่าชายคนไหนกันที่ทำให้เทพธิดาเช่นนางต้องลดตัวลงมาหาเขา  ข้าสงสัยว่าเขาเป็นคนที่ข้ารู้จักหรือไม่?


เซี่ยวหนิงเอ๋อ ขมวดคิ้วของนางเล็กน้อย เองก็ไม่ค่อยชอบ เฉียนหลิงสักเท่าไหร่  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในระดับของความอาวุโสนั้น เฉียนหลิงก็นับว่าเป็นศิษย์พี่ของนาง ดังนั้นแม้ว่านางจะไม่พอใจนัก แต่นางก็ไม่ได้แสดงมันออกมา “ศิษย์พี่เฉียน อย่าได้มาเสียเวลากับเรื่องนี้เลย ศิษย์พี่เฉียนไม่รู้จักคนที่ข้ามองหาหรอก!


เฉียนหลิง เม้มริมฝีปากของนางเล็กน้อยพร้อมกับยิ้ม “อ้าว น่าเสียดายยิ่งนัก ข้าคิดว่าเขาคือนายน้อยเยี่ยเสียอีก!



เซี่ยวหนิงเอ่อรู้ดีว่า นายน้อยเยี่ย ที่เฉียนหลิงพูดถึงคือใคร เขามีนามว่า เยี่ยเชียน [] เขาเป็นทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลหลักที่อยู่ใน สำนักอัคคีเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นเขายังสามารถบรรลุขอบเขตชะตาสวรรค์ ขั้นที่เก้า ได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ยี่สิบปี และในตอนนี้เขากำที่จะพยายามบรรลุ ให้ถึงขอบเขต ดาราสวรรค์ เฉียนหลิง อาจจะได้รับสินบนมาจากเยี่ยเชียน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางมาอยู่ข้างๆแล้วพูดเรื่องของเขา


ถ้าหากว่าเฉียนหลิง คิดว่าคนอย่าง เยี่ยเชียนนั้นจะทำให้หนิงเอ๋อสนใจได้นั้นนางก็คิดผิดถนัด เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นไม่มีทางที่จะสนใจผู้ใดอีกแล้ว เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่นางเก็บไว้ในใจ และคนผู้นั้นก็คือเนี่ยลี่!


ห่างออกไป มีกลุ่มคนยืนพูดคุยกันอยู่ หนึ่งในนั้นแอบส่งสายตามายังเซี่ยวหนิงเอ๋อ และ เซี่ยวซุ่ย ในขณะที่ทั้งสองสาวมองไปรอบๆ


หนุ่มสาวเหล่านั้นล้วนถูกห้อมล้อมด้วยเหล่าอัจฉริยะ และทายาทของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และ สำนักอัคคี  หลี่ชิงอวิ๋น [李行云] ,มู่หลงหยี่ [慕容羽] และ หลงยู่อิน ก็อยู่ท่ามกลางคนพวกนั้น


มู่หลงหยี่ยิ้มและขยับไปชิดกับ เยี่ยเชียน “ดูเหมือนว่าท่านพี่เยี่ยเชียน จะสนใจผู้หญิงที่มาจากสำนักเสียงสวรรค์! ด้วยสถานะเช่นท่าน คงไม่ใช่เรื่องยากที่ท่านจะหยิบนางมาครองคู่หรอกนะ?


เยี่ยเชียนส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า “ท่านพี่มู่หลง ที่ท่านกล่าวมานั้นผิดแล้ว ในโลกนี้ไม่ว่าใครก็มีสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ บางคนก็ชอบเงินทอง บางคนก็มักมากในกาม แม้ว่าจะใช้วิธีเช่นใด ข้าก็ไม่อาจที่จะอยู่ในสายตาของนางได้ ”


มู่หลงหยี่ มองไปทางหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ  “โอ้ หรือว่าหญิงสาวที่ท่านสนใจนั้น นางจะมีหัวใจเป็นก้อนหินกันแน่? เหตุใดนางถึงไม่หวั่นไหวเมื่อได้พบเจออัจฉริยะเช่นท่าน? ข้าชักจะสงสัยแล้วว่านางเป็นผู้ใดกัน?


ถ้าอำนาจและความมั่งคั่งไม่อาจที่จะสั่นคลอนนางได้ ความเป็นไปได้ก็มีเพียงอย่างเดียว (ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น) ตัวตนของหญิงสาวคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน


เยี่ยเชียนตอบกลับไปพร้อมกับชื่นชมนาง “ข้าเคยถามคนรอบกายนางแล้ว นางคืออัจฉริยะที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในสำนักเสียงสวรรค์ นางมาจากโลกใบเล็ก นางสามารถที่จะบรรลุขอบเขตชะตาสวรรค์ ขั้นที่ห้า ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นที่เลื่องลือว่านางเป็นหนึ่งใน ฝาแฝดราศีเมถุน 



การบ่มเพาะพลังของนางนั้นรวดเร็วจนน่าตกใจ  นอกจากนี้นางก็ถือว่าเป็นเกียรติภูมิของสำนักเสียงสวรรค์  มันเป็นเรื่องยากเกินที่จะจินตนาการ นางยังเด็กและไม่มีผู้ใดที่หนุนหลังเลย!


โลกใบเล็กงั้นเหรอ? มู่หลงหยี่เริ่มรู้สึกเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา


แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยิ้มรับเล็กน้อย “หญิงที่งดงามและสง่างามย่อมเป็นที่ต้องการของเหล่าสุภาพบุรุษ เหมือนคำสุภาษิตที่ว่า หญิงสาวที่เอาแต่ใจมักหวั่นไหวเพราะผู้ชายขี้ตื้อ!


เยี่ยเชียนส่ายหน้าของเขาพร้อมกับตอบมาว่า “ไม่ได้ผลหรอก นางแทบจะไม่เคยยิ้มหรือพูดคุยกับผู้ใด มันเป็นเรื่องที่ยากนักที่จะได้พูดคุยกับนาง ด้วยสารพัดวิธี ข้าพยายามลองมาแล้วนับไม่ถ้วน!” เยี่ยเชียน มองไปทางหญิงสาวจากระยะไกลๆ  บางทีนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทางทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว และเอากุมหัวใจของเขาไว้ได้


เป็นเพราะ เยี่ยเชียน ทุกคนในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และ สำนักอัคคี จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเซี่ยวหนิงเอ๋อ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าทำไม เยี่ยเชียนถึงได้กล่าวถึงนางถึงเพียงนี้ พอพวกเขาได้เห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อ พวกเขาก็ทำตาละห้อยหลงไหลในความงดงามของนาง


แต่ถึงอย่างไร นางก็ถูกจับจองเป็นเป้าหมายของเยี่ยเชี่ยนไปแล้ว ดังนั้นแน่นอนพวกเขาคงจะไม่กล้าเข้าใกล้นางเป็นแน่


ศิษย์ของสำนักเสียงสวรรค์ล้วนแต่เป็นหญิง ไม่มีผู้ชายแม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่พวกเขามักจะเก็บตัวอยู่ภายในสำนักเท่านั้น ลูกศิษย์ส่วนใหญ่จะทำการบ่มเพาะพลังภายในสำนัก 


หากฝืนออกมาเสี่ยงด้านนอกก็ถือว่าอันตรายยิ่งนัก  แม้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะมีอุปนิสัยเป็นคนที่เย็นชา นางก็ยังมุ่งมั่นที่จะออกมาข้างนอกสำนักเสียงสวรรค์ แม้ว่าจะต้องตายก็ต้องออกไป [เป็นสำนวนหมายความว่า ออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนาง]



แต่ว่า แม้แต่ เยี่ยเชียนก็ยังไม่เข้าตานางงั้นเหรอ?


แน่นอนว่า ทุกคนต่างคิดอยู่ในใจ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมา


ในขณะที่พวกเด็กหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ทันใดนั้นเซี่ยวหนิงเอ๋อก็ลุกยืนขึ้น ก็ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง  ใบหน้าที่เป็นประกายของนางทำให้ทุกคนต่างก็แปลกใจ และต่างก็หันมองไปที่นาง 


พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เย็นชาและหยิ่งทะนงอย่างเซี่ยวหนิงเอ๋อ จะเผยรอยยิ้มที่งดงามถึงเพียงนี้  มันเป็นร้อยยิ้มที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่านางได้พบกับคนรักของนางแล้ว

แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง