test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

16 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 300 คารวะ



หลงยู่อินยังยืนอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่  ก่อนที่จะเริ่มเดินไปยังกระท่อมของอิงเยว่ลู่อย่างช้าๆ คำพูดของเนี่ยหลี่ทำให้นางต้องเริ่มคิด ชะตาของอิงเยว่ลู่อยู่ในมือหลงยู่อิน แต่หลงยู่อินต้องการให้อิงเยว่ลู่ตายจริงๆ งั้นเหรอ?


นางคิดถึงคำถามนี้จนกระทั่งได้ข้อสรุป จะอย่างไร อิงเยว่ลู่ก็เป็นศิษย์พี่ของนาง ส่วนเรื่องอาจารย์ของทั้งคู่ นางคิดว่าน่าจะมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง


อย่างที่เนี่ยหลี่พูด อิงเยว่ลู่เป็นคนที่ให้ตัวเองเจ็บดีกว่าให้คนอื่นเจ็บ


เนี่ยหลี่กลับมาถึงส่วนที่พักของเซี่ยวหยู่


เซี่ยวหยู่เห็นเนี่ยหลี่ก็ถามว่า "เนี่ยหลี่ ไปไหนมาล่ะ?"


เนี่ยหลี่ยิ้ม "ข้าไปเจอเพื่อนเก่ามาน่ะ"


"เพื่อนเก่า?" เซี่ยวหยู่สับสนกับคำพูดนั้น เนี่ยหลี่เพิ่งมาถึงสถาบันวิญญาณฟ้าไม่นาน เขาไปมีเพื่อนเก่าตั้งแต่เมื่อไหร่?


เนี่ยหลี่ไม่อธิบายให้เซี่ยวหยู่ฟังมากนัก แต่มองเลยเซี่ยวหยู่ไปก็เห็นหวงอิ้ง จึงรีบทักทายนาง "เจ้าก็อยู่ด้วย?"


"เนี่ยหลี่ สวัสดี" หวงอิ้งเผยยิ้มอย่างน่ารักทันทีพลางกอดของเซี่ยวหยู่ไว้ด้วยสองมือ ราวกับนกน้อยน่ารักที่ช่วยตัวเองไม่ได้


เนี่ยหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วกล่าวว่า "ข้าจะไปฝึกฝนต่อ พวกเจ้าก็ตามสบายเลยแล้วกัน"


เซี่ยวหยู่หน้าแดง "เนี่ยหลี่ อย่าเข้าใจผิด"


แต่เนี่ยหลี่เพียงหัวเราะ แล้วโบกมือลา "เข้าใจผิด? เจ้าพูดจริงใช่มั้ยเนี่ย?" เขาขยิบตาให้หวงอิ้งคราหนึ่งแล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง


หวงอิ้งหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่นางยังคงไม่ปล่อยแขนเซี่ยวหยู่ ส่วนทางเซี่ยวหยู่นั้นดูจะทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจ


เมื่อเนี่ยหลี่กลับเข้าไปในห้อง เขาก็เห็นนางฟ้ายู่หยานลอยอยู่กลางอากาศระหว่างที่กำลังบ่มเพาะพลัง ทว่า ที่ทำให้เขาแปลกใจจริงๆ แล้วคือทั่วร่างของนางสามารถส่งเปลวเพลิงสีทองออกมาได้ เปลวเพลิงเหล่านี้เผาไหม้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มอุณหภูมิของห้องขึ้นไปถึงจุดที่สูงจนน่ากลัว


พลังอันมหาศาลอัดอยู่เต็มห้องจนแทบล้น


เนี่ยหลี่ไม่เคยมีเรื่องที่ยู่หยานจะไปถึงขั้นชะตาสวรรค์ก่อนเขาอยู่ในหัวเลย เพราะชะตาสวรรค์ของนางดูจะแตกต่างจากคนอื่นอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงไม่รู้ว่านางแข็งแกร่งขนาดไหน เมื่อไม่มีคนที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้


เปลวเพลิงสีทองดุจละลายอากาศในห้องได้เลย


เมื่อเห็นยู่หยานอยู่ระหว่างการฝึก เขาก็ไม่รบกวนหรือขัดขวางนาง พอเนี่ยหลี่ก้มลงมองไปรอบๆ ก็เจอจินตาน ม้วนตัวนอนอยู่ที่มุมห้อง กิจวัตรของเจ้าตัวนี้มีเพียงหลับ กิน หลับ และกิน แต่สิ่งที่ทำให้เนี่ยหลี่งุนงงที่สุดก็คือความจริงที่ว่าจินตานจะหลับเป็นเวลานานทุกๆ วันหลังจากกินแล้ว พอมันตื่น มันก็จะแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าทีเดียว


เจ้าตัวน้อยนี่เก่งขึ้นด้วยความเร็วที่น่ากลัวมาก


    จากห้วงวิญญาณของเขาเนี่ยหลี่บอกได้ว่าลู่เพียว กำลังจะทะลวงชั้นชะตาสวรรค์ได้แล้วหลังจากที่ดูดซับพลังจากศิลาจิตวิญญาณจำนวนมาก ทว่าเนี่ยหลี่เองกลับยังไปไม่ถึงหน้าประตูองระดับชะตาสวรรค์เลยด้วยซ้ำ


ตามปกติแล้ว หลังจากดูดซับพลังฟ้าได้มากพอ ระดับพลังของเขาควรจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่า พลังสวรรค์ที่ดูดซับได้ส่วนใหญ่ถูกเถาเลื้อยในห้วงวิญญาณดูดกลืนไป เหลือให้เนี่ยหลี่ใช้ฝึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้มีเพียงตั้งสมาธิกับการฝึกฝนบ่มเพาะพลังต่อไปเท่านั้น


แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างช้าๆ


แม้ว่าเด็กชุดใหม่จะสร้างความฮือฮาขึ้นในสถาบันวิญญาณฟ้า แต่ความตื่นเต้นก็ค่อยๆ ลดน้อยลงไปตามเวลา จะอย่างไร การฝึกฝนบ่มเพาะพลังนับเป็นเรื่องสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด


หลังจากถูกหลี่ชิงอวิ๋นเตือน ฮัวหลิงก็แสดงให้เห็นว่ามีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น และจมอยู่กับการฝึกฝนบ่มเพาะพลังมากขึ้น


ด้านมู่หลงหยี่กำลังหงุดหงิดได้ที แม้ว่าความจริงเขาจะสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ในสนามฝึกซากโบราณสถานแห่งความสะพรึง แต่เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะหนีเงื้อมมือของเขาไปได้ เนี่ยหลี่คงจะหนีออกจากสนามไปได้ระหว่างที่เขากำลังตามล่าตัวอยู่ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะต้องการสร้างปัญหาให้เนี่ยหลี่เพิ่ม แต่เนี่ยหลี่ไม่เปิดโอกาสให้เขาทำได้เลย


คนอื่นๆ เองก็อยู่ในช่วงสงบเงียบ พยายามมุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝนบ่มเพาะพลัง


เวลาผ่านไปวันต่อวัน


       เนี่ยหลี่หมดศิลาจิตวิญญาณไปกับการบ่มเพาะพลังราววันละร้อยถึงสองร้อยก้อน ทว่า ศิลาที่เขาเก็บเอาไว้ในแหวนมิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นเพราะเนี่ยหลี่หลอมวิญญาณอสูรที่มีระดับเติบโตในระดับพระเจ้าทุกวัน เขายังทั้งให้กู้เบ่ยขายแทน และทั้งส่งให้หลี่ชิงอวิ๋นเอง ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายที่ตลาด


ปริมาณศิลาจิตวิญญาณในแหวนของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น่ากลัวยิ่ง เนี่ยหลี่ยังคงซื้อจิตอสูรสายเลือดมังกรจำนวนมากต่อไป ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะมีระดับการเติบโตชั้นสามัญก็ตาม


ยิ่งเนี่ยหลี่ขายวิญญาณอสูรที่มีระดับเติบโตในระดับพระเจ้ามากเท่าไหร่ หลี่ชิงอวิ๋นก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเขามากเท่านั้น หลี่ชิงอวิ๋นไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่ไปเอาวิญญาณอสูรที่มีระดับเติบโตในระดับพระเจ้าเหล่านี้มากจากไหน และไม่คิดจะถามหาคำตอบด้วย จะอย่างไร เมื่อเป็นความลับของอีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องถาม อีกประการมันจะเป็นปัญหาที่ทำให้การทำธุรกิจร่วมกันเสียหาย


ด้านหูหย่งก็เหมือนถูกข่มขู่กลายๆ เมื่อเนี่ยหลี่มีเส้นสายใกล้ชิดกับทั้งกู้เบ่ยและหลี่ชิงอวิ๋น

-------

วันนี้มีชั้นเรียนของอาจารย์ชิหลิง และหัวข้อการเรียนก็ยังเป็นเรื่องพลังกายอยู่


ทุกคนต่างก็มองไปที่เนี่ยหลี่และหลงยู่อิน ในชั่วโมงเรียนครั้งก่อน เนี่ยหลี่และหลงยู่อินสู้กันจนพื้นสนามซ้อมเละเทะไปหมด ทั้งสองคนคงไม่เป็นแบบคราวที่แล้วหรอกนะ?


หลงยู่อินยืนนิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าไปหาเนี่ยหลี่ ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงจางแล้วถามด้วยเสียงนุ่มนวลเบาบางว่า "เจ้าช่วยฝึกกับข้าได้มั้ย?"


เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ทำให้นางดูแข็งแกร่งยากจะผู้ใดต้านทาน เมื่อรวมกับความงามของนางแล้ว ภาพของนางสามารถทำให้เด็กชายในชั้นเดินเหม่อจนหน้าคว่ำได้แน่นอน ก่อนหน้านี้ ภาพลักษณ์อันเกรี้ยวกราดของนางผลักดันผู้อื่นให้อยู่ห่างนางไว้ แต่ตอนนี้ เป็นความจริงที่นางกำลังพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เบาบางจนคนที่แอบดูอยู่ถึงกับอ้าปากตาค้างจนกรามแทบหลุด


หลงยู่อินยังเป็นแม่เสือสาวที่พวกเขารู้จักอยู่หรือไม่? นี่เป็นใครมาสลับตัวไปหรือ?


ไม่ใช่เพียงนักเรียนคนอื่นๆ แม้แต่ลู่เพียวและกู้เบ่ยก็ยังยืนงง


ลู่เพียวขยี้ตา "ข้าคงยังไม่ตื่น นี่ต้องเป็นในฝันแน่ๆ"


เนี่ยหลี่ยิ้มแห้งเมื่อเห็นท่าทางประหม่าของหลงยู่อิน "ได้สิ"


ทุกคนต่างก็ยืนงงเพราะคำตอบของเนี่ยหลี่ สมองไม่อาจประมวลผลได้ทัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?


นี่ยังเป็นเนี่ยหลี่คนเดิมที่บอกให้หลงยู่อินอยู่ห่างๆ หรือเล่า?


การเปลี่ยนแปลงนี้เร็วเกินไป ในช่วงเวลาที่ไม่ได้เข้าเรียนสั้นๆ นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่? มันต้องมีเรื่องราวเบื้องหลังแน่


"ข้าได้กลิ่นแหม่งๆ เนี่ยหลี่เจ้าคงไม่ทำอะไรลับหลังนางฟ้าจื่อหวินกับหนิงเอ๋อใช่มั้ย? ลู่เพียวเค้นคอถามเนี่ยหลี่ แล้วก็ได้รับรางวัลอย่างหนักหน่วงจากเนี่ยหลี่เป็นคำตอบ


แม้แต่อาจารย์ชิหลิงก็ยังไม่เข้าใจ ก่อนนี้ทั้งสองคนต่างก็หัวร้อนใส่กัน เหตุใดจึงลดท่าทีต่อกันลงเสียเฉยๆ? แต่นี่เป็นเรื่องดีสำหรับเขา จะอย่างไรเขาก็ไม่ต้องการให้นักเรียนในชั้นมีข้อขัดแย้งกันเท่าไหร่ แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่นักเรียนระดับอัจฉริยะมักจะหยิ่งในศักดิ์ศรีจะท้าชนกัน และเขาก็ไม่อาจห้ามได้เด็ดขาดเมื่อเป็นความต้องการของพวกนั้นเองก็ตาม


เมื่อการจับคู่ซ้อมเริ่มขึ้น ทุกคนต่างก็หันหน้าเข้าสู้คู่ซ้อมของตนเอง


สีหน้าของหลงยู่อินค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง นางพุ่งขึ้นแล้วส่งลูกเตะด้วยท่าหมุนตัวเตะใส่เนี่ยหลี่เป็นชุด


"เจ้าอาจจะมีระยะจู่โจมยาว แต่ยังมีช่องว่างอยู่เยอะมาก เจ้ายังช้าเกินไป" เนี่ยหลี่พูดระหว่างหลบจากนั้นก็ชกคืนใส่นางสามหมัด หนึ่งที่น่อง หนึ่งที่สีข้าง และอีกหนึ่งที่ท้อง "ทั้งสามจุดนี้เป็นช่องว่าง"


ใบหน้าของหลงยู่อินขาวซีดเมื่อรับสามหมัดนั้นจนต้องล่าถอยไปหลายก้าว นางรู้สึกมึนงงจากสามหมัดนั้น ในใจสั่นไหว อย่างนี้เอง ความจริงเนี่ยหลี่แข็งแกร่งกว่านางมาก ก่อนหน้านี้เป็นเขาออมมือเอาไว้


ความจริงแล้ว เนี่ยหลี่อ่อนแอกว่านางมาก จะอย่างไรหลงยู่อินก็มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ ทว่าเนี่ยหลี่เข้าใจในวิถี เข้าใจในเส้นทางแห่งวิชายุทธในระดับที่หลงยู่อินจินตนาการไม่ถึงเลยทีเดียว


สีหน้าของหลงยู่อินเริ่มเปลี่ยนเป็นเคารพนบนอบเมื่อนางค่อยๆ พิจารณาคำแนะนำของเนี่ยหลี่ เมื่อเข้าใจได้มากขึ้นเล็กน้อย นางก็เริ่มโจมตีต่อ


เสียงของเนี่ยหลี่กลายเป็นเข้มงวดและจริงจังมากขึ้น "นี่ นี่ และนี่ การตอบสนองของเจ้าช้าเกินไป และมุมโจมตีก็ไม่ถูกต้อง!! นั่นผิดแล้ว!!"


หลงยู่อินถูกฟาดลงไปกองกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่า นางกลับตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ (T/L: ประตูบานใหม่เปิดแล้ว หลงยู่อินได้พบกับนายท่านแล้ว!! อ๊ะล้อเล่น..) และตั้งท่าเตรียมพร้อมทุกครั้งที่ลุกขึ้นมา แม้ว่าเนี่ยหลี่จะเข้มงวด แต่นางสัมผัสได้ว่าวิชาการต่อสู้ของนางกำลังพัฒนาขึ้นภายใต้การชี้แนะของเนี่ยหลี่ เขาสามารถสอนนางได้ดีกว่าอาจารย์คนไหนๆ


นักเรียนคนอื่นๆ ได้แต่มองหน้ากันเมื่อเห็นหลงยู่อินตื่นเต้นจนอารมณ์ที่ปรากฎอยู่บนใบหน้านั้นดูยินดีจนแทบคลั่ง ผู้หญิงคนนั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ


อาจารย์ชิหลิงมองการซ้อมของทั้งคู่ด้วยความตกตะลึง สิ่งที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าของเขาตอนนี้คือความ "อับอาย" รู้สึกราวกับว่าไม่อาจสู้หน้าใครได้อีกแล้ว


แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการฝึกพลังกาย เมื่อเทียบกับเนี่ยหลี่


แต่ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีความรู้ด้านพลังกายที่อาจสอนเนี่ยหลี่ได้เลย


เขาทำได้เพียงแกล้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไปเมื่อนักเรียนคนอื่นไม่ทราบเรื่อง


จิตใจของหลงยู่อินเต็มไปด้วยความเคารพยกย่องเนี่ยหลี่ ทุกการโจมตีที่ดูจะสมบูรณ์แบบในสายตาของนาง แต่เนี่ยหลี่กลับเห็นว่ามันเต็มไปด้วยช่องว่างรอยโหว่ การชี้แนะของเขามอบปัญญาให้นาง ยิ่งเมื่อนางเป็นพวกเรียนรู้ได้เร็ว เมื่อผ่านการต่อสู้มารอบหนึ่ง นางก็สามารถสัมผัสได้ว่าความเข้าใจในการฝึกฝนของเนี่ยหลี่นั้น สูงเกินกว่านางไปหลายมิติ!!


แต่ในใจของนางยังคงไม่ยอมรับอยู่หน่อยๆ เนี่ยหลี่เป็นศิษย์ของอิงเยว่ลู่? นั่นไม่ได้หมายความว่าอิงเยว่ลู่ยังเก่งกาจกว่าเนี่ยหลี่อีกเหรอ?


นางยังคงดูดซับวิชาที่เนี่ยหลี่สอนให้อย่างรวดเร็วราวกับฟองน้ำ นางรู้สึกว่าเนี่ยหลี่เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถชี้แนะให้นางไปถึงระดับที่สูงจนไร้ที่สิ้นสุด


เนี่ยหลี่ก็เข้าใจดีว่าสตรีนางนี้นับว่าสามารถสั่งสอนได้เมื่อนางยังเด็กอยู่ ไม่มีใครที่สามารถชี้แนะนางได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเหตุให้นางกลายเป็นคนร้ายกาจไป ทว่า นางจะเคารพคนที่แข็งแกร่งกว่านาง แม้ว่าจะเป็นคนอื่นอย่าง มู่หลงหยี่ ที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งกว่านางเช่นกัน แต่กับนางแล้ว นั่นก็เป็นเพียงเพราะอายุของเขามากกว่า ทว่า เนี่ยหลี่ที่มีอายุเท่ากันกลับสามารถโค่นนางลงได้ด้วยพลังกาย นางจึงยอมรับเขา


ไม่ว่าเนี่ยหลี่จะตำหนินางอย่างไร นางก็ยังคงอดทนเงียบๆ ในขณะที่ทั้งคู่ซ้อมต่อไป นางยิ่งเคารพในตัวเนี่ยหลี่มากขึ้น เช่นเดียวกันกับที่ศิษย์เคารพในคำสอนของอาจารย์


นักเรียนคนอื่นๆ ถึงกับพูดไม่ออก ไม่มีใครคิดออกว่าเนี่ยหลี่ใช้วิธีอะไรทำให้นางเสือตัวนี้เชื่องได้ กับคนอื่นแล้ว รังสีกระหายเลือดของนางกลับทำให้พวกเขาหวาดกลัว ทว่านางกลับเชื่องราวกับลูกแกะเมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี่


ไม่นาน ชั้นเรียนก็หมดเวลา


แปลโดย [Moonstruckman]




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง