test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

14 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 298 อาจารย์และศิษย์



เนี่ยหลี่กลับไปยังส่วนที่พักของตนแล้วทำการหลอมจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าต่อราวกับเสียสติ


หลังจากดูดซับพลังที่เหลือจากจิตอสูร อัตราความสำเร็จในการหลอมของหม้ออสูรฝันร้ายก็ดูจะเพิ่มขึ้นทีละน้อย จากจิตอสูรหกพันตัว เนี่ยหลี่หลอมจนได้จิตอสูรระดับพระเจ้าเกือบร้อยตัว



เนี่ยหลี่ไปยังส่วนที่พักของกู้เบ่ยคนเดียวเพื่อส่งมอบจิตอสูรระดับพระเจ้าให้เขา เพื่อให้กู้เบ่ยช่วยขายจิตอสูรเหล่านี้ให้ลูกพี่ลูกน้องของเขา ก่อนที่จะไปหาจิตอสูรสายมังกรมาให้เนี่ยหลี่



เนี่ยหลี่ออกมาจากส่วนที่พักของกู้เบ่ย จากนั้นใช้จิตอสูรเงาพรายแปลงเป็นร่างไร้ลักษณ์เพื่อหลบสายตาผู้คน แล้วจึงมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่อยู่ในความทรงจำ



เขาเดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดยาวออกไป ผ่านดงไม้หนาแน่นไปจนถึงหุบเขาอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง


ดอกท้อบานเต็มต้นท้อข้างเส้นทาง ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกราวกับตนอยู่บนสรวงสวรรค์



มันเป็นภาพเดียวกันกับที่ปรากฎอยู่ในความทรงจำของเนี่ยหลี่



ที่นี่เป็นหุบเขาอันเงียบสงบมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ภาพที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อนของเขากำลังปรากฎที่ตรงหน้าอีกครั้ง

-------


        "ท่านอาจารย์ ท่านบอกให้ข้าทำตัว 'บริสุทธิ์ดั่งสายนที เพราะวารีนั้นไม่แข่งขัน' แต่ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร


          ข้าเกิดในสถานที่ที่เรียกว่าเมืองกลอรี่ และทั้งครอบครัวข้า มิตรสหายข้า และแม้แต่คนรักของข้าถูกฆ่า จะให้ข้าไปหาศัตรูของข้าแล้วบอกให้พวกมัน บริสุทธิ์ดั่งสายนที งั้นเหรอ? ข้ามีแต่ต้อง 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน' ขอเพียงมีโอกาส ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!!!"



อาจารย์ของเขาเพียงแค่มองแล้วยิ้มให้ "ศิษย์โง่เขลาไม่อาจขัดเกลาได้จริงๆ"



      "ไม่ใช่ว่าข้าไม่อาจขัดเกลาได้เสียหน่อย ทุกคนมองท่านอย่างเย้ยหยัน หากข้าแข็งแกร่งพอ ข้าให้พวกมันคุกเข่าต่อหน้าท่านเป็นการแก้แค้น มันผิดตรงไหน?"


อาจารย์ของเขาเลื่อนสายตาขึ้นมองท้องฟ้าไร้ที่สุด "วัตถุเรื่องราวในโลกหล้า เป็นเพียงเมฆควันผ่านตา แต่ธรรมชาติวัฎจักรของน้ำนั้นไม่มีที่สิ้นสุด หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งปวง"

--------


แม้แต่ตอนนี้ เนี่ยหลี่ก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่อาจารย์ของเขาสอน แม้แต่ในชีวิตใหม่นี้ เขาก็ยังใช้กฎเดิม ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดต้องล้างด้วยเลือด แม้ว่าหลังจากที่เมืองกลอรี่พ้นภัยแล้ว เขายังมีความแค้นอื่นต้องสะสางอีก จอมมารและจักรพรรดิปราชญ์ยังไม่ตาย


ตราบใดที่ศัตรูของเขายังไม่ถูกกำจัด เนี่ยหลี่ก็ไม่อาจอยู่อย่างสงบได้ ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น



เขาควรจะดึงให้จอมมารและจักรพรรดิปราชญ์กลับมาเดินถูกทางด้วยใจอันเมตตาหรือ? บ้าบอคอแตกทั้งนั้น



ทว่า อาจารย์ดีกับเขาอย่างแท้จริง



เนี่ยหลี่เดินไปพลางเรียกความทรงจำจากอดีต ขณะเดียวกัน ดวงตาก็ปรากฎหยาดน้ำตาเอ่อคลอ อาจารย์ของเขาเป็นคนอ่อนโยน เป็นคนที่เนี่ยหลี่เคารพอย่างที่สุด แต่ก็อย่างที่บอก "คนดีมักตายเร็ว" อาจารย์ของเขามีชีวิตอยู่ไม่นานนัก ในตอนนั้น เมื่ออาจารย์ของเขาตาย สิ่งเดียวที่เนี่ยหลี่ต้องการคือฆ่าทุกคนในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ทิ้ง



แต่เขาไม่อาจเพิกเฉยต่อคำสั่งเสียของอาจารย์ เขาจึงไม่ได้ฆ่าล้างนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ อยากมากเขาก็แค่สร้างความวุ่นวายไปทั่วและโค่นยอดฝีมือของสำนักทุกคนลงเท่านั้นเอง



แม้จะอย่างนั้น แต่อาจารย์ของเขาก็ไม่ฟื้น


แต่ตอนนี้ เขามีชีวิตใหม่ ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขา มันช่างคุ้นเคย



เขาเร่งฝีเท้าเข้าไปหากระท่อมฟางที่ปลายทางแล้วเคาะประตู


น้ำเสียงร่าเริงและคุ้นเคยก็ดังตอบมาว่า "เข้ามา"



เมื่อเนี่ยหลี่ก้าวเข้าไปก็พบกับอาจารย์ของเขานั่งอยู่บนพื้น สีหน้าของนางเยือกเย็น ไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวแม้แต่นิด ให้ความรู้สึกราวกับไร้ตัวตน ราวกับนางไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ เนี่ยหลี่มองอาจารย์ของตน ความรู้สึกนั้นราวนี่เป็นเพียงความฝันประหนึ่งไม่ใช่ความจริง ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอาจหายไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า


    อิงเยว่ลู่ลืมตาขึ้น รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของนางจากนั้นจึงพูดว่า "อ้อ เป็นเจ้า? นั่งก่อนสิ"


เนี่ยหลี่รู้สึกได้ว่าอิงเยว่ลู่ที่อยู่ตรงหน้านี้ เป็นคนเดียวกันกับที่เขาเจอเมื่อชาติที่แล้ว ในใจเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อเขาต้องมานั่งอยู่หน้านาง


ทั้งสองมองหน้ากันในขณะที่เนี่ยหลี่กำลังคิดว่าจะเริ่มพูดยังไงดี เขายังคงนั่งอยู่อย่างเงียบๆ พลางมองไปที่อาจารย์ของตนเขารู้สึกว่า เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว


ดวงตาใสแจ๋วของอิงเยว่ลู่มองเนี่ยหลี่ ก่อนจะยิ้มบาง "เอาล่ะ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า แต่อย่าถามว่าทำไมหรืออย่างไร มันมีบางเรื่องที่เจ้าไม่สมควรรู้ ต่อให้เจ้าถาม ข้าก็จะไม่บอก หากเจ้าจำเป็นต้องรู้ ต่อให้เจ้าไม่ถาม ข้าก็จะบอกให้ฟัง"



เนี่ยหลี่ยิ้มไม่ได้ยินที่อิงเยว่ลู่พูด "เช่นนั้น พี่สาวใหญ่อิงต้องจะบอกอะไรข้าหรือ?" เนี่ยหลี่จำได้ว่าในชาติก่อน มีหลายครั้งที่เขาหยอกอาจารย์ด้วยการเรียกท่านว่า 'พี่สาวใหญ่' และทุกครั้งจะจบด้วยการที่เขาได้รับรอบปูดลูกใหญ่บนหัว


อิงเยว่ลู่ยิ้มก่อนจะฟาดหัวเนี่ยหลี่ครั้งหนึ่ง "ศิษย์เนรคุณ ยังกล้าเรียกข้าว่า 'พี่สาวใหญ่อิง' อีก ไม่มีความเคารพอาจารย์ของตัวเองเลยจริง' ทว่า นางเองกลับอดยิ้มไม่ได้



เนี่ยหลี่ถึงกับมึนงงพลางจ้องอิงเยว่ลู่ด้วยความตกตะลึง คำ 'ศิษย์เนรคุณ' ส่งความคิดของเขากลับไปเมื่อชาติก่อน ความรู้สึกได้พบคนใกล้ชิดและคุ้นเคยพลุ่งขึ้นจนน้ำตาแทบเอ่อออกมา



ในชาติก่อน เนี่ยหลี่พบกับเรื่องน่าเศร้ามากมาย จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็เหลือตัวคนเดียว หัวใจอันทุกข์ทรมานได้รับการเยียวยาขึ้นมาบ้างในยามที่ถูกอาจารย์ของตนมองเช่นนี้



อิงเยว่ลู่ยิ้ม "คงจะคิดว่าแปลกสินะที่ข้ารู้เรื่องนี้ นี่เป็นผลของวิชา [พยากรณ์แดนสรวง] ทำให้ข้าสามารถมองทะลุภาพมายาและคำนวณโชคชะตาได้ ทว่า การคำนวณพวกนี้จะดูดกลืนอายุขัยของข้าไปห้าสิบปี"



เนี่ยหลี่เจ็บปวดใจเมื่อมองไปยังอิงเยว่ลู่ "ทำไมท่านต้องยอมเสียสละอายุขัยถึงห้าสิบปีเพื่อคำนวณโชคชะตาแค่นี้ด้วย? ขอเพียงท่านถาม ข้าก็จะตอบให้ทั้งหมด"



อิงเยว่ลู่เผยรอยยิ้มงดงาม "นั่นไม่ชัดเจนเท่ากับที่ข้าคำนวณเอง เมื่อข้าคำนวณชะตา จะเห็นเหมือนกับเป็นคนอื่นมอง เจ้าเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ผู้ยืนอยู่ด้านข้างย่อมเห็นชัดกว่า" น้ำเสียงของนางราบเรียบและสงบก่อนจะพูดต่อว่า "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตามที่ข้าคำนวณได้ เจ้ากำลังต้องการที่จะเข้าคัดเลือกขึ้นเป็นเจ้านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์"



อาจารย์ของเขาราวกับเทพเจ้าจริงๆ มองทะลุความทะเยอทะทานที่มันเก็บไว้ในใจได้ด้วย เมื่อมาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยหลี่ก็เล็งตำแแหน่งเจ้าสำนักเอาไว้แล้ว นั่นเป็นเพราะมีเพียงตำแหน่งนี้ ที่จะสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครกล้าทำอันตรายต่ออาจารย์ของเขา



นอกจากการค้นหาทรัพยากรสำหรับฝึกบ่มเพาะพลังแล้ว เนี่ยหลี่ยังมีความคิดที่จะแสดงพลังอันน่าตกตะลึงต่อสายตาชาวโลกด้วย เขาไม่มีเวลามานั่งรอให้คนอื่นตัดหน้าแล้ว เขาจำเป็นจะต้องวางแผนตั้งแต่ตอนนี้



อิงเยว่ลู่ยิ้มให้เนี่ยหลี่ "หากเจ้าต้องการเป็นเจ้าสำนัก ข้าจะแนะนำคนคนนึงให้ นางสามารถเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเจ้าได้" ความจริงแล้ว จิตใจของอิงเยว่ลู่ก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน นับตั้งแต่นางคำนวณโชคชะตา และพบว่าตัวเองอยู่กับศิษย์ที่มีความเกี่ยวพันกับชาติก่อนเป็นอย่างมาก ทว่า นางยังถือว่าเป็นคนในชาตินี้ และยังไม่มีความคิดที่จะรับศิษย์คนใด นางพบว่าประสบการณ์นี้สร้างความรู้สึกที่ยากจะบรรยายจริงๆ



"ผู้ใดกัน?"



อิงเยว่ลู่มองเนี่ยหลี่อย่างลึกล้ำกล่าวว่า "ศิษย์น้องของข้า หลงยู่อิน"


     เนี่ยหลี่ปฏิเสธทันที "จะใครก็ได้แต่ไม่ใช่นาง ทุกครั้งที่ข้าเห็นนาง ความคิดฆ่าฟันก็พลุ่งขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่แล้ว"



          "มันมีเหตุผลที่นางและตระกูลผนึกมังกรต้องการให้ข้าตายในชาติก่อน ในสายตาของนาง ข้าเป็นคนที่ฆ่าอาจารย์ของนาง และนั่นเป็นเรื่องจริง ข้าเป็นผู้ฆ่าอาจารย์ของพวกเขา" อิงเยว่ลู่มองไปยังความว่างเปล่าเบื้อหน้าแล้วถอนหายใจ 



      "เหตุและผลในโลกนี้ซับซ้อนนัก ข้าไม่อาจอธิบายทั้งหมดได้ในเวลาสั้นๆ เจ้าเกลียดชังนาง นางเกลียดชังข้า แล้วความเกลียดชั้งนี้ก็ขมวดเป็นเงื่อนปมแน่นจนไม่อาจแก้ได้ มีเพียงเจ้าที่จะสามารถช่วยให้นางคลี่คลายเงื่อนปมในใจและสลายความเกลียดชังที่นางมีต่อข้าได้"



พอได้ฟังคำพดของอิงเยว่ลู่ เนี่ยหลี่ค่อยนึกขึ้นได้ว่าเหตุใดหลงยู่อินจึงต้องการให้อาจารย์ของเขาตาย ทว่า อยู่ๆ ก็มาบอกให้เขาละวางความแค้นลงยังเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ 



จะอย่างไร เขาเห็นอิงเยว่ลู่ตาย และการกระทำสุดจะทนของหลงยู่อินกับตาตัวเอง ด้วยจิตใจของเนี่ยหลี่ ย่อมต้องเกิดความขุ่นแค้นทุกครั้งที่นึกภาพเหล่านั้นขึ้นมา ต่อให้เขามารู้เรื่องเอาตอนนี้ และเขาต้องการละความแค้น แต่บางอย่างนับเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เขาจะอดกลั้นไหวจริงๆ



        "หากเจ้าต้องการให้นางละวางความแค้นที่มีต่อข้า เจ้าต้องละวางความแค้นที่มีต่อนางก่อน" อิงเยว่ลู่พูดขณะที่มองมายังเนี่ยหลี่ "นี่เป็น 'บริสุทธิ์ดั่งสายนที' ที่ข้าพูดถึง แม้ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังมาสองชาติเจ้าก็ยังไม่อาจปล่อยวางได้เลยเหรอ?"



เนี่ยหลี่ยังอยากจะพูดต่อ "แต่...."



แต่น้ำเสียงของอิงเยว่ลู่ราวกับหยาดน้ำในฤดูใบไม้ผลอ นั่นช่วยให้เนี่ยหลี่สงบลงได้ "ข้าไม่หวังให้เจ้าเข้าสู่สภาวะ 'บริสุทธิ์ดั่งสายนที' ทว่า หลงยู่อินไม่อาจทำอันตรายข้าได้แล้ว เหตุใดเจ้าไม่ละวางความแค้นลงเล่า?"



"ข้า..." เนี่ยหลี่ใคร่ครวญเรื่องนั้นอยู่ครู่หนึ่งจนสุดท้าย เขาก็ผงกศีรษะ "เข้าใจแล้ว"



กลายเป็นว่าหลงยู่อินกับอาจารย์ของเขาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน เนี่ยหลี่รวบรวมความคิดอีกครั้ง อาจารย์ของเขามีภูมิปัญญาสูงส่งและสามารถพยากรณ์โชคชะตาได้ ดังนั้น นางย่อมมีเหตุผลที่ขอให้เนี่ยหลี่ทำเช่นนี้ ทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ เนี่ยหลี่ศรัทธาในอาจารย์ของเขาอย่างสุดหัวใจ



อิงเยว่ลู่ยิ้มเล็กน้อย "วิชา [พยากรณ์แดนสรวง] จะกลืนกินอายุขัยของข้าไปบางส่วนทุกครั้งที่ทำการพยากรณ์ หากเจ้าต้องการให้ข้ามีชีวิตอยู่นานๆ อย่าถามอะไรทั้งนั้น"



       "ขอรับ" ในหัวเนี่ยหลี่กลายเป็นว่างเปล่าเหม่อมองรอยยิ้มของนาง ใชาติก่อน อิงเยว่ลู่ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าอิงเยว่ลู่ตอนนี้เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น ไม่ว่านางจะกำความลับสวรรค์อะไรไว้ นางก็ยังเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่ง



อิงเยว่ลู่จ้องเนี่ยหลี่แล้วพูดว่า "เมื่อเจ้ากลับออกไปแล้ว ห้ามมาที่นี่อีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง เวลาที่เจ้ามาที่นี่ เจ้าจะดึงดูดความสนใจมากเกินไป" เมื่อนางได้ทำการพยากรณ์ นางก็ไม่รู้ว่าควรจะแสดงท่าทางอย่างไรต่อเนี่ยหลี่ จะอย่างไร นางเป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น การที่อยู่ๆ ก็มีลูกศิษย์เช่นเนี่ยหลี่ขึ้นมาทำให้นางรู้สึกแปลกๆ



เนี่ยหลี่พอจะเดาได้ว่าอาจารย์ของเขารู้มากกว่านั้น แต่ในเมื่อนางพูดออกมามากขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดอีก



ตอนนี้เขาสบายใจแล้ว เมื่อเห็นอาจารย์ของตนยังอยู่ดีมีสุข ในความคิดของเขา เขาเข้าใจดีว่ายิ่งเขามาที่นี่น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการดีเท่านั้น จะอย่างไรตอนนี้มันยังติดอยู่ในวังวนการแก่งแย่งชิงดี ยิ่งรบกวนอาจารย์ของเขาน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี



สีหน้าที่บ่งบอกว่าตัดสินใจได้แล้วของเนี่ยหลี่แว่บผ่านไปบนใบหน้า "ถ้าเช่นนั้น โปรดรอจนกว่าข้าจะได้เป็นเจ้าสำนักนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ด้วย" มีเพียงตำแหน่งเจ้าสำนักนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถปกป้องอาจารย์ของเขาได้



เนี่ยหลี่งอหลังเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นก่อนจะออกไปจากกระท่อม



อิงเยว่ลู่มองเงาหลังของเนี่ยหลี่ก่อนจะทอดถอนใจเล็กน้อย นางคงจะไม่สามารถรอจนกว่าเนี่ยหลี่จะได้เป็นเจ้าสำนักหรอก นางมองส่งเนี่ยหลี่จนกระทั่งเงาหลังของเขาลับไปจึงค่อยละสายตา..จบตอน


แปลโดย [Moonstruckman]




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง