test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

10 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 293 บาปแห่งความโลภ



  ชายหนุ่มผู้นี้นามว่ามู่หลงหยี่ ก่อนหน้านี้เขากำลังใช้การฆ่าผีร้ายฝึกกระบวนท่ากระบี่อยู่



    ในโบราณสถานแห่งความสะพรึงนี้ มู่หลงหยี่ครองอันดับหนึ่งอย่างมั่นคงยาวนาน นี่ก็นับว่าเป้นเวลานานมากแล้วนับจากครั้งสุดท้ายที่มีคนกล้ามาท้าทายตำแหน่งของเขา



แต่ระหว่างที่เขากำลังฝึกอยู่ ก็ได้ยินสียงระเบิดดังมา ดังนั้น เขาจึงออกตามหาต้นเสียง



     ทันทีที่มาถึงจุดหมาย เขาก็พบว่าต้นเสียงนั้นมาจากเนี่ยหลี่ ที่กำลังล่าผีร้ายอยู่ เนี่ยหลี่อ้าปากพ่นลูกกลมสีดำขาวออกมา ซึ่งเขาจะระเบิดออกเมื่อแตะเข้ากับผีร้าย ลูกกลมแต่ละลูกระเบิดออกกลืนกินผีร้ายเข้าไปครั้งละหลายร้อยหลายพันตัว นับว่าเป็นความเร็วในการล่าที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง



   ความจริงแล้วเนี่ยหลี่มีพลังน้อยกว่ามู่หลงหยี่หลายช่วง แต่ความเร็วในการล่าของเนี่ยหลี่กลับสูงกว่าเขามาก



     มู่หลงหยี่อดขมวดคิ้วไม่ได้ เมื่อคิดว่าจะมีใครกล้าหลอมจิตตัวเองเข้ากับอสูรชั้นต่ำเช่นแพนด้าเขี้ยวอสูร แม้แต่ในอาณาจักรชั้นล่าง แพนด้าเขี้ยวอสูรก็ยังนับว่าเป็นอสูรที่ไม่มีใครต้องการ ทว่า ใครจะไปรู้ว่าแพนด้าเขี้ยวอสูรดาดๆ พวกนี้กลับมีความสามารถแปลกประหลาดเช่นการพ่นพลังระเบิดออกมาได้กัน?



  ด้วยความเร็วขนาดนี้ เขาต้องถูกเนี่ยหลี่แซงหน้าไปอย่างรวดเร็วแน่



  เนี่ยหลี่มองมู่หลงหยี่ เมื่อเขาสัมผัสพลังของมู่หลงหยี่ได้ในยามที่เขาปรากฎตัวขึ้น



   ทั้งสองสบสายตากัน คนหนึ่งเป็นยอดอัจฉริยะของปีก่อน มู่หลงหยี่ อีกคนคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเด็กใหม่ เนี่ยหลี่ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทั้งสองมาพบกัน การเผชิญหน้าของทั้งสองเรียกความตื่นตัวของคนโดยรอบขึ้นมา นอกจากลูกน้องของหู่หยงแล้ว ยังมีคนของฮัวหลิงอยู่ด้วย



   ทว่า เมื่อไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้ จึงม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวโดยพละการอย่างเช่นเข้าใกล้ทั้งสอง จะอย่างไร ความแข็งแกร่งของมู่หลงหยี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อกรได้



   "เจ้าคือเนี่ยหลี่งั้นรึ?" มู่หลงหยี่มองฝ่ายตรงข้ามอย่างพิจารณา เนี่ยหลี่ยังไม่ทะลวงขีดจำกัดมาถึงชั้นชะตาสวรรค์ แต่กับเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในปีนี้ ความแข็งแกร่งระดับนี้นับว่าหากได้ยาก



   เนี่ยหลี่มงไปที่มู่หลงหยี่ "ถูกแล้ว เจ้าคือใคร?" แม้ว่าเนี่ยหลี่จะสัมผัสพลังอันล้นเหลือได้จากเขา แต่เนี่ยหลี่ยังไม่ยอมก้มหัว



   "ข้าคือมู่หลงหยี่" ชายหนุ่มประกาศอย่างภาคภูมิ ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ย่อมรู้จักเขา



   มู่หลงหยี่? เนี่ยหลี่จำได้ทันที ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในซากโบราณแห่งความสะพรึง ชื่อของเขาประดับอยู่ที่บรรทัดบนสุดของรายการจัดอันดับนักล่า



  แต่ตอนนี้มู่หลงหยี่มาปรากฎตัวเบื้องหน้าของเขา เขาคิดจะทำอะไร?



    ทันใดนั้น ก็มีคนของฮัวหลิงตะโกนขึ้นแทรกกลางว่า "ศิษย์พี่มู่หลง พวกเราต่างก็ตั้งตาคอยพบท่าน!! พวกเราทุกคนเคารพท่านยิ่ง!! ทว่า เด็กใหม่บางนกลับไม่รู้จักสัมมาคารวะ ไม่เคารพศิษย์พี่มู่หลง เจ้าเนี่ยหลี่นั่นกลับบอกว่าท่านเป็นขยะที่จะต้องถูกเขาชยี้ทิ้ง!!


   
  พวกเราไม่ยอมรับคำพูดเช่นนี้ จึงเกิดความบาดหมางกัน แต่ด้วยพลังของเรากลับไม่อาจทำอย่างไรเขาได้"



   มู่หลงหยี่หรี่ตาลงแววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก คลื่นพลังอันหนักหน่วงโถมเข้าใส่เนี่ยหลี่ มู่หลงหยี่แค่นเสียงเย็นชาถามว่า "จริงหรือเปล่า?"



    ระดับพลังของเขาอย่างน้อยก็ชั้นชะตาสวรรค์ 5 ชะตา หรืออาจจะสูงกว่า คลื่นพลังที่โถมใส่เนี่ยหลี่กดลงราวกับภูเขากดทับ ราวกับจะฉีกเนี่ยหลี่เป็นชิ้นๆ จะอย่างไร เนี่ยหลี่ยังไม่ถึงชั้นชะตาสวรรค์ ช่องว่างนี้นับว่ากว้างเกินไป



   เนี่ยหลี่เข้าใจเจตนาของมู่หลงหยี่ได้ทันที ด้วยความชาญฉลาดของมู่หลงหยี่ ย่อมไม่เชื่อคำพูดของลูกน้องฮัวหลิงง่ายๆ ที่มู่หลงหยี่ต้องการคือเหตุผลในการกดเนี่ยหลี่เอาไว้ และคนของฮัวหลิงก็เพิ่งมอบเหตุผลอันสมบูรณ์แบบให้



      อัจฉริยะในแต่ละปี มักจะกลัวการถูกท้าจากอัจฉริยะปีถัดมาเสมอ หากเขาชนะก็ดีไป แต่หากเขาแพ้ เขาจะกลายเป็นเพียงก้อนหินขวางเท้าที่จะโดนเตะออกไปให้พ้นทาง ด้วยเหตุนี้ มู่หลงหยี่จึงคอยท้าทายหลี่ซิงอวิ๋นที่เป็นอัจฉริยะจากปีก่อนหน้าเขา



       เนี่ยหลี่เป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในชั้นปีนี้ ขณะที่มู่หลงหยี่เป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในชั้นปีก่อน อีกไม่นานเนี่ยหลี่จะต้องท้าทายเขา ดังนั้นมู่หลงหยี่จึงต้องจัดการกับเนี่ยหลี่ก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น



    "ถ้าเจ้าคิดจะกล่าวโทษใคร ทำไมต้องให้คนอื่นพูดด้วยเล่า? ด้วยความฉลาดของเจ้า คงไม่ได้เชื่อเจ้าพวกนี้ไปหมดหรอกจริงมั้ย?" เนี่ยหลี่พูด เขารวบรวมพลังฟ้าต่อต้านพลังของมู่หลงหยี่ เนี่ยหลี่ล่วงรู้จุดอ่อนของพลัง จึงเริ่มต่อต้านได้บ้าง



  แต่น่าเสียดายที่เขาหยุดอยู่แค่จุดสูงสุดของชั้นชะตาดิน เพียงแค่ก้าวเดียวก่อนถึงชั้นชะตาฟ้า



   แม้ว่าความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่จะสูงมาก และก้าวมาถึงจุดสูงสุดของชั้นชะตาดินได้ในเวลาเพียงปีเดียว เขาก็ยังมีช่องว่างอันมโหฬารระหว่างเนี่ยหลี่และมู่หลงหยี่



   คลื่นพลังของมู่หลงหยี่บังคับข่มขี่เนี่ยหลี่ลง ไม่ต่างกับการใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองขามเหงผู้อ่อนแอกว่า แต่ว่าตอนนี้เนี่ยหลี่ไม่อาจทำอย่างไรได้


    ในอาณาจักรซากมังกร ไม่มีเกียรติยศใดสำหรับพวกไร้พลัง! เนี่ยหลี่แสดงให้เห็นว่ามีพรสวรรค์อันล้ำเลิศ ดังนั้นเขาจึงได้รับความสนใจจากพวกระดับสูงหลายคน ในเวลาเดียวกัน เขาย่อมกลายเป็นศัตรูกับคนรุ่นเดียวกัน พวกเขาย่อมหวังให้มีใครมาโค่นเนี่ยหลี่ลง




    หนึ่งขุนพลสร้างจากหมื่นโครงกระดูก การจะก้าวเดินในวิถีแห่งการฝึกตน ย่อมต้องใช้ผู้อื่นเป็นแท่นเหยียบ!! มู่หลงหยี่ย่อมเข้าใจหลักเหตุผลนี้ดี ด้วยการใช้เนี่ยหลี่เป็นแท่นเหยียบ เขาจึงจะได้รับความสนใจและทรัพยากรสำหรับการฝึกตน



   เกียรติยศมาพร้อมพลัง ไม่ว่าคนอ่อนแอจะกรีดร้องดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครได้ยิน



  มู่หลงหยี่แค่นเสียงกล่าวว่า เจ้าจะบอกว่าเด็กพวกนี้ใส่ความเจ้างั้นเหรอ?"



ปัง



    คลื่นพลังมหาศาลโถมใส่เนี่ยหลี่อีกครั้ง ราวกับถูกค้อนทุบหน้าอก เนี่ยหลี่แทบขาดใจตายภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น


โทสะ



    ด้วยคลื่นโทสะถาโถม เนี่ยหลี่กำหมัดแน่นแล้วรวมร่างกับแพนด้าเขี้ยวอสูร ขนของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงชาด



      "ดูเจ้าค่อนข้างจะไม่มั่นใจนะ!" มู่หลงหยี่มองเนี่ยหลี่อย่างเยือกเย็น "วันนี้ ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่า การจะอยู่ในสถานบันวิญญาณฟ้าได้ เจ้าต้องรู้จักเคารพรุ่นพี่ก่อน!!" เมื่อมู่หลงหยี่ตวาด เสียงของเขาก็กลายเป็นดาบคลื่นความถี่สูงพุ่งเข้าใส่เนี่ยหลี่



   มู่หลงหยี่ยังไม่ทันได้ชักกระบี่ แต่กลับมีเจตจำนงค์แห่งกระบี่แฝงอยู่ในน้ำเสียง



เนี่ยหลี่สัมผัสความตายผ่านคลื่นดาบความถี่สูงได้




  เนี่ยหลี่ส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราดแล้วพ่นระเบิดหยินหยางเข้าใส่คลื่นดาบความถี่สูง



ตูม!!



     ระเบิดหยินหยางระเบิดกลางอากาศ ทำลายคลื่นดาบความถี่สูงไปหลายเล่ม ทว่า ยังมีเล่มหนึ่งที่ผ่านระเบิดมาได้แล้วพุ่งเข้าหาเนี่ยหลี่ด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าฟาด



  เนี่ยหลี่เห็นดาบคลื่นความถี่ใกล้เข้ามาก็รีบหลบ "บ้าจริง!! ระดับพลังเขาต่างกันเกินไป ถ้าไม่ใช้วิชาลับ ข้าสู้เขาไม่ได้แน่"



วูบ



  ดาบคลื่นความถี่วาดผ่านข้างตัวเนี่ยหลี่ไป ทิ้งแผนยาวสามถึงสีนิ้วที่กำลังมีเลือดออกเอาไว้



     แรงช็อกส่งเนี่ยหลี่ปลิวตีลังกาไปหลายรอบก่อนจะสามารถยั้งตัวให้มั่นได้ มือกุมบาดแผลพลางมองไปยังมู่หลงหยี่อย่างกราดเกรี้ยว ความแตกต่างของพวกเขามากเกินไป เนี่ยหลี่ไม่อาจเอาชนะได้ ยิ่งเขาอยู่นานเท่าใด เขาก็ยิ่งสร้างความอับอายให้ตัวเองเท่านั้น



เป็นธรรมดาของโลกที่ผู้เข้มแข็งกลืนผู้อ่อนแอ เมื่อมู่หลงหยี่มีโอกาส เขาย่อมไม่ปล่อยเนี่ยหลี่ไปง่ายๆ



    มู่หลงหยี่ก้มมองเนี่ยหลี่จากจุดที่เขายืนอยู่บนฟ้า แล้วกดดันเนี่ยหลี่ต่อไป ขณะที่เขาพยายามไล่บี้เนี่ยหลี่มู่หลงหยี่ก็ขยับมือขวาโบกคราหนึ่ง แล้วถุงผ้าที่เก็บเกล็ดวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็ลอยเข้ามือเขา



    มู่หลงหยี่จับถุงผ้าในมือหัวเราะอย่างเย็นชากล่าวว่า "เจ้าก็เก่งเพียงแค่เรื่องกวาดล้าง ยังไม่ได้ก้าวเข้ามาถึงชั้นชะตาสวรรค์ แต่กลับใช้วิธีขี้โกงในการเก็บเกล็ดวิญญาณ นี่เป็นสิ่งที่ได้มาโดยมิชอบ ข้าจะริบเขาไว้"



    เนี่ยหลี่ใช้เวลาห้าชั่วโมงในการรวบรวมเกล็ดวิญญาณสองหมื่นชิ้น วิธีขี้โกงอะไรกัน? ในสถานโบราณแห่งความสะพรึงไม่มีกำหนดวิธีว่าจะเก็บรวบรวมอย่างไรสักหน่อย ว่าทำแบบนี้ได้แบบนั้นไม่ได้



   การเก็บรวบรวมเกล็ดวิญญาณนั่นแหละที่เป็นสิ่งบ่งบอกความสามารถ มู่หลงหยี่ไม่ใช่ผู้คุมกฎของสถาบันวิญญาณฟ้า มีสิทธิ์อะไรมาริบเกล็ดวิญญาณของเขาไป



ทว่า นี่เป็นโลกที่ใช้กำลังเป็นใหญ่



     ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ เนี่ยหลี่ไม่มีพลังพอ ย่อมไม่อาจต่อกรกับมู่หลงหยี่ได้



พลัง!! พลัง!!



   ไร้พลังย่อมไม่อาจปกป้องตัวเองได้ นี่เป็นกฎของอาณาจักรซากมังกร ในชาติก่อน เนี่ยหลี่ได้บความอับอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า



    เนี่ยหลี่หรี่ตาลง สักวัน เขาจะเอาคืนสิ่งที่มู่หลงหยี่ทำกับเขาในวันนี้แน่ เขาจะทำให้มู่หลงหยี่อับอายชนิดไม่ได้ผุดไมได้เกิด



   มู่หลงหยี่ยิ้มเย้ยหยัน ทำท่าโบกมือใส่เนี่ยหลี่ "ศิษย์น้อง ดูเจ้าจะไม่ค่อยพอใจนะ แต่...เจ้าไม่พอใจแล้วยังไง? ข้าแน่ใจว่าเจ้าได้เรียนรู้ที่จะเคารพศิษย์พี่แล้ว! ไม่เช่นนั้นบทเรียนคราวนี้นับว่าทำให้ศิษย์พี่ของเจ้าเสียความตั้งใจดี"



   มู่หลงหยี่ยังไม่ยอมจบ เขาตั้งใจจะทำให้เนี่ยหลี่อับอายยิ่งกว่านี้ จนกว่าเนี่ยหลี่จะไม่กล้าโงหัวขึ้นต่อต้านเขาอีกเลย เขาต้องการทิ้งเงามืดเอาไว้ในใจเนี่ยหลี่ เพื่อถ่วงความก้าวหน้าของเขา จนกระทั่งเขาไม่อาจลืมตาอ้าปากได้!!



   เนี่ยหลี่สัมผัสพลังที่แฝงมากับท่าโบกมือนี้ได้ พริบตาที่มู่หลงหยี่ลดการป้องกันลง แสงเย็นเยือกก็พาดผ่านสายตาเนี่ยหลี่ เขารีบคลายการรวมร่างกับแพนด้าเขี้ยวอสูรแล้วรวมร่างกับปิศาจเงาแล้วรีบใช้ทักษะร่างไร้ลักษ์ทันที



  ร่างของเนี่ยหลี่หายไปกลางอากาศ ฝ่ามือของมู่หลงหยี่ฟาดผ่านจุดที่เนี่ยหลี่เคยอยู่แล้วกระแทกพื้นจนกลายเป็นหลุมลึก



   มู่หลงหยี่ขวมดคิ้วเมื่อเห็นว่าฝ่ามือของเขาพลาดไป เขากวาดสายตาหารอบๆ เพื่อค้นหาร่องรอยของเนี่ยหลี่ ทว่ากลับไม่พบว่าเนี่ยหลี่อยู่ที่ใดเลย นี่เขาเกิดอะไรขึ้น? เจ้านั่นเขาหายไปเฉยๆ ได้อย่างไร?



   ในชั่วพริบตาก่อนที่เนี่ยหลี่จะหายไป ดูเหมือนเขาจะรวมร่างกับวิญญาณอสูรอื่น นี่เขาเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มีใครที่มีความสามารถในการหลอมรวมจิตอสูรมากกว่าหนึ่งตัวงั้นหรือ?



    ใครจะไปคิดว่าเนี่ยหลี่ยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่? มู่หลงหยี่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเสียเป้าหมายไปดื้อๆ เช่นนี้ เขาเริ่มหงุดหงิดขณะที่ค้นหาร่องรอยของเนี่ยหลี่



    เมื่อระดับพลังของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการใช้ร่างไร้ลักษณ์ก็เพิ่มขึ้น ช่วยให้เขาสามารถคงร่างไร้ลักษ์เอาไว้ได้นานขึ้น เนี่ยหลี่ค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ที่มีสิ่งก่อสร้างหลายแห่งเพื่อกำบังตัว

เพราะที่เวลาในการใช้ร่างไร้ลักษ์มากขึ้น ทำให้เนี่ยหลี่มีเวลาในการคงร่างแทบจะตลอดเวลา ดังนั้นเขาต้องหาวิธีซ่อนตัวจากมู่หลงหยี่..จบตอน


แปลโดย [Moonstruckman]


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง