test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 287 วิทยายุทธ





กู้เบ่ยชื่นเชยเนี้ยหลี่และยกนิ้วให้พร้อมกระซิบข้างหูว่าสุดยอด เนี้ยหลี่! ฮาๆ! เมื่อคิดว่าเจ้าสามารถก้าวข้าม หลงยู่อินได้! ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าต้องการที่จะเหนือกว่านาง แต่ทว่าสิ่งนั้นแทบเป็นไม่ได้เลยตั้งแต่นางมีพลังแข็งแกร่ง แต่ทว่าเหมือนว่าเจ้าจะมีพลังเหนือยิ่งกว่านั้นมาก



นั่นเป็นเพียงการแข่งขันบนศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง  เนี้ยหลี่พยักหน้าและมองกู้เบ่ยและพูดอย่างมี  นัยยะว่า เจ้าก็สามารถทำได้มิใช่หรือ?”



ด้วยคำพูดของเนี้ยหลี่ กู้เบ่ยยิ้มและพยักหน้าข้ามั่นใจว่า ข้ามิพ่ายต่อนาง แต่การทำให้นางละอายนั้นยังคงยากเกินไปสำหรับข้านัก เจ้าเป็นผู้เดียวที่ประทับตราตรึงใจของข้านัก!”



การแข่งขันศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง ไม่ได้เคร่งอะไรมากนักเนี้ยหลี่มิได้กังวลเรื่องราวที่เกิดมากนัก ภายในใจเขา หลงยู่อินเป็นเพียงผู้คนที่เขาก้าวผ่านเท่านั้น ศัตรูแท้จริงของเขาคือ จักรพรรดิปราชญ์



กู้เบ่ยหัวเราะเบาๆ ถึงเพียงนั้นก็น่าประทับใจยิ่งนัก ศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง เป็นสัญลักษณ์ของความแกร่ง! น่าเกรงขามนักที่จะชนะความเยือกเย็นและความเย็นชาของหลงยู่อิน ข้าเคยต้องการนางมาเป็นภรรยา แต่ถ้าเจ้าสนใจข้ายกให้เจ้า!”




เนี้ยหลี่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับความไร้แก่นสารของกู้เบ่ย ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คาด เมื่อกู้เบ่ยพยายามปกปิดสถานะและบุคลิก แม้เขาจะอายุเพียง 14-15 ปี ข่าวลือก็แพร่กระจายว่าเขามีภรรยากว่ายี่สิบซ่อนภายในบ้าน อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ไม่รู้ว่ามันเป็นเพียงการตีหน้าหรือเป็นเพราะบุคลิกของเขากันแน่




ข้ามิได้สนใจนาง”, เนี้ยหลี่พูด



กู้เบ่ยรู้สึกมึนงงชั่วขณะ และแอบดูง่ามขาเนี้ยหลี่ เจ้าไม่ได้มีปัญหาพวกนั้นใช่หรือไม่?” นางนั้นสวยอย่างเลอค่า แต่เจ้าไม่ริจะสนใจ?”



เนี้ยหลี่ใบ้ไปชั่วขณะ เมื่อเขานึกถึงเอียจือหวินและเซี่ยวหนิงเอ๋อ: ถ้าเขาจะมีภรรยาอย่างน้อยก็ต้องมีหลักเกณฑ์ขั้นต่ำเป็นเอียจือหวินหรือเซี่ยวหนิงเอ๋อ สตรีอย่างหลงยู่อิน เนี้ยหลี่ไม่คิดจะสนใจ



เนี้ยหลี่พบว่าการวาทะครั้งคงมิสิ้นสุดเป็นแน่ถ้าเขาปล่อยบทสนทนาดำเนินไป ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนหัวบทสนทนา มีคนจากตระกูลกู้ นาม กู้เฮง มาสอดแนมพวกข้า



หลังจากคำพูดของเนี้ยหลี่ กู้เบ่ยเปลี่ยนสีหน้าอย่างทันทีและคิดเกี่ยวกับที่เนี้ยหลี่พูด เนี้ยหลี่ไม่ว่าเจ้ากับหลู่เพียวจะตัดสินใดอันใด  เจ้ายังคงเป็นมิตรแห่งข้า  กู้เฮงมิใช่คนดี จะเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าออกห่างจากเขา แม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้อยู่ภายใต้บัญชาของเขา ข้าคิดว่าเจ้ายังคงเป็นคนที่ข้ารู้จักเช่นเดิม




ข้าปฏิเสธเขาเนี้ยหลี่พูดอย่างสงบไม่เพียงแต่เขา พวกเราปฏิเสธทุกราย



กู้เบ่ยเชิดหน้าขึ้นและมองเนี้ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ ในเวลาต่อมาเพียงไม่นานนัก เขาจึงตื่นตัวและตอบกลับไปว่า กู้เฮงใจแคบนัก ตั้งแต่พวกเจ้าปฏิเสธเขา เจ้าจักต้องระวังกลยุทธ์ของเขาอย่างยิ่ง!”




เนี้ยหลี่พูดอย่างเคยชินว่า พวกข้ามิได้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างใด แม้นว่าจะมีกองทัพมา พวกข้าจักสกัดกั้นโดยปกติ หากเขาส่งอุทกภัยมา พวกข้าจักสกัดกั้นด้วยพสุธานี้!”



กู้เบ่ยคิดติตรองการแสดงออกของเนี้ยหลี่เมื่อครู่ก่อนจะพูดว่า เนี้ยหลี่ สุดหล้าฟ้าเขียว ข้าชื่นชมเจ้าอย่างแท้จริง แต่นี้เป็นต้นไป หากเจ้าต้องการสิ่งใดเพียงบอกแก่ข้า ข้าจักไม่เกี่ยงงอนอย่างแน่นอน!”



เนี้ยหลี่โบกมือ พวกเราค่อยพูดเรื่องนี้ภายหลัง!”



กู้เบ่ยเป็นคนดี ดังนั้น เนี้ยหลี่ไม่ต้องการที่จะสานสัมพันธ์ด้วยเพียงผลประโยชน์



ไม่ไกลนัก หานจิง หวังหยางพร้อมกลุ่มของเขาได้สังเกตการณ์เนี้ยหลี่ หลู่เพียวและกู้เบ่ยอย่างริษยา อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าทำอะไรกับเนี้ยหลี่ ทักษะความสามารถของพวกเขาอยู่ต่างชั้นกัน ความสามารถของเนี้ยหลี่ทำให้พวกเขากลัวเกรงอย่างสุดซึ้ง การหาเรื่องนั่นหมายถึงรนหาที่ตาย!



เนี้ยหลี่ผู้สามารถจัดการกับหลงยู่อินได้




อาจารย์ชิหลิง ก้าวเข้าไปในสนามกวาดสายตาไปยังศิษย์



เมื่อนัยยะสายตาตกไปอยู่กับเนี้ยหลี่ เขาหยุดในเวลาระยะอันสั้นก่อนจะยิ้ม


ข้าทราบว่าพวกเจ้าบางคนได้เข้าไปยังลานฝึกแล้ว มีนักเรียนมากมายนักที่สำเร็จในระดับค่อนข้างดีและแสดงความสามารถก้าวข้ามความคาดการณ์ของข้า ยอดเยี่ยม! ทุกคนจักต้องเพียรพยายามให้มาก เพราะเขตแดนด้านตะวันออกมีสิทธิให้ได้ร่วมเพียงห้าที่ ถ้าพวกเจ้าไม่สามารถได้ตำแหน่งในปีนี้ต้องรอจนถึงปีหน้า จักมีนักเรียนมากมายเข้าร่วมกับพวกเราซึ่งมาจากเขตแดนทางใต้และเหนือ ใครจะรู้? ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเจ้า!”



หานจิง หวังหยางและคนอื่นกำหมัดแน่น มีที่ว่างสำหรับห้าที่เท่านั้นและความยากของการแข่งขันนั้นสูงเกินไป แม้แต่คำพูดของอาจารย์ชิหลิงก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่น ถ้าพวกเขาจะไม่สามารถไปยังเขตแดนตะวันออกในปีนี้ นั่นหมายความพวกเขาจะพลาดโอกาสไปตลอดกาล? ใจพวกเขากระสับกระส่าย พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะผู้มีความสามารถระดับรากวิญญาณฟ้าพวกเขาจะยอมก้มหัวและปล่อยให้ผู้อื่นก้าวข้ามได้อย่างไร?



บทเรียนในเมื่อสามวันที่ผ่านมา พวกเราได้ฝึกในการจุดชนวนเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณ ข้าคาดหวังว่าพวกเจ้าจะฝึกฝนขณะอยู่บ้าน? ถ้าเจ้าสามารถจุดชนวนเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณได้แล้ว แจ้งชื่อของเจ้าให้ข้า การจุดชนวนเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณเป็นหนทางหนึ่งที่พวกเจ้าสามารถใช้เข้าเขตแดนตะวันออก 



บทเรียนสำหรับวันนี้ พวกเราจะพูดเกี่ยวกับการเพิ่มพลังวิทยายุทธทางกายภาพ การจะพัฒนาจิตอันทรงพลังควรจะมีพลังกายอันแกร่ง หลังจากนั้นจึงบรรจุจิตวิญญาณอันทรงพลังได้ อย่างไรก็ตามการจะเพิ่มขีดความสามารถของกายไม่ใช่ปัญหาที่ธรรมดา!” อาจารย์ชิหลิงกล่าวต่อ ตอนนี้ ข้าจะสอนพวกเจ้าว่าเพิ่มพลังให้แก่ร่างกายอย่างไร



หลังจากพูดเสร็จ อาจารย์ชิหลิงก็เรียกสนับแขนออกมาจากแหวนมิติของเขานี่คือของสนับแขน หนักอย่างถ่องแท้ ตามชื่อของมัน มันถูกเติมลงไปด้วยน้ำหนักที่ล้นเหลือสนับแขนถูกแบ่งเป็น 5 แบบ:  250,500,750,1000 และ1250 kg. (กิโลกรัม) พวกเจ้าแต่ละคนสามารถเลือกมาคู่หนึ่งเพื่อสวมใส่ซะ!”



เมื่ออาจารย์ชิหลิงกล่าวเสร็จสิ้น นักเรียนหลายคนก็เดินตรงไปด้านหน้าเพื่อนำสนับแขน 500 kg.ทันทีทันใดนั้นหน้าของพวกเขาก็แดงและพวกเขาก็เปลี่ยนคู่สนับแขนเพื่อให้เหมาะสมกับมือพวกเขา สนับแขนข้างหนึ่งน้ำหนัก 500 kg. ;คู่หนึ่งจึงเป็น 1000 kg.นักเรียนเหล่านี้ไม่สามารถทนน้ำหนักอันมากมายเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกสนับแขนที่มีน้ำหนัก 250 kg. พอ



ในตอนนี้ หลังจากห้ามการใช้พลังวิเศษ พวกเขาจึงตระหนักถึงความอ่อนด้อยด้านกายภาพเช่นนี้
         


ในตอนแรก ผู้เรียนเดินไปมิหวังที่จะนำสนับแขนที่เบาสุดมา แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาจึงตระหนักว่าด้วยพลังกายภาพพวกเขานั้นอ่อนด้อยเกินไป หลังจากนั้นพวกเขาจึงหยิบอันที่เบาที่สุด มีเพียงไม่กี่คนนักที่สามารถยกสนับแขน 500 kg.
         


 หลงยู่อินเดินเข้าไปในกองสนับแขน แทบทุกคนต่างจับจ้องไปที่นางด้วยความสนใจ ทุกคนรู้ว่าหล่อนมีเชื้อสายเลือดมังกร ดังนั้นต้องมีวิทยายุทธทางกายภาพอันทรงพลังเป็นแน่ อย่างไรก็ตามนั้น ไม่มีใครทราบได้เลยว่านางนั้นแข็งแกร่งถึงเพียงใด
          


หลงยู่อินก้มหยิบสนับแขน 750 kg. และสวมใส่อย่างง่ายดาย
         


      นางเคยชินกับสนับแขนมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายนักที่จะหาคู่สนับแขนที่เหมาะสมกับนาง ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่านางจะสวมสนับแขน 750 kg. บางคนก็ยังคงพูดว่านางได้ออมพลังบางส่วนของนางไว้ เมื่อนางฝึกพลังพร้อมด้วยทรัพยากรของตระกูลของนาง นางนั้นฝึกฝนด้วยสนับแขน 1000 kg.
        

  พลังด้านกายภาพของหล่อนนั้นเป็นเกียรติภาคภูมิของหล่อนยิ่งนัก
        


  จินหยานเดินไปแล้วเลือกสนับแขน 500 kg. เขามองหลงยู่อินอย่างกดดัน เพียงสวมสนับแขน 500 kg.ก็ตึงมากแล้ว ลืมน้ำหนัก 750 kg. ไปได้เลย เขาตามหลังหลงยู่อิน 1 ขั้นเสมอ
        


  “ตาพวกเราแล้ว!” หลู่เพียวพูดและเดินไปหยิบยกสนับแขน 500 กิโลกรัมและยกขึ้นมาบนมือ ถึงแม้ว่ามันจะยากเกินไปสำหรับเขาไปหน่อย เขาก็ยังสามารถสวมใส่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
         


 กู้เบ่ยยกสนับแขน 500 kg. และสวมใส่อย่างไร้ความมุ่งมั่น เขาเลือกพรรคพวกแทนที่จะเปลี่ยนเป็นคู่ที่หนักกว่า



เนี้ยหลี่ก็เลือกสนับแขน 500 kg. มาสวมใส่ เขารู้ว่าถึงแม้จะปราศจากพลังวิเศษ เขาสามารถที่จะสวมสนับแขน 750 kg. ได้ ถึงแม้มันอาจมากไปเพียงเล็กน้อย แต่จะดีกว่าถ้าหากรู้ขีดจำกัดของตนเอง



แม้กระนั้นหากเกี่ยวกับพลังกายภาพเพียงอย่างเดียวที่เนี้ยหลี่ด้อยกว่าหลงยู่อิน ผู้สืบสายเลือดมังกร ด้วยเชื้อสายเพียงอย่างเดียว นางมีความแข็งแกร่งเพียงผู้เชี่ยวชาญชะตาสวรรค์ระดับ 2




หลังจากพวกเจ้าฝึกปราศจากโดยพลังวิเศษ พวกเจ้าจะรู้ถึงความอ่อนแอของร่างกาย!” อาจารย์ชิหลิงสาดสายตาไปรอบด้านขณะยิ้ม พวกเจ้าจะต้องฝึกฝนในห้องฝึกพลังขณะนั้นข้าจักชี้ทางในการเพิ่มพลังกายให้พวกเจ้าด้วย!”




กู้เบ่ย ,หลู่เพียวและเนี้ยหลี่เริ่มตารางการฝึกฝนซึ่งรวมถึงการออกกำลัง , ตีลังกาและอื่นๆมากมาย ถึงแม้ท่าทางพวกเขาจะดูพื้นเพธรรมดามาก การทดสอบก็ยิ่งเพิ่มการไต่ระดับความยาก เมื่อห้ามใช้พลังและพึ่งพลังกาย ไม่มีใครสามารถทำมันโดยง่าย เพียงไม่กี่นาที กายพวกเขาทั้งหมดก็เริ่มหลั่งเหงื่อ



อาจารย์ชิหลิงกล่าวขณะเดินไปรอบๆว่า เมื่อเจ้าฝึกกาย ปราณหายใจนั้นสำคัญที่สุด หายใจเข้าให้มากและผ่อนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบา ความแข็งแรงถึกทานของร่างกายนั้นเป็นสิ่งเชื่อมโยงถึงพลังวิเศษได้ ดังนั้นเมื่อกายได้รับการหล่อเลี้ยงโดยพลังวิเศษ จะทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!”




เนี้ยหลี่อยู่ในท่าวิดพื้นนิ้วเดียวเหมือนพระที่เข้าฌานสมาธิ เขาไม่ริที่จะเคลื่อนไหวโดยเปล่าประโยชน์แต่อย่างใด



ตั้งแต่พวกเขาฝึกพละกำลังกาย เนี้ยหลี่ตัดสินใจว่าเขาจะไม่เสียโอกาสอันดีที่จะใช้วิธีของตัวเขาเพิ่มพลัง เขายังคงอยู่ในท่าทางที่ไม่ปรากฎการเคลื่อนไหวใดๆ อย่างไรก็ตาม กล้ามเนื้อทุกส่วนภายในกายเขาล้วนสั่นเทา



เทคนิคการเพิ่มพลังกายนี้เป็นเทคนิคเฉพาะของวิชา [เทพวิถีฟ้า]



ใช้หัวใจกลั่นลมหายใจ ใช้ลมหายใจขัดเกลาร่างกาย



ขณะที่กล้ามเนื้อสั่นเทา เนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิม การฝึกพลังเคล็ดวิชา[เทพวิถีฟ้า]ในการขัดเกลากายให้ผลได้อย่างรวดเร็ว



อาจารย์ชิหลิงหยุดขณะเดินผ่านเนี้ยหลี่ เขาสัมผัสได้ว่าเนี้ยหลี่ใช้วิธีของเขาเพียงเท่านั้นในการฝึกกาย เป็นวิธีที่ไร้ซึ่งใครรู้ แม้แต่เขาซึ่งสัมผัสได้ว่ารัศมีบรรยากาศรอบกายเนี้ยหลี่นั่นเบาบางอย่างมากจนเกือบจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลย


อาจารย์ชิหลิงนั้นรู้สึกประหลาดใจยิ่ง เป็นเคล็ดวิชาแบบใดในการขัดเกลาพลังกายกัน? อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ถาม ทุกคนมีเคล็ดวิชาเป็นของตน  ดังนั้นพวกเขาเท่านั้นจึงจะเข้าใจอันลึกซึ้งเกี่ยวกับการฝึกพลังโดยเฉพาะของพวกเขาเอง ในการเป็นอาจารย์ได้เพียงแต่นั่งอยู่ด้านข้าง ให้ทางลัดและไม่แทรกแซง ยิ่งไปกว่านั้น ในการไต่ถามเคล็ดวิชาจากศิษย์นั้นผิดจรรยาอาจารย์อย่างยิ่ง


แปลครั้งแรกเลยตื่นเต้นมากๆ เป็นผู้อ่านมา 200 กว่าตอนแล้วจึงอยากช่วยแปลบ้าง รู้สึกเป็นเกียรติมากที่จะได้ส่งต่อความสุขในฐานะผู้แปลให้ผู้อ่านทุกคน หวังว่าผมจะแปลได้สนุกเหมือนกับที่ผมเคยได้อ่านมา หากมีข้อติใดๆ ก็บอกกันได้นะครับ ^v^

FortuneDestiny แปล


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง