test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 ก.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 284 ขัดขวาง


ความเจ็บปวดทางกายของ หลงยู่อิน นั้นถือเป็นแค่เรื่องรอง แต่ถ้อยคำที่เนี่ยลี่ นั้นเปรียบดังกับมีดที่กรีดลึก ฝังลงในใจของนาง


นั่นคือความอัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่ง!


จากสายตาของคนอื่นๆแล้ว นางเป็นเพียงแค่หญิงสารเลวงั้นเหรอ? หลงยู่อิน เงยหน้ามองไปยังนักเรียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ พวกเขาก้มหน้าหลบทันที ที่เห็นสายตาของนาง


        ดังนั้นในสายตาของคนอื่น นางเป็นเพียงหญิงที่ชั่วร้ายเหมือนกับที่เนี่ยลี่ได้พูดออกมาในมุมมองของหลงยู่อินแล้ว นางก็แค่อยากจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นแต่มันกลับกลายเป็นว่า นางเป็นเพียงแค่ขยะที่สร้างความเกลียดชังให้แก่ผู้อื่น!


ดวงตาของนางสั่นไหวด้วยน้ำตา นางก็เป็นเพียงแค่คนที่เอาแต่ใจ นางไม่เคยคิดที่จะไปทำร้ายหรือฆ่าใครง่าย ๆ นางไม่ได้คิดจะฆ่าเนี่ยลี่ ด้วยการโบยสามครั้งแม้แต่น้อย ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย นางแค่อยากจะให้เขาได้รับบทเรียน แล้วทำไมเนี่ยลี่ถึงได้เรียกนางว่า นางมารร้าย


ในการลงแส้ครั้งที่สาม นั้นหนักหน่วงและไร้ความปราณีเป็นที่สุด เนี่ยลี่พูดว่า สำหรับอาจารย์ของเขา แต่นางไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าใครคืออาจารย์ของเขา!


ในใจของหลงยู่อินนั้น เต็มไปด้วยความคับข้องใจ นางหันหน้ากลับไปมองเขาด้วยดวงตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยน้ำตา นางกัดฟันแล้วพูดออกไปว่า “ข้าเกลียดเจ้า”


หลังจากที่พูดจบ หลงยู่อิน ก็รีบเช็ดน้ำตาแล้ววิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว


เนี่ยลี่ขมวดคิ้วของเขาขณะที่มองดูร่างของหลงยู่อิน ออกไปจาก ประตูทางออกของด่านจิตวิญญาณแห่งแสง ซึ่งดูเหมือนว่า หลงยู่อิน จะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆเป็นแน่ 



แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกลัว และไม่ต้องสนใจว่านางจะมาด้วยวิธีไหนด้วย หลังจากที่หลงยู่อิน ได้ยัดเยียดความตายให้แก่อาจารย์ของเขา ดังนั้นในชีวิตนี้ เขาก็ควรที่จะถูกตัดสินด้วยความยุติธรรมเช่นกัน


ถ้าหากหลงยู่อิน จะทำอะไรก็ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมัน เนี่ยลี่ ตัดสินใจว่าเขาจะลบเลือนความแค้น และเลิกที่จะแก้แค้นสำหรับชีวิตก่อนหน้าของเขาแล้ว แต่ถ้านางยังคงต้องการที่จะสร้างความยุ่งเหยิงให้กับเขาแล้ว เขาจะสั่งสอนให้นางได้รับบทเรียนอีกครั้งหนึ่ง


เซี่ยวหยู่มองดูเนี่ยลี่ ด้วยสีหน้าที่งุนงง เขารู้สึกว่าวันนี้เนี่ยลี่ แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย แม้ว่าหลงยู่อิน นางจะเป็นคนที่เอาแต่ใจ แต่นั่นก็ไม่ถึงกับที่ เนี่ยลี่จะมีทีท่าถึงเพียงนั้น อาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาโกรธแค้นถึงเพียงนั้น


ยิ่งไปกว่านั้น เนี่ยลี่พูดออกมาตอนที่ลงแส้ครั้งที่สามว่า นี่สำหรับอาจารย์ของเขา แต่ใครกันหล่ะ อาจารย์ที่เนี่ยลี่พูดถึง? หรือว่าจะเป็นพ่อบุญธรรมของเขา ? แต่ว่า พ่อบุญธรรมของเขา ก็ไม่ได้มีความแค้นใด ๆ กับหลงยู่อินนี่นา!


     ลู่เพียวยังยืนมองหลงยู่อินวิ่งออกไป  จากนั้นก็หันไปมองที่เนี่ยลี่พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ ได้มองดูเนี่ยลี่ลงแส้สามครั้งกับหญิงสาว ทุกคนก็ต่างดีใจที่มีส่วนของพวกอยู่ด้วย


และในตอนนี้มันก็จบลงไปแล้ว พวกเขาทุกคนต่างก็เริ่มทำการบ่มเพาะพลัง สำหรับผู้ที่อยู่ในสิบอันดับแรก สามารถที่จะอยู่ในด่านจิตวิญญาณแห่งแสงได้เป็นเวลาสามวัน 


ซึ่งโดยปกติแล้วเนี่ยลี่ย่อมไม่ยอมที่จะเสียเวลาอันมีค่าดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นที่จะทำการฝึกบ่มเพาะพลังต่อ ตระกูลผนึกมังกร ที่พักของหลงยู่อิน


หลงยู่อินนั่งอยู่บนเตียงของนาง นางถือขวดยาสมุนไพรอยู่ในมือ นางจุ่มมือลงไปจากนั้นก็ค่อย ๆใช้ ทาแผลของนาง มีแผลที่ชัดเจนอยู่บนใบหน้า และหน้าอกของนาง รวมไปถึงอีกหลาย ๆ แห่งบนร่างกายของนาง 


แม้ว่านางจะเป็นผู้ที่มีสายเลือดมังกร แต่การลงแส้ของเนี่ยลี่นั้นราวกับว่าจะตัดร่างกายของนางได้ ร่างกายของนางรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเป็นอันมาก



ในตอนนี้นางได้เปลี่ยนชุดที่ขาดรุ่ยของนาง นางสวมใส่ชุดผ้าไหมห่อหุ้มร่างกายอันแสนยั่วยวนของนางไว้ เมื่อนางเริ่มทายาตรงหน้าอกของนาง นางถึงกับร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด


เมื่อนางนึกถึงจุดที่เนี่ยลี่นั้นลงแส้ นางรู้สึกอับอายขายหน้าเป็นยิ่งนัก เขาเป็นคนแรกที่กล้าทำเช่นนั้นกับนาง!



มือขวาของนางกำแส้ไว้แน่น นางจำได้ถึงความเกลียดชังที่เนี่ยลี่แสดงออกมา เขาทำราวกับว่าร่างกายของนางนั้นน่าขยะแขยง แม้ว่าจะคิดไตร่ตรองดูแล้วนี่มันก็มากเกินไป ด้วยการแสดงออกของความเกลียดชังนั้น ทำให้ใจของนางเต็มไปด้วยความโกรธ

นางกัดฟันของนางจนแน่น จากนั้นก็เช็ดน้ำตาที่อาบอยู่เต็มใบหน้า หลังจากนั้นก็เริ่มทายาที่หลังของนาง


 “อา” หลงยู่อิน รู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ได้ที่จะร้องครวญครางออกมา


ยาสมุนไพรเริ่มซึมเข้าไปในบาดแผลของนาง หลังจากที่เวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง  นางรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดและแสบร้อนนี้ ได้ฝังลึกลงไปในความทรงจำของนาง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม นางก็จะระลึกเอาไว้เสมอว่าเนี่ยลี่เป็นคนแรกและคนเดียว ที่เคยลงแส้กับนาง


นางหยิบเอาชุดเสื้อสีม่วงออกมาและเปลี่ยนชุด คลุมด้วยผ้าสีม่วง ใบหน้าของนางช่างงดงามและชวนหลงใหล ที่สามารถทำให้ผู้อื่นรู้สึกถึงความมีเสน่ห์ของนางได้ มีเพียงแค่บาดแผลบนใบหน้าของนาง ที่ยังไม่จางหายไป


นางมองไปยังกระจกที่ตั้งห่างออกไป แม้ว่านางจะไม่เคยให้ความสนใจมากกับการร่างกายของนางแม้แต่น้อย แต่นางเองก็งดงามมากอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าหากว่าไม่เป็นเพราะนิสัยเอาแต่ใจของนาง คงจะมีชายหนุ่มต่อคิวกันยาวเหยียดเพื่อขอมือของนางเป็นแน่


แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แผลบนใบหน้านั้นไม่อาจที่จะปกปิดได้



นางนึกถึงคำพูดที่เนี่ยลี่พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้ ไม่ว่าภายนอกจะงดงามเพียงใด แต่มันก็ไม่อาจที่จะปกปิดความน่าเกลียดในใจของนางได้  นางหยิบเอาสิ่งของปาไปยังกระจก มีเสียงดังกระจายและกระจกก็แตกเป็นชิ้น ๆ


      หลงยู่อิง คับแค้นใจจนอยากจะร้องไห้ นับตั้งแต่เด็กนี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกทำร้ายถึงเพียงนี้ไม่นานนักหลังจากที่นางเปลี่ยนชุด นางได้ออกมาจากห้อง และ หูหย่ง [胡勇] ก็ได้วิ่งเข้ามา


หูหย่ง โกรธทันทีเมื่อเห็นแผลบนใบหน้าของนาง “น้องอิ้น เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? ข้าได้ยินว่าเจ้านั้นพ่ายแพ้มาใช่ไหม? มันเป็นใครกัน?


ข้าจะไปกวาดล้างตระกูลของมันซะ!


หลังจากที่เขาพูดจบ หลงยู่อิน ถึงกับตกตะลึง ถ้าเป็นเมื่อไม่นานมานี้ คำพูดนี้คงจะเป็นคำพูดที่แสนธรรมดาสำหรับนาง 


ผู้ใดที่กล้าจะทำอันตรายต่อนาง แน่นอนว่าตระกูลของคนผู้นั้นจะต้องถูกกวาดล้างด้วยมือของนางเอง ในอดีตที่ผ่านมา สำหรับนางก็ถือว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา



แต่ในตอนนี้ เสียงด่าทอของเนี่ยลี่ยังคงก้องกังวาลในหูของนาง “..ทำร้ายและฆ่าใครก็ได้ เจ้าทำราวกับชีวิตคนอื่นเป็นเพียงแค่ต้นหญ้า...ผู้หญิงเช่นเจ้า แม้จะเรียกว่า นางมารร้าย ก็นับว่าเบาเกินไป!


ในตอนนั้นความรังเกียจของนางก็ถูกจุดขึ้นมา เมื่อได้ยินคำพูดของ หูหย่ง



“หูหย่งนี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า!” นางชำเลืองมองหูหย่งด้วยความรังเกียจ พร้อมกับพูดต่ออีกว่า “ข้าจะกลับไปบ่มเพาะพลัง หลีกไปซะ!



 “น้องอิ้น ใครกันที่ทำร้ายเจ้า แล้วเจ้าไม่คิดจะล้างแค้นงั้นเหรอ? ข้าช่วยเจ้าล้างแค้นได้นะ!” หูหย่งรีบพูดออกไป


นางชำเรืองมองหูหย่งจากนั้นก็พูดออกมาอย่างเย็นชา “ล้างแค้นงั้นเหรอ? แม้แต่ข้ายังไม่อาจที่จะจัดการเขาได้ แล้วคนอย่างเจ้าจะล้างแค้นให้ข้าได้อย่างไร?


หูหย่งพูดด้วยน้ำเสียงที่เอาจริง “ข้าจะส่งผู้เยี่ยมยุทธจากตระกูลของข้า ไปล้างแค้นให้กับเจ้า!


หลงยู่อินจ้องแขม็งด้วยความโมโห “ถ้าจะขอความช่วยเหลือจากผู้เยี่ยมยุทธในตระกูลของเจ้า ก็ใช้ตอนที่เจ้าถูกซัดติดกำแพงก็แล้วกัน  เจ้ามันก็แค่ขยะ ตระกูลของเจ้าก็เช่นกัน 


เจ้าเป็นแค่ขยะ อย่าได้มายุ่งกับปัญหาของข้า หลงยู่อิน ถ้าข้าไม่อาจที่จะจัดการกับปัญหานี้ได้ด้วยตัวข้าเอง ข้าก็คงจะเป็นแค่เศษขยะไม่ต่างจากเจ้า เข้าใจไหม?



หูหย่ง แทบจะกระอักด้วยคำพูดของหลงยู่อิน เขาหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่จากนั้นจึงพูดเสียงที่ไม่ดังนักว่า “น้องอิ้น หรือว่าตระกูลของฝ่ายนั้นมีอำนาจมากนักใช่หรือไม่?  มันคือตระกูลเถ้าอัคคี หรือว่าตระกูลกู้?


นางมองไปยังหูหย่ง ความรู้สึกรังเกียจเพิ่มขึ้นมาในใจของ หลงยู่อิน ในตอนนี้นางเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมนางถึงได้ถูกผู้อื่นรังเกียจ ในมุมมองของนางในตอนนี้ 



นางเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลที่โดดเด่น และพร้อมไปด้วยทรัพยากรมากมายสำหรับการบ่มเพาะพลัง นางจึงได้ประสพความสำเร็จเป็นอย่างมากในการบ่มเพาะพลัง นางมักจะเยาะเย้ยดูถูกในชาติกำเนิดของคนอื่น ๆ และทำร้ายรวมถึงกำจัดใครก็ตามที่นางต้องการ



ในสายตาของคนอื่นนั้น ความสำเร็จของนางในวันนี้ นั้นล้วนเกิดจากการใช้ทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังจากตระกูลของนาง ผลที่สำเร็จจากตัวนางเองนั้นมีแค่เพียงน้อยนิด


“ข้าไม่ต้องการที่จะเห็นเจ้า ออกไปซะ” หลงยู่อินเอ่ยปากไล่


เมื่อเห็นว่าหลงยู่อิน เอ่ยปากไล่ หูหย่งนึงได้ถอยออกไป


หลังจากที่เห็นหูหย่งออกไป ใจของหลงยู่อินค่อยๆที่จะสงบอีกครั้ง


ตอนนี้นางกำลังคิดถึง เรื่องของเนี่ยลี่ ที่จ้องลงมาหานางจากเบื้องบน นางคิดถึงสิ่งที่นางเคยทำในอดีต นางคิดว่าถ้อยคำเหล่านั้นจะกระตุ้นและเป็นเป้าหมายของนาง 


ในตอนนั้นที่เนี่ยลี่ได้ลงแส้ ฟาดลงบนร่างกายของนาง ในตอนนี้นางได้มาตรึกตรองถึงคำพูดและการกระทำของนางในอดีต


      “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ข้าจะต้องแซงหน้าเจ้าให้ได้ ความคับข้องใจของข้าในวันนี้ ข้าจะต้องส่งมันคืนให้กับเจ้าให้จงได้!” หลงยู่อิน นั่งลงและเริ่มทำการบ่มเพาะพลังสวรรค์ทันที


พลังงานสวรรค์ค่อย ๆ พุ่งเข้าสู่ร่างกายของนาง หลงยู่อิน สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของนางนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าในอดีตที่ผ่านมา


 “บริสุทธิ์ดั่งสายนที เพราะวารีนั้นไม่แข่งขัน...” หลงยู่อิน จดจำคำพูดนี้มากจาก ต้นแบบบทคำ

ทำนาย และในตอนนี้นางเริ่มที่จะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้


ที่ด่านจิตวิญญาณแห่งแสง


เนี่ยลี่ยังคงทำการบ่มเพาะพลัง ในขณะที่เขากำลังเชื่อมโยงอยู่กับพลังฟ้าและดิน ในตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการ ก่อรูปชะตาวิญญาณดวงแรกเท่านั้น


วันที่หนึ่ง วันที่สอง


สองวันต่อมา เนี่ยลี่สัมผัสได้ว่าเขากำลังอยู่บนบันไดหน้าประตูของขอบเขต ระดับชะตาสวรรค์แล้ว แต่ว่าการที่จะทะลวงผ่านเข้าไปให้ถึงขอบเขตที่ว่านั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย


ลูกเพียวลุกขึ้น มองไปยังเนี่ยลี่ พร้อมกับพูดว่า “เนี่ยลี่ ข้าต้องออกไปแล้ว” เขาได้ใช้เวลาที่อยู่ในที่แห่งได้จนหมดแล้ว และไม่ได้รับอนุญาติให้ทำการบ่มเพาะพลังใน ด่านจิตวิญญาณแห่งแสงต่อไปได้อีก


        “เราจะออกไปด้วยกัน ในตอนนี้” เนี่ยลี่ตอบ มันเป็นไม่ได้เลยสำหรับเขา ในการที่จะทะลวงผ่านได้ในเวลาอันสั้น เขายังต้องใช้เวลาอีกมาก เขาว่าคงจะดีกว่าถ้าหากจะไปลองค้นหาวิธีที่จะทะลวงผ่านได้ง่ายกว่านี้


พวกเขาทั้งสองคนและเซี่ยวหยู่ เดินลงไปทีละขั้นและเดินไปทางทางออกของ ด่านจิตวิญญาณแห่งแสง


นักเรียนโดยรอบจ้องมองพวกเขาทั้งสามคนเดินออกไป และช่วยไม่ได้ที่จะทำให้พวกเขาต้องถอนหายใจ ในที่สุดสัตว์ประหลาดทั้งสามก็จากไป การบ่มเพาะพลังของพวกเขาเรียบง่ายเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำลายความมั่นใจของพวกเขาไม่น้อย



ด้านนอกด่านจิตวิญญาณแห่งแสง



พวกเขาทั้งสามคนอยู่ภายในบริเวณด่านจิตวิญญาณแห่งแสง เป็นเวลานานแล้ว จนคนที่อยู่ด้านนอกกระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยังคงอยู่บริเวณนี้


เมื่อเนี่ยลี่และกลุ่มของเขา ออกจากด่านจิตวิญญาณแห่งแสง ก็มีกลุ่มคนเข้ามายืนห้อมล้อมพวกเขาทันที



เนี่ยลี่ขมวดคิ้วของเขาเป็นเวลาสั้นๆจากนั้นก็กวาดสายตามองกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ที่สุด มีทั้งหมดสิบคน มีเก้าคนที่บรรลุระดับชะตาสวรรค์แล้วมีคนหนึ่งที่อายุพอ ๆ กับเนี่ยลี่



      “พวกเจ้าเป็นใครกัน?”เซี่ยวหยู่ มองไปที่พวกเขาพร้อมกับเตรียมพร้อมเต็มที่ หากมีการต่อสู้ก็พร้อมที่จะรับมือได้ทันที มีคนหนึ่งเดินเข้ามาเพ่งมองมาที่เนี่ยลี่ “เจ้าคือ เนี่ยลี่ งั้นรึ?


เนี่ยลี่ หรี่ตาแล้วก็ตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว แล้วเจ้าเป็นใครกัน และทำไมเจ้าถึงมาจ้องหน้าข้าด้วยหล่ะ?” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะได้รับการร้องขอมาเพราะเรื่องของเขา


วัยรุ่นคนนั้นพ่นลมหายใจอันเย็นชาใส่เนี่ยลี่ “เจ้าคนสารเลว เจ้าคงเบื่อชีวิตแล้วสินะ เป็นแค่ใครก็ไม่รู้จากโลกใบเล็ก แต่กล้ามากำแหงในสถาบันวิญญาณฟ้า”


เนี่ยลี่ แสยะยิ้มด้วยท่าทีเย้ยหยัน “หลงยู่อิน ส่งพวกเจ้ามางั้นเหรอ?”...จบตอน



แปลโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง