test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 32 สิ่งที่ตกทอดมา




นี่เขาเป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร?

       
     ฮูเหยียนหลานรั่ว นางนั้นบรรลุระดับซิลเวอร์สองดาวแล้ว ห้วงขอบเขตวิญญาณของนางได้ผสานเข้ากับจิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ   จิตวิญญาณอสูรชนิดนี้นั้นหาได้ยากมาก พวกมันอาศัยอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาบรรพชน มันมีความสามารถในการโปรยเสน่ห์ ที่ร้ายกาจยิ่งนัก ไม่มีสิงมีชีวิตใดที่เข้าไปใกล้แล้วจะไม่ถูกอสูรซากุระหิมะกลืนกิน หลังจากที่ฮูเหยียนหลานรั่วได้ผสานร่างกับจิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ พลังเสน่หาของจิตวิญญาณอสูรจะมีระดับตามผู้ครอบครองมันนั้นเอง


ถ้าหากฮูเหยียนหลานรั่ว ใช้เทคนิคนี้เพียงแค่เล็กน้อย ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่จะสยบต่อนาง เทคนิคหว่านเสน่ห์ของนางไม่เคยผิดพลาดมาก่อน นางไม่เคยคิดเลยว่ามันจะผิดพลาดเป็นครั้งแรกในวันนี้

ไม่เพียงแค่เทคนิคการหว่านเสน่ห์เท่านั้น แต่จิตวิญญาณอสูรของนางนั้นถูกเนี่ยหลีมองออกในเพียงครั้งเดียว  เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านางตอนนี้ช่างลึกลับยิ่งนัก จิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ เป็นจิตวิญญาณอสูรที่หาได้ยาก และไม่สามารถจับได้ง่ายๆ นางได้รับมาจากปู่ของนางนั่นเอง คนส่วนใหญ่จะไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของมัน จึงแทบไม่มีใครที่รู้ความสามารถและต้นกำเนิดของมัน


      ฮูเหยียนหลานรั่ว นางรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า นางถึงกับพูดไปออกไปพักใหญ่


     ที่สำคัญก็คือ เทคนิคหว่านเสน่ห์ กลับใช้ไม่ได้ผลกับเด็กหนุ่มที่ยังไม่บรรลุระดับบรอนซ์ขั้นหนึ่งดาว


มีเหตุผลอยู่สองข้อที่เทคนิคหว่านเสน่ห์ของนางจะไม่ได้ผล ข้อแรกคือคนคนนั้นเป็นคนที่มีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์เช่นเด็กอายุห้าขวบ หรือไม่ก็เป็นยอดฝีมือที่รู้เทคนิคการหว่านเสน่ห์ของนางเป็นอย่างดี
    เนี่ยหลีนั้นอายุสิบสามปีแล้ว และรับรู้ถึงความรู้สึกระหว่างชายหญิงอยู่บ้างแล้ว ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ว่าเขาจะมีจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์ เช่นดังเด็กน้อย ถ้าเช่นนั้นก็ต้องเป็นไปได้เพียงแค่เหตุผลที่สอง

แต่ว่า...มันจะเป็นไปได้อย่างไร?


ฮูเหยียนหลานรั่ว ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลยว่า สิ่งที่อยู่ในเปลือกหุ้มที่เป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กๆที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ จะมีระดับวิญญาณของเหนือกว่ายอดฝีมือทั่ว ๆ ไป  และอาจจะเหนือกว่ายอดฝีมือระดับตำนานเสียด้วยซ้ำ


เมื่อเห็นอาการตกใจของฮูเหยียนหลานรั่ว เนี่ยหลีก็ได้แต่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินผ่านฮูเหยียนหลานรั่วไป


     “เนี่ยหลี เจ้าทำเช่นนี้เพราะเหตุใดกัน ฮูเหยียนหลานรั่ว นางไม่สวยหรืออย่างไร?” เอียจื่ออวิ๋นมองไปยังเนี่ยหลี ตาของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นภายใต้ภาพล่อตาล่อใจ เนี่ยหลีก็ปฏิเสธไม่ได้ เนี่ยหลีเองก็มีความลับบางอย่างที่พูดไม่ได้


     เนี่ยหลียิ้มเล็กน้อย แล้วมองไปที่เอียจื่ออวิ๋น แล้วพูดว่า ฮูเหยียนหลานรั่ว นางเป็นคนที่สวยมาก แต่จะเทียบได้เช่นใดถ้าหากเทียบกับเจ้าแล้ว?

     หลังจากที่ได้ยินคำตอบของเนี่ยหลี เอียจื่ออวิ๋นก็กระทืบเท้าลงบนพื้นพร้อมกับพูดว่า

ข้าจะเอาอะไรไปเทียบกับฮูเหยียนหลานรั่วได้ มีผู้คนมากมายที่เพ้อฝันถึงนาง


     เอียจื่ออวิ๋นนั้นรับรู้ได้อย่างชัดเจน เพราะแม้แต่บางคนในตระกูลวายุเหมันต์ก็เพ้อฝันถึงฮูเหยียนหลานรั่ว

เนี่ยหลีนั้นเข้าใจดีกับสิ่งที่เอียจื่ออวิ๋นหมายถึงนั้นคือร่างกายภายนอก ส่วนเอียจื่ออวิ๋นนั้นทั้งนิสัยใจคอและความงดงามของนางแล้วไม่ได้ด้อยกว่าฮูเหยียนหลานรั่วแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามในเรื่องของสัดส่วน รูปร่างของนางนั้นอาจจะดูด้อยกว่าฮูเหยียนหลานรั่วเพียงเล็กน้อย

ทำให้เนี่ยหลีนั้นอดขำไม่ได้  เขายิ้มแล้วมองไปยังเอียจื่ออวิ๋น อีกในไม่กี่ปีข้างหน้า รูปร่างของเอียจื่ออวิ๋น นั้นจะงดงามไม่แพ้ฮูเหยียนหลานรั่วแม้แต่น้อย และมีเพียงเนี่ยหลีเท่านั้นที่รับรู้ถึงความงดงามและเย้ายวนของเอียจื่ออวิ๋นในเวลานั้น เมื่อเวลานั้นมาถึงเอียจื่ออวิ๋นจะมีเสน่ห์ยั่วยวนใจมากเสียจนฮูเหยียนหลานรั่วไม่อาจจะเทียบได้เลย


เมื่อเห็นสายตาที่แปลกผิดปกติของเนี่ยหลี เอียจื่ออวิ๋นรู้สึกไม่พอใจแม้ว่าการเป็นสหายกับเนี่ยหลี นั้นไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่ถึงอย่างนั้นการที่จะคิดอะไรที่เกินเลยไปกว่านั้น นางไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อย เอียจื่ออวิ๋นนั้นคิดเพียงแต่การฝึกบ่มเพาะพลังทางวิญญาณ นางต้องการที่ก้าวไปให้ถึงร่างทรงอสูรระดับตำนานเช่นเดียวกับท่านปู่ของนาง


ด้วย[เทคนิคเก้าฟินิกซ์น้ำแข็งเก้าชีวิต]ที่เนี่ยหลีมอบให้นาง ทำให้นางก้าวหน้าไปอีกขั้นราวกับความฝัน ดังนั้นในใจของนางจึงขอบคุณเนี่ยหลีเป็นอย่างมาก ถ้าหากเขาเป็นเหมือนคนอื่นๆที่พยายามเข้ามาใกล้ชิดกับนาง นางก็จะไม่สนใจและเป็นฝ่ายเดินจากไปทันที


        ฮูเหยียนหลานรั่วส่ายหัวไปมาแล้วมองไปที่ด้านหลังเนี่ยหลี แล้วพูดด้วยความโกรธว่า ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ข้าจะจัดการกับเจ้าเด็กน้อยเช่นเจ้าไม่ได้!

          ฮูเหยียนหลานรั่วรู้สึกไม่พอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจของนาง หรือว่าเสน่ห์ของนางไม่สามารถเทียบกับเอียจื่ออวิ๋นได้?


        ฮูเหยียนหลานรั่ว มองไปรอบ ๆ จากนั้นชี้ไปที่เนี่ยหลีแล้วพูดเสียงดังว่า เนี่ยหลี สักวันข้าจะทำให้เจ้ามาเป็นทาสใต้กระโปรงของข้า ข้าตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไล่จับเด็กผู้นี้ ในอนาคตเด็กคนนี้จะต้องเป็นของข้า ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดจะแย่งเขาไปจากข้า ข้าจไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นรอดไปได้!
หลังจากได้ฟังคำประกาศกร้าวของฮูเหยียนหลานรั่ว ทุกคนต่างก็ตกตะลึง


ฮูเหยียนหลานรั่ว ต้องการที่จะไล่จับเนี่ยหลีงั้นรึทุกคนต่างมองไปยังเนี่ยหลี จากนั้นก็หันไปมองฮูเหยียนหลานรั่ว อีกรอบ


หญิงงามเช่นฮูเหยียนหลานรั่ว เพียงแค่นางกระดิกนิ้วผู้ชายมากมายก็จะมาห้อมล้อมนางราวกับเป็นแมลงวัน การที่ฮูเหยียนหลานรั่ว กลับต้องการที่จะวิ่งไล่จับเนี่ยหลี นี่มันแปลกเกินไปแล้ว


เอียจื่ออวิ๋นมองไปยังเนี่ยหลี แล้วอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เหมือนกับว่าเนี่ยหลีชั่งมีแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ในครั้งแรกก็ตอนที่เซี่ยวหนิงเอ๋อ เอาอาหารเช้ามาให้เขา แล้วตอนนี้ ขาก็ถูกฮูเหยียนหลานรั่วไล่จับ นางเห็นว่าจริง ๆ แล้วเนี่ยหลีอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจก็ได้

คำประกาศของฮูเหยียนหลานรั่ว กลายเป็นหัวข้อการพูดคุยของทุกคน แม้แต่เฉินหลินเจี้ยน ยังอดที่จะประหลาดใจw,jwfh

      กลุ่มเดินทางยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า ผ่านภูเขาไปหลายลูกแล้ว

เนี่ยหลี นี่ขนมเจ้าอยากทานบ้างหรือไม่?

เนี่ยหลี เจ้าเหนื่อยไหม ? เจ้าอยากให้ข้าปูเสื่อให้เจ้าพักผ่อนหรือไม่?

ฮูเหยียนหลานรั่วนางผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ข้างกายเนี่ยหลีอยู่ตลอดเวลาราวกับเป็นวิญญาณ และใช้หน้าอกอันอวบอิ่มแนบกับแขนของเนี่ยหลี ด้วยกลิ่นหอมของหญิงสาวที่อบอวลไปทั่ว หากเป็นเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ คงจะถูกกระตุ้นด้วยความงดงามและเย้ายวนของนาง  พวกเขาคงจะห้ามใจมิให้ถูกฮูเหยียนหลานรั่วควบคุม และกลืนกินไปแล้วเป็นแน่แท้


อย่างไรก็ตาม เทคนิคการหว่านเสน่ห์ของฮูเหยียนหลานรั่วทำได้เพียงแค่กวนใจเนี่ยหลีเล็กน้อยเท่านั้น

ข้าบอกไปแล้วนะ เจ้ากำลังสร้างความรำคาญให้กับข้าอยู่ ไป ไป ไป ไป ไป ที่ไหนก็แล้วแต่เจ้า ไปไหนก็ไป เนี่ยหลีโบกมือไล่พร้อมพูดด้วยความไม่พอใจ

ตาของฮูเหยียนหลานรั่ว ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง นางไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน หรือว่าเนี่ยหลีจะตาบอดตาบอดจนมองไม่เห็นความงดงามของนางยิ่งคิดนางก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น นางโยนเสื่อลงบนพื้นแล้วเดินจากไป

ฟู่ ในที่สุดก็สงบสุขเสียที!” เนี่ยหลีพูดขึ้นมาอย่างโล่งใจ ที่ผู้หญิงที่น่ารำคาญหายไปเสียที
แต่หลังจากที่เดินไปไม่กี่ก้าว ฮูเหยียนหลานรั่ว ก็หันกลับมาพร้อมกับพูดว่า

เนี่ยหลี เจ้าอยากจะดื่มอะไรไหม ข้ามีเหล้าชั้นเยี่ยมอยู่ตรงนี้ "

ได้ยินคำพูดของฮูเหยียนหลานรั่ว เนี่ยหลีถึงกลับทรุดลงกับพื้น

ผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรผิดปกติเผป็นแน่ เขาถามตัวเองว่า เหตุใดข้าจึงสลัดนางออกไปไม่ได้?

นี่เจ้าไม่ได้แกล้งโง่ใช่ไหมหรือว่าเจ้าก็แค่เบื่อ?” เนี่ยหลีพูดออกมา พร้อมกลับกรอกตาไปมา


    ฮูเหยียนหลานรั่วกระพริบตารัวๆ แล้วพูดอย่างอายๆว่า ข้ารู้ดีว่าตัวข้านั้นยังไม่คู่ควรกับเจ้า อะไรก็ตามที่เจ้าไม่ชอบข้าในตอนนี้ ข้าเข้าใจ มันเป็นเรื่องปกติ ใครกันหล่ะจะไม่ชอบคนที่งดงามเช่นข้าข้าจะแกล้งทำเป็นว่าเจ้ายังตาบอดอยู่ในตอนนี้ แต่อีกไม่นาน เจ้าจะรับรู้ถึงความงดงามและความน่ารักของข้า

ข้าคงจะตาบอดแน่ ๆ ถ้าหากข้าคบหากับเจ้า เนี่ยหลีบ่นแล้วรีบเดินจากไป


   “ผู้หญิงคนนี้จะต้องหวังอะไรสักอย่างแน่ๆ!
แน่นอนว่า เนี่ยหลี ไม่คิดว่าฮูเหยียนหลานรั่วจะหลงรักเขาจริง ๆ นางแค่อยากจะเล่นสนุกเท่านั้น เขาคิดว่า หากนางเบื่อแล้วคงจะยอมแพ้และจากไปเอง
เนี่ยหลีวิ่งไปยืนข้าง ๆ เอียจื่ออวิ๋น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตนี้หรือชีวิตก่อนหน้า เอียจื่ออวิ๋นคือคนที่เขารักมากที่สุด พอมายืนใกล้ๆ เอียจื่ออวิ๋น พวกผู้หญิงก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วเริ่มคุยกันเรื่องเนี่ยหลีเบาๆ

"นี่หรือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ฮูเหยียนหลานรั่วไล่ตามตื้อ?"

"เขาก็ดูหน้าตาดีนะ"

"ถ้าเขาคู่กับฮูเหยียนหลานรั่วก็เหมาะสมดีนะ!"
ได้ยินการสนทนานี้เนี่ยหลีก็ได้แต่เหงื่อไหล
เอียจื่ออวิ๋นขยับหัวเล็กน้อยมองไปที่เนี่ยหลีอย่างมีความสุข พร้อมกับพูดขึ้นมาเบาๆว่า ทำไมเจ้าถึงไม่ไปเดินอยู่กับฮูเหยียนหลานรั่วหล่ะ?

จื่ออวิ๋น เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้เป็นอะไรกับฮูเหยียนหลานรั่ว เนี่ยหลีพูดพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น

ฮูเหยียนหลานรั่ว เจ้านี่มัน...น่ารำคาญเสียจริง ถ้าเอียจื่ออวิ๋น เข้าใจผิดในเรื่องนี้ ข้าคงจะต้องหดหู่มากแน่ๆ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?” เอียจื่ออวิ๋น  ยักไหล่หันหัวของนางและเดินจากไป ที่มุมปากของนางเผยรอยยิ้มเล็กน้อย นางคิดว่ามันสนุกดีที่ได้เห็นใบหน้ากังวลใจของเนี่ยหลี


เนี่ยหลีอ้าปากแต่ไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเขามองไปด้านหลังของเอียจื่ออวิ๋น แล้วเขาก็รู้สึกหดหู่ใจ เมื่อชีวิตก่อนหน้านี้ เขาได้โอบกอดผู้หญิงที่แสนจะงดงามคนนี้ไว้ในอ้อมแขน แต่หนทางยังอีกยาวไกล

เขาจะต้องยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นเป็นอย่างแรก หลังจากนี้อีกไม่กี่ปี เมืองกลอรี่จะถูกจู่โจมด้วยสัตว์อสูร แม้แต่ปู่ของเอียจื่ออวิ๋น ที่เป็นถึงร่วงทรงอสูรระดับตำนาน ยังสละชีพในการต่อสู้  เนี่ยหลีเองจะต้องบรรลุให้ถึงระดับตำนานก่อนหน้านั้น สำหรับเขานั้นด้วยเวลาอันแสนสั้นมันช่างน่าท้าทายยิ่งนัก

เขาจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงการเดินทางครั้งนี้ ที่ไปยังนครกล้วยไม้โบราณ เขาจะต้องเอาตะเกียงเงาพรายมาให้ได้


หลายวันต่อมา เนี่ยหลีได้ปรับแต่งพลังวิญญาณที่ได้มาจากฉู่หยวน แต่ถึงกระนั้น ฮูเหยียนหลานรั่ว ผู้หญิงคนนี้ยังทำตัวน่ารำคาญมากเกินไป ตอนที่เนี่ยหลีฝึกฝนนางจะมายืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ เนี่ยหลี และไม่ยอมย้ายไปไหน ดังนั้นเนี่ยหลีจึงทำได้เพียงเลือกที่จะไม่สนใจนาง


เดินผ่านแนวเทือกเขามาได้สอง วันและผ่านเข้ามาซอกลึกของหุบเขา และพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย หุบเขาอันแสนไกล ในที่สุดก็มองเห็นจุดหมาย


นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่หลงเหลือของนครโบราณ ที่มีขนาดพื้นที่โดยรอบประมาณร้อยลี้ พื้นที่เกือบทั้งหมดปกคลุมไปด้วยป่าไม้ มีเพียงผนังสีดำด่างโผล่มาเป็นระยะ เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังมาเป็นระยะ  สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณนี้มีตั้งแต่ระดับโกลด์ลงมา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์อสูรระดับบรอนซ์และซิลเวอร์เสียมากกว่า


ซากปรักหักพังเหล่านี้ จากอายุแล้ว คงมาจากยุคมืด ที่ยังคงคลุมเครือเป็นเมืองในยุคที่รุ่งเรืองของมนุษย์ในยุคนั้น


ดูจากซากแตกหักของกำแพงและมีโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่โดยรอบ  ทุกคนอดคิดไม่ได้ว่ามันช่างรกร้างเสียจริง ถ้าเมืองกลอรี่โดนโจมตีจากสัตว์อสูร ก็คงจะมีสภาพไม่ต่างจะสถานที่แห่งนี้เป็นแน่ คงเหลือไว้เพียงซากกระดูกและซากปรักหักพังทั่วทุกหนแห่ง


โจมตีอย่างรุนแรงของสัตว์อสุรในช่วงยุคมืดนั้นมนุษย์นั้นแทบสูญสิ้น มีบางคนที่โชคดีเหลือรอดมาได้จากการโจมตีของสัตว์อสูร แต่ก็มีเพียงน้อยนิด แต่ถึงกระนั้น ความรู้และอารยธรรมทั้งหลายก็ได้หายสาปสูญไปพร้อมกับภัยพิบัติแทบทั้งหมด เช่น เทคนิคในการบ่มเพาะพลัง วิชาการต่อสู้ และรูปแบบของอักขระ ที่จารึกไว้ทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ายังมีสิ่งที่หลงเหลือและตกทอดมา รอให้พวกเขาไปเจออยู่ในซากปรักหักพังนั่นเอง


สิ่งที่เนี่ยหลีต้องการนั้นเป็นตะเกียงเงาพราย สิ่งของที่ทรงพลังมากเป็นจิตวิญญาณอสูรระดับตำนานที่ถูกกักเก็บไว้ตั้งแต่ยุคมืด!!


 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง