test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 31 จิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ



     ชู่หยวนถึงกับตาเหลือก เขาพยายามที่จะดึงพลังวิญญาณของเขากลับมาจากขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ แต่ถึงอย่างนั้นความเร็วในการปิดกั้นห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่นั้นรวดเร็วอย่างมาก ชู่หยวนจึงมีเวลาในการดึงพลังวิญญาณของเขากลับคืนมาได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น


   ชู่หยวนรู้สึกพลังวิญญาณของเขาฉีกขาดเล็กน้อยในตอนแรก  แต่ตอนนี้รู้สึกว่าถูกฉีกขาดไปกว่าครึ่ง อีกครึ่งนั้นถูกปล่อยทิ้งไว้ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ไปตลอดกาล ใบหน้าของเขาซีดขาว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาแทบที่จะล้มลง เกิดจากที่พลังวิญญาณของเขานั้นฉีกขาด แม้แต่ความของแกร่งทางกายของเขาก็ยังลดลงอีกด้วย มีเลือด ออกมาที่มุมปากของเขาเล็กน้อย


หลังจากที่เห็นภาพตรงหน้า ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน


   มันเป็นเรื่องที่ยากมาก การที่ผู้อื่นจะมองเห็นการต่อสู้ด้วยพลังวิญญาณ เพราะเหตุนั้น จึงไม่มีใครรู้ว่าพลังวิญญาณกว่าครึ่งของชู่หยวนถูกทิ้งไว้ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนียลี่ไปตลอดกาล แต่พวกเขาก็มองเห็นถึงความเจ็บปวดและความกลัว บนใบหน้าของชู่หยวน แต่เนี่ยหลี่นั้นกลับดูสดชื่น แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ ทางพลังวิญญาณในคราวนี้ ชู่หยวนนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่เนี่ยลี่


แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้เกี่ยวกับเนี่ยลี่นั้น  เห็นได้ชัดว่าเนี่ยลี่ยังไปไม่ถึงระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว เหตุใดจึงสามารถเอาชนะชู่หยวน ที่เป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์ สาม ดาวได้


    แล้วเหตุใดชู่หยวนถึงได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้?


      เนี่ยลี่รู้สึกถึงพลังที่อยู่ภายในตัวของเขา เริ่มที่จะพลุ่งพล่านอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา ดวงตาของเขาเป็นประกาย แม้ว่าระดับการรวมพลังวิญญาณของเขาจะไม่สูงมาก แต่เขาก็ยังสามารถที่จะหลอมรวมมันให้เป็นส่วนหนึ่งของเขาได้ ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาเริ่มที่จะมีแสงประกายสีฟ้า แสงค่อยๆมีจำนวนมากขึ้น และสว่างขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดว่าพลังวิญญาณของเนี่ยลี่ ใกล้จะบรรลุระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาวแล้ว เขาเชื่อมั่นว่าหากทดสอบตอนนี้น่าจะสูงกว่า เก้าสิบห้า จุดแล้ว
ภายในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา ค่อยๆแตกออกมา ใกล้ที่จะบรรลุระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาวในอีกไม่ช้านี้


พลังวิญญาณของเขาค่อยๆหลอมรวมกัน


ตูม!


      เนี่ยลี่ได้ยินเสียงดังระเบิดในหัวของเขา พลังวิญญาณของเขาสั่นไหวราวกับเป็นระลอกคลื่น ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา มีเสียงดังราวกับเสียงของมังกรคำราม ดูเหมือนว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขานั้น จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก


ระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว!


       ดวงตาของเนี่ยลี่ดูเป็นประกาย เขานั้นไม่รู้ว่าอะไรซ่อนอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา ในชีวิตที่แล้วของเขา เมื่อมีการบ่มเพาะพลัง เขาก็ยังไม่ได้สัมผัสว่ามีอะไรซ่อนอยู่ภายในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา แต่ในชีวิตนี้นั้น มันแตกต่างกันเล็กน้อย มันอาจจะเกี่ยวกับตำราจิตอสูรท่องเวลา ก็เป็นได้


      ด้วยความก้าวหน้าในการบ่มเพาะพลังของเขา แม้ว่าเขาจะเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ในชีวิตก่อนหน้าของเขา แต่เขาก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะมันเป็นก้าวแรกอันสำคัญในการบ่มเพาะพลังของเขา เขาจะต้องทำให้เส้นทางแห่งโชคชะตาของเขาแตกต่างไปจากชีวิตที่แล้วของเขา


     เนี่ยลี่เพียงแค่จะหลอมรวมพลังบางส่วนของชู่หยวน แต่จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เขาไม่สามารถที่จะทำให้พลังวิญญาณของชู่หยวน ให้เป็นของเขาได้ในทีเดียว ถ้าหากทำสำเร็จ บางทีเขาอาจจะบรรลุระดับบรอนซ์ สอง ดาว เลยก็เป็นได้
จะเป็นเช่นใดกันหาก เสิ่นซิ่ว รู้ว่าการบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่นั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้?

"ชู่หยวน แพ้แล้วเช่นนั้นรึ?" เสียงของใครบางคนพูดขึ้นมา

"ข้าไม่เคยคิดเลยว่า ผลมันจะออกมาแบบนี้"เสียงของอีกคนกล่าวเสริมขึ้นมา

“ถ้าเขาไม่ได้หาวิธีตอบโต้ไว้ เนี่ยหลี่เขาคงจะไม่กล้าท้าทาย ชู่หยวนเป็นแน่! ข้ารู้สึกว่าเนี่ยลี่นั้นสมควรแก่คำยกย่อง  แต่ข้าไม่คิดว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนั้น


ทุกคนต่างรู้สึกตกตะลึงกับผลที่เกิดขึ้นและพูดคุยแสดงความคิดเห็นกัน


กับผลการต่อสู้ที่ออกมานั้น ไม่ว่าจะเป็น เอียจืออวิน เซิ่นหลินเจี่ยน ฮูเหยียน หลานเร่อ หรือแม้แต่เสิ่นเอีย ไม่มีใครที่คิดว่าผลจะออกมาอย่างน่าตกใจเช่นนี้

   "ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเขาต่ำเกินไป"เซิ่นหลินเจี่ยน พูดเบาๆ สามารถรับมือกับคนที่อยู่ในระดับบรอนซ์สาม ดาวได้  นี่นับว่าเป็นยิ่งกว่าผู้มีพรสวรรค์เสียอีก เนี่ยลี่มีจิตวิญญาณสีชาดจริงรึนี่? เซิ่นหลินเจี่ยน พูดราวกับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ถ้าหากมีใครบอกว่าเนี่ยลี่มีจิตวิญญาณสีฟ้า ยังจะฟังดูน่าเชื่อกว่าบอกว่าเขามีเพียงจิตวิญญาณสีชาดเสียอีก


     ในดวงตาของเอียจืออวินเป็นประกายเต็มไปด้วยความแปลกใจ แม้ว่านางจะไม่ชอบเนี่ยลี่และรู้สึกไม่พอใจในความกะล่อนของเนี่ยลี่ แต่ก็ไม่สามารถห้ามให้นางเป็นกังวลเรื่องเนี่ยลี่ได้ เมื่อเนี่ยลี่ท้าทาย ชู่หยวน นางยังรู้สึกเป็นกัวล นางไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยลี่จะเป็นฝ่ายชนะ แม้ว่ามันจะ แตกต่างจากที่นางคิดไว้ก็ตาม


    เสิ่นเอียจ้องมองไปยังด้านหลังของเนี่ยลี่ พร้อมกับกัดฟันแน่น เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่ นั้นชนะเขาเพราะโชคช่วย และไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าทุกๆครั้งเนี่ยลี่เพียงแค่ทำเป็นเล่นสนุก กับเขาเท่านั้น ไม่น่าแปลกเลยว่าลูกน้องของเขาที่มีเพียงแค่ระดับบรอนซ์ สอง ดาวจะไม่สามารถจัดการกับเนี่ยลี่ได้ และนอกจากนี้เขาไม่คิดว่าเนี่ยหลี่ยังสวมชุด เกราะระดับบรอนซ์ด้วย ซึ่งทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าระดับบรอนซ์ สอง ดาว ความเจ็บปวดที่แสดงออกทางสีหน้าในวันนั้นมันเป็นแค่การแสดงเท่านั้น เมื่อคิดถึงเรื่องที่ทุกคนรุมว่าเขาเป็นคนผิดแล้ว ความโกรธมันก็พรั่งพรูออกมา จนแทบจะระเบิดเลยทีเดียว


เนี่ยลี่ เจ้าคนขี้โกง เจ้าคนลวงโลก!


    หน้าอกอันอวบอิ่มของฮูเหยียนหลานเร่อ เชิดสูงขึ้น การที่ใครบางคนที่ยังไม่ถึงระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว แต่กลับสามารถเล่นงาน ระดับบรอนซ์ สาม ดาวได้ เนี่ยลี่นั้นทำให้นางประหลาดใจมาก ยังมีความลับอะไรอีกในตัวเนี่ยลี่ ที่นางยังคงไม่รู้?


  "พี่สาวคนนี้จะทุ่มเทเวลาเพื่อที่จะขุดคุ้ยทุกอย่างที่เจ้าได้ซุกซ่อนเอาไว้" ฮูเหยียนหลานเร่อ พูดออกมา  พร้อมกับใบหน้าสีแดงและตาอันเป็นประกายดั่งคนที่อยู่ในห้วงแห่งความรัก


       ในเวลาเดียวกันกัน  ชู่หยวน ผลจากการต่อสู้กับเนี่ยลี่ เขาเหนื่อยหอบและเหงื่อออกจนชุ่มตัว เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากผลกระทบของการฉีกขาดของพลังวิญญาณ เขาจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี ในการฟื้นฟูให้พลังคืนกลับมา

"เรื่องในวันนี้ มันจะไม่จบลงแค่นี้แน่ๆ! " ชู่หยวน ประกาศกร้าว พร้อมมองไปทางเนี่ยลี่ด้วยความเกลียดชัง


      "เชิญมาได้ทุกเวลา!" เนี่ยลี่ตอบกลับพร้อมยักคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้เห็นชู่หยวนนั้นอยู่ในสายตา หลังจากที่เขาเกิดใหม่อีกครั้ง เนี่ยลี่นั้นเข้ามีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น ดังนั้นเค้าคงไม่สามารถมองได้เลยว่าคนเหล่านี้เป็นคู่ต่อสู้ของเขา อีกทั้งอาการบาดเจ็บของชู่หยวนนั้นต้องใช้เวลาในการรักษาเกือบครึ่งปี ในอีกเวลาแค่ไม่กี่เดือนนี้ชู่หยวน คงจะทำได้เพียงแค่มองดูเนี่ยลี่อย่างไกลๆเท่านั้น


สิ่งที่อยู่ในสายตาจะมีเพียงแค่ผงฝุ่นที่เกิดจากการโฉบของนกอินทรีย์ที่ลงมาบนพื้นเท่านั้น


ชู่หยวนมองไปรอบๆ มองดูราวกับว่ากระอักกระอ่วนใจ จากนั้นก็วิ่งหายไป


     การประลองกันระหว่างเนี่ยลี่และชู่หยวน เป็นหัวข้อที่ทุกคนพูดคุยกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ ฝ่ายหนึ่งประเมินเนี่ยลี่อย่างต่ำต้อย แต่กลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่บรรลุระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว นั่นเอง


ไม่มีใครรู้เลยว่า หลังจากการประลองจบลง เนี่ยลี่นั้นได้บรรลุระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว ไปแล้ว


  หลักจากที่ บรรลุระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาว ความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่นั้นสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ในตอนนี้ หากมีการต่อสู้ขึ้น เขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าผู้ใดแล้ว


หลังจากเหตุการณ์นี้จบลง พวกเขาก็ยังคงเดินต่อไปในถนนเลียบเขาที่แคบและขรุขระ


      "น้องชายตัวน้อย เจ้าทำให้พี่สาวคนนี้ประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อวานนี้ ข้าเห็นเจ้าตั้งเต้นท์อยู่ตรงมุมเพียงผู้ดียว ทำไมเจ้าถึงไม่มาตั้งเต้นท์ข้างๆพี่สาวคนนี้หล่ะ แล้วคืนนี้เราจะปรึกษากันเรื่องการบ่มเพาะพลังด้วยกัน ฮูเหยียนหลานเร่อ กระเซ้าเย้าแหย่ และเดินไปยังด้านหน้าของเนี่ยลี่ 


ในตอนนั้นระยะห่างของพวกเขาแทบจะแนบชิดกันเลยทีเดียว


  พอมองลงมา ฮูเหยียนหลานเร่อ เปิดให้เห็นหน้าอก ที่ชูตระหง่านอยู่บนตัวของนางซึ่งแทบจะแนบไปกับร่างกายของเนี่ยลี่ หากมองไปก็ราวกับหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ และโดยเฉพาะสองเต้าที่ยกสูงนั้น ช่างทำให้มีเสน่ห์มากขึ้น


     เขาได้กลิ่นหอมราวกับกล้วยไม้จากนาง เขาเองก็ยอมรับว่าฮูเหยียนหลานเร่อ เป็นคนทีมีเสนห์มากมายยิ่งนัก


       ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เนี่ยลี่นั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา โดยปรกติแล้วไม่มีสาวๆที่ไหนจะสนใจใยดีเขาอยู่แล้ว จนเมื่อกระทั่งเมืองกลอรี่ถูกทำลายลงไป เขาจึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ เอียจืออวิ ที่เป็นดั่งเทพธิดาในหัวใจของเขา เขาไม่เคยคาดคิดว่า ในชีวิตนี้ของเขาจะได้รู้จักกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ และตอนนี้ ยังมี ฮูเหยียนหลานเร่อ ที่กำลังคิดที่จะยั่วยวนเขา มันดูราวกับว่าเป็นเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ไปสักหน่อยแล้ว


        ช่างน่าสงสารเด็กผู้ชาย เช่นเนี่ยลี่ในอดีตชาติ ที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา เขาไม่สามารถที่จะใช้ใบหน้าเรียกหาสาวๆได้  จึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในหัวใจของเขานั้น มีเพียงแค่เอียจืออวิเท่านั้น และในที่สุดเอียจืออวิก็มีความสัมพันธ์กับเขาในชีวิตก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นชีวิตเขาก็ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากที่เอียจืออวินั้นได้จากไป ดังนั้น เมื่อเขาได้มีชีวิตอีกครั้ง คนที่เขาจะให้ความสำคัญและคอยปกป้องมีเพียงเอียจืออวิเท่านั้น


       ฮูเหยียนหลานเร่อ นางคิดว่าแค่นางยั่วยวนเนี่ยลี่ เพียงแค่ใช้ความงดงามของนางเพียงเท่านั้น นางคิดว่าเนี่ยลี่นั้นคงจะเสร็จนางง่ายดาย


     เมื่อเห็น ฮูเหยียนหลานเร่อ ยั่วยวนเนี่ยลี่ด้วยการใช้ร่างกายที่มีเสน่ห์ของนาง เอียจืออวิถึงกับบุ้ยปาก นางไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะว่า ฮูเหยียนหลานเร่อ มีเสน่ห์เย้ายวนจนเกินไป ทำให้นางไม่สามารถที่จะยืนอยู่ตรงนั้นได้ เอียจืออวิ แอบชำเลืองมองเนี่ยลี่  การที่ฮูเหยียนหลานเร่อ นางใช้วิธียั่วยวนขนาดนั้น ด้วยวิธีนี้อาจจะทำให้เขาติดกับนางก็เป็นได้


"เชอะ ไม่เห็นจะต้องสนใจ! นี่มันไม่ใช่ธุระของข้าสักหน่อย!"เอียจืออวิหันหลังกลับไป


       "ข้าขอขอบคุณ แม่นางฮูเหยียนสำหรับความหวังดี แต่ว่าแม่นางฮูเหยียนนั้นบรรลุระดับซิลเวอร์แล้ว ข้าเกรงว่าข้าจะไม่ มีอะไรที่ให้คำปรึกษากับท่านได้ เช่นนั้นแล้วโปรดลืมมันไปเสียเถิด!"เนี่ยลี่พูดเบาๆ เขามิได้หลงติดกับในสเน่ห์ของนาง


       เอียจืออวิ หยุดและหันไปมองเนี่ยลี่ด้วยความแปลกใจ นางไม่คิดเลยว่า เนี่ยลี่นั้นจะพูดปฏิเสธ


      ฮูเหยียนหลานเร่อนั้นเป็นคนที่มีเสนห์ในสายตาทุกคน จึงทำให้นางมีความเชื่ออย่างนั้น มาตลอด แม้ว่านางจะไม่เคยตกลงปลงใจกับใคร นางรู้ดี ว่านางเป็นที่ประทับใจของทุกคนในเมืองหลวง นางมักจะเล่นสนุกกับผู้ชายหลายคนที่เข้าใกล้นาง ในความคิดของนางนั้น การยั่วยวน เด็กหนุ่มเช่นเนี่ยลี่เป็นเรื่องที่ง่ายดายนัก 


    นางไม่คิดเลยว่าเมื่อพบกับเนี่ยลี่เป็น ครั้งแรก สายตาของเนี่ยลี่นั้นมองนางนั้นเฉยเมย ไม่มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ นางไม่คาดคิดเลย ว่าเขาจะปฏิเสธคำชวนของนางเช่นนี้


   นางไม่สามารถปิดกั้นความรู้สึกอายและไม่พอใจในเวลาเดียวกัน ดวงตาของนางนั้นหันขวับแต่ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์และพูดด้วยเสียงนุ่มๆและเอียงอาย 


"น้องชายเนี่ยลี่ไม่ต้องการจะใกล้ชิดกับพี่สาวเหรอ?"

   ตาของเนี่ยลี่ หลี่ลงทันที มีกลิ่นหอมทะลุเข้ามาปะทะจมูกของเขา ฮูเหยียนหลานเร่อ แทรกเข้ามาด้านหน้าของเนี่ยลี่ ผิวของนางเปร่งประกายขึ้นมา หน้าอกอวบอิ่มอันสูงตระหง่านพร้อมเอวที่โค้งเว้าได้รูป ของนาง นางนั้นเป็นคนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว ไม่ว่าชายใดหากได้พบเห็นนาง ก็จะถูกสะกดอยู่ใต้อำนาจของนางทันที

      ฮูเหยียนหลานเร่อ พยายามรักษาระยะห่างของเขากับเนี่ยหลี่อย่างแนบชิด ถึงอย่างนั้น เนี่ยหลี่ก็รู้สึกและจินตการได้ถึงอะไรบางอย่าง หน้าอกของนางนั้นเริ่มแนบชิดกับเขา ทำให้เขาสัมผัสมัน นางค่อนข้างภูมิใจในหน้าอกสองลูกที่มีขนาดใหญ่ของนางเลยทีเดียวในขณะที่นางมองไปยังเนี่ยลี่ด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก


หลังจากโดนหลงสเน่ห์ของนางแล้ว ดูท่าทางคงถึงเวลาที่จะดำเนินการขั้นต่อไปแล้ว นางคิดด้วยความมั่นใจ


  ฮูเหยียนหลานเร่อ เริ่มรู้สึกว่าที่เนี่ยลี่ยังปฏิเสธนางเพราะยังอยู่ต่อหน้าเอียจืออวิ ในใจของเนี่ยลี่นั้นจะต้องเต็มไปด้วยความปรารถนาแน่นอน ตราบเท่าที่นางใช้เสน่หา เนี่ยลี่จะต้องติดกับนางอย่างแน่นอน


   หัวใจของเนี่ยลี่นั้นเริ่มสั่นไหว มีแสงบางอย่างเป็นประกายอยู่ในดวงตา  และเขาก็หรี่ตาเล็กลงทันทีเพื่อที่ให้มองเห็นชัดและเริ่มที่จะต่อต้านภาพลวงตาเหล่านั้น


   ต้องการจะควบคุมข้าด้วยเทคนิคอันเล็กน้อยนี้ เช่นงั้นรึ นางนั้นประเมินเนี่ยลี่ที่ต่ำเกินไป เทคนิคเสนหาของนางนั้นไม่ได้มีพลังอำนาจอะไรที่มากมายนัก เนี่ยลี่นั้นผ่านมาแล้วถึง สอง ชีวิต หัวใจของเขานั้นมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก แม้ด้วยวิธีการใดๆก็ไม่ง่ายนักที่จะล่อลวงเขาได้


“จิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ ข้าไม่คิดเลยว่า แม่นางฮูเหยียนจะมีจิตวิญญาณปิศาจที่หายากยิ่งเช่นนี้"เนี่ยลี่อุทานพร้อมมอง ฮูเหยียนหลานเร่อ ด้วยความสนใจ

ฮูเหยียนหลานเร่อ เริ่มมองมายังเนี่ยลี่ ซึ่งในขณะนี้นั้น ความรู้สึกนางราวกับโดนสายฟ้าผ่าฟาด


 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง