test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

30 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 283 เจ้าเรียกร้องหามันเองนะ!





หวังหยาน หานจิ้ง และผู้ติดตามของพวกเขา ที่เข้าไปยังด่านจิตวิญญาณแห่งแสง ตอนนี้ได้รีบออกมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถของพวกเขาสามารถทำได้เพียงแค่ขั้นที่สิบ หรือ ยี่สิบเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ถูกบังคับให้หยุดแล้ว เมื่อพวกเขามองไปยังศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง และเห็นชื่อของเนี่ยลี่ เลื่อนอันดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำให้พวกเขาตกตะลึงจนไม่อาจจะทำอะไรได้



พวกเขานั้นรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเชื่อมโยงกับพลังงานสวรรค์ที่อยู่ภายใน ด่านจิตวิญญาณแห่งแสงนี้ได้ ดังนั้นเมื่อเนี่ยลี่ขึ้นไปยังอันดับสูงๆแล้ว  พวกเขารู้สึกว่าคงไม่อาจที่จะเอื้อมไปถึง ในตอนที่พวกเขาเดินออกมาจากด่านจิตวิญญาณแห่งแสง เนี่ยลี่ก็ได้ขึ้นไปอยู่ในอันดับสามของ ศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงเรียบร้อยแล้ว



อันดับสามงั้นหรือ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?




แม้แต่ผู้ที่มาใหม่ก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่า แม้แต่หลงยู่อิน ยังถูกลดอันดับลงมา
เมื่อเทียบกับเนี่ยลี่แล้ว นางเป็นเพียงแค่เศษขยะ!



ช่วยไม่ได้ที่คนอื่นจะรู้สึกสับสนกันไปหมด ที่ว่างทั้งห้าตำแหน่งของปีนี้ถูกครอบครองโดย หลงยู่อิน จินหยาน และ กู้เบ่ย แล้วตอนนี้ที่เคยคิดไว้ว่าเหลืออีกสองที่กลับถูกขัดขวางโดยเนี่ยลี่  จะเหลือโอกาสอะไรให้กับพวกเขาอีกหล่ะ ไม่มีทางที่จะไปขัดขวางเขาได้แน่นอน เมื่อเทียบกับเนี่ยลี่แล้ว พวกเขาห่างชั้นกับเขาจนเกินไป




ฮัวหลิงมองศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงด้วยความโกรธแค้น คงจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าหากเซี่ยวหยู่ขึ้นไปในอันดับสูงเพียงคนเดียว แต่ในตอนนี้ เนี่ยลี่นั้นกลับขึ้นไปสูงยิ่งกว่าเซี่ยวหยู่ เป็นจุดที่คนทั่วไปทำได้เพียงแค่มองดูเท่านั้น คนอื่นอาจจะไม่คิด แต่เขาคิดว่านี่เป็นการท้าทายเขายิ่งนัก เขาแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความคับแค้น





แม้ว่าจะมีอีกหลายคนที่มาจากห้วงสวรรค์น้อย และทุกคนต่างก็มีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ขยะเมื่อเทียบกับเนี่ยลี่




ฮัวหลิง รู้สึกหดหู่และท้อแท้เป็นอย่างยิ่ง มันราวกับว่าเขากำลังถูกตบหน้าโดยใครบางคน อันดับสาม เป็นคนที่ไม่ได้มากจากห้วงสวรรค์น้อยแท้ ๆ แต่กลับไปถึงอันดับที่สูงถึงเพียงนั้น




ในขณะเดียวกันเหล่าอาจารย์ต่างตกใจกับสิ่งที่เห็นบนศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง



การที่ผู้ที่เข้ามาใหม่ สามารถขึ้นไปถึงอันดับสามของศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงได้อย่างง่ายดายนั้น ช่างท้าทายสวรรค์เป็นยิ่งนัก ความสามารถถึงเพียงนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบทศวรรษที่ผ่านมา




หนานเหมียน เทียนไห่ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดกับ หวงอวี้ ว่า “ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เนี่ยลี่จะทำให้ประหลาดใจได้มากถึงเพียงนี้”




หวงอวี้ตอบกลับไปว่า “ใช่ เขาทำให้พวกเราประหลาดใจยิ่งนัก อันดับที่สามของศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง ความสามารถระดับนี้เป็นสิ่งที่พวกเราควรปกป้องยิ่งนัก แม้แต่ตระกูลผนึกมังกร ก็ไม่มีทางที่จะมาแตะต้องเนี่ยลี่ได้ง่าย ๆ แน่นอน ”



ในตอนนี้ที่เนี่ยลี่ได้แสดงความสามารถอันน่าตกใจ สถาบันวิญญาณฟ้าจะต้องปกป้องเขาอย่างแน่นอน




ในขณะเดียวกัน แม้แต่อาจารย์ชิหลิง เองก็ให้ความสนใจในตัวเนี่ยลี่ไม่น้อย ตั้งแต่ตอนที่สอนในห้องโถงคราวก่อน



อาจารย์ชิหลิงถอนหายใจเบาๆ “ก่อนหน้านี้ตอนที่สอนให้จุดเปลวไฟแห่งวิญญาณ ข้าก็ได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของเขาแล้ว แต่กับสิ่งที่ข้าได้เห็นในตอนนี้ มันเหนือเกินกว่าคำว่ามหัศจรรย์ไปแล้ว ข้าเสียดายยิ่งนักที่จะได้มีโอกาสสั่งสอนเขาเพียงแค่ปีเดียว”



ด้วยความสามารถอันน่าตกใจของเนี่ยลี่ ทำให้เขาได้ความสนใจจากกลุ่มอื่นๆ



เนี่ยลี่เองก็ยังไม่รู้เลยว่า ได้เกิดความวุ่นวายอย่างมากที่ด้านนอก นอกจากนี้ ภายในการบ่มเพาะพลังของเขา ก็พรั่งพรูพลังออกมาเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้เขาอยู่ในระดับตำนานห้าดาวแล้ว ภายในขอบเขตวิญญาณ  




จิตวิญญาณของเขาได้ถูกขัดเกลาจนกลายเป็นสีแดงชาดคล้ายกับเลือด และกลายเป็นเจตจำนงค์แห่งวิญญาณ



ซึ่งเจตจำนงค์แห่งวิญญาณ คือจุดเริ่มต้นของการก่อรูป ชะตาวิญญาณ



สำหรับคนธรรมดาทั่วไปนั้น ชะตาวิญญาณนั้นจะไร้สี ในชีวิตก่อนหน้าของเขา การก่อรูปชะตาวิญญาณของเนี่ยนี่ก็ไร้สีเช่นกัน แต่ว่าในชีวิตนี้ของเขา  มันกลับมีสีแดงคล้ายเลือด




แม้ว่าในตอนนี้ เขาจะยังไม่อาจที่จะก่อรูปมันขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ เขาจะสามารถรับรู้ได้ว่าสีของชะตาวิญญาณจะเป็นเช่นใด ก็ต่อเมื่อเขาสามารถที่จะก่อรูปชะตาวิญญาณ ขึ้นมาจนสมบูรณ์เท่านั้น  แม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกๆในขอบเขตวิญญาณของเขา แต่เนี่ยลี่เองก็ยังมิได้ใส่ใจเท่าไรนัก  เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็มองเห็น หลงยู่อินโดยบังเอิญ



หลงยู่อิน พยายามที่จะฝืนขึ้นไปยังชั้นที่ หนึ่งร้อยสามสิบเอ็ด แต่ก็ถูกผลักกระเด็นออกมา ไม่ว่านางจะพยายามอีกกี่ครั้ง นางก็ถูกขัดขวางจนไม่อาจที่จะก้าวขึ้นไปได้อีก




เนี่ยลี่จ้องมองดูนางด้วยสายตาที่แสดงถึงความชิงชัง “เจ้าแพ้แล้ว!



หลงยู่อิน กำหมัดของนางจนแน่น แม้ว่านางจะไม่เต็มใจที่จะยอมรับความเป็นจริงในข้อนี้ ความจริงที่ถูกจับจ้อง ความจริงแท้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า อยู่ในดวงตาของนาง  นางกัดริมฝีปากจนเกิดคราบเลือดเล็กๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของนาง ฉายให้เห็นแค่เพียงความว่างเปล่า



เนี่ยลี่ได้เหยียบย่ำความภาคภูมิใจของนางอย่างเลือดเย็น



 “ในเมื่อข้าตัดสินใจที่จะเดิมพัน ข้าก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับความพ่ายแพ้!” หลงยู่อิน หยิบแส้ขึ้นมาและโยนไปให้เนี่ยลี่ นางเงยหน้ามองเขา ในขณะที่พูดต่ออีกว่า




“ข้าอาจจะพ่ายแพ้เจ้าในวันนี้ แต่นับจากนี้ไปข้า หลงยู่อิน จะไม่มีทางแพ้เจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง ข้า หลงยู่อิน จะไม่ใช้อำนาจใด ๆของตระกูลผนึกมังกร ข้าจะชนะเจ้าอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการต่อสู้ตัวต่อตัวเท่านั้น ”





เนี่ยลี่จ้องไปยังหลงยู่อิน และหวนนึกถึงเหตุการณ์ในชีวิตที่แล้วของเขา จนคิ้วของเขามองเห็นเป็นร่อง   เมื่อชีวิตที่แล้วของเขา หลงยู่อิน ได้สังหารอาจารย์ของเขา แต่หลงยู่อินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ อายุแค่สิบสี่ สิบห้าปี แม้ว่านางจะเป็นคนที่เอาแต่ใจ แต่ในตอนนี้นางก็เป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดา แตกต่างจากนางผู้หญิงใจมาร ในชีวิตที่แล้วของเขา



ในตอนนี้เมื่อเขาได้กลับมาชีวิตอีกครั้ง เขาสาบานว่าจะไม่ยอมให้ อาจารย์ของเขาต้องตายอีกครั้งอย่างแน่นอน



ผู้หญิงอย่างหลงยู่อิน นางจะต้องได้รับการสั่งสอนอย่างไร้ปราณี แล้วจับส่งไปยังที่ไกลแสนไกล เท่าที่จะทำได้



เนี่ยลี่รับแส้มาพร้อมกับจ้องมองที่ หลงยู่อิน เขายกแส้ขึ้น ในขณะที่เขากำลังจะหวดแส้ไปที่นาง ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ของเขา ที่พูดกับเขาในชีวิตที่แล้ว



“บริสุทธิ์ดั่งสายนที เพราะวารีนั้นไม่แข่งขัน”



“ให้ความแค้นลบเลือนดั่งหมอกควัน ปล่อยให้มันจางหายดั่งสายลม”



ในชีวิตก่อนหน้าของเขา เขาได้ลืมเลือนคำสั่งสอนของอาจารย์ของเขาจนหมดสิ้น หลังจากที่อาจารย์ของเขาได้สิ้นไป  แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหารหลงยู่อิน แต่เขาก็ได้สร้างความโกลาหลให้แก่ตระกูลผนึกมังกรเป็นอย่างมาก




แต่ถึงอย่างไร ในชีวิตนี้ นางผู้หญิงใจมารอายุร่วมร้อยปี กลับกลายเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุ สิบสี่ สิบห้าปี แม้ว่านางจะยังคงหยิ่งยโสและเอาแต่ใจ ความรู้สึกที่อยากจะฆ่า ที่อยู่ในใจของเนี่ยลี่นั้นค่อย ๆ มอดลง นับตั้งแต่ที่เขากลับมาในชีวิตนี้ หลงยู่อิน นางก็ไม่อาจที่จะเป็นภัยคุกคามอาจารย์ของเขาได้อีกต่อไป




เขาวางแส้ลง แล้วมองไปยัง หลงยู่อิน พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา 




“ไปซะ ข้าไม่ไม่รู้สึกว่าอยากจะโบยเจ้าสามทีเลยสักนิด  เจ้าไม่มีค่าพอ!




 “เจ้า...” ดวงตาของหลงยู่อิน เบิกโพลง นางจ้องมายังเนี่ยลี่ นางโกรธจนมองเห็นเป็นจุดสีขาวบนหน้าของนาง (มีด้วยเรอะ!) คำพูดของเนี่ยลี่นั้น ถือเป็นการหลบหลู่ และสร้างความอัปยศอดสูแก่นางอย่างที่สุด  สำหรับเนี่ยลี่นั้น นางไม่มีค่าพอที่เขาจะลงมือเลยเช่นนั้นเหรอ?



เนี่ยลี่โยนแส้ลงตรงหน้าหลงยู่อิน และเดินลงมาลงมาจากตรงนั้น โดยที่ไม่ชายตามองนางแม้แต่น้อย นี่เป็นการดูถูกอย่างชัดเจน!



 “ยังออกไปไหนไม่ได้!” หลงยู่อินหยุดเนี่ยลี่ ในขณะที่จ้องเขม็งไปที่เขา



เนี่ยลี่ขมวดคิ้วของเขาครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังว่า “ข้าไม่อยากจะเสียเวลากับคนเช่นเจ้า หลีกไปซะ!




หลงยู่อิน แสดงความดื้อดึงออกมาบนใบหน้าของนาง พร้อมกลับส่งแส้คืนให้กับเขา นางจ้องมองเนี่ยลี่อย่างเย็นชา พร้อมกับพูดว่า “ข้ายอมที่จะก้มหัวให้กับความพ่ายแพ้ของข้า และยอมถูกเจ้าโบยสามครั้ง แม้ว่าเจ้าไม่ยินดีที่จะทำมัน แต่เจ้าก็ต้องทำ หลังจากที่โบยข้าสามทีแล้ว ข้า หลงยู่อิน ข้ารับผิดชอบในคำพูดของตัวเองเสมอ ข้าต้องชำระความขุ่นข้องใจของข้า และข้าจะต้องมาเอาคืนสำหรับความคับข้องที่อยู่ในใจของข้านี้ ทุกถ้อยคำที่เจ้าใช้ดูถูกเหยียดหยามข้า ข้าจะต้องเอากลับมาคืนแก่เจ้า!




นิสัยของนางก็ยังคงเป็นเหมือนกับที่ผ่านมา นั่นทำให้เนี่ยลี่จงเกลียดจงชังนางยิ่งนัก




 “ถ้าเจ้าพูดเช่นนั้น จะมาว่าหาไร้ความปราณีไม่ได้นะ!” เนี่ยลี่หยิบแส้จาก หลงยู่อิน ของมองด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมกับตะโกนออกไปว่า “หลงยู่อิน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? เจ้าคิดว่าแค่ความสามารถของเจ้านั้นน่าเกรมขามยิ่งนัก จนเจ้าสามารถทำกับคนอื่นเช่นมดปลวกได้เช่นนั้นหรือ? ในใจของเจ้านั้นไม่ได้มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อย เจ้าทำราวกับชีวิตคนอื่นเป็นเพียงแค่ต้นหญ้า ดังนั้นเมื่อมีใครที่ขวางทางเจ้าอยู่ เจ้าก็ฆ่าพวกเขาจนหมด ผู้หญิงเช่นเจ้า แม้จะเรียกว่า นางมารร้าย ก็นับว่าเบาเกินไป!



ทุกความคั่งแค้นในใจของเนี่ยลี่พรั่งพรูออกมา!




 “ตระกูลผนึกมังกรน่ากลัวนักอย่างนั้นเหรอ? ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมถึงได้ออกจากนิกายเทพอสูรหล่ะ? นอกจากการข่มเหงเหล่าอัจฉริยะภายในนิกาย นี่เหรอสิ่งดี ๆที่พวกเจ้าทำกัน มันคงจะเป็นการดีกว่าถ้าจะกำจัดตระกูลของเจ้า เพื่อที่จะไม่ให้นิกายขนนกศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องอยู่ในกำมือของพวกเจ้า! ” เนี่ยลี่ตะโกนใส่หลงยู่อินด้วยความโกรธ




ทุกถ้อยคำของเนี่ยลี่ ทำให้เหล่านักเรียนที่อยู่รอบ ๆ รู้สึกสะใจอย่างช่วยไม่ได้ อันที่จริงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ มีการกำหนดกฏเกณฑ์เข้มงวดเกี่ยวกับฐานันดร ทำให้นักเรียนทั่วไปรู้สึกอึดอัด พวกเขาต่างไม่รู้สึกพอใจ ตระกูลผนึกมังกร แต่ก็ไม่มีใครที่กล้าที่จะแสดงออกมา แต่ในวันนี้ เนี่ยลี่ ได้พูดแทนพวกเขาทั้งหมดแล้ว





“และตัวเจ้า! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ แต่ในความเป็นจริงเจ้าเป็นเพียงแค่กาฝากของตระกูลผนึกมังกร  กาฝากของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ! เจ้าลองคิดดูสิว่า หากเจ้านั้นไม่ได้ รับทรัพยากร เพื่อใช้ในการบ่มเพาะพลัง เจ้าก็คงจะประสพผลเพียงเล็กน้อยในการบ่มเพาะพลัง เจ้าคิดเหรอว่าเจ้าจะสามารถเอาแต่ใจ และปฏิบัติกับผู้อื่นราวเช่นกับขยะเช่นนี้ได้? ” 




เนี่ยลี่ยิ้มอย่างเย็นชา แล้วเขาก็พูดต่ออีกว่า “ในมุมมองของข้า ผู้ที่ไม่มีทรัพยากรในการบ่มเพาะพลัง แต่สำเร็จได้ด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก นั่นสิคือของจริง ตะกุยตะกายขึ้นไปทีละขั้น ด้วยความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง คนเช่นเจ้าต่างหากที่เป็นเพียงแค่ขยะ ขยะที่ต้องสูญเสียทรัพยากรเพื่อการบ่มเพาะพลัง!




ใบหน้าของหลงยู่อิน ขาวซีด และมือทั้งสองข้างของนางนั้นกำจนแน่น แต่นางก็ทำได้เพียงนั่งก้มหัวอยู่เงียบๆเท่านั้น



เนี่ยลี่ สะบัดแส้ฟาดไปยังหลงยู่อิน ตรงแก้มและไหล่ “การลงแส้ครั้งนี้สำหรับทุกคนที่ถูกเจ้ารังแกในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์”



แม้ว่าหลงยู่อิน จะมีสายเลือดมังกร การลงแส้ก็ยังคงทิ้งรอยแดงบนแก้มและไหล่ของนาง เนี่ยลี่ สะบัดแส้อีกครั้งด้วยความรุนแรงเป็นอย่างมาก ลงที่ร่างกายของหลงยู่อิน



เนี่ยลี่สะบัดแส้อีกครั้ง และ สร้างรอยบนหน้าอกของหลงยู่อิน เสื้อผ้าตรงหน้าอกของนางถูกฉีกออกในทันที ด้วยร่องรอยสีแดงเข้มที่ปรากฏ แสดงให้เห็นผิวที่งดงามที่อยู่ใต้ร่มผ้านั้น




“การลงแส้นี้ สำหรับตัวข้าเอง ในตอนแรกที่เจ้ากล้าที่จะเดิมพันกับข้า เจ้าตั้งใจจะใช้การลงแส้สามครั้งนั้นฆ่าข้าให้ตาย แต่กลับเป็นเจ้าเองที่โดนเสียเอง การลงแส้นี้ นับเป็นบทเรียนราคาถูกของเจ้า” เนี่ยลี่จ้องหน้าหลงยู่อิน ด้วยความเย็นชา




นี่เป็นความอัปยศอดสูอย่างที่สุด!




หลงยู่อิน ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ในขณะที่ ในดวงตาของนางมีมีประกายของหยดน้ำตา นางทำได้เพียงแค่หันหลังกลับ และใบหน้าของเนี่ยลี่นั้นอยู่ด้านหลังของนาง



   “ในตอนแรก ข้าก็ไม่ได้มีอารมณ์ที่จะโบยเจ้าหรอกนะ การโบยเจ้านั้นทำให้มือของข้าต้องสกปรก แต่มันเป็นสิ่งที่เจ้าเรียกร้อง การลงแส้อีกครั้ง ถือว่าสำหรับอาจารย์ของข้า...” เนี่ยลี่ ระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เมื่ออาจารย์ของเขาถูกยัดเยียดความตายให้โดยหลงยู่อิน แต่อาจารย์ของเขา นางยังบอกให้เขา ทิ้งความคั่งแค้นพยาบาทไป ในขณะที่นางตายไปในอ้อมแขนของเขา



แม้ว่าเขาจะมีประสพการณ์ผ่านมาถึงสองชีวิต แต่เรื่องนี้ยังคงเป็นบาดแผลที่ค้างคาอยู่ในใจของเนี่ยลี่




เนี่ยลี่ยกแส้ในมือของเขา และฟาดลงไปอย่างไร้ความปราณี ที่ด้านหลังของหลงยู่อิน รอยแส้ที่คมชัดเป็นรอยยาวบนร่างของหลงยู่อิน ร่องรอยของแส้นั้น ถูกทำเป็นเครื่องหมายพร้อมกับร่องรอยของเสื้อผ้าที่ฉีกขาด ตั้งแต่ไหล่ไปจนถึงก้นของนาง



การลงแส้ครั้งนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นในหัวใจของเนี่ยลี่ ดังนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่การลงแส้ที่เบาๆเลยแม้แต่น้อย




แม้ว่าร่างกายของหลงยู่อินนั้นจะแข็งแกร่งมาก แต่นางก็ยังไม่อาจที่จะกลั้นเสียงร้องไม่ให้มันดังเล็ดลอดออกมาได้ ความงดงามบนใบหน้าของนางนั้นเหลือเพียงเล็กน้อย มันซีดขาวขณะที่เนี่ยลี่ทำการลงแส้ทั้งสามครั้ง มันเจ็บแสบราวกับถูกเผาไหม้ นับตั้งแต่เด็ก นางไม่เคยถูกทำให้ขายหน้าเช่นมาก่อน



แปลโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง