test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 281 ตีตรงไหน?




พลังสวรรค์ได้รับผลกระทบและเริ่มหมุนวนอยู่รอบๆ เนี่ยหลี่



หลงยู่อิน สัมผัสได้ถึงบางอย่างนางจึงลืมตาขึ้น และมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความไม่เข้าใจ นางรู้สึกว่าพลังสวรรค์โดยรอบเกิดความปั่นป่วนขึ้น นี่เป็นฝีมือของเนี่ยหลี่ ?





ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เสี่ยวหยูและคนอื่นๆ ละสายตาจากเนี่ยหลี่ไม่ได้เลย
เนี่ยหลี่จมอยู่ในภาวะอนัตตา ดูเหมือนว่าเขาได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับที่แห่งนั้น แม้กลิ่นอายของเขาก็ไม่อาจสัมผัสได้





“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลงยู่อินขมวดคิ้ว ใบหน้าสวยงามของนางเต็มไปด้วยความกังวล นางรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆไปกับเนี่ยหลี่
เนี่ยหลี่ ระมัดระวังสถานการณ์โดยรอบมาก






แม้จะยังมีความคิดที่ชั่วร้ายอยู่ภายในจิตใจ แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าใจพลังสวรรค์ได้เท่าเขาอีกแล้ว  เนี่ยหลี่ลืมตาขึ้นประกายแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในดวงตาเขา เนี่ยหลี่เงยหน้าเพื่อมองหลงยู่อินอีกครา และทำการผสานรวมเข้ากับพลังสวรรค์แล้วก้าวขึ้นขั้นต่อไป





*วู้มมม*




พลังอันน่าเกรงขาม แผ่กระจายไปทั่วบริเวณโดยมีต้นกำเนิดมาจากการก้าวเท้าของเนี่ยหลี่






“หลงยู่อินเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้ ส่วนที่เหลือก็ทำได้เพียงจ้องมองนางจากเบื้องล่างเท่านั้น!





“ถูกต้อง! ไม่น่าเชื่อความแข็งแกร่งปัจจุบันของนางอยู่ที่อันดับ 9 จิตวิญญาณแห่งแสงแล้ว!




“คนที่ชื่อเนี่ยหลี่นั่น ทำการท้าทายนาง ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาเสียยิ่งนัก!




ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง ชื่อของเนี่ยหลี่ก็ได้เลื่อนจากอันดับที่ 16 มาเป็นอันดับที่ 15 แม้ว่าเขาเพียงเลื่อนขึ้นมา 1 อันดับก็พอจะเรียกความสนใจจากมวลชนได้แล้ว





“เด็กนั่นสามารถเลื่อนขั้นได้?”





การแข่งขันกันในยี่สิบอันดับแรกนั้นรุนแรงมาก เพียงแค่จะขยับขึ้นไปหนึ่งขั้น ได้ ก็นับเป็นงานที่ยากเอาการ เนี่ยหลี่สามารถเลื่อนขึ้นได้หนึ่งอันดับในเวลาหนึ่งวัน




ทุกคนต่างสบตากันทุกอย่างอยู่ในสภาวะเงียบงัน




ไม่ต้องพูดถึงว่า เนี่ยหลี่จะชนะหรือพ่ายแพ้ในวันนี้ เนี่ยหลี่ก็ดำรงอยู่ในจุดที่พวกเขาไม่สามารถไปถึงได้ พวกเขายังมีสิทธิ์วิพากวิจารย์เนี่ยหลี่อีกหรือ?
ก่อนที่ฝูงชนจะสงบลง อันดับของเนี่ยหลี่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง จากอันดับที่ 15 เป็นอันดับ ที่ 14




ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นถึงกับตะลึงงัน ต่างคนต่างจ้องมายังศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง พวกเขารู้สึกราวกับหายใจไม่ออก ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดที่จะสามารถได้ยินเสียงของเข็มที่หล่นลงพื้นเลยก็ว่าได้




นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น? ในช่วงเวลาสั้นๆอันดับของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้นถึง 2 อันดับ หรือว่าเนี่ยหลี่จะสามารถชนะหลงยู่อินในวันนี้ได้จริงๆ ? จากแรกเริ่มเดิมทีพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่จากนี้พวกเขาเริ่มไม่มั่นใจแล้ว และสงสัยว่าอาจจะมีปาฏิหารย์เกิดขึ้นในวันนี้ก็เป็นได้





ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่า การที่เนี่ยหลี่ท้าทายหลงยู่อินเป็นการกระทำที่ช่างโอหังโอ้อวดตนนัก   แต่อาศัยเพียงช่วงเวลาสั้นๆเนี่ยหลี่ก็สามารถเพิ่มอันดับตัวเองขึ้นไปได้ถึง 2 อันดับ ความจริงในข้อนี้ได้ปิดปากของผู้คนไปในที่สุด





อย่างน้อยที่สุดเนี่ยหลี่ ก็ค่อยๆลดระยะห่างและขยับเข้าไปใกล้หลงยู่อิน!





นี่หรือว่าเนี่ยหลี่อาจจะทำสำเร็จก็เป็นได้? พวกเขาแทบจะหยุดหายใจกันเลยในเวลานั้น!





ในอีกมุมหนึ่ง หญิงงามนางหนึ่งที่นั่งบนรถเข็น นางสวมชุดสีขาว นางมองไปยังด่านจิตวิญญาณแห่งแสงอย่างเงียบๆ และมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆนาง พวกเขาคือ กู้หลานกับกู้เบ่ยนั่นเอง





      “ข้าไม่คาดคิดเลยว่าพรสวรรค์ของเนี่ยหลี่จะน่ากลัวมากมายถึงเพียงนี้ นี่เป็นวันแรกที่เขาได้เข้าด่านจิตวิญญาณแห่งแสง และเลื่อนอันดับอยู่ในอันดับที่ 14 ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหลงยู่อินยามเมื่อนางเข้าด่านจิตวิญญาณหนแรกเลย อันดับของนางก็อยู่ประมาณนั้น”กู้หลานพึมพำกับตัวนางเอง ขณะที่จ้องมองด่านจิตวิญญาณแห่งแสง





แม้ว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่รถเข็นจะมีผิวขาดซีดและดูอ่อนแอเป็นอย่างมากนางก็ยังคงความงามของนางไว้อยู่ สร้างความตะลึงให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้เห็น ตราสีทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตระกูลกู้ที่ติดอยู่บนอกเสื้อของนาง พวกเขาก็เปลี่ยนทิศในการมองทันที ตระกูลกู้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะล่วงเกินได้




กู้เบ่ย ทอดสายตายาวออกไปและกล่าวว่า “ในบรรดาผู้คนที่ข้าได้พบมาทั้งหมด เนี่ยหลี่เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้เลย ข้ายังรู้สึกอีกว่าเขายังปกปิดพรสวรรค์และความสามารถอีกหลายอย่างของเขาเอาไว้”




เด็กหนุ่มลึกลับวนเวียนอยู่ในความคิดของกู้หลาน อันที่จริงนางก็สัมผัสได้ว่าเนี่ยหลี่ยังซ่อนความสามารถของเขาไว้อีกมาก ทันใดนั้นกู้หลานสังเกตเห็นบางกลุ่มในฝูงชน หลังจากนิ่งไปสักครู่หนึ่งนางกล่าวออกมาว่า “น้องเล็ก รีบกลับกันเถอะ!





“พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอดูผลการแข่งขันหรือ?” กู้เบ่ยถามกู้หลานด้วยความงุนงง เนื่องจากตัวเขาเองเต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อเนี่ยหลี่ในการท้าทายหลงยู่อิน




กู้หลานส่ายหัวของนางพร้อมกับทอดสายตายาวออกไป “พวกเขากำลังมา”




กู้เบ่ยมองตามสายตากู้หลานไปก็ได้พบบางสิ่งที่อยู่ในสายตาของเขา มันเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมเสื้อผ้าที่ถักทอขึ้นจากไหมชั้นเลิศ บนหัวของเขามีเครื่องประดับสวมอยู่ เขาคือกู้เหิง ผู้สืบทอด





หมายเลขหนึ่งของตระกูลกู้ในตอนนี้ พรสวรรค์ของกู้เหิงนั้นใกล้เคียงกับกู้หลานก่อนที่นางจะล้มป่วยลง เขาเป็นศัตรูคนสำคัญของกู้หลาน เหล่าคนรุ่นเยาว์ที่ติดตามกู้เหิงอยู่ด้านข้าง พวกเขาคือสมาชิกของตระกูลกู้ทั้งหมด




ตาของกู้เบ่ยส่อประกายเย็นยะเยือกออกมาในขณะที่กล่าวว่า “ท่านพี่ข้าจะพาท่านกลับเดี๋ยวนี้!





ข่าวที่เนี่ยหลี่ได้ทำการท้าท้ายหลงยู่อินนั้นได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กู้เหิงเองก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกกระตุ้นให้สนใจการแข่งขันนี้เช่นกัน หลงยู่อินเป็นอันดับหนึ่งในคนรุ่นหลังของตระกูลผนึกมังกรอย่างไม่ต้องสงสัย บุคคลที่สามารถท้าทายหลงยู่อินทั้งที่ตนเองไม่มีภูมิหลังคอยหนุนนั้น กู้เหิงจึงพิจารณาว่าเป็นศัตรูที่คู่ควร





กู้เหิงกวาดสายตาผ่านฝูงชนก็สังเกตเห็น กู้หลานกับกู้เบ่ย ที่มุมปากแสยะยิ้มเย็นออกมา “โอ้ นั่นใช่ พี่น้องกู้หลาน กับพี่น้องกู้เบ่ย หรือไม่? พวกเจ้าสองคนเองก็มาเพื่อดูเรื่องสนุกสนุกด้วยเช่นกันรึนี่?”




กู้เบ่ยจ้องไปที่เขา พร้อมกับหัวเราะ “ใช่แล้วใช่แล้ว ข้าเองก็ไม่คาดคิดว่าพี่น้องกู้เหิงจะอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ข้าได้ยินว่ามีสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่นี่ ข้ากับพี่ของข้าเลยมาที่นี่เพื่อรับชมดู”





กู้หลานยังคงเงียบอยู่ นางก้มหัวลงต่ำมือที่ซีดเซียวของนางจับอยู่ที่พักแขนของรถเข็นอย่างสงบ






กู้เหิงเหลือบมองไปยังกูหลาน ที่ปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันในเวลาแค่พริบตา จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสาร “การเจ็บป่วยของพี่น้องกู้หลานยังคงไม่ได้รับการเยียวยารักษา ? ช่างน่าเสียดายแทนยิ่งนัก แต่เดิมด้วยความสามารถของพี่น้องกู้หลานนั้นจะทำให้ก้าวไปยังจุดสูงสุดของตระกูลกู้ของเราได้อย่างแน่นอน! กู้เบ่ยขณะที่ท่านพี่ของเจ้ากลายเป็นคนพิการไปแล้ว เจ้าควรดูแลนางให้ดี!” (ถีบยอดหน้าแม่*)





ตาของกู้หลานเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่นางก็ปกปิดมันอย่างรวดเร็ว ในอดีตที่ผ่านมานางได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยอดอัจฉริยะ นางจะไม่ทนแม้แต่เพียงเศษทรายที่มากระทบกับความภาคภูมิใจของนาง แต่นับตั้งแต่วันที่นางล้มลงนางก็เริ่มเรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้น





กู้เบ่ยทำได้แค่เพียงถอนหายใจออกมา 




“ขอบพระคุณท่านพี่ กู้เหิงเป็นอย่างมาก อาการบาดเจ็บของพี่สาวข้าไม่อาจเยียวยารักษาได้เลยแม้แต่นิด ดังนั้นข้าจึงพานางออกมาเพื่อบรรเทาความเบื่อหน่ายให้แก่นาง”






แม้จะโกรธ กู้เหิงมากแค่ไหน ที่มาดูถูกพี่สาวเขามิหนำซ้ำยังเรียกพี่สาวเขาว่าพิการ  เขาก็ยังต้องกล้ำกลืนฝืนมันเอาไว้ กู้เหิง มองกู้หลาน ที่ก้มหน้าอยู่โดยไม่โต้ตอบสิ่งใด อันที่จริงนับตั้งแต่นางพิการนางก็คงไม่เหลือใจจะสู้ต่อไปอีกแล้วกระมัง





“ไหนๆพวกเจ้าก็ได้มาถึงสถานที่ที่นี้แล้ว ถ้างั้นก็อยู่รอดูการแสดงนี้ให้จบก่อนกลับเป็นไง!”กู้เหิงยิ้มออกมา “ข้าได้ยินมาว่ามีเด็กหนุ่มมีความสามารถคนหนึ่งได้ท้าทายหลงยู่อิน สิ่งนี้ทำให้ข้าสนใจมาก!





แม้ว่าเส้นชีพจรของกู้หลานจะเสียหายและกลายมาเป็นคนพิการ หากพ่อแม่ของนางยังคงมีชีวิตอยู่นางคงไม่ถูกหมิ่นเกียติรถึงเพียงนี้ อีกทั้งผู้อาวุโสหลายคนยังให้การสนับสนุนกู้เบ่ยกับกู้หลาน ถึงแม้ว่าเขาอยากใช้คำพูดทิ่มแทงให้มากกว่านี้ เขาก็ยังต้องยับยั้งใจการกระทำต่อกู้หลานและกู้เบ่ยเอาไว้บ้าง





กลุ่มผู้คนที่ยืนดูศิลาอันดับวิญญาณด้วยความคิดที่แตกต่างกันไป




นอกเหนือจากตระกูลกู้ ตระกูลผนึกมังกร ตระกูลเพลิงสีเทา ตระกูลอื่นๆแทบทั้งหมดมารวมกันอยู่ที่ศิลาอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงเพื่อมาดูผล




เนี่ยหลี่ที่เพิ่งเข้าด่านจิตวิญญาณแห่งแสงเป็นครั้งแรก และขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 14 ในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง นี่นับว่าเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ ความสามารถของเขา หากพวกเขาสามารถดึงเนี่ยหลี่ให้มาร่วมกลุ่มเขาได้นั่นจะต้องเป็นประโยชน์อย่างมากต่อตระกูลพวกเขา





ภายในด่านจิตวิญญาณแห่งแสง




เนี่ยหลี่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เกิดการกระเพื่อมของพลังงานมากมายเช่นนี้ แต่เนี่ยหลี่ยังสัมผัสได้ถึงพลังสวรรค์และปฐพีและเริ่มทำการเชื่อมต่อกับพลังสวรรค์และปฐพีต่อไปเรื่อยๆ





เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเขารู้สึกได้ว่า บทแรกของเทคนิค [เทพวิถีฟ้า] มีประสิทธิภาพและเสถียรมากขึ้น แท้จริงแล้วการปลดปล่อยอานุภาพที่แท้จริงของ เทคนิค [เทพวิถีฟ้า] ต้องเข้ามายังอาณาจักรซากมังกรเพื่อทำการบ่มเพาะพลัง





เนี่ยหลี่ได้มาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้าแล้ว หลงยู่อินมองเนี่ยหลี่ที่ค่อยๆลดระยะห่างขึ้นมาเรื่อยๆ นางรู้สึกถึงแรงกดดันเป็นครั้งแรกในชีวิตนาง ครั้งแรกของนางกับเนี่ยหลี่ ในการเข้ามายังด่านจิตวิญญาณแห่งแสงอยู่ในขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้าเท่ากัน นี่เหมือนกับว่าเขากำลังจะทำมันได้ (นางกำลังมอบครั้งแรกเอ้ย แข่งครั้งแรกของนางกับหลี่อยู่ 125 เท่ากัน ในครั้งแรก เลยกลัว)





นับแต่นางยังเยาว์ นางมักจะบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายนางก็สามารถทำให้เขาเหล่านั้นสยบใต้ฝ่าเท้านางได้




การแสดงออกของนางเริ่มหวั่นกลัวบ้างเล็กน้อยเมื่อมองเนี่ยหลี่ ตั้งแต่เกิดมาเนี่ยหลี่เป็นฝ่ายตรงข้ามที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่นางเคยพบ!




แต่นางจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้เด็ดขาด คิดว่านางเป็นใครกัน นางคือหลงยู่อินจากตระกูลผนึกมังกร ! เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วนางจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดก็ตามในวัยเทียบเท่ากัน





เนี่ยหลี่หยุดอยู่ที่ขั้นหนึ่งร้อยยี่สิบห้าและมองไปที่หลงยู่อิน




“ข้าได้ยินมาว่าในคราแรกที่เจ้าได้เข้ามาด่านจิตวิญญาณแห่งแสง เจ้าก็มาถึงตรงที่ข้ายืนอยู่ตรงนี้ ดูเหมือนว่าอัจฉริยะอย่างเจ้าคงมีความสามารถพอใช้ได้ ขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า ไม่ง่ายเลยที่จะมาถึง?!” เนี่ยหลี่ยั่วยุหลงยู่อินเล็กน้อย




ใบหน้าของหลงยู่อินโกรธจนขึ้นสี เสียง แคร๊ก! ดังมาจากการกำหมัดจนแน่นของนาง นางจ้องไปยังเนี่ยหลี่ “แค่เพียงเจ้าสามารถมาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า ไม่ได้หมายความเจ้าชนะข้าได้ในวันนี้ หากเจ้าไม่สามารถเอาชนะข้าได้แล้วก็จงรอรับชะตากรรมการเฆี่ยนตีสามครั้งของข้าคนนี้ได้เลย !






             “เจ้าไม่ต้องมาห่วงข้าหรอก เจ้าควรจะห่วงตัวเจ้าเองเสียดีกว่า หากข้าได้ตีเจ้าถึงสามครั้ง ข้าก็กำลังคิดว่าข้าควรจะตีส่วนไหนของเจ้าดี กับสาวงามเช่นเจ้าเพื่อไม่ให้เสียของ





           แต่อย่างไรก็ตามกับผู้ที่งามเพียงรูปแต่จิตใจชั่วร้ายแบบเจ้าข้าจะไม่ผ่อนปรนเด็ดขาด!” เนี่ยหลี่จ้องมองหลงยู่อินอย่างกระหาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก ช่วงเอว หรือส่วนอื่นๆ บนร่างกายของนาง เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อันชั่วร้าย






  






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง