test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 280 การเฆี่ยนสามครั้ง


หลงยู่อินก้าวขึ้นต่อไปเรื่อยตรงไปที่เนี่ยหลี่ ในขณะที่นางเดินมาถึงระดับที่เนี่ยหลี่อยู่นางก้มมองและยิ้มให้เขาอย่างเย็นชา “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาได้ถึงระดับนี้ แต่ด้วยสถานะอันต่ำต้อยของเจ้าแล้ว นี่คงจะเป็นขีดจำกัดของเจ้าแล้วใช่ไหม?”





คำพูดของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่มีต่อเนี่ยหลี่





สิ้นคำพูดของหลงยู่อิน เนี่ยหลี่ก็ตะคอกออกมา “หลงยู่อิน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะเก่งกาจมากงั้นรึ? เจ้าคิดว่าเจ้าวิเศษมากงั้นเชียว? หากไม่ได้ทรัพยากรจากตระกูลเจ้าคอยหนุนหลังตัวเจ้ามันก็ไม่มีอะไรเลย! ก็เช่นเดียวกับที่เจ้าได้กล่าวมา ตระกูลผนึกมังกรนี้สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นอัจฉริยะได้โดยแท้ หากปราศจากตระกูลผนึกมังกรแล้ว เจ้ามันก็ไม่แตกต่างอันใดกับขยะ!
หลงยู่อิน ไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะกล้าต่อว่านาง!




            “เจ้ากล้าเรียกข้าว่าขยะ?!”ดวงตาหลงยู่อินเต็มไปด้วยความกระหายเลือด ความเย็นชาที่เปล่งออกมาเพื่อต้องการสังหารเนี่ยหลี่ นับตั้งแต่นางยังเด็กไม่มีผู้ใดที่จะหาญกล้าเรียกขานนางว่าขยะ!




เนี่ยหลี่หัวเราะอย่างเย็นชา “หลงยู่อิน หากไม่มีตระกูลเจ้า เจ้ามันก็แค่เศษของขยะ จะเรียกขยะยังไม่เต็มปาก เจ้าคิดว่าสายเลือดมังกรของเจ้ามันน่ากลัวนักหรือ? ฮ่า ฮ่า ในสายตาของข้าสายเลือดมังกรก็ไม่ได้นับว่าแตกต่างจากขยะ!”เนี่ยหลี่เต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อหลงยู่อิน




แต่เดิมบุคลิกของเนี่ยหลี่ จะไม่โกรธแค้นได้ง่ายๆ แต่เขายังคงนึกถึงคำพูดของหลงยู่อินที่กดดันให้อาจารย์ของเขาให้ไปสู่ความตาย






“เหตุใดข้าจะไม่กล้าตำหนิเจ้า ? คนอื่นอาจจะกลัวเจ้าแต่ข้า เนี่ยหลี่ ไม่เคยเกรงกลัวเจ้า คนชั่วช้าสารเลวอย่างเจ้าที่พูดจาโอ้อวดไปวันๆ สมควรถูกตัดลิ้นแล้วเอามาทอดลงน้ำมันเสีย!”เนี่ยหลี่กล่าวอย่างเย็นชาสุดขีด





“เจ้ากล้าเรียกข้าว่าสารเลวเช่นนั้นเหรอ...ใบหน้าของหลงยู่อินซีดผงะไป นางชี้ไปยังเนี่ยหลี่ “นี่เจ้ากล้าเรียกข้าแบบนี้จริงๆใช่มั้ย ?! ข้าจะทำลายเจ้าทำลายครอบครัวของเจ้าไม่ให้เหลือ!” นางเคยว่ากล่าวโจมตีถึงเพียงนี้มาก่อนหรือ? เมื่อทุกคนมองมายังที่นางก็บังเกิดความกลัวขึ้นในตา นางอยู่เหนือกว่าผู้ใดจะเทียบได้แล้วในช่วงวัยเดียวกัน จะมีใครกล้าตำหนิติเตียนนางว่าสารเลวอย่างที่เนี่ยหลี่ได้ทำกัน?




“หลงยู่อิน เจ้ามันก็แข็งแกร่งแค่เพียงภายนอก แต่ภายในนั้นช่างอ่อนแอ คนที่เข้ามาตีสนิทชิดเชื้อกับเจ้าก็แค่หวังจะพึ่งความแข็งแกร่งของตระกูลเจ้าเท่านั้น หากไม่มีตระกูลเจ้า เจ้าไม่ใช่เพียงเศษขยะหรอกหรือ อัจฉริยะบ้าบออะไรกัน ? ช่างน่าขันนัก! หากเจ้าคิดว่าเจ้าแน่จริงก็จงมาแข่งกับข้า เจ้าคิดว่าอันดับที่สิบจิตวิญญาณแห่งแสงเป็นอะไรที่น่ายำเกรง? สักวันข้าจะบอกเจ้าให้รู้ เกี่ยวกับความภาคภูมิใจของเจ้านั้นคืออะไร มันเป็นเพียงสิ่งไร้สาระ!





หลงยู่อินโกรธจัดจนถึงจุดที่อกนางจะระเบิดออกมาเพราะความโกรธ นี่นับเป็นครั้งแรงที่นางถูกใครบางคนทำให้โกรธ




หลงยู่อินกำหมัดแน่นจ้องมายังเนี่ยหลี่ “มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่กล้ากล่าวว่าข้าเช่นนี้ ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้ว่าความห่างชั้นของข้ากับเจ้ามันราวฟ้ากับเหว! การแข่งขันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ฮ่าๆ ช่างปัญญาอ่อน ไม่มีใครกล้าพูดกับข้า หลงยู่อินคนนี้มาก่อน ดี ดี ข้าจะมอบความพ่ายแพ้ให้กับเจ้าให้เจ้าได้สำนึกถึงความต่างระหว่างข้ากับเจ้า! เอาแบบนี้เป็นไง หากเจ้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ข้าจะเฆี่ยนเจ้าแรงๆสามครั้ง หึเจ้ากล้ายอมรับคำท้าข้ารึไม่?”




เนี่ยหลี่ยังไม่ได้บรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ด้วยซ้ำ การเฆี่ยนแรงๆจากหลงยู่อินสามครั้งก็นับว่าเพียงพอต่อการเอาชีวิตเขาแล้ว!





“เหตุใดข้าจักไม่กล้า? แล้วข้าก็จะขอใช้เงื่อนไขเดียวกับเจ้า ระยะเวลาที่กำหนดก่อนวันนี้จะจบลง หากเจ้าพ่ายแพ้ข้าก็จะเฆี่ยนเจ้าสามครั้งเช่นเดียวกัน!”เนี่ยหลี่หรี่ตาจ้องหลงยู่อินด้วยแววตาที่เย็นชา “เจ้ากล้าพอรึไม่?”





 เนี่ยหลี่ทราบดีว่า สำหรับหลงยู่อินผู้มีสายเลือดมังกรนั้น โดยทั่วไปแล้วการเฆี่ยนตีสามครั้งไม่ได้ส่งผลอันใดกับนางเลย แต่สำหรับบุคคลเช่นหลงยู่อินแล้ว การถูกเฆี่ยนตีสามครั้ง เป็นสิ่งที่ยากจะยอมได้ ให้นางตายเสียยังดีกว่า   หลงยู่อินหัวเราะอย่างเย็นชา “เหลวไหล! เข้าพูดว่าข้าจะพ่ายแพ้?”




เนี่ยหลี่ยังจ้องหลงยู่อินอย่างไม่ละสายตา “คำถามคือ เจ้ากล้าหรือไม่?”





หลังจากถูกสายตาคมกริบของเนี่ยหลี่จ้องมองมา หลงยู่อินมีหรือจะยอมได้? นางพ่นลมหายใจออกมาก่อนพูดว่า “เรื่องอะไรข้าจะไม่กล้า ? ข้าจะรอเจ้าอยู่ข้างบนนั่น!





เมื่อพูดจบ หลงยู่อินก็หันหลังไปแล้วก้าวขึ้นขั้นต่อไป ขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบหก ขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด





เซี่ยวหยู่มองไปที่เนี่ยหลี่และหลงยู่อิน ร่อยรอยความกังวลเผยออกมาจากแววตาของเขา เขาคิดไม่ตกว่าเหตุ เนี่ยหลี่ต้องไปยั่วยุนางด้วย ถ้าหลงยู่อินเฆี่ยนตีเนี่ยหลี่สามครั้งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เนี่ยหลี่จบชีวิตแล้ว! เซี่ยวหยู่ขมวดคิ้วมองไปที่เนี่ยหลี่ เขาไม่เคยเห็นคนที่บ้าบิ่นเช่นนี้มาก่อน





รวดเร็วดุจไฟป่า ข่าวได้กระจายออกไปทั่วด่านจิตวิญญาณแห่งแสง ว่าด้วยเรื่องการเดิมพันของเนี่ยหลี่กับหลงยู่อิน    




“อะไรนะ?? เจ้าเด็กเนี่ยหลี่นั่นยอมรับคำท้าดังกล่าว?”





“ใช่แล้ว เด็กเนี่ยหลี่นั่นหวังสูงเกินไปจริงๆ ช่างยโสโอหังนัก! แม้ว่าความสามารถของเขาจะแข็งแกร่งกว่าหลงยู่อิน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะหลงยู่อินภายในเวลาหนึ่งวัน !




“จากทั้งหมดหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้าขั้น เมื่อมาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบ ขั้นตอนต่อๆไปจะยากขึ้นราวกับปีนขึ้นฟ้า เจ้าเนี่ยหลี่นั่นช่างหยิ่งผยองและหลงตัวเองยิ่งนัก!





“การเฆี่ยนสามทีของหลงยู่อิน จะฆ่าหมอนั่นแน่นอน!





จำนวนของผู้ที่มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกด่านจิตวิญญาณแห่งแสงมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทั้งหมดมาเพื่อเหตุผลเดียว นั่นคือการจะได้เห็นผลเดิมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลี่กับหลงยู่อิน





เช่นเดียวกับสถานที่อื่นๆในสถาบันวิญญาณฟ้า





หนานเหมียน เทียนไห่ และ หวงอวี้ ได้สังเกตเหตุการณ์ภายในด่านจิตวิญญาณแห่งแสงอย่างใกล้ชิด เมื่อพวกเขาเห็นการเดิมพันที่เกิดขึ้นนี่ ช่วยไม่ได้ที่การแสดงออกของพวกเขากลายเป็นจริงจังขึ้นมา






หนานเหมียน เทียนไห่ขมวดคิ้วของเขาก่อนกล่าวว่า “แม้ว่าความสามารถของเด็กเนี่ยหลี่คนนั้น จะดีมากแต่เขาหยิ่งผยองเกินไป! เขาจะเดิมพันกับหลงยู่อินได้อย่างไร? ถ้าเขาแพ้ การเฆี่ยนตีสามครั้งจากหลงยู่อินจะฆ่าเขา! และหากแม้ว่าเขาชนะขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี นั่นมิใช่ว่าเป็นความอัปยศอดสูของหลงยู่อินหรอกหรือ ในทางกลับกันเขาก็จะต้องถูกตระกูลผนึกมังกรจัดการ!





หวงอวี้ ถอนหายใจออกมาก่อนจะกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการกระทำอันบ้าบิ่นนี้ หลงยู่อินน่าจะไปพูดบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาโกรธขึ้นมา”




พวกเขาคิดสภาพไม่ออกเลยถึงผลที่จะตามมาจากเรื่องในเหตุการณ์นี้ หากเรื่องนี้มันเลยเถิดเกินควบคุม พวกเขาคงจะต้องก้าวเข้าไปยุ่งด้วยเสียแล้ว!






กลับมาที่ด่านจิตวิญญาณแห่งแสง





หลงยู่อินก้าวขึ้นไปถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบเก้าก่อนจะหยุด เมื่อนางมาถึงขั้นนี้นางก็ไม่สามารถที่จะก้าวไปยังขั้นต่อไปได้อีก นางหันกลับมากวาดตามองเนี่ยหลี่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะนั่งลงอยู่ที่ขั้นนั้น จากขั้นตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบขั้นต่อๆไปจะเป็นการก้าวเดินที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก อัจฉริยะทุกคนเมื่อมาถึงจุดนี้ก็จะต้องพบกับอุปสรรคในการก้าวเดินขึ้นต่อไปอีกขั้น




หลงยู่อินรู้สึกว่าหากนางเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังขึ้นอีกเล็กน้อย นางก็จะสามารถก้าวขึ้นไปยังขั้นที่หนึ่งร้อยสามสิบได้ นั่นหมายความว่าในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงนางจะกลายเป็นผู้ที่มีอันดับ 9





เนี่ยหลี่ที่พยายามจะเอาชนะนาง มันเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆของคนสติฟั่นเฟืองเท่านั้น!
         



ครั้งแรกที่นางได้เข้ามายังด่านจิตวิญญาณแห่งแสง นางได้ก้าวมาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า  ก่อนที่จะหยุด และหลังจากทำการบ่มเพาะพลังต่อไปอีก สองถึงสามเดือนนางก็ขยับเพิ่มขึ้นมาได้อีก สี่ ขั้น




ในขณะเดียวกันเนี่ยหลี่ก็ได้ทำการ บ่มเพาะพลังสวรรค์อย่างต่อเนื่อง และในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นมายังขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบสองแล้ว





เมื่อได้เห็นเช่นนี้แล้ว ทุกคนก็หันกลับมามองเนี่ยหลี่ด้วยความสนใจ เนี่ยหลี่สามารถบ่มเพาะพลังได้เร็วจนเหลือเชื่อ แล้วเขาก็กำลังจะก้าวขึ้นขั้นต่อไปแล้ว




การก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าวจากขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบนั้นอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเนื่องจากขอบเขตวิญญาณที่มีอยู่อย่างจำกัดของผู้ที่อยู่ตำว่าระดับชะตาสวรรค์ ในบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์นั้นสามารถไปขั้นที่ หนึ่งร้อยสามสิบแปดนั่นนับว่าสูงสุดแล้ว! ที่ได้รับการบันทึกในรอบหลายพันปีมานี้!





สายตาทุกคนจับจ้องไปยังพวกเขาทั้งคู่




มุมปากของหลงยู่อินกระตุกขึ้นเล็กน้อย “ฮึ่ม เขาสามารถก้าวขึ้นมาได้ แล้วยังไง? ครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่ข้าก็ขึ้นมาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า” นางยังคงเงียบและทำการบ่มเพาะพลังของนางต่อไปเพื่อจะสามารถก้าวขึ้นไปยังขั้นที่หนึ่งร้อยสามสิบ



อันดับจิตวิญญาณแห่งแสงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง





ชื่อของหลงยู่อินขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 9





ผู้ที่ยืนมองศิลาอันดับจิตวิญญาณก็เกิดความวุ่นวายขึ้น





“โอ้สวรรค์!หลงยู่อินเลื่อนอันดับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 แล้ว!





“ในฐานะที่เป็นเด็กใหม่ นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!




“ดูเหมือนว่าเนี่ยหลี่จะพ่ายแพ้ซะแล้ว ความห่างชั้นระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะก้าวข้ามกันได้ง่ายๆ!




หลงยู่อินเป็นอัจฉริยะของหลายปีมานี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย มันเป็นเรื่องยากมากที่ผู้มาใหม่จะเลื่อนขึ้นอยู่ในอันดับสูงภายในเวลาไม่กี่เดือน




เนี่ยหลี่ที่ได้ทำการเดิมพันธ์กับหลงยู่อิน นั่นเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา ช่างโง่เขลานักด้วยระดับอย่างหลงยู่อิน แค่คิดว่าจะชนะก็ทำได้อย่างที่พูดอย่างง่ายดาย?




จินหยานยืนอยู่บนขั้นที่ หนึ่งร้อยสิบเก้า มากที่สุดสำหรับเขาแล้ว เขาไม่สามารถจะก้าวขึ้นไปได้อีก เขาได้พยายามลองหลายครั้งแล้ว แต่ขอบเขตวิญญาณเขาดูเหมือนจะได้รับแรงกดดันอย่างน่ากลัว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นพบกับเนี่ยหลี่และหลงยู่อิน ในตาเขาก็เต็มไปด้วยความริษยา




จินหยานนั้นไม่เป็นไรหากจะพ่ายแพ้ให้กับหลงยู่อิน แต่เพราะเหตุใดเขาถึงไม่สามารถจะชนะเนี่ยหลี่ได้ ? หัวใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจมากมาย




แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักแค่ไหน เขาก็ยังทำได้แค่ยืนมองเนี่ยหลี่และหลงยู่อินจากระยะไกล เขาไม่เชื่ออย่างที่สุดว่าเนี่ยหลี่จะสามารถชนะหลงยู่อินได้ ตัวตนของหลงยู่อินไม่สามารถทำให้พ่ายแพ้ด้วยบุคคลธรรมดาสามัญ ต้องการมีชัยเหนือหลงยู่อินงั้นรึมันไม่มีวันทำได้!






เซี่ยวหยู่มองเนี่ยหลี่ด้วยความกังวล ไม่มีเหตุผลเลยทำไมเนี่ยหลี่ถึงต้องเดิมพันด้วย





เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเขามาถึงขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบสอง เขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่ส่งมายังเขา





เนี่ยหลี่ครุ่นคิดกับตัวเอง หากเป็นอย่างที่อาจารย์บอกข้าในชีวิตก่อนหน้านี้ แรงอาฆาตในตัวข้านี้นั้นมีมากเกินไป แม้แต่ฟ้าและดินที่คอยรองรับแรงอาฆาตแค้นนับหมื่นนับแสนของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ยังไม่ยอมรับ ดังนั้น




การเส้นทางสวรรค์จะเปิดทางยอมรับข้าคงเป็นเรื่องที่ยากเกินไปอย่างไรก็ตาม ขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบสองนี้ ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา หากเขามาติดอยู่แค่ขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบสอง การที่เขาได้รับชีวิตที่สองมานี้จะไม่เป็นการขายหน้าหรือ ?





เนี่ยหลี่ยืนอยู่บนขั้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบสอง ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงและเริ่มบ่มเพาะ [พลังเทพวิถีฟ้า] เทคนิคการบ่มเพาะ [พลังเทพวิถีฟ้า] เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมากนการสื่อสารพลังฟ้าและดิน บทแรกของเทคนิค [พลังเทพวิถีฟ้า] : วิถีฟ้าสาดส่อง ห่อหุ้มสวรรค์แต่ไม่อาจครอบครอง มหาวิถียิ่งใหญ่ไร้ซึ่งการโต้แย้ง รู้แจ้งแต่ไม่อาจคาดเดา (โอ้ ชิท มันคืออะไร ?)




 เนี่ยหลี่ พึมพำบทแรกของ เทคนิค[พลังเทพวิถีฟ้า] ซ้ำไปซ้ำมา เกิดการหลั่งไหลของกลิ่นอายขนาดใหญ่ออกมาจากร่างของเนี่ยหลี่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

แปลโดย...สินธุ์นวล









เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง