test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

26 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 279 หลงยู่อิน


ตระกูลผนึกมังกร




หลงยู่อิน ได้ทราบข่าวว่าเนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่ มีอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง 16และ11 ตามลำดับ




นางไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับเซี่ยวหยู่แม้แต่นิด แต่นางค่อนข้างสนใจเนี่ยหลี่ที่มาจากโลกใบเล็กที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ ไม่ต้องพูดถึงทรัพยากรที่ใช้บ่มเพาะพลังมีอยู่อย่างจำกัด แต่ความจริงที่ว่าเขาก้าวขึ้นมาอยู่อันดับสูงในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงหลงยู่อินสัมผัสได้ถึงการท้าทายอย่างรุนแรง



นับตั้งแต่นางยังเด็กนางเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นเหนือผู้อื่นในวัยเดียวกัน นางไม่เคยได้รับความรู้สึกท้าทายเช่นนี้มาก่อน




นางลุกขึ้นและเดินออกไป ณ ตอนนั้นนางไม่ได้ตีค่าเนี่ยหลี่ไว้สูงมากนัก แต่ตอนนี้นางได้ประเมินเนี่ยหลี่เอาไว้สูงเพิ่มขึ้นแล้ว




ตอนนี้นางสวมเสื้อผ้ากระชับเข้ารูป เผยสัดส่วนที่น่าประทับใจของนาง ดาบยาวประดับอยู่ที่เอวเพรียวบางของนาง เรียวขาที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง สร้างบรรยากาศกดดันให้แก่ผู้พบเห็น



แม้ว่าใบหน้าของนางจะสมบูรณ์แบบมากก็ตามที แต่แค่ชื่อของนางก็ทำให้บุรุษวัยเดียวกับนางหวาดกลัวจนอึแทบราด ชายหนุ่มรูปงามที่อายุราวๆ16-17 เดินเข้าไปถามนาง “น้องอิ้น เจ้ากำลังจะไปไหน?”




หูหย่ง เจ้าต้องการโดนข้าจัดการเจ้าอีกครั้งงั้นสิ?”หลงยู่อิน พ่นลมหายใจของนางสร้างแรงกดดันให้กับชายหนุ่มที่เพิ่งถามนางเมื่อครู่ ชายหนุ่มที่ได้ยินคำพูดของนาง ก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ขาของเขาไม่สามารถหยุดสั่นได้เลย



ด้วยการจ้องมองนั้น หลงยู่อินพูดอย่างเย็นชาว่า “เศษสวะอย่างเจ้าเนี่ยนะคิดจะแต่งงานกับข้า? หากเจ้าต้องการแต่งกับข้า ก่อนอื่นก็จงเอาชนะข้าสิ!
พูดจบหลงยู่อินก็เดินจากไปร่างของนางหายออกไปทางประตูทางเข้า



ชายหนุ่มได้แต่ยืนมองนางจากไป เอาชนะนางงั้นรึ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร? ไม่มีบุคคลในวัยเดียวกันที่สามารถประสบความสำเร็จได้เทียบเท่านางเลย!  ทางเข้าด่านจิตวิญญาณแห่งแสงเต็มไปด้วยหัวข้อการสนทนามากมายต่างๆนานา




           ประเด็นที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้น เนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่ที่ได้เลื่อนอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงเข้าไปสู่อันดับสูงเมื่อไม่นานนี้ จริงๆแล้วหลู่เปียวก็ได้รับการพิจารณาไม่แพ้กันแต่เขาก็ต้องถูกบดบังรัศมี เนื่องจากเนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่



“อันดับที่ 11 จิตวิญญาณแห่งแสง ไม่ใช่ว่าเซี่ยวหยู่เป็นขยะไร้ค่าหรอกรึ? นี่มันเป็นไม่น่าเป็นไปได้!



“หรือว่าเขาจะทะลวงเข้าสู่ระดับชะตาสวรรค์ได้แล้ว?”



“เนี่ยหลี่ผู้นี้มาจากไหน?ทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?!



“นั่นสิพวกนั้นมากจากที่ใดกันนะ?”




ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั่นเอง ใครคนหนึ่งก็ได้ตะโกนขึ้น 



“หลงยู่อินมาที่นี่!





เหล่าฝูงคนที่กำลังพูดคุยอยู่กันนั้นก็แหวกทางมองมายังที่ที่เดียว ทุกคนต่างมองด้วยความกลัว แม้ว่าหลงยู่อินจะเป็นผู้ที่งดงาม พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่แอบๆมองเท่านั้น ก่อนจะรีบเปลี่ยนมุมมองสายตาอย่างรวดเร็ว




นี่เป็นเรื่องตลกงั้นหรือ? ไม่มีใครอยากกระตุ้นนาง นางเป็นหญิงงามที่น่ากลัว นางทำให้คู่หมั้นของนางถึงกับพิการด้วยมือนางเอง





นอกเหนือความแข็งแกร่งจากการบ่มเพาะพลังของนางแล้ว นางยังมีร่างกายที่แกร่งไม่แพ้กัน นางเป็นผู้มีสายเลือดมังกรและความจริงที่ว่านางมาจากตระกูลที่ไม่สามารถแตะต้องได้ ผู้คนทำได้เพียงชื่นชมหลงยู่อิน จากเบื้องล่างของนางเท่านั้น ในขณะเดียวกันนางก็เป็นผู้มาใหม่ที่ได้อันดับ 10 ไปครองเป็นคนแรก


สายตาของนางจ้องมองไปยังอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในด่านจิตวิญญาณแห่งแสง





“หลงยู่อิน ได้เข้าสู่ด่านจิตวิญญาณแห่งแสง!




“นอกจากนี้ข้ายังได้ยินมาว่า นายน้อยจินหยานเองก็ได้เข้าไปแล้วเช่นกัน!




“นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว!





เมื่อ หานจิง หวังหยาง และพรรคพวกได้ยินข่าวนี้ ก็รีบมายังด่านจิตวิญญาณแห่งแสง และเนื่องจากพวกเขาไม่เคยเข้าด่านจิตวิญญาณแห่งแสงมาก่อน พวกเขาจึงตามคนอื่นๆเข้าไป





ภายในด่านจิตวิญญาณแห่งแสง เนี่ยหลี่นั่งอยู่ในขั้นที่ 121 ขณะที่กำลังเชื่อมโยงเส้นทางแห่งสวรรค์ และได้รับรู้ถึงความลึกลับของฟ้าและดิน




ขั้นที่เหนือกว่าขั้นที่ 121 เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่ไม่ให้เขาฝ่าเข้าไป หากเขายังคงฝืนขึ้นไปขอบเขตวิญญาณของเขาต้องเกิดการระเบิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงไม่กล้าจะก้าวขึ้นไปต่อ




ขอบเขตวิญญาณภายในร่างของเขากำลังดูดซึมพลังงานฟ้าและดิน





เนี่ยหลี่ปล่อยให้พลังฟ้าและดินเหล่านั้นเข้ามายังขอบเขตวิญญาณของเขาจากนั้นจึงทำการปรับแต่งมันทีละนิดให้มันกลายเป็นพลังของเขาเอง
ขอบเขตวิญญาณของเนี่ยหลี่ตอนนี้เปรียบได้กับน้ำวนที่ดูดกลืนพลังฟ้าและดินเข้ามา  ในเวลาเดียวกัน ที่แห่งหนึ่งภายในสถาบันวิญญาณฟ้า ผู้เยี่ยมยุทธหลายคนนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะหิน





หนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธ สวมชุดคลุมสีเทา กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “มีคนไม่มากนักที่มากพรสวรรค์ในปีนี้ ยกตัวอย่างเช่นหลงยู่อินจากตระกูลผนึกมังกร นางมีสายเลือดมังกรแถมยังมีรากวิญญาณฟ้าขั้นที่ 7 และถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 10 ในด่านทดสอบ” ชายคนนี้มีนามว่า หนานเหมียน เทียนไห่ เป็นผู้อาวุโสสถาบันวิญญาณฟ้าคอยดูแลเรื่องกิจกรรมต่างๆ




ผู้เยี่ยมยุทธที่ใส่ชุดคลุมสีขาว กล่าวว่า “หลงยู่อินจากตระกูลผนึกมังกรเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน” ชายผู้นี่คือ หวงอวี้ เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโส “เด็กใหม่ที่ชื่อ เนี่ยหลี่ก็ไม่เลวเลยทีเดียว เขาสามารถก้าวไปยังอันดับที่ 16 จิตวิญญาณแห่งแสง!




หนานเหมียน เทียนไห่ ยิ้มแบบสบายๆ “มันเป็นจริง เด็กใหม่สองคนที่มาจากโลกใบเล็กนั้นความสามารถไม่เลว แม้กระทั่งเซี่ยวหยู่ก็ดูเหมือนจะสามารถประสบความสำเร็จได้”




หวงอวี้ยิ้ม “สิ่งที่น่าประทับใจก็คือเด็กที่ชื่อเนี่ยหลี่นั่น ที่สามารถเพิ่มความสามารถของตนเองโดยไม่มีผู้หนุนหลังให้ทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังเหมือนตระกูลผนึกมังกร ดูเหมือนว่าเขตตะวันออกจะได้รับเหล่าอัจฉริยะเพิ่มขึ้นหลายคนในปีนี้!




พวกเหล่าอาวุโสกำลังให้ความสนใจสถานการณ์ภายในสถาบันวิญญาณฟ้า พวกเขาจับตาดูการกระทำของเหล่าอัจฉริยะทั้งหมด เนี่ยหลี่และหลู่เปียวก็เข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้เรียบร้อย ในสายตาของพวกเขาทั้งสองจะกลายเป็นคนที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเพื่อทำการฝึกสอน (ประมาณว่า ไม่มีพื้นเพยังเก่งขนาดนี้ ถ้าได้รับการอบรมสั่งสอนอีกจะขนาดไหน แข่งขันกันระหว่างอาจารย์)





ภายในด่านจิตวิญญาณแห่งแสง




เซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่และหลู่เปียว กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการฝึกฝนของพวกเขา จิตวิญญาณในที่แห่งนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับพวกเขา นอกจากนี้พวกเขาตั้งใจจะฝึกฝนอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงขีดสุดของเวลาที่จำกัดไว้ ดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุให้พวกเขาฝึกอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอยู่ใน ยี่สิบอันดับแรกสามารถอยู่ฝึกฝนที่นี่ได้ถึงสามวันต่อเดือน  เบื้องล่าง ที่บันไดขั้นที่ 55 หวงอิ้ง มองไปยังเซี่ยวหยู่ด้วยแววตาที่เป็นประกาย





“จริงๆด้วย! การตัดสินใจของข้าไม่ได้ผิดพลาดพี่เซี่ยวหยู่แข็งแกร่งจริงด้วย!”หน้าของนางแดงเป็นมะเขือเทศ แทนที่จะจดจ่อกับการฝึกฝนนางจ้องมองไปที่เซี่ยวหยู่แทน






เมื่อเห็นสายตาของฮวงอิ้งที่มองเซี่ยวหยู่แล้ว เอี๋ยนห่าวเริ่มก้าวขึ้นบันไดมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมาถึงขั้นที่56เขาก็ไม่สามารถจะก้าวขึ้นต่อไปได้
“นี่ข้ากำลังจะแพ้ไอ้ขยะนั่น?!”เอี๋ยนห่าว โกรธมากจึงพยายามจะก้าวขึ้นขั้นที่ 57 แต่ทันใดนั้นก็มีพลังบางอย่างได้กระแทกตัวเขาออกไปอย่างรุนแรง





*บูม*




เขารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งเข้าปะทะกับแดนวิญญาณ เอี๋ยนห่าวได้กระอักเลือดออกมาคำหนึ่งก่อนจะกระเด็นลอยไปตกอยู่ที่พื้นดินด้านหลังนี่คือชะตากรรมของผู้ที่มีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ แต่ยังคงต้องการต่อต้านสวรรค์แห่งเต๋า




เอี๋ยนห่าวกำหมัดแน่นทุบกระแทกไปที่พื้นดิน แม้ว่าเขาไม่อยากยอมแพ้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้




เมื่อเหล่านักเรียนที่ยืนดูอยู่นั้น เห็นเอี๋ยนห่าวถูกผลักกระเด็นออกมาพร้อมกับกระอักเลือด สายตาอันเวทนาก็จ้องมองไปที่เอี๋ยนห่าว นี่เป็นผลมาจากการดันทุรัง ถ้าหากความแข็งแกร่งของเจ้าไม่เพียงพอเจ้าก็แค่หยุดแล้วทำการบ่มเพาะพลังต่อไป ทำไมต้องฝืนทำเช่นนั้นด้วย?





“นั่น นั่นคือจินหยาน”





“อะไรกัน? แม้กระทั่งหลงยู่อินที่อยู่ในอันดับสิบ ก็เข้ามายังที่นี่!




ความสนใจของผู้ที่อยู่บริเวณด่านจิตวิญญาณแห่งแสงถูกดึงดูดจากหลงยู่อิน แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆพวกเขาหลับตาลงและทำการบ่มเพาะพลังต่อไป เพราะกลัวว่าจะถูกสังเกตเห็นจากหลงยู่อิน




หลงยู่อินไม่ใส่ใจสายตาที่มองมาเมื่อครู่ นางก้าวไปยังแท่นบูชา ดวงตานางจับจ้องไปยังเซี่ยวหยู่และเนี่ยหลี่ที่กำลังทำการฝึกฝนบ่มเพาะพลังอยู่ เนื่องจากทั้งคู่อยากท้าทายตำแหน่งมากนัก นางจะไม่ให้พวกเขาได้มีโอกาสทำเช่นนั้น!




นางต้องการบอกว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นอัจฉริยะของแท้ของที่นี่!




จินหยานที่ยืนอยู่ด้านข้างกวาดสายตาไปมองหลงยู่อิน เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลงยู่อินจะมาที่นี่ หลังจากที่รู้ถึงความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวของนาง ทำให้จินหยานทำตัวไม่ถูก เขามั่นใจว่าสามารถเอาชนะเนี่ยหลี่ได้ แต่กับหลงยู่อินเขาไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย




เนี่ยหลี่ทำการบ่มเพาะพลังอยู่อย่างเงียบๆ ความเข้าใจฟ้าและดินของเขาเพิ่มมากขึ้น และเสถียรมากยิ่งขึ้น เถาวิญญาณในตัวเขายังทำหน้าที่เป็นวังน้ำวนที่ดูดกลืนพลังฟ้าและดินอย่างต่อเนื่อง




ในขณะเดียวกันนักเรียนสองคนที่ทำการบ่มเพาะพลังอยู่ไม่ไกลจากเนี่ยหลี่ สัมผัสได้ถึงพลังฟ้าและดินที่เบาบางลง พวกเขามองมาที่เนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ




ชายคนนี้บ่มเพาะพลังแบบใด?นี้มันแปลกประหลาดเกินไป ! พลังฟ้าและดินที่อยู่โดยรอบถูกดูดกลืนจนเกือบเหือดแห้งโดยเนี่ยหลี่!




หากพวกเขายังทำการบ่มเพาะอยู่ที่นี่ต่อ ความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก





นักเรียนสองคนนั้นจึงลุกขึ้นยืนและเดินจากไปให้ไกลเพื่อที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากเนี่ยหลี่




เนี่ยหลี่รู้สึกว่าระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเขาอยู่ที่ระดับตำนาน 5 ดาวแล้ว หลังจากมาถึงอาณาจักรซากมังกรความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเขาเพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่าเมื่อเทียบกับตอนที่อยู่โลกใบเล็ก ! หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆภายในหนึ่งเดือนเขาอาจจะก่อรูปชะตาวิญญาณและทะลวงเข้าสู่ระดับชะตาสวรรค์!





ในขณะที่แดนวิญญาณยังคงหมุนดูดซับพลังอยู่นั้น จู่ๆเนี่ยหลี่ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายที่กดดันมา เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาพบว่าหลงยู่อินกำลังเดินมาในทิศทางที่เขาอยู่ ใบหน้าสวยงามราวปติมากรรมน้ำแข็งที่แม้จะผ่านไปหมื่นปีก็ไม่ละลาย ดวงตาคู่นั้นที่ทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างหนาแน่น





เหตุใดนางจึงมาที่นี่ ? ในขณะที่เนี่ยหลี่คิดว่าทำไม อาจารย์ของเขาถึงต้องถูกฆ่าโดยหลงยู่อินและพรรคพวกของนาง อารมณ์ของเนี่ยหลี่ก่อเกิดเป็นปฏิปักษ์ อาฆาตแค้นไปทั่วดวงตา ในชีวิตนี้เขาจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน




ในฐานะที่ผู้หญิงคนนี้คือ หลงยู่อิน เขาต้องหลีกเลี่ยงนางไปให้ไกลและลืมนางเสีย เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบเป็นระลอกคลื่นให้กับชีวิตใหม่ของเขา





เนี่ยหลี่ทำตามคำสัญญาก่อนหน้านี้ที่เขาให้ไว้กับอาจารย์ ไม่แสวงหาการแก้แค้นหลงยู่อิน แต่เขาจะไม่ให้หลงยู่อินมีโอกาสอีกครั้ง เนี่ยหลี่จะต้องบ่มเพาะพลังให้ไปในระดับที่สูงกว่านาง จนนางไม่อาจเทียบได้ หลังจากนั้นเพื่อความมั่นใจ เขาจะนำหลงยู่อินไปให้ไกลให้พ้นจากที่นี่ให้มากที่สุด
สินธุ์นวล : ความหมายของหลี่คือการเอาไปเป็นเมียน้อยยยย













เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง