test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

26 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 278 อันดับที่เปลี่ยนแปลง


เซี่ยวหยู่ที่กำลังเดินนำหน้าอยู่ในขั้นที่มากกว่าเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่งดงามราวกับเทพธิดาก็ถึงกับตะลึง เขาถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ งดงามเหนือผู้ใดในใต้หล้าโดยแท้ แววตาคมกริบคู่นั้นที่ราวจะเจาะทะลุสู่หัวใจผู้คนได้อย่างง่ายดาย





นางยิ้มให้เซี่ยวหยู่จางๆก่อนที่เดินลงบันไดอย่างช้าๆ




การก้าวเท้าที่สง่างาม ของนางทำให้หัวใจของผู้ที่พบเห็นนั้นต้องเต้นอย่างบ้าคลั่ง เสื้อผ้าของนางปลิวไสวไปตามแรงลมทุกคนต่างจ้องมองนางอย่างเหม่อลอยในความงดงามของนาง ทันใดนั้นราวกับทุกสิ่งในโลกต้องมัวหมองให้กับนาง





นางเดินผ่านเซี่ยวหยู่ไป แล้วเคลื่อนที่ไปยังทิศทางของที่เนี่ยหลี่และหลู่เปียวอยู่ ดวงตาคมกริบจ้องมายังเนี่ยหลี่อย่างชัดเจน เผยให้เห็นรอยยิ้มบริสุทธิ์จากมุมปากของนาง “ยินดีที่ได้พบ เจ้าชื่ออะไร?เจ้ารู้จักข้าหรือไม่?”





ด้วยการจับจ้องที่ทะลุได้ทุกอย่าง




“ข้าไม่ทราบ”เนี่ยหลี่กล่าวพลางส่ายหัว เนี่ยหลี่จำได้ว่าอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่าเขาเป็นภัยพิบัติต่อชีวิตนาง ดังนั้นเนี่ยหลี่ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้นาง และปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจริงมั้ย?





หญิงสาวมองมาที่เนี่ยหลี่อย่างประหลาดใจ เขาไม่ทราบว่านางเป็นใคร? คิ้วของนางขมวดเป็นปมเล็กน้อย แม้ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของนางจะไม่สูงมาก แต่นางเป็นผู้เดินอยู่บนเส้นทาง [หยั่งรู้ชะตาสวรรค์] ดังนั้นนางสามารถจะคาดเดาชะตาของผู้ที่นางพบเห็นได้ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ราวกับเป็นผู้ที่ถูกละเว้น เมื่อนางพยายามจะทำนายชะตาของเขานางกลับพบกับความโกลาหลวุ่นวายสับสน





            ทำไมเนี่ยหลี่ถึงได้จ้องมองมายังนางราวกับว่ารู้จักนางเป็นเวลานาน?การกระทำเหล่านั้นไม่น่าจะใช่การเสแสร้งทำ




          นางรู้สึกคลุมเครือมากในความทรงจำของนาง ราวกับว่านางกับเขาเคยพบกันที่ไหนสักแห่งมาก่อน




นางเม้มริมฝีปากก่อนจะยิ้มออกมา “ข้าชื่อ อิง เยว่หลู่ เจ้าละชื่ออะไร?”




           เนี่ยหลี่ถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ ในชีวิตก่อนหน้าตอนที่เขาได้ฝึกฝนกับอาจารย์ อาจารย์ไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อจริงของนางออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เหตุใดนางจึงบอกชื่อนางให้กับคนแปลกหน้ารู้ในชีวิตนี้?




เมื่อเห็นหญิงงามนางนั้นเริ่มต้นที่จะพูดคุยกับเนี่ยหลี่ก่อน ใบหน้าของเหล่านักเรียนเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยความริษยา พวกเขาได้จ้องมองนางเป็นเวลานานแต่ไม่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้นาง ทำได้เพียงแต่ให้ความสนใจอยู่ห่างๆเพียงแค่นั้น แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่านางจะเป็นฝ่ายเริ่มเข้าใกล้กับเนี่ยหลี่ก่อน หลังจากขบคิดอยู่พักหนึ่งเนี่ยหลี่จึงตอบไปตามตรง  “ข้าชื่อเนี่ยหลี่!




“เนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่ ..”อิงเยว่หลู่ พึมพำกับตัวนางเอง “ทำไมข้าถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้ยิ่งนัก ? มันเหมือนกับข้าเคยได้ยินมันมาจากที่ไหนมาก่อน”




เนี่ยหลี่เงยหน้าขึ้นจ้องมองมายังนาง ที่แห่งใดกันที่อาจารย์จะได้ยินชื่อของเขา?




“อย่าใส่ใจเลย ข้าคงจำผิดไปเอง”อิงเยว่หลู่ ส่ายหัวของนาง พลางยิ้มสดใสออกมา รอยยิ้มที่สามารถทำให้ผู้คนยืนนิ่งเหม่อลอยเพียงแค่การมองนาง




เซี่ยวหยู่ ที่กำลังอยู่ในขั้นที่หนึ่งร้อยหันกลับมา เมื่อเห็นว่าเนี่ยหลี่กับอิงเยว่หลู่ คุยกันอย่างสนุกสนาน เขาชะงักการไปต่อของเขาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรอบๆและเดินไปที่เนี่ยหลี่กับหลู่เปียวอยู่




“เนี่ยหลี่ เกิดอะไรขึ้น?เจ้ารู้จักนางด้วย?”เซี่ยวหยู่เหลือบมองไปที่ อิงเยว่หลู่ ด้วยสีหน้าระแวดระวัง ก่อนจะกระซิบบอกกเนี่ยหลี่ “คนที่อยู่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์มีความซับซ้อน ที่มาของนางยังเป็นปริศนา เจ้าควรจะระวังตัวไว้”





เมื่อได้ยินคำของเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่ได้แต่ยิ้มตอบ ถึงแม้ว่าในชีวิตนี้ อิงเยว่หลู่จะไม่รู้จักเขา แต่เขาทราบดีถึงตัวตนของนาง หัวใจของนางเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ นางเป็นคนชนิดที่ยอมเต็มใจรับความเจ็บปวดแทนผู้อื่น




“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้ นางไม่ได้เป็นภัยกับเรา” เนี่ยหลี่ยิ้มขณะที่ตอบเซี่ยวหยู่




“เจ้าเพียงแค่พบกับนางเพียงเท่านั้น มิหนำซ้ำยังพึ่งพบ เจ้ามั่นใจได้อย่างงั้นหรือ?”เซี่ยวหยู่ขมวดคิ้วพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ



“ใช่”เนี่ยหลี่พยักหน้าตอบอย่างจริงใจ




เมื่อเห็นว่าดวงตาของเนี่ยหลี่ตราตรึงอยู่กับหญิงนางนั้น โดยไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมจิตใจของเซี่ยวหยู่ถึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจหงุดหงิดเป็นอย่างมาก “หากเจ้าไว้ใจนางมากนักก็ตามใจ มันก็ไม่ใช่ธุระของข้า!เซี่ยวหยู่ หันไปรอบๆก่อนจะก้าวขึ้นขั้นต่อไปอย่างไม่สนใจเนี่ยหลี่






เมื่อมองไปยังเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่ถึงกับเกิดความสับสนขึ้นมาในใจ เกิดอะไรขึ้นกับเขา?




อิงเยว่หลู่ มองไปที่เซี่ยวหยู่อีกครั้ง ก่อนปรากฏรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบนใบหน้านาง นางหันกลับไปมองเนี่ยหลี่อีกครั้งแล้วยิ้มให้ “ดูเหมือนว่าสหายของเจ้าจะไม่ต้อนรับข้าเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรเสีย ข้าก็ได้จำชื่อของเจ้าไว้แล้ว เนี่ยหลี่ ข้าเชื่อว่าเราจะต้องได้พบกันอีกครั้งในเวลาไม่นานนี้แน่นอน!




อิงเยว่หลู่ ยิ้มกริยาของนางเต็มไปด้วยความสงบ ในขณะที่นางเดินลงบันไดเสน่ของนางได้ดึงดูดสายตาผู้คนเอาไว้ให้มองได้มายังที่นางเพียงเท่านั้น  นางช่างสง่างามอย่างแท้จริง




เหล่านักเรียนมองอิงเยว่หลู่จากไปก่อนจะหันมามองทางเนี่ยหลี่ด้วยสายตาที่เป็นปฏิปักษ์ ในพวกเขาหลายคนได้รู้ว่านางคืออิงเยว่หลู่อยู่แล้ว แต่พวกเขาสัมผัสได้ว่าตัวตนของนางนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด บรรดาผู้ที่ไปถึงขั้นที่ 130 ได้นั้นย่อมไม่ธรรมดา




พวกเขาหลายคนมีความรู้สึกด้อยไม่คู่ควรเวลาที่มองไปยังนางเลยทิ้งความคิดที่จะเข้าใกล้นาง แต่ถึงอย่างนั้น เนี่ยหลี่กลับมีโอกาสได้พูดคุยกับนางผู้เปรียบเป็นเทพธิดาในดวงใจของพวกเขาทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง หลู่เปียวมองเนี่ยหลี่อย่างขมขื่น “เนี่ยหลี่ ดูเหมือนว่าเจ้าจะกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของผู้คนไปแล้ว!




นอกจากหลู่เปียวจะไม่ทราบถึงวิธีการอันใดที่เนี่ยหลี่กระทำ เพื่อเทพธิดาคนนั้นมาคุยด้วย หรือว่าเนี่ยหลี่อาจจะมีสมบัติวิเศษติดตัวเอาไว้ทำให้มีเสน่ห์ดึงดูดได้แม้กระทั่งหญิงงามดุจเทพธิดาคนนั้น? (ในหัวเอ็งคิดแต่เรื่องนี้ใช่ม้ายย)





“ไม่ต้องใส่ใจกับพวกนั้นหรอกน่า ไม่จำเป็นต้องไปสนใจสายตาผู้อื่นที่จ้องมานัก เจ้าควรจะกังวลกับตัวเจ้าเองมากกว่านะ หากเจ้าสามารถโดดเด่นได้มากกว่าผู้อื่น เจ้าก็จะไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับคนเหล่านั้นว่าจะคิดกับเจ้ายังไง”เนี่ยหลี่พูดขณะที่ก้าวขึ้นไปยังขั้นต่อไป





หลู่เปียวครุ่นคิดกับคำพูดของเนี่ยหลี่ และทำให้เขาตระหนักได้มากขึ้น ทำไมเนี่ยหลี่ต้องพูดอะไรที่มันเป็นปรัชญาเข้าใจยากด้วยนะ? แต่เขาก็ยังคงเร่งก้าวขึ้นขั้นต่อไป (ถึงจะไม่รู้เรื่องแต่ทำๆไปก่อนงั้นสินะ)




เซี่ยวหยู่ จัดระเบียบการหายใจของเขาในขณะที่เขามาถึงขั้นที่ 120 แต่เมื่อเขาพยายามจะก้าวไปยังขั้นที่สูงขึ้นปรากฏว่าเขาไม่สามารถทำได้ มันดูเหมือนว่าความเข้าใจเกี่ยวกับพลังฟ้าและดินของเขาน้อยกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับหญิงสาวนางนั้น แม้ว่าไม่อยากจะยอมรับ แต่เขาก็ทำได้เพียงหยุดอยู่ที่ขั้นนั้น





เซี่ยวหยู่ หันกลับมา มองไปที่เนี่ยหลี่และหลู่เปียว ก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจเล็กน้อย เนี่ยหลี่แค่พบพานหญิงสาวและได้พูดคุยกันและเขาได้เตือนเนี่ยหลี่เกี่ยวกับนาง เซี่ยวหยู่หงุดหงิดจนต้องพ่นลมหายใจออกมา จากนั้นจึงได้เริ่มทำการบ่มเพาะพลังอยู่ที่ขั้นนั้นต่อไป




ภายนอกด่านจิตวิญญาณแห่งแสง





เกิดความโกลาหลวุ่นวายในหมู่คนที่อยู่ภายนอก



“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน? เซี่ยวหยู่ขึ้นไปอยู่อันดับที่11!




“นี่มันต้องผิดพลาด ต้องเป็นความผิดพลาด?! พวกเจ้าบางส่วนจงเข้าไปในด่านทดสอบจิตวิญญาณแห่งแสงและตรวจสอบดู นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้! ไปสืบดูว่าเซี่ยวหยู่มันใช้กลโกงอะไร?”ฮัวหลิง คำรามออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่เคยคาดคิดว่าเซี่ยวหยู่จะมีอันดับนำหน้าเขาไป
ไอ้ขยะเซี่ยวหยู่มันทำได้ยังไง?






ฮัวหลิงรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เขาเคยมีความรู้สึกหวาดหวั่นต่อเซี่ยวหยู่ หลังจากการทดสอบรากวิญญาณแล้วเซี่ยวหยู่มีรากวิญญาณฟ้าขั้นที่ 7 ใครจะสามารถจินตนาการได้ถึงความสามารถที่ได้ระเบิดออกมา?ตอนนี้ความกลัวของเขาได้กระตุ้นความรู้สึกอยากสังหารใครสักคน





ในขณะที่เอี๋ยนห่าวที่อยู่ห่างออกไปมองเห็นรายชื่อเซี่ยวหยู่ในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงก็ต้องตกตะลึงเป็นอย่างมาก ชื่อของเซี่ยวหยู่ไม่เคยปรากฏขึ้นในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง แม้กระทั่งอันดับที่ดีที่สุดที่เขาเคยทำได้นั่นก็คือ อันดับที่ 121 ถึงแม้ว่าอันดับของเขาจะถูกลดลงอย่างง่ายดาย แต่เซี่ยวหยู่กลับไปถึงอันที่ 11 !นั่นคือความสูงที่ตัวเขาไม่สามารถจะเอื้อมถึง!





จากข้อมูลที่ผ่านๆมา ผู้ที่สามารถเข้ามายัง 20 อันดับแรกได้นั้น ได้กลายเป็นผู้เยี่ยมยุทธเมื่อเติบโตขึ้น และกลายเป็นผู้ที่สามารถควบคุมพื้นที่ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้!





อยู่ดีๆก็เกิดช่องว่างระหว่างเอี๋ยนห่าวกับเซี่ยวหยู่





เอี๋ยนห่าวกลายเป็นโง่งม เล็กน้อย ในอดีตที่ผ่านมาเขาคิดว่าเซี่ยวหยู่เป็นเพียงแค่เศษสวะไร้ค่าที่มีดีแค่รูปลักษณ์เพียงเท่านั้น แต่ตอนนี้ปรากฏว่าขยะนั้นได้กลายเป็นเขาเสียเอง! เขาจะเทียบกับเซี่ยวหยู่ได้อย่างไร?





ทันใดนั้นก็มีเสียงปรากฏขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง





“ดูเจ้าสองคนที่มาใหม่นั่นก็ได้เข้ามาอยู่ในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง!





“เนี่ยหลี่และหลู่เปียวเหมือนสองคนนั้นจะมาจากโลกใบเล็ก!




สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง อันดับของเนี่ยหลี่และหลู่เปียวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลู่เปียวได้หยุดอยู่ที่อันดับ 86 แต่เนี่ยหลี่ยังขยับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ






“โอ้สวรรค์!เขากำลังจะแซงอันดับของนายน้อยจินหยานแล้ว!สายตาทุกคนจับจ้องไปยังอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง เนี่ยหลี่นั้นอยู่ที่อันดับ 16




พวกเขาแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นทั้งสองคนเพิ่มอันดับจิตวิญญาณแห่งแสง เนี่ยหลี่และหลู่เปียวเพิ่งจะมาใหม่ในปีนี้ ไม่เหมือนหลงยู่อินและจินหยานที่มีพื้นหลังเป็นตระกูลใหญ่ แต่พวกเขาก็ยังสามารถขึ้นไปในอันดับสูงได้นี่พวกเขาไม่คิดจะให้โอกาสกับผู้ที่มาก่อนเลยรึไง?





คนที่มาจากโลกใบเล็ก ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!





หนึ่งคนอยู่อันดับที่ 11 ส่วนอีกคนอยู่อันดับที่ 16 ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงได้ หากพวกเขาทำการบ่มเพาะพลังต่อเนื่องละก็ใครจะรู้ว่าพวกเขาสามารถไปได้ถึงขั้นไหน ? หากพวกเขาต้องการจะเข้าไปยัง10อันดับแรกนั่นก็ต้องเป็นการท้าทายสวรรค์แล้ว
สิบอันดับแรกเป็นความฝันของคนหลายคน!




นอกจากนี้รางวัลของมันก็มากพอที่จะทำให้ผู้ที่มองเห็นน้ำลายไหลแล้ว




ผู้ที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในสิบอันดับแรกแน่นอนทุกคนคืออัจฉริยะ เมื่อพวกเขาอยู่ในสิบอันดับแรกจะต้องเป็นที่ดึงดูดจากสถาบันอย่างแน่นอน ตระกูลจิน




จินหยานกำลังฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้สัตว์อสูรของเขา คนรับใช้รีบวิ่งมารายงาน “นายน้อย ข้ามีข่าวร้ายจะมาเรียนให้ท่าน” จินหยานขมวดคิ้วของเขาก่อนจะถามด้วยท่าทีขึงขัง “เกิดอะไรขึ้น?”



“นายน้อยอันดับจิตวิญญาณแห่งแสงของท่านได้ ลดลงไปอยู่อันดับที่ 25”





“ใครเป็นคนที่นำหน้าข้าไป?เป็นผู้ใดกัน?”จินหยานยังอยู่ในท่าทีสงบ มันเป็นเรื่องปกติมากที่อันดับจะมีการเปลี่ยนแปลง เขาเพียงแค่ต้องการทราบอย่างละเอียดเท่านั้น



“คนหนึ่งชื่อว่าเซี่ยวหยู่ อยู่ในอันดับที่ 11 และเนี่ยหลี่อยู่อันดับที่ 16 !”คนรับใช้รีบรายงาน




“เนี่ยหลี่?”จินหยานขมวดคิ้วสักครู่ เขาไม่เคยคาดคิดว่าเนี่ยหลี่ที่อยู่ระดับเดียวกับเขาจะก้าวนำหน้าเขาไป เขาเป็นคนที่ถูกจัดให้เป็นรองจากหลงยู่อิน หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าเขาไม่สามารถแข่งขันกับนางได้และจัดให้เขาเป็นอันดับ สอง แต่ตอนนี้ความจริงที่เนี่ยหลี่ก้าวข้ามเขาไปทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย





แววตาของจินหยานเย็นยะเยือก เขาต้องไปที่ด่านจิตวิญญาณแห่งแสงเพื่อทำการฝึกฝน เขาต้องก้าวข้ามเนี่ยหลี่ไปให้ได้ และต้องบดขยีเนี่ยหลี่ด้วยฝ่าเท้าของเขาเอง!...จบแล้วครับ


แปลโดย..สินธุ์นวล











เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง