test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 275 ตราประทับวิญญาณ


เนี่ยหลี่ แบ่งศิลาจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งร้อยก้อนให้กับหลู่เปียว จากนั้นทั้งคู่จึงกลับไปยังที่พักของเซี่ยวหยู่



เซี่ยวหยู่ เงยหน้าขึ้นก็พบว่าทั้งคู่กลับมาแล้ว จึงถามขึ้น “พวกเจ้าทั้งสองคนไปไหนมานะ? ข้าหาพวกเจ้าไม่เจอหลังจากที่ข้ากลับมาก็พบว่าพวกเจ้าหายไปแล้ว ข้าจึงได้ออกตามหาแต่ข้าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าพวกเจ้าหายไปอยู่ที่ไหน!




เนี่ยหลี่สัมผัสได้ถึงความวิตกกังวลเล็กน้อยที่แสดงออกมาทางสีหน้าของเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่ต่างเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกันจึงไม่ได้ไว้ใจเขาเท่าที่ควร แต่เมื่อเร็วๆนี้ความคิดของเนี่ยหลี่ที่มีต่อเซี่ยวหยู่ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป 




เนี่ยหลี่ตระหนักได้ว่าบุคคลเยี่ยงเซี่ยวหยู่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร น่าจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้ ถึงแม้ว่าเซี่ยวหยู่จะมีนิสัยคล้ายผู้หญิงไปบ้างก็ตามทีเถอะแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากมายอันใด




     “พวกข้าแค่ออกไปเดินเล่นสำรวจพื้นที่และกลับมาพร้อมกับศิลาจิตวิญญาณบ้างเล็กน้อยเหล่านี้ก็เท่านั้นเอง!” เนี่ยหลี่โยนถุงที่บรรจุศิลาจิตวิญญาณไปให้เซี่ยวหยู่




เซี่ยวหยู่รับกระเป๋านั้นไปสำรวจก็ต้องตกตะลึงขึ้นมาทันทีเพราะในถุงนี้มีศิลาจิตวิญญาณจำนวนห้าสิบหรือหกสิบก้อนเลยทีเดียว




เซี่ยวหยู่ส่ายหัว “นี่พวกเจ้าไปได้ศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากขนาดนี้มาจากไหน?ข้าไม่สามารถรับมันไว้ได้หรอก!



         

             “พวกข้าแค่เดินเล่นไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้รับศิลาจิตวิญญาณจำนวนห้าร้อยก้อน ในเมื่อเราเป็นพี่น้องกัน แล้วเจ้าจะเกรงใจไปทำไมกัน?” หลู่เปียวหัวเราะและเลียนแบบท่าทางของ กู้เบ่ย และขณะที่กำลังพยายามจะโอบไหล่เซี่ยวหยู่อยู่นั้นเอง เซี่ยวหยู่ก็เคลื่อนตัวหลบด้วยความไวเหนือเสียง



ความประหลาดใจถาโถมเข้ามายังเซี่ยวหยู่ เซี่ยวหยู่นึกภาพที่เนี่ยหลี่จะสามารถหาศิลาจิตวิญญาณจำนวนห้าร้อยก้อนได้อย่างไร แล้วเซี่ยวหยู่ก็ส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่หละยังไงข้าก็รับศิลาจิตวิญญาณนี้เอาไว้ไม่ได้!พวกเจ้าเอามันคือไปเถอะ!”หลังจากพูดจบเซี่ยวหยู่ก็นำถุงที่บรรจุศิลาจิตวิญญาณส่งคืนเนี่ยหลี่



พริบตาเดียวกันนั้นเนี่ยหลี่คว้าข้อมือของเซี่ยวหยู่เอาไว้แล้วยัดถุงศิลาจิตวิญญาณเข้ามาในมือของเซี่ยวหยู่ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม 





“ก่อนหน้านี้เจ้าได้ให้ศิลาจิตวิญญาณแก่พวกข้าทั้งคู่ไว้ และพวกข้าก็ไม่ได้ปฏิเสธเจ้า แต่ในตอนนี้พวกข้ามีศิลาจิตวิญญาณมากมายสำหรับตัวพวกข้าเองแล้ว และก็พยายามจะให้เจ้าใช้มันร่วมกันกับพวกข้า หากเจ้ายังยืนยันจะปฏิเสธมันแล้วนี่หมายความว่าเจ้าไม่ได้เห็นพวกข้าเป็นเพื่อนรึ?”



เซี่ยวหยู่ดึงมือกลับ ด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย “นั่นมันไม่เหมือนกันสักหน่อยข้า ข้าเพียงแค่ให้ศิลาจิตวิญญาณเจ้าเพียงสองก้อน แต่เจ้ากลับคืนข้าด้วยศิลาจิตวิญญาณจำนวนมาก”




        “มันไม่เหมือนกันอย่างไร?”เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดต่อไป “ในตอนนั้นเจ้ามีศิลาจิตวิญญาณอยู่หนึ่งโหล แต่เจ้าก็ให้พวกข้ามาถึงสอง และในตอนนี้พวกข้ามีศิลาจิตวิญญาณอยู่จำนวนห้าร้อยเป็นธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่รึที่จะมีส่วนแบ่งให้สำหรับเจ้า ไม่แตกต่างกัน! 




         ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าตอนนี้พวกข้าสองคนต้องอาศัยเจ้าอยู่ หากเจ้ายังคงยืนกรานจะไม่รับมันไว้อีกพวกข้าสองคนจะออกจากที่นี่ทันที”




เซี่ยวหยู่ลังเลไปชั่วขณะหนึ่งในที่สุดก็ตกลงพยักหน้า “ก็ได้ ถ้างั้นข้าจะขอรับศิลาจิตวิญญาณนี้และขอทิ้งห่างพวกเจ้าไปก่อนเลยละกัน”




       “เยี่ยม! ตอนนี้พวกข้าจะรีบกลับไปฝึกฝนบ่มเพาะพลัง เอาไว้ให้เจ้าทิ้งห่างพวกข้าให้ได้เสียก่อนเถิดเจ้าค่อยมาพูดในภายหลัง!” พูดจบเนี่ยหลี่ก็เดินกระหยิ่มยิ้มย่องกลับเข้าไปยังห้องพักของตัวเองทันทีโดยไม่รอการตอบกลับจากเซี่ยวหยู่เลยแม้แต่น้อย




เซี่ยวหยู่จ้องตามเนี่ยหลี่ไปด้วยความรู้สึกที่ต้องการเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็นึกคำพูดที่ไม่ออก ได้แต่ฝืนกลืนมันลงท้องไป หลังจากนั้นจึงได้ก้มมองศิลาจิตวิญญาณที่อยู่ในมือ





 เมื่อวานนี้เนี่ยหลี่ได้รับเพียงศิลาจิตวิญญาณจำนวนเพียงห้าก้อนเป็นค่าตอบแทนจากการรักษา แต่หลังจากนั้นเพียงวันเดียว เนี่ยหลี่กลับมาพร้อมศิลาจิตวิญญาณจำนวนมาก เซี่ยวหยู่ถึงกับใบ้กินเลยทีเดียวหลู่เปียวก็ยิ้มให้เซี่ยวหยู่ก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเองเช่นกัน




เมื่อกลับเข้ามาในห้องแล้วเนี่ยหลี่ จึงนำจินตาน ออกมาไว้ตรงมุมห้อง ด้วยศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากมายเช่นนี้ต้องสามารถยกระดับความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!




ยู่หยานก็ออกมาจากแขนเสื้อของเนี่ยหลี่ นางซ่อนตัวอยู่ในแขนเสื้อของเนี่ยหลี่ตลอดเวลาที่นางทำการบ่มเพาะพลัง จากสัมผัสของนางทำให้นางสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของเนี่ยหลี่เป็นประโยชน์สำหรับนางอย่างมากในการบ่มเพาะพลัง 




การบ่มเพาะพลังสวรรค์ภายในของเนี่ยหลี่ มีความรวดเร็วกว่าภายนอกหลายเท่าตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงเลือกซ่อนตัวและไม่ยอมเผยตัวออกมา




           “พี่สาว ยู่หยานท่านสามารถใช้ศิลาจิตวิญญาณเหล่านี้ช่วยในการบ่มเพาะพลังของท่านได้!”เนี่ยหลี่ยิ้มและส่งกองศิลาจิตวิญญาณให้กับยู่หยาน




        “ขอบคุณเจ้ามากเนี่ยหลี่ ข้ารู้ว่าศิลาจิตวิญญาณเหล่านี้มีค่ามากเพียงใด” ยู่หยานมองมาที่เนี่ยหลี่ด้วยความรู้สึกปีติยิ่ง  นับตั้งแต่นางได้ร่วมเดินทางพร้อมเนี่ยหลี่ นางจึงรู้ว่าเนี่ยหลี่ห่วงใยพวกพ้องของตนและยังเป็นคนที่น่านับถือมาก




เนี่ยหลี่ยิ้ม “พี่สาว ท่านจะสุภาพกับข้ามากเกินไปหรือเปล่า ? ท่านเองก็เป็นสักขีพยานด้วยมิใช่หรือว่าแค่เพียงทำการรักษาผู้คนนิดๆหน่อยๆก็ได้มาซึ่งศิลาจิตวิญญาณจำนวนห้าร้อยก้อน ในอนาคตข้ายังหาวิธีที่จะทำให้ได้มาซึ่งศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากอยู่แล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องคิดมากเช่นนี้หรอก!




ขณะที่มองไปยังรอยยิ้มสดใสของเนี่ยหลี่นั้น ช่วยไม่ได้ที่หัวใจนางจะเกิดความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา  หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตมาเป็นเวลานาน เนี่ยหลี่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจ!




ยู่หยานร่อนตัวลงบนไหล่ของเนี่ยหลี่ ปากน้อยๆของนางประทับลงบนแก้มของเนี่ยหลี่และกล่าวว่า “ไม่ว่าสิ่งใดข้ากต้องขอบคุณเจ้า หากไม่ใช่เพราะเจ้าแล้วตัวข้าคงจะต้องถูกผนึกอยู่ใตน้ำพุทมิฬนั่น”



รอบจูบของยู่หยาน และกลิ่นหอมจางๆจากกายนาง ทำให้เนี่ยหลี่ถึงกับตะลึงไปในระยะสั้นๆ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่หอคอยทมิฬเนี่ยหลี่รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับตัวของยู่หยาน




อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ยู่หยาน อ่อนโยนขึ้นกว่าเดิมมากเมื่อเทียบกับตัวตนในอดีตของนาง นางมีอารมณ์ความรู้สึกคล้ายมนุษย์มากยิ่งขึ้น




เนี่ยหลี่เผยให้เห็นรอยยิ้ม “ถ้างั้นข้าขอตัวทำการฝึกฝนก่อนนะ พี่สาวยู่หยาน!



เนี่ยหลี่นำศิลาจิตวิญญาณออกมาและเริ่มดูดซับพลังงานสวรรค์ที่อยู่ภายใน โดยทำการดึงจิตวิญญาณเข้าไปในแดนวิญญาณของตัวเองเพื่อทำการปรับแต่งให้เป็นพลังของตน



ยู่หยาน ที่อยู่บนไหล่ของเนี่ยหลี่ยังเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายซับซ้อนกันอยู่ในความรู้สึกแสดงผ่านออกมาจากแววตาของนาง ยามเมื่อนางเหลือบมองเนี่ยหลี่ สีชมพูแดงก็เริ่มเติมเต็มไปทั่วใบหน้าของนาง นางสวมชุดผ้าไหมบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบไปทั่วเรือนร่าง ขาเรียวยาวของนางทำให้เกิดความลุ่มหลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



เมื่อเห็นว่าเนี่ยหลี่เริ่มเข้าสภาวะการบ่มเพาะพลังแล้ว นางจึงพุ่งตัวไปยังกองศิลาจิตวิญญาณเพื่อทำการบ่มเพาะพลังของนางต่อไป




ศิลาจิตวิญญาณที่ถูกเนี่ยหลี่ดูดซับ เหือดแห้งไปในพริบตา แต่พลังสวรรค์พุ่งตรงไปยังจุด ตันเถียน ของเนี่ยลี่จนไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย





เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ยหลี่จึงทำการดูดซับ ก้อนที่สองต่อไป




ก้อนที่สอง....ก้อนที่สาม...




แม้หลังจากการดูดซับไปถึงสิบก้อนแล้วก็ตามที พลังงานจากศิลาจิตวิญญาณก็ถูกดูดซับตรงไปยังจุดตันเทียน เหมือนกับวัวที่วิ่งเข้าไปจมในทะเลลึก โดนไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นให้กับขอบเขตวิญญาณของเนี่ยหลี่เลยแม้แต่นิด 





ถึงกระนั้นเถาเลื้อยในจิตวิญญาณเนี่ยหลี่เริ่มเติบโตแข็งแกร่งจากพลังงานสวรรค์ที่ดูดซับเข้ามา ดอกไม้ค่อยๆเบ่งบานขึ้นมาเรื่อยๆกลายเป็นดอกไม้ที่สวยงามมากยิ่งขึ้น(สำนวนจีน หายสาบสูญไปอย่างไม่มีความหวังที่จะหวนกลับมา)มันอาจจะเป็นเพราะพลังงานสวรรค์ที่ไปกระตุ้นการเติบโตของเถาเลื้อยนี้ เถาเลื้อยนี้ยังคงดูดซับพลังสวรรค์ต่อไปเรื่อยๆ




หลังจากเถาเลื้อยดูดซับพลังงานสวรรค์ เนี่ยหลี่ รู้สึกได้ว่าระดับพลังของเขามีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นออกมา แต่เดิมเนี่ยหลี่คิดไว้ว่า ศิลาจิตวิญญาณจำนวนสองร้อยถึงสามร้อยก้อน ก็สามารถทำให้ฝึกฝนบ่มเพาะได้เป็นเวลานานแล้ว แต่ด้วยความเร็วในการดูดซับพลังงานสวรรค์ระดับนี้ มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ?




             แม้ว่าเนี่ยหลี่จะไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเถาเลื้อยในตัวมากนัก แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตนเช่นกัน ถ้ามันเจริญเติบโตขึ้นแน่นอนว่ามันสามารถทำให้ระดับการบ่มเพาะเพิ่มสูงขึ้นด้วย!




เนี่ยหลี่ยังคงดูดซับพลังงานในศิลาจิตวิญญาณต่อไปเรื่อยๆ  ก้อนที่ยี่สิบ...ก้อนที่สามสิบ




ปริมาณของศิลาจิตวิญญาณที่ถูกใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เนี่ยหลี่ดูดซึมพลังงานสวรรค์ในปริมาณมาก ทำให้ระดับการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด




อ้างอิงจากเดิมที่ระดับการบ่มเพาะของเนี่ยหลี่ อยู่ที่จุดสูงระดับตำนานสี่ดาว กำลังจะก้าวสู่ ห้าดาวเร็วๆนี้ ตอนนี้ระยะห่างจากระดับชะตาสวรรค์ซึ่งเป็นเป้าหมายเร่งด่วนของเนี่ยหลี่ลดลงอีกระยะหนึ่งแล้ว




เมื่อเนี่ยหลี่ไปถึงระดับชะตาสวรรค์แล้ว ความเร็วการบ่มเพาะพลังจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก (โม้ไว้หลายตอนละ ไม่โหดจริงมีเลิกแปล)



จินตาน ที่กำลังหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาราวกับสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง เมื่อมันเห็นศิลาจิตวิญญาณที่ถูกดูดซับพลังงานไปจนว่างเปล่าแล้วมันก็ ... กินศิลาพวกนั้นเหมือนกับเคี้ยวถั่วเล่นไม่มีผิด




เนี่ยหลี่ที่ทำการบ่มเพาะพลังเป็นเวลานานไม่กล้าที่จะซึมซับพลังงานสวรรค์ที่มากเกินไปในคราเดียว หลังจากเสร็จสิ้นการบ่มเพาะพลังจึงได้ลืมตาขึ้น ก็สังเกตเห็นว่า จินตานได้กินศิลาจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าไปแล้วกว่าครึ่ง 




ส่งผลให้มีเศษหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ท้องของมันก็พองโตอวบอ้วนขึ้นแล้วกลิ้งไปมาด้วยความพึงพอใจ ที่แสดงออกมาให้เห็นทางสีหน้าของมัน




    เจ้าตัวน้อยนี่ตะกละ เกินไปไหม กินแม้กระทั่งศิลาที่ว่างเปล่าพวกนี้!




       เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงได้หยิบเอา ศิลาจิตวิญญาณที่ยังไม่ได้ดูดซับพลังสวรรค์ แล้วโยนใส่จินตาน





ขณะที่ศิลาจิตวิญญาณกำลังจะถึงตัวจินตานนั้น ทันใดนั้นเองเปลือกตาที่ปิดสนิทกลับตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จินถามคว้าเอาศิลาจิตวิญญาณไปในพริบตา พร้อมกับกอดมันไว้ราวกับสมบัติล้ำค่าที่กลัวจะถูกผู้อื่นแย่งชิง จากนั้นมันก็เริ่มเคี้ยว...ศิลาจิตวิญญาณถูกกลืนกินหายวับไปไม่เหลือแม้แต่เศษก้อนเดียวให้เห็น



จินตานเลิกสนใจศิลาจิตวิญญาณแล้วหันมาจ้องเนี่ยหลี่แทน




เจ้าตัวน้อย นี่รู้จริงเสียด้วยว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดี มันรู้ว่าศิลาที่ว่างเปล่าไม่สามารถเทียบรสชาติของศิลาที่มีพลังงานสวรรค์อัดแน่นอยู่




        เนี่ยหลี่ส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า “ข้าไม่ได้มีเจ้าสิ่งนี้มากนัก ตอนนี้ข้าสามารถให้เจ้าได้เพียงก้อนเดียว หากเจ้าต้องการมันเจ้าต้องเชื่อฟังข้า!จินตานพยักหน้ารัวๆเหมือนลูกเจี้ยบตามคำของเนี่ยหลี่



เจ้าตัวน้อยนี่หลอกง่ายชะมัด แต่เมื่อเนี่ยหลี่พยายามจะเปลี่ยนกลิ่นอายของจินตานที่แผ่ออกมาก ปรากฏว่าถูกขัดขวางด้วยพลังบางอย่าง เพื่อไม่ให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนี่ยหลี่จึงพยายามอีกครั้งแต่ครั้งนี้เนี่ยหลี่ได้ปล่อยพลังงานสวรรค์ไปแทน



เนี่ยหลี่พยายามเปลี่ยนแปลงกลิ่นอายของจินตานอีกครั้ง และก็พบว่าตอนนี้จินตานไม่ได้ต่อต้าน ในขณะที่ปล่อยพลังงานสวรรค์ เนี่ยหลี่เริ่มตระหนักถึงความแข็งแกร่งทางสายเลือดของจินตานที่จินตนาการไม่ได้พลังอำนาจนี้แข็งแกร่ง ยิ่งกว่า กิเลนฟ้าเสียอีก



ความประหลาดใจสุมอยู่ในใจของเนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่ไม่สามารถจินตนาการตัวตนของจินตานได้เลย จินตานเติบโตทีละนิดละนิดจากการดูดซับพลังสวรรค์ของเนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่ที่ส่งพลังงานสวรรค์เข้าไปในตัวจินตานทำให้พลังวิญญาณเข้าไปยังตัวของจินตาน เกิดเป็นสายสัมพันธ์วิญญาณระหว่างเนี่ยหลี่และจินตาน ในขณะที่เชื่อมวิญญาณอยู่นั้นเนี่ยหลี่รับรู้ทันทีว่า จินตานนั้นแข็งแกร่ง




เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปนี้ เนี่ยรู้สึกได้เลย ว่าพลังวิญญาณของจินตานก็เข้ามากระแทบยังแดนวิญญาณตัวเองเช่นกัน




ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แม้ยังจะต้องอาศัยการปรับแต่งอีกเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ การทำตราประทับวิญญาณในแดนวิญญาณของจินตาน เพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นสัตว์วิญญาณต้องทำอย่างช้าๆและค่อยเป็นค่อยไป

แปล...สินธุ์นวล









เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง