test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

23 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 274 ความเหมาะสม




“ไม่ทราบว่าท่านรู้จักสมุนไพรที่เรียกว่า หญ้าหนามแดง รึเปล่า? เมื่อสมุนไพรชนิดนี้ผสมเข้ากับผลอสรพิษ จะสามารถผลิตสารพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นไร้รสชาติได้ หลังจากที่กินมันเข้าไปแล้วผลลัพธ์ของมันคือการทำให้หลอดเลือดดำค่อยๆอุดตัน การบ่มเพาะพลังจะทำให้เกิดความสะดุดไม่ลื่นไหลเหมือนเช่นเคย และพิษชนิดนี้ไม่สามารถตรจพบได้”เนี่ยหลี่กล่าว




คำพูดของเนี่ยหลี่ ทำให้ร่างของกู้หลานนั้นสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว นางสบตากับกู้เบ่ย อาการที่เนี่ยหลี่ได้อธิบายมาช่างตรงกับอาการที่นางประสบยิ่งนักกู้เบ่ย จับไหล่ของเนี่ยหลี่ และถาม “ถ้าเช่นนั้นพิษชนิดนี้สามารถรักษาได้รึเปล่า?”




           “ใจเย็นก่อน เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก พี่สาวของเจ้าถูกวางยาพิษในระยะเวลานานแล้ว มิใช่เพิ่งจะโดนภายในวันสองวันนี้เสียหน่อย เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลมากขนาดนี้ก็ได้ ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ข้าคิดว่านางเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บธรรมดาเป็นเรื่องง่ายที่ข้าจะทำการรักษา แต่เมื่อข้าได้เห็นนางแล้วทำให้ข้าแน่ใจว่านางนั้นถูกวางยาพิษ”เนี่ยหลี่พึมพำ






“เนี่ยหลี่”หัวใจของกู้เบ่ยลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหวังอีกครั้ง “ตราบใดที่เจ้ารักษาพี่สาวข้า ไม่ว่าจะเป็นคำขอใด ข้ายินดีจะทำให้เจ้าทั้งสิ้น!





กู้หลานและกู้เบ่ย บิดาและมารดาของพวกเขา ได้จากไปตั้งแต่ยังเยาว์ แม้ว่าจะเป็นเชื้อสายโดยตรงที่ได้รับความสามารถมากกว่าผู้อื่น แต่แล้วกู้หลานกลับต้องเสียสิทธิ์ในการขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเนื่องจากสภาพร่างกายอัมพาตของนาง 





เว้นแต่ระดับการบ่มเพาะของกู้เบ่ยจะพุ่งทยานสูงขึ้นเท่านั้น จึงจะกลายเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดตำแหน่ง แต่ในสายตาของบุคคลอื่นกู้เบ่ยถูกมองเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว กู้เบ่ย พยายามฝึกฝนบ่มเพาะพลังของเขาเป็นอย่างมากและความสามารถก็ไม่น้อยไปกว่าพี่สาวของเขาเลย




                “อันตัวข้านี้มาที่นี่เนื่องจากภารกิจและรางวัลตอนแทนเป็นศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันก้อน”เนี่ยหลี่ยิ้มพลางเหลือบมองไปยังกู้เบ่ยและพูดต่อ “สิ่งที่ข้าจะกล่าวก็คือสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยรึไม่?หากมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความสามารถที่ข้ารักษานายหญิงตระกูลกู่ให้หายดีเป็นปรกติแล้ว พวกเขาจะไม่หาวิธีทางอื่นเพื่อจัดการนางหรอกหรือ?”




             “ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลอันใด”กู้หลานเข้าใจในสิ่งที่เนี่ยหลี่กล่าวมาดี “หลังจากประสบการณ์ครั้งนี้ข้าตระหนักดีแล้ว ว่าแม้จะอยู่ภายในตระกูลพวกข้าก็ยังมีคนปองชีวิต ถ้าท่านสามารถรักษาพิษนี้ของข้า ข้าขอให้สัจจะว่าจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ โลกภายนอกก็จักรับรู้ว่าข้ายังเป็นคนพิการต่อไป”




แม้ว่าเนี่ยหลี่อายุน้อยกว่ากู้เบ่ย แต่ทว่าเขาเป็นแพทย์ ไม่ใช่เรื่องไม่เหมาะสมอันใดที่นางจะเรียกเขาว่า “ท่าน” (ซามะ อร้าง โปรด...ฉันเยี่ยงเดรัจฉาน!!)ps.โทษๆ




เมื่อได้ยินประโยคที่กู้หลานเอ่ยออกมา เนี่ยหลี่พยักหน้า นางช่างหลักแหลมยิ่งนัก



              “พิษชนิดนี้อยู่ในร่างของท่านน้อยสุดก็เป็นเวลาสามปีแล้ว ถ้าข้าจัดยาอย่างแรงให้ท่านข้าเกรงว่าหลอดเลือดดำของท่านจะรับมันไม่ไหว 





             ดังนั้นข้าจะเขียนใบสั่งยาให้ท่านกินไปสักระยะหนึ่งก่อน เมื่อพิษในตัวท่านลดลดความรุนแรงลงแล้วข้าจะทำการรักษาอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง” เนี่ยหลี่กล่าว ว่าแล้วดึงเอาปากกาและกระดาษออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับเขียนสูตรของยาแล้วยื่นมันให้กู้เบ่ย





กู้เบ่ยรับมันมาจากเนี่ยหลี่พร้อมถือไว้ราวกับว่ามันเป็นสมบัติอันล้ำค่า “ข้าจะรีบไปเตรียมสมุนไพรเหล่านี้!





นับตั้งแต่กู้หลานล้มป่วยลง เป็นเวลานาน ดังนั้นพวกเขาจึงมีสมุนไพรทุกชนิดที่ร้านขายยามี กู้เบ่ยรีบจัดเตรียมสมุนไพรเหล่านั้นทันที หลู่เปียวสะกิดถามเนี่ยหลี่ “เจ้ามั่นใจมากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับการรักษานาง?”





    “นับตั้งแต่ข้าได้รู้สาเหตุการเจ็บป่วยของนาง ข้าสามารถรักษานางได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็น”เนี่ยหลี่กล่าว พร้อมยกศรีษะเชิดพลางส่งยิ้มให้กับกู้หลาน เท่าที่ดูแล้วกู้หลานน่าจะอายุเพียง 18-19 ปีเท่านั้น หากนางไม่ได้ล้มป่วยมาเป็นเวลานาน จนใบหน้าของนางนั้นขาวซีด นางจักต้องเป็นหญิงที่งดงามเพียบพร้อมอย่างแน่นอน 




           อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่มองนางด้วยสายตาชื่นชม ไร้ความรู้สึกอื่นเหนือจากนี้   (ตอนหนิงเอ๋อเอ็งก็พูดเงี้ย !)




             “ขอบคุณท่านมาก สำหรับการช่วยรักษาข้า”เมื่อกู้หลานพูดออกมาด้วย ความที่ไม่ช้าไม่เร็วของวาจานาง ทำให้รู้สึกราวกับปลิวล่องลอยไปตามสายลมหนาว นางช่างเป็นหญิงสาวที่สุขุมยิ่งนัก



             “ท่านสุภาพเกินไปแล้ว ท่านหญิงกู้ เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เราจะต้องให้ความจริงใจต่อผู้ที่ มอบความไว้วางใจให้กับเรา”เนี่ยหลี่กล่าวและยิ้มเบาๆ




        กู้หลานพยักหน้าให้ ในขณะที่นางยังนั่งอยู่อย่างสงบนิ่งกู้หลานครุ่นคิดอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเปิดประเด็นถามเนี่ยหลี่ “ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่า ท่านมาจากที่ใดกันหรือ?”




“โลกใบเล็ก”เนี่ยหลี่กล่าว





“โอ้? ท่านมาจากโลกใบเล็กนี่เอง”กู้หลานหยุดชะงักไปชั่วครู “ยามเมื่อข้ายังเป็นเด็ก อาจารย์ของข้าก็มาจากโลกใบเล็กเช่นกัน”




หัวใจเนี่ยหลี่เต้นเร็วกว่าเดิมเล็กน้อยและกล่าวถามว่า “ข้า อยากรู้ นามของอาจารย์ท่ายิ่งนัก ไม่ทราบว่าท่านจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าอาจารย์ของท่านมีนามว่าอะไร?”




          “อาจารย์ของข้าไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง นึกอยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไป ทำตัวอิสระล่องลอยหาตัวจับได้ยาก แม้แต่ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหน การปรากฏตัวของเขานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”




           กู้หลานยิ้มอย่างข่มขืนพลางส่ายหัวของนาง “อาจารย์ของข้าไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นเป็นเวลา ห้าปี มาแล้ว มิฉะนั้นข้าคงไม่ต้องมาติดแหง่กอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ ข้ารู้เพียงแค่ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของท่านอาจารย์นั้นสูงมาก แม้กระทั่ง ผู้เยี่ยมยุทธระดับบรรพบุรุษเทพสงครามขั้นที่ 5 ก็ยังไม่สามารถเป็นคู่มือของท่านอาจารย์ได้




ความสงสัยทวีคูณขึ้นภายในจิตใจของ เนี่ยหลี่ เกี่ยวกับอาจารย์ของกู้หลาน เขาเป็นผู้ที่มาจากโลกใบเล็ก แถมยังครอบครองความแข็งแกร่งอันน่าอัศจรรย์ ทำให้ เนี่ยหลี่ อยากทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา อย่างไรก็ตามถ้าแม้แต่กู้หลานยังไม่รู้จักชื่อของเขา เนี่ยหลี่ ก็ไม่สามารถจะทำอันใดได้
ในระหว่างการสนทนาระหว่าง เนี่ยหลี่ และกู้หลาน กู้เบ่ย รีบวิ่งเข้ามา โดยมีชามของยาสมุนไพรที่หอมกรุ่นอยู่ในมือ




“นี่คือยาที่ข้าต้มมาเมื่อครู่ ท่านพี่ลองทานมันดูเถิด” กู้เบ่ย ส่งชามในมือให้กู้หลาน





กู้หลานพยักหน้าพร้อมยื่นมือรับชามยาสมุนไพร จากกู้เบ่ย นางเริ่มดื่มยาสมุนไพรนั้น ขณะที่นางดื่มยาสีหน้าท่าทางของนางยังสงบนิ่งไม่มีท่าทีเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย




หลังจากที่นางดื่มยาในชามจนหมดแล้ว กู้หลานขมวดคิ้วของนางในช่วงเวลาสั้นๆพร้อมกับปิดตาลง สัมผัสการเปลี่ยนแปลงในขอบเขตวิญญาณของนาง




กู้เบ่ย มอง กู้หลานอย่างใจจดใจจ่อ กระทั่งหลู่เปียวเองยังจ้องมองนางด้วยความคาดหวัง มีเพียงเนี่ยหลี่เท่านั้นที่มั่นใจในผลลัพธ์ของมัน





หลังจากนั้นไม่นาน กู้หลานเบิกตามองมายังเนี่ยหลี่ และกล่าวว่า “ยาสมุนไพรนี้สามารถบรรเทาพิษในร่างกายของข้าได้จริงๆ ข้ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดชีพจรของข้า! ข้าขอบคุณท่านมากสำหรับการช่วยเหลือ!





ช่วยไม่ได้ที่นางจะสูญเสียความสงบเยือกเย็นของนางไป อารมณ์ต่างๆนาๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าของนาง นางไม่คาดคิดเลยว่ายาชนิดนี้จะออกผลเร็วมากมายขนาดนี้




           “มันเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนักที่สามารถรักษาท่านหญิงตระกูลกู้ได้” เนี่ยหลี่พยักหน้ายิ้มเบาๆ “นับแต่นี้ไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนท่านต้องกินยาชนิดนี้ หลังจากนั้นข้าจะเปลี่ยนยาชนิดใหม่ให้ท่านได้กินต่อไป ข้ารับประกันได้ว่าอาการเจ็บป่วยของท่านจะต้องหายดีเป็นปลิดทิ้ง!





กู้เบ่ย รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเนี่ยหลี่จะสามารถทำมันได้จริงๆ สามารถรักษาพี่สาวได้จริงๆ นับจากนี้ไม่ว่าจะต้องเสียสละสิ่งใดเขาก็ยินดี




           “เนี่ยหลี่ นี่เป็นรางวัลสำหรับการรักษาท่านพี่ข้า หากในภายภาคหน้าเจ้าต้องการสิ่งใด อย่าได้ลังเลที่จะกล่าวขอ หากมันเป็นสิ่งที่ข้าสามารถทำได้ข้ายินดีที่จะทำ!”กู้เบ่ยตบลงบนอกของตนเอง พร้อมกับนำแหวนมิติที่เต็มไปด้วยศิลาจิตวิญญาณส่งมอบให้เนี่ยหลี่





เนี่ยหลี่ตรวจดูศิลาจิตวิญญาณภายในแหวนมิติก็ต้องพบว่ามันมีจำนวน มากถึงหนึ่งพันห้าร้อยก้อน กู้เบ่ยช่างมั่งมียิ่งนัก




กู้เบ่ยและพี่สาวของเขาเป็นเชื้อสายตรงของตระกูลกู้ แม้จักไม่ประสบผลสำเร็จในเส้นทางการบ่มเพาะพลัง แต่ปริมาณศิลาจิตวิญญาณที่พวกเขาได้รับจากตระกูลก็ยังเป็นจำนวนที่คนธรรมดาสามัญมิอาจฝันถึง





อย่างไรก็ตามจำนวนหนึ่งพันห้าร้อยนี่น่าจะเป็นทั้งหมดที่กู้เบ่ยมีแล้ว เนื่องจากศิลาจิตวิญญาณเป็นทรพยากรที่หาได้ยากมาก ยังไม่นับว่ากู้เบ่ยเองก็ต้องใช้มันเป็นจำนวนมากเพื่อการบ่มเพาะพลังของตัวเองเช่นเดียวกัน





เนี่ยหลี่นำ ศิลาจิตวิญญาณจำนวน ห้าร้อยก้อนใส่ในแหวนมิติตัวเอง แล้วคืนแหวนมิติของกู้เบ่ยที่มีศิลาจิตวิญญาณ ที่เหลือให้เขาไป “ในป้ายที่ติดประกาศคำร้องขอเอาไว้ได้บอกถึงรางวัลไว้ ว่าแค่ศิลาจิตวิญญาณเพียงหนึ่งพันก้อนเท่านั้น อีกอย่างนี่ยังไม่นับว่าทำการรักษาได้สำเร็จ ดังนั้นข้าจะขอรับมันเป็นเพียงห้าร้อยก้อน ก่อนเมื่อข้ารักษาเสร็จสิ้นแล้วข้าจะมารับส่วนที่เหลือ!



กู้เบ่ยรับแหวนมาจากเนี่ยหลี่พร้อมกับมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง ไม่มีทางใดเลยที่จะชำระหนี้บุญคุณนี้คืนแก่เนี่ยหลี่ได้




“เนี่ยหลี่ หลู่เปียว นับแต่นี้เป็นต้นไปพวกเจ้าคือพี่น้องของข้า!” กู้เบ่ย มองมายังเนี่ยลี่ และ หลู่เปียว พร้อมกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงจริงจัง





“เจ้าบ้า! นี่หมายความว่าจนถึงตะกี้นี้เจ้าก็ไม่เคยเห็นพวกเราเป็นพี่น้องเจ้างั้นสิ!”หลู่เปียวสบถความไม่พอใจออกมา




“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!” กู้เบ่ยรีบปัดมือไปมา พร้อมกับอธิบาย





เมื่อได้เห็นการกระทำของเด็กหนุ่มทั้งสามคน กู้หลานที่นั่งมองอยู่มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง มันเป็นเวลาที่ยาวนานแค่ไหนแล้วนะที่นางไม่ได้มีความสุขแบบนี้ นางคิดเสมอว่าอาการเจ็บป่วยของตนไม่อาจหาทางรักษาได้นางจึงได้ปิดใจของตนเองไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาให้เห็นอีก จนกระทั่งถึงวันนี้วันที่นางได้เห็นแสงสว่างแห่งความหวังนั้นอีกครั้งหนึ่งที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตนาง




             
         “กู้เบ่ย ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี ถึงเวลาที่พวกข้าต้องไปกันแล้ว งั้นก็ขอลาตรงนี้เลยแล้วกัน ในภายหน้าจงระมัดระวังอาหารที่ส่งมาให้ดี”เนี่ยหลี่พูดเสียงแผ่ว
ความรู้สึกผ่อนคลายถูกแทนที่ด้วยความเคร่งเครียดทันที กู้เบ่ยพยักหน้า“ข้าเข้าใจ!





บุคคลที่สามารถวางยาพิษใส่ในอาหารของกู้หลาน โดยที่ไม่สามารถตรวจจับได้ มีโอกาสสูงมากทีเดียวที่จะเป็นคนใกล้ตัว





            เมื่อล่ำลา กู้เบ่ยและกู้หลาน เสร็จ เนี่ยหลี่และหลู่เปียว ก็เดินออกมา
กู้หลาน มองไปที่เนี่ยหลี่และหลู่เปียว ก่อนจะหันมาถามกู้เบ่ย “น้องเล็ก เจ้าพบพวกเขาทั้งคู่ได้อย่างไร?”





                    “พวกเขาทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของข้างเอง ทั้งคู่เป็นอัจฉริยะที่มีระดับรากวิญญาณชั้นฟ้า โดยอย่างยิ่งเนี่ยหลี่ เขาอยู่ในระดับรากวิญญาณชั้นฟ้า ขั้นที่ 8”กู้เบ่ยยังพูดต่อไปอีกว่า “เรารู้มาว่าเขานั้นรอบรู้ในด้านอื่นๆมากมาย 





           แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะมีความรู้ทางการแพทย์อยู่ด้วย แถมยังอยู่ในระดับสูงมากทีเดียว เหล่าแพทย์ก่อนหน้านั้นก็ไม่สามารถวินิจฉัยอาการของท่านพี่ได้ แต่กับเนี่ยหลี่แล้วเขาแค่มอง เพียงแค่การมองเท่านั้นถึงกับรู้สาเหตุได้ทั้งหมด ช่างเป็นบุคคลที่น่ากลัวยิ่งนัก”




               “อ่า. รากวิญญาณฟ้า ขั้นที่ 8 ?” ดวงตาของกู้หลานเปล่งประกาย นางไม่คิดว่าพรสวรรค์ของเนี่ยหลี่จะน่ากลัวถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแค่นั้นยังมีความรู้ความสามารถในการแพทย์ที่สูงลิบ หากเป็นเช่นนี้ตัวตนในอนาคตของเขาจะสูงส่งถึงเพียงใดกัน?






ขณะที่เดินกันอยู่นั้นด้วยความอยากรู้หลู่เปียวจึงเปิดปากถามเนี่ยหลี่ 





“เนี่ยหลี่ในเมื่อพวกเขามอบศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากให้ ทำไม่ถึงไม่รับไว้?”




              “มีหรือสุภาพบุรุษที่ไม่ชอบความมั่งคั่ง แต่ก็ต้องตั้งอยู่บนหลักของความเหมาะสมด้วย กู้เบ่ยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพี่สาวของเขามาก ถึงกับยอมมอบศิลาจิตวิญญาณทั้งหมดมาให้ แต่เพียงแค่ศิลาจิตวิญญาณจำนวนห้าร้อยก้อนก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเราตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาศิลาจิตวิญญาณของเขามาทั้งหมด” 





          เนี่ยหลี่ยิ้มเบาๆ ก่อนหน้านี้เขาได้รับศิลาจิตวิญญาณจากเซี่ยวหยู่ แต่เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้อยากใช้มันเท่าไหร่นักเพราะเหมือนกับจะเป็นการติดหนี้บุญคุณ ขณะเดียวกันนี้ เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้เอาศิลาจิตวิญญาณทั้งหมดมาจากกู้เบ่ย เพราะต้องการสร้างสัมพันธ์อันดีไว้ กู้เบ่ยและกู้หลาน ต้องเป็นสุดยอดผู้เยี่ยมยุทธในอนาคตเป็นแน่ ดังนั้นการสร้างสัมพันธ์อันดีไว้ตั้งแต่ตอนนี้ นับว่าคุ้มค่ากว่าศิลาจิตวิญญาณมากนัก



               
           “โอ้วว”หลู่เปียวทำท่าเหมือนจะเข้าใจ ถึงแม้จะรู้สึกว่า กู้เบ่ยและกู้หลาน เป็นคนที่ซื้อสัตย์จริงใจ แต่หลู่เปียวก็ยังมีความรู้สึกที่ว่าได้มันมาน้อยเกินไป (โลภจริงไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง 555+ อ่านแล้วคิดถึงสมาชิกงานกลุ่ม โฮ่ๆ)





เนื่องด้วยที่ ศิลาจิตวิญญาณ เป็นทรัพยากรที่หาได้ยากยิ่ง ขนาดที่นักเรียนระดับรากวิญญาณฟ้า ยังได้แค่ คนละห้าก้อนต่อหนึ่งเดือน แต่สำหรับเนี่ยหลี่ก็ไม่ได้เป็นกังวลเสียแต่อย่างใด ศิลาจิตวิญญาณห้าร้อยก้อน สามารถใช้ฝึกการบ่มเพาะพลังไปได้อีกนานโข


                                                              แปลโดย..สินธุ์นวล










เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง