test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

21 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 272 ท่านอาจารย์เบ่ย Master Bei




หลังจากท่านอาจารย์ชิหลิงเดินออกไป ในขณะที่นักเรียนต่างยืนขึ้นเพื่อที่จะแยกย้ายหลังจบคาบเรียน


ทันใดนั้นหญิงสาวสวมชุดสีฟ้าอ่อนเดินตรงเข้ามาหาเนี่ยหลี่และลู่เพียว


นางชำเลืองมองด้วยสายตาดูถูกมายังพวกเนี่ยหลี่แล้วพูดขึ้นว่า "พวกเจ้ามาจากโลกใบเล็กใช่หรือไม่?


เนี่ยหลี่มองหญิงสาวผู้นั้นแล้วพยักหน้าตอบ "ใช่”


แม้ว่าเนี่ยหลี่จะมีความรู้เกี่ยวกับตระกูลผนึกมังกร แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หญิงสาวผู้นี้เป็นใครมาจากไหน? ทำไมเขารู้สึกคุ้นเคยกับนาง? หรือว่าเนี่ยหลี่จะเคยเจอแม่นางผู้มีในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้?



"พวกเจ้าคือ ผู้ที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับ 8 และ ระดับ 5 ที่มาจากโลกใบเล็กงั้นรึ" หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนถามพวกเนี่ยหลี่ ราวกับกว่านางจะสอบสวนพวกเขา




เนี่ยหลี่จึงเอ่ยปากว่า เจ้าคงจะไม่ได้มาทำอย่างชายคนก่อนหน้านี่ที่ชื่อจินหยาน หรอกใช่ไหม? ที่จะชักชวนพวกข้าไปเข้าร่วมกับเจ้า? หวังว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะกับการมาของแม่นางผู้นี่ แต่ด้วยท่าทางที่ดูถูกของนางทำให้ลู่เพียวรู้สึกไม่พอใจนาง



หญิงสาวชุดฟ้าอ่อนชำเลืองมองมาที่ลู่เพียวแล้วพูดว่า "แม้ว่าพวกเจ้าจะถือว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ที่สุดในกลุ่มคนที่พึ่งเข้ามาใหม่นี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะได้รับคำเชิญให้เข้าตระกูลผนึกมังกรของข้าหรอกนะ เพราะพรสวรรค์นั้นบอกได้แต่เพียงความเร็วในการบ่มเพาะพลังเท่านั้น  จะว่าไปต่อให้เป็นบุคคธรรมดาไร้ค่าแต่ถ้าเป็นคนที่ตระกูลผนึกมังกรต้องการตัวแล้วละก็ พวกเราสามารถทำให้เขากลายเป็นยอดอจฉริยะได้เลยหละ"



ด้วยคำเสียดสีของนางทำให้ลู่เพียวรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก



สายตาของเนี่ยหลี่ กับหญิงสาวผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขา สายตาของเขายังเยือกเย็น แม้ว่าคนที่ยืนต่อหน้าเขาจะมาจากตระกูลผนึกมังกรก็ตาม



ตระกูลผนึกมังกรนั้นถือเป็นตระกูลใหญ่และมีอิทธิพลเป็นอย่างมากกับนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาถือเป็น 1 ใน 3 ของตระกูลที่จัดว่าใหญ่ที่สุดในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้ ในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี่ยหลี่ เมื่อนี่หลี่ได้เข้ามายังอาณาจักรซากมังกรแห่งนี้ เขาก็ถือเป็นหนี้บุญคุณกับท่านอาจารย์ที่ช่วยฝึกสอนเขา แต่น่าเสียดายที่อาจารย์ของเขาได้ถูกสังหารโดยคนในตระกูลผนึกมังกร ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงรู้สึกไม่ค่อยดีกับตระกูลผนึกมังกรสักเท่าไหร่



แต่เนื่องจากตอนนี้อาจารย์ที่เคยฝึกสอนเขาในช่วงชีวิตก่อนยังมีชีวิตอยู่ เนี่ยหลี่จึงไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด



หญิงสาวชุดฟ้าอ่อนนั้น ไม่แม้แต่จะชำเลืองมองลู่เพียวอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ดวงตานางของนางพุ่งตรงไปยังเนี่ยหลี่พร้อมยิ้มด้วยมุมปากอย่างเย้ยหยัน  "ในวันนี้ในคาบเรียนตอนที่เรียนเกี่ยวกับจิตวิณญาณเปลวเพลิง พวกเจ้าก็แค่ทำให้ข้ารู้สึกสนใจก็เท่านั้น หวังว่าพวกเจ้าคงจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังหรอกนะ
หลังจากที่พูดจบนางก็เดินจากไป หลังจากนี้นางเดินหายไปผ่านทางเข้าตรงสวน



ลู่เพียวมองมายังเนี่ยหลี่อย่างสงสัยและถามขึ้นว่า เนี่ยหลี่ แม่นางเมื่อครู่นี้เขาหมายความเช่นไรกัน ทำไมนางจึงเดินตรงมายังพวกเราเพื่อบอกว่า พวกเราทำให้นางสนใจ? หรือว่านางคิดที่จะร่วมเตียงกับเจ้า?



เนี่ยหลี่ไม่อยากจะพูดอะไร เกี่ยวกับคำพูดของลู่เพียว ไม่รู้ว่าหัวสมองของลู่เพียวมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง?



หลังจากที่ลู่เพียวพูดจบ ก็มีชายหนุ่มหน้าตาดี เดินตรงเข้ามายังลู่เพียวและบอกว่า หลงยู่อินนั้นสนใจพวกเจ้าแต่ดูเหมือนว่าพวกเจ้าทั้งสองจะไม่ได้อยากเข้าร่วมกับตระกูลของนาง หรือว่าเจ้าคิดว่านางสนใจในตัวเพื่อนของเจ้ากันหละ พวกเจ้าไม่รู้หรอว่านางเป็นคนที่เลือดเย็นขนาดไหน
"เลือดเย็นหรอ?" ลู่เพียวได้แต่พยักหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางดูเป็นคนแบบนั้นตลอดเวลา แล้วทำไมกันล่ะ?



พวกเจ้าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ หลงยู่อิน มาก่อนรึ เนื่องจากพวกเจ้ามาจากโลกใบเล็กเลยยังไม่ค่อยรู้อะไร จริงๆแล้วแม่นางหลงยู่อินถือเป็นยอดอัจฉริยะจากตระกูลผนึกมังกรเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวลืออีกว่าภายในตัวนางมีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ด้วย เลยไม่น่าแปลกใจที่ร่างกายของนางจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าถ้าไม่ใช่อาวุธวิเศษระดับ 2 ขึ้นไป ก็ไม่สามารถทำอันตรายกับนางได้เลย เมื่อสองปีก่อน นางได้หมั้นหมายกับชายคนหนึ่ง แต่แล้วนางก็ได้จัดการกับคู่หมั้นคนนั้นอย่างราบคาบ ว่ากันว่า จนป่านี้แล้วชายหนุ่มผู้นั้นคงจะพิการถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้เลยจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหาพวกเนี่ยหลี่นั้นเงยหน้าขึ้นและเล่าต่อว่า 



คู่หมั้นของแม่นางหลงยู่อินนั้นมาจากตระกูลที่ถือว่าแข็งแกร่งเลยทีเดียว แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไม แต่คู่หมั้นของนางก็อดทนจนถึงที่สุด แม่นางคนนั้นโหดเหี้ยมราวกับสัตว์ประหลาด ข้าเตือนว่าพวกเจ้าไม่ควรไปทำนางไม่พอใจ


หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ลู่เพียวก็ไม่อยากแม้แต่จะยุ่งกับนาง


หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อน ซึ่งตอนนี้คือแม่นางหลงยู่อินงั้นหรอ? เนี่ยหลี่ครุ่นคินพลันหรี่ตาลงนึกถึงช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ คนที่สังหารอาจารย์ที่ช่วยฝึกฝนเขาก็คือหลงยู่อิน!!


ในชาติที่แล้ว หลังจากที่เนี่ยหลี่ได้เข้ามาถึงอาณาจักรซากมังกร หลงยูอินดูเหมือนจะเป็นเพียงหญิงสาวคนนึง แต่เนื่องจากนางอยู่มาเป็นเวลานาน นางจึงบรรลุถึงขั้น เทพสงครามระดับ 3 และเป็นหญิงสาวที่เผด็จการที่สุดในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเนี่ยหลี่จึงรู้สึกคุ้นเคยกับนาง เนี่ยหลี่จำได้ว่าเมื่อชาติที่แล้ว หลงยู่อินเป็นจอมเผด็การเป็นผู้คุมกฎที่ถือกฎระเบียบอย่างมากด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ที่อยากยุ่งกับนาง



ในตอนนั้น หลงยู่อิน ดูเป็นผู้ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับตอนนี้เป็นเพียงแค่สาวน้อยเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นคน คนเดียวกัน แต่ก็ยังดูแตกต่างกันอยู่ที จึงไม่ต้องแปลกใจที่เนี่ยหลี่จะจำนางไม่ได้ในตอนแรกแม้ว่าความเสียใจจากชาติที่แล้วจะไม่ได้ฝังลึกลงไปในใจมากนัก แต่เนี่ยหลี่ก็ยังคงมีความเกลียดชังต่อตระกูลผนึกมังกร



ลู่เพียวรู้สึกถูกคอกับชายคนนี้จึงได้เอ่ยปากถาม เฮ้ เจ้าชื่อว่าอะไรรึ?



ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบว่า "พวกเจ้าสามารถเรียกข้าว่า อาจารย์เบ่ย"



                              “ท่านอาจารย์เบ่ยงั้นหรอ?” ลู่เพียวเหลือบตาขึ้นทันที  เด็กคนนี้ช่างหลงตัวเองยิ่งนัก บอกให้คนอื่นเรียกว่า อาจารย์ แต่ว่านับตั้งแต่ที่ลู่เพียวย่างกายเข้ามาในอาณาจักรซากมังกรแห่งนี้ ลู่เพียก็มีกริยามารยาทที่ดีขึ้น ถ้าเกิดว่าเจ้าเด็กคนนี้มีพื้นเพมาจากผู้มีอิทธิพลล่ะ คงไม่ดีแน่ที่จะไปมีเรื่องกับเขา "ท่านพี่เป่ย ข้อขอขอบคุณมากๆที่ท่านเตือนข้าในวันนี้”



หลังจากที่เนี่ยหลี่ได้ยินคำว่า "อาจารย์เบ่ย” เนี่ยหลี่นึกออกทันทีว่า เขาเป็นคนที่รู้จักกันดีในนามจอมขี้เกียจแห่งนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ที่มักปรากฎตัวและก็หายไปอย่างไม่มีใครคาดเดาได้ แม้แต่ความแข็งแกร่งของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแม่นางเสื้อฟ้าหลงยู่อินเลย น่าจะเป็นเพียงผู้เดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับแม่นางยูอินเป็นแน่ ทำให้ทุกคนต่างเรียกเขาว่า อาจารย์เบ่ย ซึ่งเขาเป็นถึงทายาทสายตรงของตระกูลกู



แม้ว่าแม่นางหลงยู่อินจะมีสายเลือดมังกรและความแข็งแกร่งของนางนั้นจัดได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของนักสู้ แต่ อาจารย์เบ่ยก็เชื่อมั่นในฝีมือของตนเช่นกัน



"พวกเจ้าทั้งสองคน คงจะเป็น เนี่ยหลี่ กับ ลู่เพียว ใช่หรือไม่" อาจารย์เบ่ย เอ่ยถามพร้อมทั้งยิ้มมาทางเนี่ยหลี่



"ใช่แล้ว ท่านรู้จักพวกข้ามาก่อนรึ?" ลู่เพียวถึงกับ งง เล็กน้อย



กู้เบ่ยยิ้มแล้วตอบว่า แน่นอน ก็เจ้าสองคนออกจะเป็นที่รู้จักในดินแดนตะวันตกเลยน่ะสิ นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ปกติก็จะรับบรรดาพวกที่มีพรสวรรค์ที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าไม่ว่าพวกเขาจะมาจากที่ใดก็ตามยิ่งไม่ต้องพูดถึง เนื่องจากพวกเจ้า มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับ 5 และ 8 จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีหลายคนจับตามองพวกเจ้าสองอยู่



เนี่ยหลี่คิดอยู่แล้วว่าเรื่องมันเป็นไปดั่งที่เขาเคยคาดคิดไว้ เพราะถ้าพวกเนี่ยหลี่ยังไม่ได้เข้าร่วมกับตระกูลใด ก็ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้ เนื่องจาก อัจฉริยะ ในสถาบันจิตวิญญาณฟ้านี้จะได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด และไม่มีใครสามารถแตะต้องเหล่าอัจฉริยะได้ ถ้าไม่มีเหตุผลดีพอ



แล้วเจ้าละ? ลู่เพียวหันไปมองกู้เบ่ยทันทีด้วยความรู้ที่ต้องระมัดระวังตัวจากเขา



กู้เบ่ย หัวเราะ ข้าหรอ? จริงๆแล้วข้ามีความสนใจในตัวแม่นางหลงยู่อิน และข้ารู้มาว่านางกำลังสนใจพวกเจ้าทั้งสองอยู่ ข้าจึงมาดูว่าพวกเจ้าเป็นเช่นไรกัน



นี่คงจะเป็นแนวทางของอาจารย์เบ่ยจอมขี้เกียจที่มัวแต่เหล่สาวน่ารักๆ


ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ลู่เพียวก็เข้าใจได้ทันทีว่า กู้เบ่ยสนใจในหลงยู่อิน



ลู่เพียวจึงจ้องไปที่เป้าของกู้เบ่ย เจ้าคงไม่รักน้องชายเจ้าสินะกู้เบ่ย? หลงยู่อิน เป็นคนที่ลงมืออย่างเหี้ยมโหดแม้กระทั่งคู่หมั้นของตัวเอง เจ้าคงเป็นคนที่ชอบความรุนแรงมากสินะ?



                     “เฮ้ นี่เจ้ากำลังมองอะไรอยู่น่ะ? กู้เบ่ยรู้สึกขัดใจและพูดต่อว่า แม้ว่าข้าจะมีความสนใจในแม่นางยูอินแต่ข้าก็ไม่ใช่พวกชอบความรุนแรงนะ



แน่ใจหรอที่ว่าเจ้าไม่ชอบความรุนแรงน่ะ?” ลู่เพียวเอ่ยถามพร้อมชำเลืองมองไปทางกู้เบ่ย



                    “ไม่แน่นอน!! เจ้าไม่เคยพบหญิงสาวเหมือนหลงยู่อิน มันน่าตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมละที่จะเอาชนะใจคนอย่างนาง กู้เบ่ย พูดพร้อมกับหัวเราะที่แฝงไปด้วยความรู้ทะลึ่งๆ



จากคำพูดของกู้เบ่ย ลู่เพียวก็เข้าไปโอบไหล่ของกู้เบ่ยแล้วพูดว่า จริงหรอ? งั้นพวกเราต้องคุยกันสักหน่อยแล้วล่ะ



งั้นพวกเราก็เหมือนกันน่ะสิ กู้เบ่ยมองไปลู่เพียวและคิดว่านี่หละที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทของข้า



“น้องลู่ น่าเสียดายเราน่าจะเจอกันเร็วกว่านี้




เมื่อเนี่ยหลี่ เห็นทั้งสองหัวเราะด้วยความหื่น เนี่ยหลี่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อนๆ เพราะเขาไม่คิดว่าลู่เพียวกับกู้เบ่ยจะสนิทกันเร็วขนาดนี้ เนี่ยหลี่หันมองไปรอบๆ มีหลายคนที่มองตรงมายังพวกเขาพร้อมกระซิบกระซากเกี่ยวกับพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ หวังหยาง คนที่มาจากห้วงสวรรค์น้อย หวังหยางยืนขึ้นพร้อมกับนักเรียนคนอื่นอีก 5 คนที่เข้ามาเรียนพร้อมๆกันกับเขา



เนี่ยหลี่ หรี่ตาลงแล้วพูดว่า ลู่เพียว กู้เบ่ย ที่นี่คงไม่เหมาะที่จะคุยกัน ไปกันเถอะ



กู้เบ่ยก็รู้สึกบางอย่างได้จึงหัวเราะออกมา พร้อมกับพูดว่า "ตามนั้น ไปกันเถอะ ข้าคิดว่าข้าคงคุยกับน้องลู่ต่อได้อย่างสนุกแน่นอน"



ทั้งสามคนจึงเดินออกมา



เมื่อหวังหยางเห็นพวกนั้นเดินจากไป เขาก็จ้องตามพวกนั้นไป



                   “พวกมันออกไปกับกู้เบ่ย ถ้างั้นก็ครบ 5 ตำแหน่งแล้วสิ หนึ่งในนั้นพูดพร้อมขมวดคิ้วว่า ถ้านับหลงยู่อิน จินหยาน กู้เบ่ย สามคน และรวมกับเจ้าคนที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับ 5 กับ 8 เข้าไป ถือว่าเป็นคู่แข่งที่ไม่เลว และตอนนี้พวกมันอยู่กับกู้เบ่ย บางทีอาจจะยุ่งยากถ้าจะจัดการกับพวกมัน



กลุ่มของหวังหยางทั้ง 6 คนนี้ คนที่แข็งแกร่งที่สุด ก็มีเพียงรากวิญญาณชั้นฟ้า ระดับ 5 เท่านั้น การรวมกลุ่มของคนพวกนี้ หัวหน้าของพวกเขาก็คือ หานจิง



ทุกๆปี จะมีเพียง 5 คนเท่านั้นที่ถูกเลือกไปยังดินทางฝั่งตะวันออก และตอนนี้การแข่งขันก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในการที่จะเข้าไปยังดินแดนตะวันออกได้นั้น พวกเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเนี่ยหลี่และลู่เพียวเพื่อไม่ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เพราะถ้าเนี่ยหลี่และลู่เพียวได้ถูกส่งไปยังดินแดนตะวันออกแล้วละก็ พวกเขาคงต้องเสียโอกาสและต้องรอไปอีกปีเลยทีเดียว ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถรับได้อย่างแน่นอน



แม้ว่าเนี่ยหลี่และลู่เพียวจะมีรากวิญญาณชั้นว่าระดับ 5 และ 8 แต่มันก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดฝีมือของพวกเขาทั้งหมด และในตอนนี้ขณะที่พวกเขายังไม่แข็งแกร่ง มันเป็นการง่ายที่สุดที่จะจัดการกับพวกเขา ไม่เหมือนกับ จินหยาน หลงยู่อิน หรือกู้เบ่ย ซึ่งไม่มีใครกล้าแม้แต่ที่จะแตะต้องพวกเขาทั้งสาม



ในการจะเพิ่มขีดความสามารถในการบ่มเพาะพลังนั้น พวกเขาจำเป็นต้องออกไปฝึกในลานฝึกฝน เมื่อตอนที่พวกนั้นแยกจากกู้เบ่ย นั่นหละคือโอกาสของพวกเรา หวังหยางพูดราวกับว่ามันจะเป็นดังที่เขาคาดการณ์ไว้


หานจิง ขมวดคิ้วพร้อมพูดว่า อันที่จริงแล้ว ภายใน 3 วัน พวกเขาต้องไปฝึกฝนที่ลานฝึกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อลานฝึกมีด้วยกันถึง 3 แห่ง แล้วพวกเราก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะไปลานฝึกแห่งไหนกันแน่



             หวังหยางกล่าวด้วยความมั่นใจว่า ไว้ใจข้าได้เลย ข้าจะสืบหาเองว่าพวกมันจะไปที่ใดกัน ทันทีที่ข้ารู้ข้าจะรีบบอกพวกเจ้าทันที เหล่าผู้ที่มาจากห้วงสวรรค์น้อยซึ่งดูแลโดย ฮัวหลิง ดูเหมือนจะสนใจเนี่ยหลี่และลู่เพียวเป็นพิเศษอย่างที่สุด...จบตอน


แปลโดย น้องระมุดส์







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง