test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

19 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 269 การฝังเข็ม


ในตอนนั้นเสียงของลู่เพียวก็ดังเข้าหูเนี่ยลี่ “เนี่ยลี่ ทำไมเจ้าเด็กเซี่ยวหยู่นั่นช่างเป็นตัวสร้างปัญหาเสียจริง ศัตรูก็มีอยู่มากมาย แบบนี้จะเป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้นนะ ทำไมเราไม่ไปเข้ากลุ่มกับเจ้าเด็กคนนั้นแทนหล่ะ?


“นี่เจ้าคิดอย่างรอบคอบดีแล้วเหรอ? ครอบครัวของพวกเราอยู่ในกำมือของเจ้านครใต้ภิภพอยู่นะ” เนี่ยลี่กรอกตามองไปทางลู่เพียว


              
                  “ไม่ไม่ ไม่เป็นไรแล้ว เมื่อกี้ข้าแค่พูดเล่น” ลู่เพียวพูดพร้อมกับคอตก เซี่ยวหยู่มักจะมีเรื่องให้น่ารำคาญอยู่เสมอ ทำให้เขารู้สึกกังวล โดยเฉพาะการเลือกหญิงสาวสวยๆ คงถูกเซี่ยวหยู่ยึดไปจนหมดเป็นแน่ เรื่องนี้มีเบื้องหลังดังที่ว่ามา เขามองเซี่ยวหยู่ว่าเป็นคู่แข่งความรักของเขา



เนี่ยลี่มองไปทางเอี๋ยนห่าวพร้อมกับยักไหล่ “ไม่ว่าเจ้าจะหว่านล้อมพวกข้าสักเท่าไร เจ้าก็ไม่สามารถที่จะแตะต้องพวกข้าในขณะที่อยู่ในสถบันวิญญาณฟ้าได้ เก็บคำพูดหลอกเด็กของเจ้าไว้เถอะ”



 “ไม่สามารถแตะต้องเจ้าได้งั้นเหรอ?” เอี๋ยนห่าวหัวเราะอย่างเย็นชาพร้อมกับพูดว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะประเมินข้านั้นต่ำเกินไปนะ!



หวงอิ้ง โกรธมากนางจ้องไปยัง  เอี๋ยนห่าว พร้อมกับดุด่าว่า “เอี๋ยนห่าว ถ้าเจ้ากล้าทำอะไรกับเพื่อนของท่านพี่เซี่ยวหยู่ ข้าจะไม่มีวันอภัยให้เจ้าเลย!



เอี๋ยนห่าวมองหวงอิ้งอย่างเย็นชา หนอยนังผู้หญิงบ้า  ถ้าหากพ่อของเจ้าไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสหล่ะก็ ใครมันจะไปคนคนเช่นเจ้ากัน? คนอย่างเจ้า ข้าจะหากี่คนก็ได้เท่าที่ข้าต้องการ แต่ถึงอย่างไร เอี๋ยนห่าว ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา ได้เพียงแต่คิดในใจเท่านั้น



 “นี่เจ้าเด็กน้อยเซี่ยวหยู่ มันขี้ขลาดแอบซ่อนตัวอยู่อย่างนั้นรึ ถึงได้ส่งเจ้าสองคนมาเฝ้าที่นี่เช่นนี้” เอี๋ยนห่าวหัวเราะอย่างเย็นชา



               “ใครบอกว่าข้าซ่อนตัวอยู่งั้นเหรอ?” หลังจากเอี๋ยนห่าวพูดจบ เสียงของเซี่ยวหยู่ก็ดังมาจากข้างนอก ร่างของเขาปรากฏตัวขึ้นและเขาดูสง่างามเป็นอย่างมากมากในชุดสีขาวของเขา แก้มของเขาละเอียดละออ และกลิ่นอายที่กล้าหาญออกมาจากหว่างคิ้วของเขา ดวงตาของเขาคมเข้ม ทันทีที่เขาปรากฏตัวออกมา เอี๋ยนห่าวก็ดูด้อยลงทันที



แม้ว่า เอี๋ยนห่าว อาจถือได้ว่าหล่อเหลา แต่เมื่อเทียบกับเซี่ยวหยู่แล้ว เขาก็ดูเป็นรองอยู่มากเลยทีเดียว จริง ๆ แล้วเรียกได้ว่าเทียบกันไม่ได้เลยดีกว่า ทำให้เขาโกรธจนอยากจะให้เซี่ยวหยู่ตายไปเสียเลยทีเดียว


เมื่อเห็นเซี่ยวหยู่ในสายตา ใบหน้าของหวงอิ้งเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยเมื่อจ้องมองเขา ราวกับจ้องมองดาวบนท้องฟ้า นางพูดอย่างเหนียมอายว่า 


“ท่านพี่เซี่ยวหยู่ ท่านกลับมาแล้ว!



 “ใช่แล้ว” เซี่ยวหยู่ ตอบหวงอิ้งเบาๆ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจ หวงอิ้งเท่าไหร่นัก เขาเดินไปหาเนี่ยลี่และลู่เพียว



 “ผ่านมาก็หลายปีแล้ว เจ้าก็ยังไม่ได้คืบหน้าอันใดเลย ยังคงติดอยู่ในระดับชะตาดิน น่าขันยิ่งนัก” เอี๋ยนห่าว เย้ยหยัน



เซี่ยวหยู่กวาดสายตาไปทาง เอี๋ยนห่าว และ หวงอิ้ง “ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของข้า พวกเจ้าช่วยออกไปด้วย”



เอี๋ยนห่าวมองไปยังหวงอิ้งที่ยืนอยู่ถัดจากเขา แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า “น้องอิ้งเจ้าเข้าใจหรือยัง? แม้แต่เซี่ยวหยู่ก็ไม่ได้ยินดีที่จะต้อนรับเจ้าเลย”



ดวงตาของหวงอิ้งยังคงจับจ้องที่ใบหน้าของเซี่ยวหยู่ นางนิ่งไม่ไหวติงดูเหมือนว่านางจะหลงเสน่ห์เขาเป็นอันมาก นางรักที่เซี่ยวหยู่เป็นอยู่ตอนนี้ แม้จะเป็นความจริงที่เขาเย็นชาเล็กน้อย แต่มันก็ช่างเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร


เอี๋ยนห่าวยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก เขาไม่อาจจะหาทางออกได้ เพราะยังไงเขาก็เทียบกับเซี่ยวหยู่ไม่ได้ เพราะเป็นความจริงที่เซี่ยวหยู่นั้นดูดีกว่า หรือผู้หญิงทุกคนจะชอบหนุ่มหน้าสวยงั้นเหรอทันใดนั้นก็มีหญิงสาวสองคนเดินเข้ามา หนึ่งในนั้นสวมชุดสีขาวและมีรูปที่งดงาม ส่วนอีกคนนั้นตัวสูงแถมรูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งน่าชม



“ท่านพี่เซี่ยวหยู่ ท่านกลับมาแล้ว....” เมื่อหญิงสาวในชุดสีขาวมองไปที่เซี่ยวห



ยู่ ใบหน้าของนางก็ค่อย ๆ กลายเป็นสีชมพู
ส่วนผู้หญิงตัวสูงนั้นส่งสายตายั่วยวนเซี่ยวหยู่



หญิงสาวในชุดสีขาวเม้มปากขณะที่กำลังยิ้ม “ท่านพี่เซี่ยวหยู่ ข้าได้รับสมุนไพรบางชนิดมา มีผลดีเยี่ยมช่วยในการบ่มเพาะพลังได้เป็นอย่างดี”
เมื่อสองสาวนี้ปรากฏตัว ใบหน้าของหวงอิ้งก็ดูมืดมน ผู้หญิงพวกนี้ทำไมถึงได้อยู่ทุกที่เลยนะ?!




ส่วนเอี๋ยนห่าวนั้น เขาแทบจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธที่ถูกเก็บกักไว้ เจ้าหนุ่มหน้าสวยเซี่ยวหยู่จะเป็นที่นิยมมากเกินไปแล้ว หญิงสาวสอง คนที่เพิ่งจะเข้ามา แล้วก็หวงอิ้ง ต่างก็เป็นคนที่มีคนหนุนหลังทั้งนั้น ดังนั้นเขาทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนความโกรธไว้เท่านั้น
เซี่ยวหยู่ก็เริ่มที่จะปวดหัวแล้วเช่นกัน



เมื่อได้เห็นเรื่องนี้ เนี่ยลี่ก็ตบไหล่ลู่เพียวพร้อมกับหัวเราะ “ลู่เพียว กลับไปที่ห้องของเราดีกว่า ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ธุระของเรา”



ลู่เพียวชำเลืองมองดู อย่างเต็มไปด้วยความหมาย จากภาพที่เห็นเขามองไปยังเซี่ยวหยู่อีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เซี่ยวหยู่นี่เป็นคนที่ดูดีจริง ๆ แต่เขาไม่คิดเลยว่า เขาจะเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ มากมายขนาดนี้ เอี๋ยนห่าว ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็แทบจะระเบิดด้วยความโกรธอยู่แล้ว เพราะไม่มีอะไรให้เขาระบายได้เลย ดังนั้นจะเป็นการดีกว่า ถ้าหากพวกเขาไม่เข้าไปก้าวก่ายกับเหตุการณ์อันน่าสนุกพวกนี้



เมื่อเห็นเนี่ยลี่กับลู่เพียว กำลังจะเดินจากไป เซี่ยวหยู่รีบตะโกนออกมาทันที 




“รอเดี๋ยว!



“มีอะไรงั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ถามแล้วเขาก็มองไปยังเซี่ยวหยู่




เซี่ยวหยู่รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก ที่เนี่ยลี่กับลู่เพียว ไม่จริงใจต่อเขาแถมยังจะหนีออกไปจากสถานการณ์ตอนนี้อีกด้วย




            “ข้านั้นได้ลงทะเบียนให้พวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าสามารถไปเคารพอาจารย์ของเจ้าได้ในวันพรุ่งนี้ แล้วนี่คือป้ายชื่อของพวกเจ้า ” เซี่ยวหยู่ส่งป้ายชื่อสีเงินสองอันให้กับเนี่ยลี่



“เยี่ยมไปเลย” เนี่ยลี่หยิบป้ายชื่อจากเซี่ยวหยู่ จากนั้นก็โบกมือแล้วกล่าวว่า 


“ขอบใจนะ!



จากนั้นทั้งสองคนก็หันหลังกลับ แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องของพวกเขา



เซี่ยวหยู่นั้นถูกทิ้งไว้อยู่คนเดียว และเผชิญหน้ากับหญิงสาวทั้งสาม และอีกหนึ่งชายหนุ่มที่โกรธจนแทบลุกเป็นไฟ เขารู้สึกเหมือนอยู่ในหลุมอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านแล้วความยุ่งยากก็รออยู่ที่นี่แล้ว



เมื่อเนี่ยลี่นี่กลับมายังห้องของเขาแล้ว และกำลังเตรียมตัวที่จะทำการบ่มเพาะพลังของเขาต่อ จินตานก็ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล เมื่อมันเห็นศิลาจิตวิญญาณวางอยู่บนโต๊ะ มันกระพือปีกของมันดุ๊กดิ๊กในขณะที่มันพยายามที่จะกระโดดขึ้นไป จริง ๆ ก็ไม่น่ายากเกินความพยายามแต่ดูเหมือนว่าเพราะมันอ้วนเกินไป



เมื่อมองดูการแสดงออกถึงความต้องการของจินตาน เนี่ยลี่จึงถามและชี้ไปยังศิลาจิตวิญญาณที่เหลืออยู่บนโต๊ะ “เจ้าอยากกินสิ่งนี้งั้นเหรอ?
จินตานพยักหน้าของมันด้วยความตื่นเต้น



พลังงานสวรรค์ในศิลาจิตวิญญาณนั้นถูกเนี่ยลี่ดูดซับไปหมดแล้ว มันจึงไม่สามารถนำไปใช้งานใด ๆ ได้อีก มันก็ไม่ต่างจากก้อนหินธรรมดา เนี่ยลี่โยนศิลาจิตวิญญาณที่เหลือไปให้จินตาน จินตานรับศิลาจิตวิญญาณด้วยปากของมัน จากนั้นก็ทำการขบเคี้ยวด้วยเสียงที่ดังจนน่ากลัว



แม้ว่าพลังงานสวรรค์ที่อยู่ในศิลาจิตวิญญาณ นั้นถูกดูดซับจนเหือดแห้งแล้ว แต่ศิลาจิตวิญญาณที่เหลือนี้ก็ยังคงหยาบและแข็งมาก ราวกับเป็นสิ่งของที่ยากที่จะตัดได้ แต่สำหรับจินตานนั้น มันกินไปราวกับกำลังกินถั่วคั่ว ขบเคี้ยวเสียงดังจากนั้นก็กลืนลงไป



หลังจากที่กินจนหมดแล้ว จินตานก็มองไปที่เนี่ยลี่อีกครั้ง




“ข้าไม่มีอีกแล้ว ที่ข้ามีเพียงแค่นั้น” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับโบกมือ เจ้าเด็กน้อยจินตาน กินได้แม้แต่ก้อนหินจริงๆ



ในอาณาจักรซากมังกร เขาต้องการศิลาจิตวิญญาณเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ดังนั้น เขาจะต้องหาวิธีการที่พวกเขาจะได้มันมามากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ในตอนนี้เนี่ยลี่ยังคงไม่มีความคิดดี ๆ เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะมีสมบัติบางอย่าง แต่ไม่มีวิธีที่พวกเขาจะใช้งานของเหล่านั้นได้เลย



แสงสว่างของกลางวันค่อย ๆ มืดลง แสงจันทร์สาดส่องมายังห้องของเนี่ยลี่  ประกายแสงสีเงินสะท้อนภาพทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้า


*ก๊อก!* *ก๊อก!* *ก๊อก!*


มีเสียงเคาะประตูอย่างรุนแรง



เนี่ยลี่ชำเรืองมองตรงประตู “เข้ามา!



เซี่ยวหยู่เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุมสีขาวเรียวยาว ภายใต้แสงสะท้อนของจันทรา มองดูราวกับเห็นว่าเทวากำลังล่องลอย ทำให้เนี่ยลี่อดมองเขาไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่สาว ๆ จะคลั่งไคล้เขามากถึงเพียงนี้ เซี่ยวหยู่ดูแล้วช่างงดงามยิ่งนัก งดงามเสียจนหญิงสาวจะต้องอิจฉา



 “เจ้ามีธุระอะไรกับข้างั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ถาม เขามองไปยังเซี่ยวหยู่




เซี่ยวหยู่นั่งลงใกล้ ๆ พร้อมกับพูดขอโทษ “ขออภัยด้วย ที่ข้ามารบกวนเจ้า ”
 “จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้รบกวนอะไรมากเท่าไหร่” เนี่ยลี่พูด



ในตอนนั้น เซี่ยวหยู่ก็ไม่อาจจะทนกลั้นคำถามที่คาใจเขาอยู่ได้ และได้ถามออกไป “ตั้งแต่การทดสอบรากวิญญาณแล้ว ข้ามีบางคำถามที่อยากจะถามเจ้า เจ้ารู้วิธีที่จะทำให้ข้าทะลวงผ่านการบ่มเพาะพลังใช่ไหม?



 “แน่นอน” เนี่ยลี่พยักหน้า



ดวงตาของเซี่ยวหยู่เป็นประกายขึ้น เขามองไปยังเนี่ยลี่ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม “เจ้ารู้วิธีจริงๆ ใช่ไหม?



เนี่ยลี่มองไปยังเซี่ยวหยู่ แล้วพูดว่า “เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เจ้าใช้ก็คือ [มังกรคำรามคณานับ] ถูกต้องไหม”



               “ถูกต้องแล้ว ทำไมเจ้าถึงรู้?” เซี่ยวหยู่พูดในขณะที่ตัวสั่นสะท้าน เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [มังกรคำรามคณานับ] เป็นเทคนิคที่ได้รับการถ่ายทดจากบิดาบุญธรรมของเขา และมันเป็นเทคนิคการบ่มเพาะที่ลึกลับและน่าพิศวงเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเนี่ยจะรู้เกี่ยวกับมัน



            “เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [มังกรคำรามคณานับ] ที่เจ้าใช้นั้นมันไม่สมบูรณ์ นั่นคือเหตุผลที่เจ้าเจออุปสรรค์เมื่อพยายามทะลวงผ่านจากชะตาดินสู่ชะตาฟ้า”  เนี่ยลี่อธิบาย



 “ถ้าอย่างนั้น ไผ่มณีม่วงที่เจ้าพูดถึงเมื่อก่อนหน้านี้...”
เนี่ยลี่หัวเราะ “ข้าก็แค่อยากจะปั่นหัวฮัวหลิงก็เท่านั้น”



เซี่ยวหยู่ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้เช่นกัน เนี่ยลี่นั้นร้ายกาจยิ่งนัก การโกหกฮัวหลิงเช่นนี้ ย่อมทำให้ฮ้วหลิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อเขากลับไปเป็นแน่


เมื่อเห็นเซี่ยวหยู่ยิ้ม เขามักจะแสดงท่าทีเคร่งขรึม ริมฝีปากเรียบสวยของเขา ให้ความพึงพอใจที่ไม่อาจที่จะอธิบายได้เลย เนี่ยลี่ตกตะลึงเมื่อจ้องมองไปที่เขา ถ้าหากจากเด็กหนุ่มเซี่ยวหยู่ เป็นผู้หญิงหล่ะก็ เขาคงจะต้องตาต้องใจผู้ชายมากมายแน่ๆ



ด้วยที่รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ใบหูของเซี่ยวหยู่เริ่มแดงเล็กน้อย ในขณะที่เขาค่อย ๆ พูดออกมาว่า “มีหนทางใดที่ข้าจะสามารถทะลวงผ่านได้หรือไม่”
 “การที่เจ้าจะทะลวงผ่านทันทีนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่มีวิธีที่จะช่วยให้เจ้าสามารถทำตามที่คาดหวังได้ แค่เพียงให้ข้าฝังเข็มให้กับเจ้าเพื่อเชื่อมจุดเจียนจิ่ง []  และจุดฟ่งเหม็น [風門]  ด้วยวิธีการนี้เจ้าก็สามารถที่จะทะลวงผ่านได้ตามที่ตั้งใจแล้ว” เนี่ยลี่อธิบาย  ประโยชน์ส่วนหนึ่งของการฝังเข็มจะช่วยทำให้ พลังวิญญาณ หรือพลังงานสวรรค์ ช่วยทำการรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้
เซี่ยวหยู่แสดงท่าทีกังวลเล็กน้อย “นี่มันจะได้ผลจริงๆเหรอ?



              “แน่นอน ทักษะการฝังเข็มของข้าไม่เคยผิดพลาด แค่เพียงไม่กี่เข็ม ข้ารับรองได้เลยว่าเจ้าจะต้องทะลวงผ่านถึงระดับชะตาสวรรค์ได้แน่นอน” เนี่ยลี่พูดอย่างมั่นใจ แม้ว่าเขาจะบอกว่าแน่นอน แต่จริง ๆ แล้วเซี่ยวหยู่นั้นใกล้ที่จะทะลวงผ่านได้อยู่แล้ว นั่นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เนี่ยลี่เพียงแค่ต้องการให้เซี่ยวหยู่เชื่อมือเขาเท่านั้นเอง


เซี่ยวหยู่นั้นได้พยายามมาเป็นเวลานานมากแล้ว เขาคิดอยู่ในใจ สุดท้ายเขาก็พยักหน้า “ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นเรามาเริ่มฝังเข็มกันได้เลย!


ตราบจนถึงเวลานี้ เป็นความที่ว่าเขาได้ทดลองมาทุกวิธีแล้ว เขาก็ไม่อาจที่จะบรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ได้ ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ทะลวงผ่านไม่ได้สักที


เซี่ยวหยู่ค่อย ๆ ถอดเสื้อของเขาออก เหลือห้อยไว้ตรงข้อศอก ไหล่ของเขาเผยออกมาครึ่งหนึ่ง มองดูราวกับหญิงสาวที่กำลังเขินอาย เขามองดูแล้วน่าอึดอัดใจไม่น้อย



       “เจ้าถอดเสื้อของเจ้าออกไปเลยก็ได้ เราทั้งคู่ต่างก็เป็นชาย มีอะไรต้องอายอีกเหรอ? ” เนี่ยลี่ทนไม่ได้ที่จะพูดออกไป หลังจากที่เห็นท่าทีเหมือนสาวน้อยของเซี่ยวหยู่



“ไม่จำเป็น” เซี่ยวหยู่พูดขณะที่หน้าของเขาเริ่มจะแดงขึ้นเรื่อยๆ



เนี่ยลี่ยักไหล่ เมื่อเซี่ยวหยู่พอใจจะทำเช่นนี้ เขาก็ปล่อยไปตามนั้น เนี่ยลี่ก้มหัวลงไปเพื่อตรวจดูไหล่ของเซี่ยวหยู่ ไหล่ทั้งสองข้างของเขาเรียบลื่น นุ่มละมุนมาก กระดูกไหปลาร้าของเขาก็ราวกับเป็นรูปสลักจากหยกเลยทีเดียว มันงดงามจนกระทั่งที่ว่าต่อให้เป็นผู้หญิงก็ยังหาได้ยากนัก



เนี่ยลี่รู้สึกแปลก ๆ ในขณะที่เขาตรวจสอบเซี่ยวหยู่ ผิวของเซี่ยวหยู่นั้น ผิวของเขาได้รับการบำรุงมาเป็นอย่างดี และเรียบเนียนยิ่งกว่าหญิงสาวเสียอีก เนี่ยลี่แทบที่จะอดสัมผัสเขาไม่ได้ แต่เมื่อเขาเตือนตัวเองว่า เซี่ยวหยู่นั้นเป็นผู้ชาย เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที



เขานำเข็มออกมาและทำการฝังลงบนจุด เจียนจิ่ง ของเซี่ยวหยู่ทันที



เซี่ยวหยู่ส่งเสียงออกมาเบา ๆ เขาไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเนี่ยลี่ฝังเข็มทะลุผิวหนังของเขา เหมือนมีอะไรวิ่งผ่านไปทั่วร่างกายของเขา เหมือนกับว่ารู้สึกชา ๆ ไปทุกจุดที่มีอะไรไหลผ่านเส้นทั่วร่างกายของเขา แต่ในหัวใจของเขากลับสั่นสะท้านเมื่อเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นอายในขอบเขตวิญญาณของเขา มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ความรู้สึกมันแตกต่างจากตอนที่เขาทำการบ่มเพาะพลัง
มันได้ผล!  



                  หัวใจของเซี่ยวหยู่เร่าร้อนด้วยความตื่นเต้นอย่างเต็มที่หลังจากที่เนี่ยลี่ฝังเข็มแรก เขาเริ่มที่จะฝังอีกจุดหนึ่ง ที่จุดฟ่งเหม็นของเซี่ยวหยู่ผิวที่ขาวดั่งหยกของเขา ตรงที่ใกล้ ๆ จุดฟ่งเหม็น เปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อน ๆ



“เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง” เนี่ยลี่ถามพร้อมกับมองไปยังเซี่ยวหยู่



 “ข้ารู้สึกได้ว่ามัน...” เซี่ยวหยู่ตอบอย่างตื่นเต้น พลังงานสวรรค์ในขอบเขตวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันพรั่งพรูออกมาจนแทบล้นออกมาจากร่างกายของเขา....จบตอน


 แปลโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง