test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 267 ศิลาจิตวิญญาณ




การเลื่อนระดับจาก รากวิญญาณชั้นดินระดับเจ็ด มาเป็นรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่เลยทีเดียว



ถึงแม้ว่าเนี่ยลี่จะประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าดีใจสักเท่าไหร่  ไม่ว่าผลการทดสอบจะเป็นอย่างไร เนี่ยลี่ก็ยังมั่นใจว่าตัวของเขานั้นสามารถบรรลุขั้นสูงได้ ซึ่งสำหรับคนธรรมดานั้นคงเป็นไปไม่ได้


ผู้ดูแล กู่ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด ส่งไปยังเขตตะวันตก” เขาทำการทดสอบผู้เข้าทดสอบมามากมายนัก แต่เนี่ยลี่ที่มี รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด เขาไม่เคยพบใครที่มีรากวิญญาณถึงระดับนี้มาก่อน


ผู้เข้าทดสอบที่อยู่โดยรอบเกิดความโกลาหลขึ้นทันที รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด พวกเขาแสดงความตื่นตกใจและหวาดกลัวเมื่อมองไปยังเนี่ยลี่
ด้วยความสามารถระดับนี้ ทุกคนทำได้เพียงแค่ชื่นชมอยู่ไกลๆ เป็นระดับที่ไม่มีใครอาจเอื้อมได้



เซี่ยวหยู่ เหลือบมองไปที่ฮัวหลิงพร้อมกับเอ่ยว่า “คนของพวกเจ้าที่มาจากห้วงสวรรค์น้อยดูแล้วก็ไม่เท่าไหร่นี่”


ฮัวหลิงพ่นลมหายใจออกมาแล้วตอกกลับไปทันที “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าทำอย่างไรถึงได้มีระดับรากวิญญาณสูงถึงเพียงนี้ ข้าหวังว่าพวกเขาคงจะไม่เหมือนกับเจ้าหรอกนะ ที่ทำได้เพียงแค่เย็บปักถักร้อย”



ฮัวหลิงและพวกของเขาหันหลังกลับแล้วเดินจากไป ใบหน้าของเขามืดมน จนแทบไม่เห็นความสว่างแม้แต่น้อย (โมโหจนหน้าดำหน้าแดง) ไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกเขาจะอยู่ตรงนี้ต่อไป



เซี่ยวหยู่มองดูฮัวหลิงและพวกของเขาเดินจากไป แล้วหันมาสนใจเนี่ยลี่กับอีกทั้ง 2 คน “ฮัวหลิงเป็นคนใจแคบ ในอนาคตพวกเจ้าต้องระวังให้ดี อย่าเผลอไปติดกับพวกมันเข้า ในสถาบันวิญญาณฟ้า ไม่มีใครที่ทำอะไรพวกเจ้าได้ก็จริง แต่เมื่อเจ้าออกไปข้างนอก มันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”



                “ข้าเข้าใจแล้ว” เนี่ยลี่ตอบพร้อมกับพยักหน้า  เขาไม่ได้กังวลกับเรื่องของฮัวหลิงมากนัก แต่มันคงจะดีกว่า ถ้าหากมีคนคอยจับตามอง พวกสารเลวนั่น

เซี่ยวหยู่มองไปทางเนี่ยลี่ และสองคนที่เหลือพร้อมกับพูดว่า “ไปกันเถอะ!
จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปยังสถาบันวิญญาณฟ้าด้วยกัน



ผู้ดูแลกู่ มองไปทางด้านหลังของเซี่ยวหยู่กับอีกทั้งสามคนเดินออกไปจากพื้นที่นั้น  ที่มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น เนี่ยลี่และลู่เพียว คนหนึ่งมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด อีกคนมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า เขาไม่รู้ว่าอะไรดลใจ ถึงได้ตัดสินใจที่จะช่วยฮัวหลิงก่อนหน้านี้ บางทีเขาอาจจะต้องลำบากมากขึ้นในอนาคต  ถ้าหากทำให้ทั้งสองคนเจ็บแค้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ เขากำลังคิดจะหาทางแก้ไขเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับ เนี่ยลี่และลู่เพียว



ผู้ดูแล กู่ เป็นคนสุขุมและเจ้าเล่ห์ เขาระมัดระวังในทุกสิ่งที่เขาทำ แม้ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของเขาไม่ได้สูงนัก  แต่เขาก็มีความสามารถพอที่จะยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งได้อย่างมั่นคง



เซี่ยวหยู่มองไปทางกวนหยู่แล้วพูดว่า “กวนหยู่ เขตทิศใต้อยู่ข้างหน้านี่ เราจะแยกกันตรงนี้ เข้าไปรายงานตัวกับอาจารย์ทั้งสองท่านที่อยู่ที่นั่น แล้วพวกท่านจะเตรียมการสอนให้กับเจ้า จากนี้ไปเจ้าจะได้ฝึกการบ่มเพาะพลังในเขตใต้นี้ ”



กวนหยู่นิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็โค้งคำนับเล็กน้อยให้เซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่ และลู่เพียว ก่อนที่จะแยกตัวออกไป เขาได้ตระหนักถึงความสามารถของเขาที่ห่างชั้นมาก เมื่อเทียบกับสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา พวกเขาทั้งสามคน ยังทำดีกับเขา มันคงจะน่าอายยิ่งนักหากเขายังคงทำตัวเย่อหยิ่งจองหองใส่พวกเขา การกระทำเช่นนี้ยังนับว่าเขามีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง



                  หลังจากที่มองกวนหยู่เดินเข้าไปยังเขตทิศใต้ เซี่ยวหยู่ก็ละสายตาจากเขาแล้วหันมาพูดว่า “พวกเราไปยังเขตตะวันตกกันได้แล้ว ในส่วนแรกคือพื้นที่ของสถาบันวิญญาณฟ้า เจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้ตามที่เจ้าต้องการ ในส่วนอื่นๆ นั้นเป็นส่วนที่เรียกได้ว่า เป็นสมบัติส่วนตัว ถ้าต้องการใช้งานพวกเจ้าก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ข้าได้เช่าลานด้านหน้านี้ไว้หมดแล้ว ดังนั้น ในตอนนี้พวกเจ้าสามารถเข้าใช้ที่พักของข้าได้เลย”




ลู่เพียวรู้สึกตื่นเต้นมาก “สมบัติส่วนตัวงั้นเหรอ? มันเยี่ยมมาก!

หลังคำพูดของเซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขาเพียงขยับตัวแล้วมองไปยังที่อื่นๆ



หลังจากที่มองดูรอบๆ เหมือนกับเนี่ยลี่ ลู่เพียวมองออกไปไกล ๆ “นี่มันกว้างแค่ไหนกันนะ?




เซี่ยวหยูเห็นพวกเขามองไปยังย่านการค้า ภายในย่านการค้ามีนักเรียนจากสถาบันวิญญาณฟ้าอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอะไรบางอย่าง และดูเหมือนหลาย ๆ คนจะถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ



 “อ๋อ ที่นั่นเป็นตลาดสำหรับนักเรียนสถาบันวิญญาณฟ้า เรียกว่า หอประชุมการบ่มเพาะพลังสถาบันวิญญาณฟ้า มักจะมีของมาขายตามที่กำหนดไว้  พวกเขาจะซื้อขายกันด้วยศิลาจิตวิญญาณ ซึ่งถือเป็นวัสดุสำคัญมากในการบ่มเพาะพลัง ” เซี่ยวหยู่ พูดต่ออีกว่า “นอกจากนั้นพวกเขายังทำการซื้อขาย จิตอสูร รวมไปถึงของวิเศษต่าง ๆอีกด้วย”




ในอาณาจักรซากมังกร ระดับการเติมโตของจิตอสูรจะถูกแบ่งออกเป็นระดับต่ำ ระดับธรรมดา ระดับดี ระดับเยี่ยมยอด ระดับมหัศจรรย์ และระดับพระเจ้า อสูรที่ระดับการเติมโตระดับยอดเยี่ยมไม่ค่อยจะพบเห็นได้ง่ายนัก ระดับมหัศจรรย์นั้นนับว่าหาได้ยากยิ่ง ส่วนระดับพระเจ้านั้น ว่ากันว่าไม่มีอยู่จริง เพราะไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อน



หลังจากที่ได้ยินเซี่ยวหยู่พูด ตาของลู่เพียวถึงกับเบิกโพลง จิตอสูรของเขาและเนี่ยลี่ ล้วนมีระดับการเติบโตระดับพระเจ้า เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จิตอสูรที่มีระดับการเติบโตระดับพระเจ้าจะมีค่าถึงเพียงนี้ และเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในอาณาจักรซากมังกรแห่งนี้



ราวกับรับรู้ได้ว่าลู่เพียวนั้นคิดอะไรอยู่ เนี่ยลี่จริงส่ายหัวแล้วพูดว่า “นอกเหนือจากระดับการเจริญเติบโตแล้ว สายเลือดของจิตวิญญาณอสูรยังเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้ายกตู่ซื่อเป็นตัวอย่างละก็ จิตอสูรทั้ง 2 ตัวของเขา ต่างก็มีระดับการเติมโตระดับพระเจ้าด้วยกันทั้งคู่ แต่พยัคฆ์ห้วงอเวจีนั้นไม่อาจเทียบได้กับกิเลนฟ้าได้เลย”



“แล้วสายเลือดของจิตอสูรถูกแบ่งไว้กี่ขั้นหล่ะ”




เนี่ยลี่อธิบายต่อ “สายเลือดของจิตอสูรนั้นถูกแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรกคือสายเลือดอสูรระดับธรรมดา ระดับที่สองคือระดับสายเลือดโบราณ เช่นเดียวกับกิเลนฟ้า ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นง่ายนัก  และระดับที่สามคือสายเลือดดั้งเดิม เช่นสายเลือดมังกร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เจอ ”



ลู่เพียวพยักหน้า “ไม่แปลกใจเลยที่ให้ตู่ซื่อทิ้งพยัคฆ์ห้วงอเวจีไป หลังจากที่ได้เจอกับกิเลนฟ้า แม้ว่าพยัคฆ์ห้วงอเวจี จะมีระดับการเติบโตระดับพระเจ้า แต่มันก็เป็นเพียงสายเลือดระดับธรรมดา เมื่อเทียบกับสายเลือดโบราณระดับมันแตกต่างกันมากเกินไป”


      

          “ในสถานการณ์ปกติแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้พบกับจิตอสูรที่มีสายเลือดโบราณ ดังนั้นจิตอสูรที่พวกนักเรียนใช้กัน จึงมีเพียงพวกสายเลือดธรรมดาเท่านั้น ” เซี่ยวหยู่พูด



ในตอนนี้ลู่เพียวเข้าใจดีแล้ว ว่ามันเป็นความโชคดีของเขา ที่เนี่ยลี่ได้มอบจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตระดับพระเจ้าให้กับเขามันเป็นเรื่องยากที่นักเรียนทั่วไปจะพบกับจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตระดับพระเจ้า แม้จะเป็นเพียงสายเลือดธรรมดา ก็ตาม



"แล้วพวกของวิเศษหล่ะ" ลู่เพียวถาม




            “ของวิเศษมันก็เหมือนกับอาวุธชุดเกราะจากโลกใบเล็กของเรา ส่วนที่แตกต่างกันคือของวิเศษจะมีพลังสวรรค์แฝงอยู่ ดังนั้นของวิเศษพวกนี้จะแข็งแกร่งกว่าอาวุธและชุดเกราะธรรมดาเป็นอย่างมาก ของวิเศษจะถูกจัดระดับไว้ตั้งแต่ 1 ถึง 9 ระดับ ถ้าเหนือกว่านั้นก็ถือว่าหลุดพ้นจากของวิเศษธรรมดา จะนับว่าเป็นของวิเศษระดับเหนือพระเจ้า  การที่จะหาของวิเศษระดับ 3 ก็ยากมากแล้วสำหรับนักเรียนธรรมดา โดยทั่วไปจะมีเพียงของวิเศษระดับ 1 เท่านั้นที่เอามาซื้อขายกัน”  เซี่ยวหยู่อธิบาย




“อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง”  ลู่เพียวเริ่มรู้สึกคาดหวังขึ้นมา อยากอยากรู้ว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหน กันสำหรับของวิเศษที่มีพลังสวรรค์




“ถ้าเช่นนั้น ไปดูกันเถอะ” เนี่ยลี่ออกความเห็นจากนั้นก็เดินออกไป

เซี่ยวหยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เดินตามไป ลู่เพียวรีบก้าวเท้าตามไป
มีนักเรียนหลายพันคนทำการซื้อขายกันอยู่ในตลาด



“ใครมีจิตอสูรที่มีระดับการเติมโต ระดับยอดเยี่ยมไหม? ข้ายินดีที่จะแลกมันกับศิลาจิตวิญญาณ 2 ก้อน!




“ของวิเศษระดับ 2 สำหรับศิลาจิตวิญญาณ 9 ก้อน ใครสนใจบ้าง”

มีเสียงดังมากมายมาจากทุกทาง



“ถ้าศิลาจิตวิญญาณมีค่าขนาดนั้น ข้าสงสัยว่ามันใช้งานแบบไหนในการบ่มเพาะพลัง ” ลู่เพียวถามด้วยความสงสัย




“ศิลาจิตวิญญาณ มีผลช่วยอย่างมากในการบ่มเพาะพลัง มันช่วยให้การบ่มเพาะพลังสูงขึ้นหนึ่งขั้นจากปกติ ทำให้หินจิตวิญญาณ มีความต้องการเป็นอย่างมาก” เซี่ยวหยู่อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง




           “พลังงานสวรรค์ในอาณาจักรซากมังกรนั้นเบาบางยิ่งนัก และไม่เพียงพอที่จะช่วยในการบ่มเพาะพลัง แต่ว่าศิลาจิตวิญญาณประกอบไปด้วยพลังสวรรค์ที่บริสุทธิ์ มันจึงช่วยสนับสนุนในการบ่มเพาะพลังได้เป็นอย่างดี ” เซี่ยวหยู่อธิบายต่อ




ลู่เพียวพยักหน้า เขามีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับศิลาจิตวิญญาณ




“ยาทิพย์พวกนี้ข้าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่กัน” ลู่เพียวสอบถามพร้อมกับหยิบเอาขวดยาทิพย์ออกมา




เซี่ยวหยู่ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า “ยาทิพย์พวกนี้ไม่มีค่าเลยในที่แห่งนี้”




“เอ๋?” ลู่เพียวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ถ้าข้ารู้ว่าเป็นเช่นนี้ ข้าคงจะนำจิตอสูรติดตัวมาด้วยเป็นแน่”




เซี่ยวหยู่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “เปล่าประโยชน์เช่นกัน หากว่าเจ้านำจิตอสูรระดับธรรมดาเข้ามายังอาณาจักรซากมังกรนี้ แม้แต่จิตอสูรระดับสายเลือดโบราณยังแทบจะไม่มีผู้ใดต้องการใช้ นักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่ต้องการใช้จิตอสูรสายเลือดมังกร พวกเขาล้วนไม่ต้องการจิตอสูรธรรมดา เว้นเสียแต่ว่าจะมีระดับการเติบโตระดับพระเจ้า แต่ก็มีวิธีที่จะหา จิตอสูรที่มีระดับการเติบโตระดับพระเจ้าได้ง่ายๆ”



“เอ๋....”ลู่เพียวรู้สึกสลดใจมากในตอนนี้ ที่ที่เขาวาดฝันไว้ถูกพังทะลายไม่มีชิ้นดี

         


จิตอสูรนั้นกำลังขาดแคลนในเมืองกลอรี่ เนี่ยลี่จึงไม่ได้นำติดตัวเข้ามายังอาณาจักรซากมังกรเลย สิ่งของส่วนใหญ่ที่อยู่ในแหวนมิติของเขา ก็เรียกได้ว่าไร้ค่าสำหรับที่นี่ นอกจากนั้นก็เป็นดาบเทพอัสนีดาวตก ไข่มุกพิษมรกต และของอื่นอีกเล็กน้อยเท่านั้น




ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เขาจะขายของเหล่านั้น ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะรวบรวมศิลาจิตวิญญาณ เพื่อเอามาใช้ในการบ่มเพาะพลัง



แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีสมบัติอยู่อีกชิ้นที่ติดตัวมานั่นก็คือ หม้อแห่งจิตอสูรฝันร้าย ในอาณาจักรมังกรพ่าย จิตอสูรนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก  หม้อแห่งจิตอสูรฝันร้าย ที่สามารถปรับแต่งจิตอสูรได้ ถือว่าเป็นของชั้นยอด  แต่ในตอนนี้ เนี่ยลี่เองก็ไม่อยากที่จะเปิดเผยเรื่องหม้อแห่งจิตอสูรฝันร้าย ให้ใครทราบ



            เซี่ยวหยู่ยิ้มเล็กน้อย “นอกเหนือจากการซื้อขายและเปลี่ยนศิลาจิตวิญญาณแล้ว นักเรียนของสถาบันวิญญาณฟ้าจะได้รับ ศิลาจิตวิญญาณ 5 ก้อนต่อเดือน”



ลู่เพียวทำหน้าขมขื่น “แค่ 5 ก้อนเองเหรอ?




เซี่ยวหยู่ยิ้มแล้วตอบว่า “นั่นก็มากพอแล้ว”




ลู่เพียวช่างโลภและไม่รู้จักพอจริงๆ โลกแห่งรากวิญญาณทั่วไปเท่านั้น ที่สามารถเก็บรวบรวมศิลาจิตวิญญาณได้ โดยที่ผู้ที่รวมรวมศิลาจิตวิญญาณมาได้นั้น จะเก็บซ่อนอย่างมิดชิดเลยทีเดียว





เนี่ยลี่เดินเข้าไปข้างใน ของวิเศษ จิตอสูร และของอื่นๆที่พวกนักเรียนเอามาแลกเปลี่ยน ล้วนเป็นของระดับธรรมดาทั้งหมด แม้ว่าจะมีเพียงแค่ไม่กี่อย่างเช่น เมล็ดดอกไม้สีชาด และโลหะลึกลับสีม่วงท่ามกลางคนเหล่านี้  มีเพียงไม่กี่คนที่ดึงดูดความสนใจของเขา แต่ในกระเป๋าของเขาตอนนี้ยังคงว่างเปล่า เขาไม่มีศิลาจิตวิญญาณแม้เพียงสักก้อน เขาจึงไม่อาจที่จะซื้ออะไรได้เลย



เนี่ยลี่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดขึ้นมาว่า “เมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้รับศิลาจิตวิญญาณจาก สถาบัน เพื่อนำมาใช้ในการบ่มเพาะพลัง”



เพื่อการบ่มเพราะพลังในอาณาจักซากมังกร ศิลาจิตวิญญาณนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การบ่มเพาะพลังที่เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งขั้นนั้นนับว่าจำเป็นเป็นอย่างมาก นกจากนี้ศิลาจิตวิญญาณสามารถผลิตได้ที่ทะเลสาปแห่งเทพเท่านั้น และที่ทะเลสาปแห่งเทพต้องใช้เวลานับหมื่นปีในการสร้างศิลาจิตวิญญาณขึ้นมา จำนวนของทะเลสาปแห่งเทพ นั้นถูกจำกัดไว้อย่างมากในอาณาจักรซากมังกร และนอกจากนี้จำนวนยังลดลงอีกในปีที่ผ่านมา ดังนั้นความต้องการศิลาจิตวิญญาณจึงมีสูงมากอยู่ตลอดเวลาและไม่เพียงพอที่จะสนองความต้องการได้เลย



สำหรับนิกายขนาดใหญ่อย่าง นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็ถูกควบคุมเรื่องทะเลสาปแห่งเทพ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหามาให้เพียงพอต่อความใช้งานในนิกายเช่นกัน



ในทุก ๆ ปี นิกายขนาดใหญ่ จะมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงเพื่อที่จะได้สิทธิ์ในการครอบครองทะเลสาปแห่งเทพ



เซี่ยวหยู่เดินนำพวกเขาไป พวกเขาทั้งสามคนเดินผ่านฝูงชนและค่อยๆเข้าไปสู่พื้นที่เขตตะวันตก อาคารสูงใหญ่กว่าสิบเมตรตั้งตระหง่านเหนือหัวของพวกเขา พืชพรรณมากมายเติบโตอยู่ใต้อาคารนี้มีพื้นที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเล็กๆ ไขว้กัน ผ่านป่าสีเทา นักเรียนหลายคนแยกย้ายกันมาตามทาง



การมาถึงของเซี่ยวอยู่กับพวกเขาสองคน ทุกคนหันมามองด้วยความประหลาดใจพร้อมกับซุบซิบเสียงเบาๆ



            “เจ้ารู้ไหม? พวกเขาบอกว่ามีสองคนที่มาจากโลกใบเล็ก หนึ่งในนั้นทดสอบได้รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด และอีกคนได้รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า! เป็นไปได้ว่าทั้งสองคนจะเข้ามาที่เขตตะวันตกของพวกเรา”



            “ข้าคงต้องยอมแพ้ ขนาดเซี่ยวหยู่ มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับเจ็ด เขายังไม่สามารถสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับชะตาสวรรค์ได้ ส่วนทั้ง 2 คนนั้นจะเป็นอย่างไรข้าก็ยังไม่รู้ ”พวกนักเรียนรีบเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว






แปลโดย นายมะพร้าว





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง