test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

17 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 266 ผลการทดสอบ



ผู้ดูแลกู่รีบแก้ไขสถานการณ์ "นายน้อยฮัวหลิง แม้ว่าเขาจะทดสอบได้รากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปด และไม่สามารถเทียบได้กับศิษย์ทั้งหลายจากห้วงสวรรค์น้อย พรสวรรค์ของเขาก็ยังพอรับได้อยู่ ท่านไม่จำเป็นต้องขุ่นเคืองไป"




ฮัวหลิงมองไปยังชายหนุ่มที่มีรากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปดอย่างเย็นชา "เราไม่ต้องการขยะอย่างรากวิญญาณชั้นมนุษย์ในห้วงสวรรค์น้อยของข้า เจ้าจะเลือกไสหัวกลับบ้านไปเองหรือจะให้ข้าเตะส่งเจ้าไป? พวกขยะที่มีรากวิญญาณชั้นมนุษย์ไม่ควรโผล่หัวมาที่สถาบันวิญญาณฟ้าให้ตัวเองอับอายเปล่าๆ"




ได้ยินคำที่ฮัวหลิงด่าประณามชายหนุ่มนั้น กวนหยู่ได้แต่กำหมดแน่น ด้วยเพราะคำพูดของฮัวหลิงนั้นมีเป้าหมายที่เขาโดยตรง ที่ผ่านมามีแต่เขาเป็นฝ่ายถากถางผู้อื่น แต่ตอนนี้ สถานะของเขากลับกลายเป็นฝ่ายถูกถากถางเสียงเอง ทำให้เขาอับอายจนแทบจะฆ่าตัวตายเสียตรงนั้นทีเดียว




นอกจากกวนหยู่แล้ว ผู้คนรอบๆ ที่ทดสอบได้รากวิญญาณชั้นมนุษย์ต่างก็รู้สึกอับอายจนมองหน้าคนอื่นไม่ติด




เนี่ยหลี่ตบไหล่กวนหยู่แล้วพูดว่า "ไม่ต้องใส่ใจไปหรอก พวกเราเป็นผู้ฝึกตน มีชะตาต้องฝืนกฎฟ้าดินอยู่แล้ว หากไม่คิดจะฝืนกฎสวรรค์ จะฝึกตนไปทำไม"




สายตาขุ่นมัวของกวนหยู่ ค่อยๆกลับมาสดใสอีกครั้ง เขามองเนี่ยหลี่อย่างสำนึกขอบคุณ "เนี่ยหลี่ ขอบใจเจ้ามาก ก่อนหน้านี้ข้าพูดไม่ดีกับพวกเจ้าไว้ไม่น้อย แต่เจ้าก็ยังให้กำลังใจข้า ข้าจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว"




ฮัวหลิงที่ยืนอยู่ด้านข้างกวาดสายตาไปยังเนี่ยหลี่และกวนหยู่อย่างเย้ยหยัน "ขยะย่อมเห็นใจขยะกันเองอยู่แล้ว ผู้ที่แข็งแกร่งต้องไม่รับความสมเพชจากผู้อื่น"




หลังจากฮัวหลิงด่าจบ ชายหนุ่มที่มีรากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปดก็เดินจากไปอย่างเงียบงัน




"เจ้า เข้ามาทดสอบได้" ผู้ดูแลกู่ชี้ไปที่ลู่เปียว




ในที่สุดก็ถึงรอบทดสอบของเขา วินาทีนั้น แววขมขื่นปรากฎขึ้นบนใบหน้าของลู่เปียว ระหว่างที่เขากำลังเดินเข้าหาลูกแก้ว จะเป็นโชคดีหรือโชคร้าย? แต่ต่อให้เป็นโชคร้ายก็หนีไม่พ้น จะช้าเร็วก็ต้องทำการทดสอบอยู่ดี




ชั่ววินาทีก่อนที่ลู่เปียวจะวางมือลงบนลูกแก้ว ก็เกิดเสียงฮือฮาดังมาจากนอกสนามสอบเสียก่อน




"เฮ้ย!! มีคนฆ่าตัวตายอยู่ข้างนอก!!"




"นั่นเขาคนที่มีรากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปดนี่!!"




"ข้าได้ยินว่าเขาทดสอบได้รากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปด หลังจากนั้นพอเขาถูกเหยียดหยามให้อับอายขายหน้า เขาก็รับไม่ได้จนถึงกับฆ่าตัวตายเลย"




ลูกศิษย์ที่รอทดสอบต่างก็ส่ายหน้าด้วยความเสียใจ แม้ว่ารากวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับแปดจะไม่นับว่าโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็ยังอยู่ในขั้นที่ยอมรับได้ ไม่เห็นต้องฆ่าตัวตายเลย




จากที่ได้ยินจากข้างนอกนั้น เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มนั่นมิได้ฆ่าตัวตายเพราะผลการทดสอบ แต่ฆ่าตัวตายเพราะไม่อาจแบกรับความขายหน้าที่จะต้องกลับไปมือเปล่าต่างหาก เขาเลือกตายอยู่ที่นี่แต่กว่ากลับไปตายทั้งเป็น นี่นับว่าเป็นศักดิ์ศรีที่เขายึดมั่น



ฮัวหลิงแค่นเสียงเย็นชา "เขายอมตายดีกว่ากลับไป อย่างน้อยก็นับว่ายังมีดีอยู่บ้าง ไม่ได้เป็นขยะสมบูรณ์แบบ ไม่มีความจำเป็นต้องไปสงสารเขา"



คนอื่นๆ จากห้วงสวรรค์น้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังฮัวหลิงต่างมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป จะอย่างไรเรื่องเช่นนี้นับว่าเกิดขึ้นกับพวกเขาเป็นปกติ



พอได้ยินที่ฮัวหลิงพูด เซี่ยวหยู่ถึงกับโทสะพลุ่งขึ้น



ลู่เปียวและคนอื่นๆ ก็มองไปยังฮัวหลิงอย่างโกรธแค้น



ผู้ที่อยู่รอบๆ ต่างก็โมโหต่อคำพูดของฮัวหลิง ทว่า นี่ป็นเรื่องภายในของห้วงสวรรค์น้อย ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถยิ่นมือเข้าไปยุ่งได้



สายตาของทุกคนหันเหกลับมาที่ลู่เปียว ที่กำลังจะทำการทดสอบ ฮัวหลิงดูถูกลู่เปียวเห็นๆ จากการที่มุมปากของเขายกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดูจากการที่ลูเปียวเอาแต่หงอแล้ว พรสวรรค์ของเขาคงไม่เท่าไหร่



ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ลู่เปียว ทำให้เขารู้สึกกดดัน จนต้องลอบภาวนาในใจขอให้ตนไม่ถูกส่งกลับ ก่อนจะวางมือลงบนลูกแก้ว



เมื่อครู่นี้เพิ่งมีคนฆ่าตัวตายไปหมาด แล้วตอนนี้ทุกคนกลับสนใจการทดสอบของลูเปียวกันหมด



ลู่เปียวใส่พลังของตนเข้าไปในลูกแก้ว จนมันสว่างขึ้นเรื่อยๆ พอมันเรืองแสงสีแดงลู่เปียวก็ปิดตา [ตัยหอง ตัยหองแหงๆ เลยตู ได้สีแดงซะแล้ว นั่นเขารากวิญญาณชั้นมนุษย์ ได้โปรด...อย่าต่ำกว่าระดับห้าเลยนะ เพี้ยง!!"



ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ลูกแก้ว มองไปยังแสงที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ จนแสบตา แสงนั้นเจดจ้าจนต้องยกมือขึ้นบังสายตา แล้วสีของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีชมพูเป็นแดงฉาน ก่อนจะเริ่มกลายเปนสีม่วง จากนั้นสายใยในนั้นก็แตกออกเป็นห้าสาย




ลูเปียวหรี่ตาแอบดูแล้วรีบผิดตาลง รู้สึกอยากร้องไห้ "ห้าเส้น!! แค่ห้าเส้น ตายแหง ตายแหงๆ!! ข้าต้องถูกส่งกลับ เหตุใดชีวิตรันทดขนาดนี้"




สีหน้าของผู้ดูแลกู่เปลี่ยนจากเยือกเย็นเป็นตื่นตะลึง สีม่วงเป็นสีที่บอกถึงรากวิญญาณชั้นฟ้า ยิ่งไปกว่านั่น นี่ยังนับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสีม่วงที่เข้มขนาดนี้ นี่ยังไม่พูดถึงสายใยที่แยกตัวออกเป็นห้าเส้น เขาคือกรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า!! ผู้ดูแลกู่คุมการทดสอบผู้คนมามากมาย แต่สูงสุดที่เคยพบคือรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับสามหนึ่งคน รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับสองหนึ่งคน และรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับหนึ่งหนึ่งคนเท่านั้น และทั้งหมดนั้นถูกจัดให้เป็นอัจฉริยะทั้งหมด แต่เทียบกับลูเปียวแล้ว ไม่สิ เทียบกันกับลูเปียวไม่ได้ด้วยซ้ำ!!




สีหน้าของฮัวหลิงเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นตื่นตะลึง




นี่เขาเป็นไปไม่ได้ เจ้าเด็กนี่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า!!




เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กที่ดูบ้านๆ อย่างนี้จะมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า! เทียบกับคนที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าแล้ว พวกที่มีรากวิญญาณชั้นดินก็เป็นเพียงกลุ่มคนธรรมดา! เขาจะหยามกันเกินไปแล้ว ฮัวหลิงถึงกับโทสะพลุ่งขึ้นเมื่อสงสัยว่าคนจากโลกใบเล็กพวกนี้โกงการสอบ




ในอาณาจักรมังกรพ่ายนี้ประกอบด้วยมหานครและห้วงมิติย่อยจำนวนนับไม่ถ้วน แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่จำนวนคนที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้านั้นเรียกได้ว่าน้อยมากๆ ตอนนี้โลกใบเล็กกลับมีรากวิญญาณชั้นฟ้าปรากฎขึ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นระดับห้า!!




หลังจากรออยู่นาน ลูเปียวค่อยจำต้องลืมตา "ทดสอบจบแล้วเหรอ?"




เขายังคงรอผู้ดูแลกู่พูดว่าส่งเขากลับ ทว่าเขาหลับตาเป็นเวลานานแต่กลับไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด




พอลืมตาขึ้น ลู่เปียวค่อยรู้สึกได้ว่าสายตาทุกคนมองมาที่เขาคนเดียว บรรยากาศก็แปลกๆ จนเขาเองยังต้องเกาหัว นี่เขาเกิดอะไรขึ้นหล่ะเนี่ย? คนพวกนี้กินยาลืมเขย่าขวดหรือ? เหตุใดถึงตาโตนัก?




พอรู้สึกตัวว่าลูเปียวมองเขาอยู่ ผู้ดูแลกู่ก็กระแอมกลบเกลื่อนแล้วประกาศว่า "รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า ส่งไปยังเขตตะวันตก"




รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า? เดี๋ยวดิ? ใครอ่ะ? ลูเปียวมองไปรอบๆ



ต้องผ่านไปอีกครู่หนึ่งเขาจึงเรียกสติกลับมาได้ จากนั้นลูเปียวก็ยกนิ้วชี้เข้าตัวเองอย่างตกใจ "ข้าเหรอ? รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าเนี่ยนะ?"




ลูเปียวมองไปที่ลูกแก้ว ที่กำลังส่งแสงเป็นเส้นสายสีม่วงห้าเส้น กลายเป็นว่าข้ามีรากวิญญาณชั้นฟ้าไม่ใช่ชั้นมนุษย์ซะงั้น ทำเอาตกอกตกใจแทบตายแน่ะ




ข้าไม่รู้ตัวเลยจนตอนนี้ แต่กลายเป็นว่าข้าเป็นอัจฉริยะซะแล้ว!!




ที่ผ่านมา ข้าค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัวเกินไปหน่อย



ลูเปียวรู้สึกราวกับตัวจะลอย ขณะที่เดินกลับมาหาเนี่ยหลี่ แล้วพูดว่า "เนี่ยหลี่ กลายเป็นว่าข้ามีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าล่ะ!! เจ้าไม่เห็นจะบอกข้าเลย ก่อนหน้านี้ข้าขาสั่นแทบตายเพราะกลัวผลทดสอบนั่น"




เนี่ยหลี่กลอกตารอบหนึ่งแล้วพูดว่า "ข้าไม่มีผลึกญาณสวรรค์นี่ ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าเจ้ามีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้า?"




ลู่เปียวเกาหัวแกรกๆ พูดว่า "อ้อ อย่างนั้นเหรอ แหะๆ"




อย่างน้อย เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกส่งตัวกลับแล้วล่ะนะ



ฮัวหลิงกำหมัดแน่นสายตามองลูเปียวอย่างกราดเกรี้ยว ฮัวหลิงเป็นคนใจคอคับแคบ ไม่อาจทนเห็นผู้อื่นดีกว่าตนได้ ดังนั้นเขาย่อมไม่พอใจยิ่งเมื่อเห็นลูเปียวทดสอบได้รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าแล้วมีท่าทีภาคภูมิใจ




ฮัวหลิงส่งสายตาไปที่ผู้ดูแลกู่แล้วพูดว่า "ผู้ดูแลกู่เชิญทดสอบต่อ"



ผู้ดูแลกู่ยิ้มแห้งๆ จะหาคนที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าสักคนในหมู่อัจฉริยะจากห้วงสวรรค์น้อยก็ยากแล้ว จะอย่างไรคนที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้านั้นมีจำนวนน้อยยิ่ง




การทดสอบดำเนินต่อไป



เหล่าอัจฉริยะจากห้วงสวรรค์น้อยต่างก็รับการทดสอบจนครบ ส่วนใหญ่มีรากวิญญาณชั้นดิน มีเพียงคนเดียวที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นรากวิญญาณชั้นฟ้าอีกคน แต่ย่อมไม่อาจเทียบกับลูเปียวได้




ฮัวหลิงรู้สึกเสียหน้ายิ่ง แม้ว่าฝ่ายเขาจะมีคนมากกว่า แต่ทุกคนไม่อาจนำมาอวดได้ ไม่ว่าเขาจะมีคนทั่วไปอยู่ในมือสักเท่าไหร่ ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบได้กับอัจฉริยะเพียงคนเดียว นี่เป็นความจริง ต่อให้มียอดฝีมือชั้นชะตาฟ้าพันคน ก็ไม่อาจเทียบได้กับยอดฝีมือชั้นดาราฟ้าคนเดียว




"ถึงรอบเจ้าแล้ว โปรดมาเข้ารับการทดสอบ" ผู้ดูแลกู่มองเนี่ยหลี่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ลู่เปียวกับเนี่ยหลี่ดูจะเป็นเพื่อนสนิทกัน ด้วยรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าของลู่เปียว ตราบเท่าที่เขาไม่เป็นเหมือนเซี่ยวหยู่ ที่ติดค้างอยู่ที่ระดับชะตาดิน เขาย่อมต้องประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างสูง ดังนั้นผู้ดูแลกู่ย่อมไม่กล้าล่วเกินคนที่มีอนาคตไกลเช่นนี้



เนี่ยหลี่เดินไปยังลูกแก้ว เขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีรากวิญญาณชั้นดินระดับเจ็ด ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องทดสอบก็รู้ได้ แต่เขาจำเป็นเข้ารับการทดสอบจึงจะมีคุณสมบัติเข้าเรียนในเขตตะวันตก




เนี่ยหลี่วางมือลงบนลูกแก้วแล้วส่งพลังเข้าไป



ลูกแก้วเปล่งแสงสีแดงก่อนแล้วเขาก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีม่วงเข้ม จากนั้นก็แตกออกเป็นสองเส้น สามเส้น สี่....



โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไปจนกระทั่งแปดเส้น เนี่ยหลี่บอกได้เลยว่าถ้าเขายังทดสอบต่อไปจะเป็นอย่างไร สีของเส้นแสงจะเปลี่ยนจากม่วงเป็นดำ ดังนั้นเขาจึงดึงมือออก




สนามสอบถึงกับเงียบจนเสียงเข็มตกสักเล่มยังได้ยิน




ทุกคนมองไปยังลูกแก้วอย่างไม่อยากเชื่อสายตา




เมื่อครู่นี้ได้เจอรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าไปหมาดๆ คราวนี้กลับปรากฎผู้มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด!! น่าแตกตื่นไปแล้ว!!




ในสถาบันวิญญาณฟ้า นอกจากเขตกลางที่ไม่ทราบข้อมูลแล้ว ก็ไม่มีใครเลยที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดยอดฝีมือที่มีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดทั้งหมดได้เข้าไปในเขตกลางกันหมดแล้ว



ผู้ดูแลกู่ต้องหลังเหงื่อโทรมกาย ไม่เคยคิดเลยว่าการทดสอบที่เขาคุมจะมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดโผล่ขึ้นมา รากวิญญาณชั้นฟ้าระดับห้าหนึ่งคนและรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดหนึ่งคน โลกใบเล็กนี่เขาสถานที่รวมสัตว์ประหลาดหรือไร? กับมิติชั้นรองอื่นๆ ผู้คนสามารถเข้าออกได้ตามสะดวก แต่โลกใบเล็กกลับแตกต่างออกไป เขาถูกผนึกป้องกันไว้ไม่ให้ใครก็ตามเข้าไปได้



สายตาของฮัวหลิงยังจ้องอยู่ที่ลูกแก้ว ถ้าสิ่งนี้เป็นการแหกตาเขาจะต้องรู้ให้ได้! แค่คิดว่ามีรากวิญญาณชั้นฟ้าปรากฎตัวอยู่ในฝั่งโลกใบเล็กเพิ่มขึ้นอีกคน แถมคราวนี้ยังเป็นรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดที่น่าตื่นตะลึง!!




อัจฉริยะพวกนี้ จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!!



ความจริงเพียงแค่เซี่ยวหยู่ที่ยังคงอยู่ระดับชะตาดินและยังไม่สามารถก้าวไปถึงชั้นชะตาฟ้าได้คนเดียวเขาก็ปวดหัวพอแล้ว คราวนี้ยังมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปดสุมเข้ามาเพิ่มอีก หากการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่ไม่เหมือนเซี่ยวหยู่ล่ะก็ เช่นนั้นระดับความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเขาสมควรเร็วมากจนยากจะจินตนาการถึง




คนอื่นๆ ก็ตกใจอย่างใหญ่หลวง มีแต่เนี่ยหลี่ที่ขมวดคิ้วแน่น นี่เขาเกิดอะไรขึ้น? ในชาติก่อนเขาทดสอบได้รากวิญญาณชั้นดินระดับเจ็ดชัดๆ แต่ในชาตินี้ เขากลับมีรากวิญญาณชั้นฟ้าระดับแปด จะบอกว่าในชาตินี้พรสวรรค์ของเขาเปลี่ยนไปด้วยงั้นหรือ?




เป็นไปได้หรือไม่ว่า เถาเลื้อยในห้วงวิญญาณของเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?...จบตอน


แปลโดย [Moonstruckman]


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง