test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

13 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 262 ของขวัญจากเนี่ยหลี่



เนี่ยหลี่จมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ถ้าเขาได้กลับมาจากอาณาจักรซากมังกรแล้วหล่ะก็เขาจะไปค้นหาว่ามีสิ่งใดที่หลบซ่อนอยู่ในป่าอสูรทมิฬกันแน่และเพื่อไขปริศนาที่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชาติที่แล้วเซี่ยวหนิงเอ๋อกันแน่!

เซี่ยวซุยและลู่เพี่ยวต่างก็กำลังร่ำลากัน

       “เซี่ยวซุย รอจนกว่าข้าจะได้เป็นถึงระดับเทพสงครามก่อนนะ! ข้าจะไปพร้อมกับสำนักบัญญัติแห่งสววรค์เพื่อไปรับเจ้ามาเป็นภรรยาของข้า!” ลู่เพี่ยวก็น้ำคลอขณะที่กำลังมองเซี่ยวซุย

เซี่ยวซุยกลับดึงหูของลู่เพียวและพูดออกมาว่า “ฝันไปเถอะ! กว่าเจ้าจะได้เป็นถึงระดับเทพสงคราม ข้าก็คงไม่กลายเป็นยายแก่ไปแล้วรึไง! ลู่เพี่ยว เจ้าคิดวางแผนที่จะไม่รับข้าไปเป็นภรรยาของเจ้าใช่มั้ย?”

“โอ๊ โอ๊ะ โอ้ย เซี่ยวซุยพอแล้ว ปล่อยข้าเถอะ! ข้าจะทำแบบนั้นไปทำไมกันเล่า!” ลู่เพี่ยวรีบพูดออกมา

  “ลู่เพี่ยว ไหนเจ้าลองพูดอีกทีสิ? เจ้าจะหาว่าข้าบังคับให้เจ้ารับข้าไปเป็นภรรยางั้นรึ? เจ้าอธิบายมาซะดีๆเลยนะ!” เซี่ยวซุยเท้าเอวเอาไว้ขณะที่มือของนางอีกข้างกำลังดึงหูของลู่เพี่ยว

ลู่เพี่ยวทำได้เพียงยืนเขย่งและรีบต่อทันที “ข้าหมายถึงอย่างนั้น เอ้ย ไม่ ไม่ ไม่ ข้าหมายถึงข้าเต็มใจ เซี่ยวซุย ข้าจะรับเจ้ามาป็นภรรยาของข้าแน่นอน!

เซี่ยวซุยจำจ้องสายตาไปที่เป้ากางเกงของลู่เพี่ยว และพูดออกมาว่า “ลู่เพี่ยว เจ้าฟังข้าให้ดีนะ ในตอนที่ข้าไม่อยู่ ถ้าเจ้าแอบไปมีหญิงอื่นแล้วหล่ะก็ ข้าจะสับเจ้าจนไม่เหลือชิ้นดีเลยในตอนที่ข้ากลับมา!” หลังจากนางพูดเสร็จก็ได้เดินตรงไปหาหลิงหยุน

หลังจากที่เซี่ยวซุยเดินไปออกมา ลู่เพี่ยวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบไปทั้งตัว(โดยเฉพาะเป้า...) พร้อมด้วยสีหน้าที่ขมขื่น เขาหันไปมองหน้าเนี่ยหลี่ แม้ว่าจะเป็นผู้ชาย (ที่มีเมียแล้ว) เหมือนกัน แต่ทำไมมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวได้ถึงเพียงนี้? ทั้งทั้งที่พวกเขาสองคนต่างก็ได้ร่ำลากับคนรัก เนี่ยหลี่ได้โอบกอดทั้ง เอี้ยจื่ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อ นางฟ้าทั้งสองคนแบบไม่มีเหตุผลเลยสักนิด แต่ การร่ำลาของลู่เพี่ยว เขากลับถูกด่า(และขู่) เอาไว้ ชีวิตของเขาช่างรันทดถึงได้เช่นนี้ !

เนี่ยหลี่อยากที่จะถามเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่เมื่อเขาได้เงยหน้าขึ้นมาก็พบว่า หลิงหยุน ลอยขึ้นไปพร้อมกับ เอี้ยจื่ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และเซี่ยวซุยที่ถูกดึงขึ้นไป

เขาเห็นสีหน้าที่ไม่เต็มใจของทั้งเด็กสาวสองคน นั่นทำให้พวกเขาต่างก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา

เนี่ยหลี่โบกมือและบอกลาขณะที่เขาต้องมองดู เอี้ยจื่ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และเซี่ยวซุย เข้าไปในกระแสน้ำวน “ลาก่อน! ข้าจะไปพบพวกเจ้าหลังจากที่พวกเราได้เข้าไปยังอาณาจักรซากมังกรแล้วแน่นอน!

เด็กสาวทั้งสองผู้ที่มีชะตาร่วมกันกับเขาได้หายไปในกระแสน้ำวน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโศกเศร้าขึ้นมา

ในตอนนี้เด็กสาวทั้งสองก็ได้เข้าไปอยู่ส่วนลึกในใจของเขาไปเรียบร้อยแล้ว

    หลังจากที่กลุ่มคนอื่นๆได้จากไป ตู่ซือก็เดินเข้ามาหาเนี่ยหลี่และพูดออกมาว่า “เนี่ยหลี่ ข้าต้องไปแล้วหล่ะ!

“อื้อ” เนี่ยหลี่ตบบ่าของตู่ซือและยิ้มออกมา “น้องข้า เราจะได้พบกันอีกในอาณาจักรซากมังกร!

        “แน่นอน” ตู่ซือพยักหน้าตอบอย่างจริงจัง ในใจของเขา เนี่ยหลี่ได้กลายเป็นพี่ชายที่เขาจะรักและเทอดทูนที่สุด และมันจะเป็นแบบนั้นไปตลอดกาล (อันนี้แปลได้ว่า พี่น้องคนสำคัญแต่มันฟังแปลกๆสำหรับผม เลยเปลี่ยนเป็นแบบนี้ไปนะครับ)

ขณะที่ ตู่ซือกำลังพูดอยู่กับเนี่ยหลี่ ฮวาฮัวก็เดินเข้ามา นางสวมชุดรัดรูปสีแดงที่มีปกคอเสื้อที่สูง เรียวขาของนางแม้จะเห็นได้เพียงรางๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้ที่น่าเย้ายวนออกมา ด้วยความสูงของนางที่ดูน่าดึงดูดสายตาจากผู้คนให้หันกลับมาเหลียวหลังมามองจนไม่อาจที่จะละสายตาไปได้เลย นางนั้นช่างงดงามอย่างหาใดเปรียบและมีใบหูที่แหลมสีม่วงแดง ทั้งหมดทำให้นางมีเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์ แม้จะเป็นผู้ที่มาจากคนละเผ่าพันธุ์กันก็ตามที

นางเดินเข้ามาหาตู่ซือและยื่นมือออกมา “ยินดีที่ได้รู้จักนะ ข้าชื่อฮวาฮัว จากนี้ไปเราจะได้เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

ตู่ซือถึงกับอึ้งขณะที่กำลังจ้องมองฮวาฮัว แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับกลุ่มคนอื่นๆ แต่เมื่อเขาได้เห็นนางตรงๆ ตู่ซือก็ยื่นมือออกมาจับเพื่อทักทายและพูดว่า “ครับ ข้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

“ไปกันเถอะ” ฮวาฮัวก็ได้เผยรอยยิ้มอันงดงามออกมาและหันไป

ตู่ซือหลงใหลในความงามของนางไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อได้เห็นเพื่อนออกอาการ ลู่เพี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆก็เตะเข้าไปที่ก้นของของตู่ซือและพูดออกมาว่า “เจ้าโง่ ยังไม่รีบตามนางไปอีกเรอะ?”

ลู่เพี่ยวรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของตู่ซือที่ทำอะไรไม่ถูกและต้องการจะให้เขาเรียกสติให้เป็นตัวเองกลับมา เป็นเพราะหญิงงามเป็นคนเริ่มเข้ามาทักทายกับเขาก่อนแล้วตู่ซือกลับเผยท่าทีที่พ่ายให้กับความงามของนาง

ตู่ซือยืนยิ่งไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะโบกลาและพูดออกมาว่า “เนี่ยหลี่ ข้าไปก่อนละนะ!

หลังจากที่พูดจบ เขาก็รีบเดินตาม ฮวาฮัว ไปทันที

ตอนนี้แม้แต่ ตู่ซือ ก็ไปแล้ว

หลังจากนั้น ชางหมิงก็ได้กล่าวลาเนี่ยหลี่และเดินตามหลังผู้เยี่ยมยุทธ์จากไป

ตู่ซือและทุกคนได้จากไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาแค่สี่คน คือ เนี่ยหลี่ ลู่เพี่ยว หยู่หยาน และต้วนเจี้ยน ในเวลานั้นเอง เด็กหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีขาวก็ได้เดินออกมาอย่างช้าๆ เด็กหนุ่มคนนี้ก็คือจอมมารที่เนี่ยหลี่ทำให้เขาต้องหลีหัวซุกหัวซุน

สายตาที่จอมมารมองยังเนี่ยหลี่และพรรคพวกช่างเย็นชายิ่งนัก แม้ว่าเขาจะได้เข้ายังดินแดนคุกแห่งอเวจีตั้งแต่ยังเด็กและกลับมา มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับทางเจ้าเมืองกลอรี่ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะของวิเศษของเขาช่วยไว้และการใช้วิชาลับที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาแล้วหล่ะก็ เขาคงจะตายด้วยน้ำมือของเนี่ยหลี่ไปแล้วเสียด้วยซ้ำ

ใครที่กล้าทำให้เขาต้องมีบาดเจ็บ เขาจะสับมันให้เป็นหมื่นๆชิ้น!

เมื่อได้เห็นจอมมารปรากฎตัว ความโกรธแค้นที่อยู่ในใจของเนี่ยหลี่ก็พุ่งพล่านออกมาและความแค้นที่ไม่อาจจะอดกลั้นได้นั้นก็ทำให้เขาโกรธจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาบนตัวของเขา ขณะเขาจ้องมองฆาตรกรที่เป็นคนฆ่าเอี้ยเซิ่ง เนี่ยหลี่นั้นไม่ต้องการอะไรนอกเสียจากการที่จะได้ฆ่ามันด้วยมือของเขาเองที่นี้เดี๋ยวนี้เสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ ถ้าเขาลงมือกับจอมมารตอนนี้แล้วหล่ะก็ เขาคงจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของจอมมารเป็นแน่

ด้วยกำลังของเนี่ยหลี่ในตอนนี้ เขาไมอาจจะต่อกรกับอาจารย์ของจอมมารได้เลย

        “เส้นทางที่มองหาศัตรูมันช่างคับแคบยิ่งนัก!” จอมมารพูดออกมาอย่างเย็นชา สายตาเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจจะหยั่งถึงและความกระหายเลือกอย่างบ้าคลั่งขณะที่เขาได้สบตากับเนี่ยหลี่

      “ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าจะหนีไปได้แม้ว่าครั้งที่แล้วที่เจ้าโดนตัดหัวออกไปแล้วก็ตาม จะว่ายังไงดีหล่ะ? อยากลองอีกสักตั้งมั้ยหล่ะ?” เนี่ยหลี่พูดแทงใจดำจอมมาร

จอมมารก็เผยรอยยิ้มเล็กน้อย “ครั้งที่แล้ว เจ้าได้เปรียบข้าอยู่ก่อนแล้ว แต่เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะสามารถฆ่าข้าได้จริงรึ? ช่างน่าขันสิ้นดี! เจ้าจะหลงตัวเองมากไปหน่อยซะแล้วล่ะมั้ง แล้วข้าก็ยังไม่ได้ใช้ไพ่ตายเลยเสียด้วยซ้ำ เจ้าคิดหรือว่าจะถือไพ่เหนือกว่าข้าได้น่ะ? ข้าเองก็ยอมรับว่าเจ้านั้นฉลาดหลักแหลม! เพราะอะไรงั้นรึ? จนถึงตอนนี้มีเพียงเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ข้าสนใจเจ้าขึ้นมา ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทีละคน (เขาพูดว่าทั้งหมด แต่ผมเอาแบบนี้แทนนะ) แล้วเหลือเจ้าไว้เป็นคนสุดท้าย มันเหมือนกับการมองดูฝูงมดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำกันอย่างกระเสือกกระสนก่อนที่มันจะจมน้ำตายไปที่ละตัวสองตัวจนหมด มันช่างน่าสนุกอะไรอย่างนี้”

พูดของจอมมารที่พูดออกมานั้นช่างเหมือนกับคำพูดของราชันย์นักปราชญ์ที่เคยพูดกับเขาในชาติที่แล้วยิ่งนัก เนี่ยหลี่ยังจำได้ทุกคำพูดของราชันย์นักปราชญ์ได้อย่างแม่นยำ แต่การที่เขาจะฆ่าทุกคนที่อยู่รอบกายเขา จนเหลือเขาไว้เพียงคนเดียว เนี่ยหลี่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาให้เห็น

 แม้ว่าจอมมารจะมีพรสวรรค์ที่สูงล้ำก็ตามที แต่ เอี้ยจื่ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ ตู่ซือ และคนอื่นๆจะได้รับความคุ้มครองจะสำนักของแต่ละคนอย่างแน่นอน พวกเขาจะปลอดภัยไปอีกหลายปี แต่ในเวลานี้ เนี่ยหลี่จะต้องฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งและสู้กับจอมมารอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อให้ภัยร้ายนี้หายไปจากพวกเขา

ยิ่งเขาโกรธมากเท่าไหร่ จอมมารก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น เนี่ยหลี่เก็บงำความแค้นของเขาเอาไว้และพูดอย่างเย็นชาออกมาว่า “เจ้ามั่นใจเพราะเจ้ามีร่างกายยอดเยี่ยมที่หาผู้ใด้เปรียบได้งั้นรึ? ช่างน่าขันยิ่งนัก! ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเพราะร่างนี้ของเจ้าเนี่ยนะ? จริงอยู่ที่กายาทิพย์นั้นมีพลังแฝงเร้นอยู่มากมายหาใดเปรียบ แล้วยังไงล่ะ? ถ้าจิตวิญญาณของเจ้าไม่อาจจะประสานรับกับร่างได้มันก็เท่านั้น มันก็จะกลายเป็นของไร้ค่าไปเลย เจ้ามันหวังสูงเกินไปแล้ว ยิ่งไปว่านั้นจิตวิญญาณเจ้าก็อ่อนแอและยังฝึกฝนพลังที่ไม่เหมาะกับร่างของเจ้า เรามาดูกันว่า ร่างของเจ้าจะเก่งกว่า หรือ ข้าที่เก่งกว่ากันแน่!

วิชาเทพวิถีฟ้าของเนี่ยหลี่ที่ฝึกนั้นยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขาก้าวถึงระดับชะตาสวรรค์ได้แล้ว พลังของวิชาเทพวิถีฟ้าก็จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วกายาทิพย์นี้มีหรือจะเทียบได้กับพลังแห่งสวรรค์ได้?

จอมมารเผยท่าทีที่เย็นชาและหัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่าว่าการที่พูดแบบนั้นออกมา แล้วข้าจะกลัวงั้นเรอะ? เจ้าที่เป็นมนุษย์ธรรมดาจะจิตนาการถึงพลังของกายาทิพย์ได้ยังไงงั้นรึ?”

แม้จอมมารจะพูดออกมาอย่างมั่นใจ แต่แท้จริงแล้วเขาก็รู้สึกหวั่นอยู่ในใจ คำพูดของเนี่ยหลี่นั้นแทงใจดำยิ่งนัก ด้วยพลังที่สูงล้ำมากมายมหาศาล แต่เขากลับรู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขานั้นอ่อนแอและเข้ากันไม่ได้กับกายาทิพย์ แต่แล้วยังไงล่ะ? ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีคนที่จะหยุดเขาไม่ให้แข็งแกร่งขึ้นได้เลย!

เนี่ยหลี่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาขณะที่สังเกตเห็นจอมมารเงียบไป ถ้าเขาไม่ถูกห้ามเอาไว้ เขาคงจะฆ่าจอมมารไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น ไม่นานหลังจากนี้ เขาก็จะสามารถจัดการกับจอมมารได้ด้วยตัวคนเดียวได้! อาณาจักรซากมังกรจะเป็นที่ฝังศพของจอมมารแน่นอน!

จอมมารพ่มลมหายใจออกมาขณะที่กำลังหันไป

เนี่ยหลี่มองมาที่ต้วนเจี้ยนและพูดออกมาว่า “ระหว่างที่เจ้าอยู่ในสำนัก ห้ามประมือกับเขาโดยเด็ดขาด ตราบที่เจ้ายังอยู่ในสำนัก เขาก็จะแตะตัวตัวเจ้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”

ในใจของต้วนเจี้ยนก็รู้สึกเสียดาย แม้ว่าจอมมารจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่าตนนั้นสามารถประมือกับจอมมารได้

“ถ้าเจ้าต้องการจะสู้กับเขา ก็ต่อเมื่อเจ้าไปถึงระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่สองแล้วเท่านั้น!” เนี่ยหลี่เตือนด้วยเสียงที่เคร่งเครียด “นี่เป็นคำสั่ง!

“ขอรับ นายท่าน” ต้วนเจี้ยนโค้งคำนับและตอบออกมาอย่างจริงจัง

“ไปได้” เนี่ยหลี่พูดออกมาขณะมองดูแผ่นหลังของจอมมาร นัยน์ตาเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างเยือกเย็น

ต้วนเจี้ยนเดินไปทางจอมมาร ด้วยพลังของผู้เยี่ยมยุทธ์พกวเขาก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและเข้าไปยังกระแสน้ำวน

เนี่ยหลี่หันไปหาเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์

เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์พูดกับเนี่ยหลี่ ลู่เพี่ยวและยอดฝีมือระดับเซียนอีกคนว่า “ที่ที่พวกเจ้าจะต้องไปนั้น มันคือสำนักที่ชื่อว่า ปีกแห่งเทพสวรรค์ ข้าจะอยู่ดูแลดินแดนนรกานต์แห่งนี้ต่อไป เซี่ยวหยู่จะเป็นคนพาพวกเจ้าไป ที่นั่นจะมีผู้เยี่ยมยุมธต่างๆเข้ามาแนะนำให้แก่พวกเจ้าเอง! อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เข้าไปสู่สำนักปีกแห่งเทพสวรรค์ ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังแน่นอน!

เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์จะไม่ไปยังอาณาจักรซากมังกรด้วยงั้นรึ?

เมื่อเขาคิดได้ เขาก็รู้สึกว่ามันโชคดียิ่งนักที่เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ไม่ได้ไป เพราะถ้าหากเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ไปยังอาณาจักรซากมังกรกับพวกเขา ก็จะไม่มีใครสักคนที่จะปกป้องเมืองกลอรี่ได้ ถึงอย่างนั้น เนี่ยหลี่ก็ยังคงเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย ว่าจะเกิดเหตุการณ์วิกฤติร้ายแรงอะไรขึ้นกับเมืองกลอรี่ในอีกสองปีข้างหน้านี้?

ตราบที่เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ยังมีชีวิตอยู่ เมืองกลอรี่ก็จะปลอดภัย แต่ถ้าเขาตายไปล่ะ....

แต่ใครกันล่ะที่จะสามารถสังหารเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ได้?

ถ้าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าเนี่ยหลี่จะอยู่ด้วยก็คงไม่มีประโยชน์ เนี่ยหลี่คิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ดึงเอาสิ่งที่อยู่ในแหวนห้วงมิติของเขาออกมาและมอบเป็นของขวัญให้กับเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ด้วยมือทั้งสองข้าง “ท่านอาจารย์ ก่อนที่ข้าจะเข้าไปยังอาณาจักรแห่งมังกรหายนะ โปรดรับของขวัญนี้จากข้าด้วยครับ!

เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์มองไปยังเนี่ยหลี่ไป หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็รับของสิ่งนั้นจากเนี่ยหลี่และเผลอพูดออกมาว่า “ข้าจะรับของขวัญจากเอาไว้ ตอนนี้พวกเจ้าทั้งหมดควรไปแล้ว!

เซี่ยวหยู่ รู้สึกงงขึ้นมาเล็กน้อย เนี่ยหลี่มอบอะไรให้กับพ่อบุญธรรมกันแน่? แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามเลยสักนิด

เมื่อเขาได้เห็นสิ่งที่เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์รับของขวัญจากเขาไปแล้ว เนี่ยหลี่ก็ยืดแขนขาของเขาก่อนที่จะบินตามหลังของเซี่ยวหยู่ ลู่เพี่ยวและยอดฝีมือระดับเซียนอีกคนก็ตามมาด้วยเช่นกัน แล้วพวกเขาทั้งสี่คนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยในกระแสน้ำวน

เมื่อเนี่ยหลี่และคนอื่นๆจากไป เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ก็หันกลับมาและมองดูของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือของเขา มันเป็นกระเป๋าที่มาจากโลกใบเล็กนี้ซึ่งมันไม้ได้มีค่าอะไรสำหรับเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์เลย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คาดหวังว่าของที่เนี่ยหลี่ให้มาได้ เมื่อเขาได้กระเป๋านี้ออกมาและดูสิ่งที่อยู่ในนั้น

ทันใดนั้น ม่านตาของเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ก็หดเล็กลงด้วยความรู้สึกที่ประหลาดใจยิ่งนัก เขาจึงเงยหน้าขึ้นและหันมาที่ท้องฟ้า แต่เนี่ยหลี่ก็จากไปเสียแล้ว

จบตอนครับ แปลโดย Starbot






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง