test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

13 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 261 ร่ำลา



หลายเดือนผ่านไป หลังจากเนี่ยหลี่และคนอื่นๆได้กล่าวอำลากับ

ครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็มุ่งเข้าสู่ดินแดนของโลกนรกานต์

การตายของเอี้ยเซิ่งยังคงทิ้งความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ในใจของทุกคน

แม้ว่าพวกเขาจะผ่านวิกฤตมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ความตายเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญหน้ากันทุกคน มนุษย์นั้นไม่ได้เป็นดั่งต้นไม้ที่เติบโตขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องพบเจอกับความรู้สึกต่างๆ

ในใจของเนี่ยหลี่พลันนึกขึ้นมาได้ว่า ในโลกเล็กๆเช่นนี้ พลังแห่งสัจธรรมที่ลึกลับมากที่สุดก็คือสัจธรรมแห่งห้วงมิติและเวลา และบุคคลที่ลึกลับด้วยไม่ต่างกันก็คือ เทพวิญญาณแห่งห้วงมิติและเวลา มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงห้วงเวลาและแก้ไขชะตาชีวิตของคนได้ อาจจะมีทางช่วยเอี้ยเซิ่งได้หากได้พบกับเทพวิญญาณแห่งห้วงมิติและเวลาก็เป็นได้!

ชาติที่แล้วของเขา เนี่ยหลี่เพียงได้ยินข่าวแว่วๆเกี่ยวกับเทพวิญญาณแห่งห้วงมิติและเวลาเท่านั้น ซึ่งการคงอยู่ของเทพองค์นี้นั้นลึกลับซับซ้อนอย่างมาก ถึงอย่างนั้นเนี่ยหลี่ก็ได้ยินมาว่าเทพองค์นี้นั้นไม่ได้มีพลังในการต่อสู้ที่มากมายแต่อย่างใด ถึงกระนั้นเทพองค์นั้นก็สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงที่ทำให้กระแสของมิติเวลานั้นปั่นปวนได้

ณ สวนบนชั้นที่เก้าของ ดินแดนมรณะเก้าชั้น

เนี่ยหลี่และคนอื่นๆได้มารวมตัวกัน รวมทั้ง ยอดฝีมือที่น่าเกรงขามทั้งเจ็ดท่านเหมือนกับเจ้าแห่งโลกนรกานต์

เนี่ยหลี่กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาร่องรอยของจอมมาร ถ้าจอมมารมาปรากฎตัวอีกครั้ง เนี่ยหลี่จะเข้าไปฆ่าเขาโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย!

ถึงอย่างนั้น จอมมารก็ไม่ได้ปรากฎตัวออกมาเลย!

เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์มองดูเนี่ยหลี่และเข้าใจได้ทันทีจากท่าทางของเนี่ยหลี่ที่บ่งบอกถึงสิ่งที่ต้องการจะทำ เขาจึงเข้าเตือนเนี่ยหลี่ “เนี่ยหลี่ ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ว่าหากเจ้าต้องการจะสังหารใครสักคนแล้วหล่ะก็ ที่ข้าเตือนเจ้าเพราะเจ้านั้นเป็นศิษย์ของข้า มันคงไม่ดีเป็นแน่ หากเจ้าตั้งใจที่จะสังหารคนคนนั้น ผู้ที่เป็นอาจารย์ของเขานั้นก็จะฆ่าเจ้าด้วยอย่างแน่นอน! แต่ถ้าหากว่ามีคนที่ต้องการชีวิตของเจ้า ข้าก็จะทำแบบนั้นด้วยเช่นเดียวกัน”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ เนี่ยหลี่กัดฟันของเขาแน่นด้วยความแค้นแล้วพูดออกมาว่า “ท่านอาจารย์ ข้าขอถามท่านสักคำ หากว่าอีกฝ่ายนั้นได้สังหารคนในครอบครัวของท่าน เราก็ทำอะไรไม่ได้อย่างงั้นรึขอรับ ท่านอาจารย์?”

เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์จ้องมองไปที่เนี่ยหลี่และคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง “มันยังไม่ถึงเวลา หากความแค้นของเจ้านั้นไม่อาจที่จะปล่อยวางมันลงได้แล้วหล่ะก็ ข้าก็จะแนะนำว่าเจ้าไม่ควรที่จะลงมือสิ่งใดเลยทั้งสิ้นและรอจนกว่าที่เจ้าจะได้ไปยังอาณาจักรซากมังกรยิ่งไปกว่านั้น เจ้าจะต้องฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับพลังของเจ้าสูงมากพอที่จะไปล้างแค้น นั่นเป็นทางเดียวที่อาจารย์อย่างพวกเราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือห้ามเจ้าได้เลย!

ด้วยคำแนะนำของเจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความแค้นส่วนตัวของคนอื่น เว้นแต่ว่าพลังของเขานั้นมีระดับที่เหนือกว่าอาจารย์ของจอมมาร เป็นวิธีที่แม้แต่อาจารย์ของจอมมารก็ไม่อาจจะหยุดเนี่ยหลี่เอาไว้ได้ เนี่ยหลี่ต้องระงับความแค้นของเขาที่มีต่อจอมมารเอาไว้ จากนั้นเขาก็พยักหน้า “ศิษย์จะทำตามคำชี้แนะของท่านอาจารย์”

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ก้มตอบรับด้วยความยินดี “อย่าให้เสียการใหญ่ หากเจ้านั้นสามารถเก็บความแค้นนี้เอาไว้ได้ เจ้าจะต้องประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน”

เมื่อได้เห็นความแค้นใจของเนี่ยหลี่ เซี่ยวหยู่ก็เดินเข้ามาและพูดปลอบใจเขา “สิบปี..แก้แค้นก็ยังไม่สาย”

เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลี่ก็พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรออกมา การตายของเอี้ยเซิ่งนั้นมันยากที่เขาจะอดกลั้นมันเอาไว้ได้เลย เขาเดินเข้าไปหาต้วนเจี้ยนและกระซิบข้างหูเขาว่า “ต้วนเจี้ยน เจ้าและจอมมารอยู่กับอาจย์คนเดียวกัน ระตัวเอาไว้ด้วย จอมมารอาจจะโจมตีเจ้าก็ได้”

ต้วนเจี้ยนพยักหน้าพร้อมด้วยสายตาที่เป็นประกายออกมา “นายท่าน วางใจได้ ข้าจะไม่ให้เขาได้ทำอย่างแน่นอน ถ้ามีโอกาส ข้าจะฆ่ามันด้วยตัวข้าเอง!

“ด้วยกำลังของเจ้านั้น ข้าเกรงว่าเจ้าไม่อาจจะต่อกรกับเขาได้เลยแม้แต่น้อย เจ้าจะต้องคอยระมัดระวังตัวเองให้ดีหล่ะ” เนี่ยหลี่เตือนเขาเอาไว้ เพราะต้วนเจี้ยนนั้นเป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผย อีกทั้งด้วยร่างกายของเขาที่แข็งแกร่ง เขาน่าจะไม่เป็นอะไร

“ขอรับ นายท่าน” ต้วนเจี้ยนพยักหน้าตอบรับ

เมื่อเขาหันไปหาเอี้ยจื่ออวิ้น เนี่ยหลี่ก็รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่อยู่ในใจของนาง หลังจากก้าวเข้าสู่อาณาจักรซากมังกรเขาจะไม่สามารถที่จะดูแลและปกป้องนางได้อีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้น เนี่ยหลี่ก็รู้อยู่แล้ว่า เอี้ยจื่ออวิ้นจะต้องไม่เป็นอะไร เพราะนางนั้นเป็นคนที่เข้มแข็งมากพอที่จะก้าวผ่านความเศร้าโศกมาได้ด้วยตัวของนางเอง

ยิ่งไปกว่านั้น เนี่ยหลี่ได้บอกกับเอี้ยจื่ออวิ้นว่าการชุบชีวิตเอี้ยเซิ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่านางจะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อพ่อของนางอย่างแน่นอน

เมื่อเขาได้นึกถึงเรื่องในชาติที่แล้วของเขา แม้ว่าปู่และพ่อของนางจะตายจากไปแล้ว เอี้ยจื่ออวิ้นยังคงเข้มแข็งและขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลของนางไปยังหุบเขาแห่งบรรพกาลและไม่เคยย่อถ้อที่จะนำเอาความหวังมาสู่คนของนาง ด้วยสายตาของนางที่แน่วแน่ไม่หวั่นต่อสิ่งใดแม้แต่เนี่ยหลี่ก็ยังยกย่องนาง และทำไมเนี่ยหลี่ถึงได้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคอยู่ในทะเลทรายได้เพียงลำพังนั้นเป็นผลจากที่ได้ใกล้ชิดกับเอี้ยจื่ออวิ้นนั่นเองและเป็นนางเองที่สอนเนี่ยหลี่ไม่ละทิ้งความพยายามหรือยอมแพ้

เนี่ยหลี่มองไปยังเอี้ยจื่ออวิ้นและพูดว่า “จื่ออวิ้น หลังจากที่เจ้าไปถึง

อาณาจักรซากมังกรแล้ว เจ้าจะต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ!

“อือ” เอี้ยจื่ออวิ้นพยักหน้าของนางตอบ

เนี่ยหลี่กอดนางเบาๆ หลังจากที่อยู่ได้กันได้ไม่นาน พวกเขาก็แยกจากกันเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นเพื่ออนาคตของตนเองและของคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็ตัดสินใจว่าจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา

เมื่อได้รู้สึกถึงความอบอุ่นจากการกอดของเนี่ยหลี่ เอี้ยจื่ออวิ้นก็กอดเนี่ยหลี่แน่น! ใจของนางก็ล่องลอยไปกับความทรงจำของนาง ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยหลี่ นางอาจจะตายไปแล้ว เพราะเนี่ยหลี่ นางจึงมีที่พึ่งพิงและยังทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และเป็นเพราะเนี่ยหลี่ที่เป็นคนให้ความหวังกับนางเสมอมา

นางค่อยรู้สึกแล้วว่า เนี่ยหลี่ นั้นได้กลายมาเป็นคนที่ไม่มีใครมาทดแทนในชีวิตของนาง ในตอนนี้นางก็เป็นคู่หมั้นของเขา จนทำให้นางคิดแล้วว่า นางตั้งใจที่จะรอเวลาให้นางจะโตกว่านี้อีกสักหน่อย หลังจากนั้นนางก็จะสวมชุดเจ้าสาวและอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

ยิ่งใกล้ถึงเวลาที่จะต้องร่ำลา นางก็ยิ่งรู้สึกไม่ต้องการที่จะจากกันไปมากขึ้นไปอีก

เมื่อถึงเวลา กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นมาท้องฟ้าเหนือดินแดนมรณะเก้าชั้น ไม่มีใครรู้เลยว่ากระแสน้ำวนที่มืดมิดและลึกนี้จะนำพาพวกเขาไปที่แห่งใดกันแน่ (กระแสน้ำวน ถ้าตามประสาหนัง Sci-fi ก็คือประตูมิติ หรือเรียกกันว่า รูหนอนนั่นและครับ ถ้าใครดูเรื่องสตาร์เท็คที่เดินผ่านประตูที่ต้องเรียงกลุ่มดาวน่าจะจำกันได้...แอบดักแก่นิดนึง)

ในขณะนั้นเอง เจ้าแห่งดินแดนนรกานต์ หลิงหยุน เทียนฮุน และผู้เยี่ยมยุทธคนอื่นๆก็ได้หันหน้าไปยังกระแสน้ำวนนั้น นัยน์ตาของพวกเขาก็เปล่งแสงเจิดจ้าดังเทพบนสวรรค์จนพวกเขาสามารถมองเห็นเส้นทางในนั้น (จริงๆมันแปลว่า ช่องว่างก็ได้นะครับ แต่ขอเปลี่ยน เพราะมันเป็นเส้นทางไปที่ต่างๆที่แต่ละคนต้องไปกัน)

ทันใดนั้น ผู้ที่สวมชุดคลุมสีเทาผู้ที่อยู่ใกล้ๆก็พูดขึ้นมาว่า “เอาล่ะ ประตูจากโลกใบเล็กนี้ได้เชื่อมต่อสถานที่ที่ใกล้ๆกับสำนักก้าวไร้เงา ถึงเวลาที่พวกเราต้องจากกันแล้ว” (Credit : ชื่อสำนัก จาก ท่านมะพร้าว)

ผู้ที่สวมเสื้อคลุมสีเทานี้เป็นอาจารย์ของ เว่ยหนานกับถู่ เซียงซุน

เว่ยหนานกับถู่ เซียงซุน หันไปมองเนี่ยหลี่คนอื่นๆเพื่อกล่าวอำลา “เนี่ย

หลี่ ตู่ซือ พวกเราขอนำพวกเจ้าไปก่อนละนะ!

“อื้อ พวกเจ้าก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยหล่ะ” เนี่ยหลี่ตอบรับ

ตู่ซือ ลู่เพี่ยว และคนอื่นๆก็เข้าไปกล่าวอำลากับพวกเขาทั้งสองคน

ผู้เยี่ยมชุดเทายกมือขวาขึ้นมา ทั้งเว่ยหนาน ถู่เซี๋ยงซุนและยอดฝีมือระดับเซียนอีกคน ก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและเข้าไปยังกระแสน้ำวนนั้น

ชั่วครู่ต่อมา

              “ประตูจากโลกใบเล็กนี้ได้เชื่อมกับบริเวณของสำนักบัญญัติแห่งสววรค์แล้ว! ถึงตาของพวกเราแล้ว!” หลิงหยุนได้เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าของนางและมองไปยัง เอี้ยจื่ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และ เซี่ยวซุย เมื่อนางเห็นความเศร้าของเอี้ยจื่ออวิ้นและเนี่ยหลี่ที่ต้องแยกจากกัน นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา วัยหนุ่มสาวนั้นช่างงดงามยิ่งนัก หลังจากที่ได้มีชีวิตมาอย่างยาวนานจนกระทั่งนางลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่าความรักมันรู้สึกเช่นไร

เซี่ยวหนิงเอ๋อที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆและได้แต่มองเนี่ยหลี่ ภาพที่นางเห็นนั้นก็เริ่มพล่ามัวเพราะน้ำตาที่ไหลออกมา ภาพรางๆที่นางได้เห็นก็คือเด็กหนุ่มที่ยิ้มออกมาอย่างสดใส เป็นคนที่ช่วยรักษานางจากอาการป่วยและภาพของชายคนนั้นที่ได้ช่วยนางไว้จากความเจ็บปวดทรมานอันยาวนานเอาไว้ได้

เอี้ยจื่ออวิ้นมองเซี่ยวหนิงเอ๋อด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเอาใจช่วยออกมา

             “หนิงเอ๋อ นี่เป็นปลายทางที่เขาจะส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้ เจ้าจะต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเช่นกันนะ” เนี่ยหลี่ก้มหัวลงเล็กน้อยและมองไปยังใบหน้าอันงดงามของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เด็กสาวผู้ใส่ซื่อคนนี้ วันหนึ่งจะต้องเติบโตพร้อมกับฉายแสงเป็นประกายออกมา!

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เซ่ยวหนิงเอ๋อก็พุ่งเข้าไปกอดเขาทันที ศีรษะของนางซบลงบนหน้าออกของเนี่ยหลี่ แม้ว่าเอี้ยจื่ออวิ้นและเนี่ยหลี่จะได้หมั้นหมายเอาไว้แล้ว แต่ความรู้สึกของนางที่มีต่อเนี่ยหลี่ก็ไม่น้อยไปกว่าเอี้ยจื่ออวิ้นไปเลยแม้แต่น้อย เมื่อถึงเวลาที่ต้องอำลาจากกัน นางไม่อาจที่จะเก็บงำความรู้สึกในใจของนางได้อีกต่อไป

             “หนิง..เอ๋อ นี่เจ้า?” เนี่ยหลี่มองไปยังเซี่ยวหนิงเอ๋อที่อยู่นอ้อมกอดของเขาด้วยความอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเรียก สติกลับคืนมาได้สายตาของเขาก็มีความอ่อนโยนปรากฎออกมาให้เห็น มีหรือที่เขาจะไม่รู้ถึงความรู้สึกในใจของนางได้อย่างไรกัน?

          ขณะที่เซี่ยวหนิงเอ๋อยังอยู่ในอ้อมแขนของเนี่ยหลี่ ชั่วครู่หนึ่งหลังจากนั้น นางก็พูดออกมาเบาๆว่า “เนี่ยหลี่ เจ้าไม่ต้องพูดออกมาข้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว บางครั้งข้าก็ฝันว่าข้าได้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ ข้าต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายนับไม่ถ้วน ท่ามกลางการต่อสู้ที่แทบจะไม่มีจุดสิ้นสุดจนได้มาเจอเจ้า เจ้าได้ให้ความหมายในการใช้นี้ชีวิตของข้า

              ข้าจึงได้เลือกที่จะอุทิศตัวให้กับเจ้าและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เจ้าจนกว่าชีวิตของข้าจะต้องดับสูญไป ข้าต้องกลัวอยู่เสมอว่าทั้งหมดที่ผ่านมานั้นมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่ข้าฝันไป ข้ารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เนี่ยหลี่ ลาก่อน หลังจากที่ข้าเข้าไปยังอาณาจักรซากมังกรแล้ว ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นให้จงได้!

หลังจากที่นางพูดจบ เซี่ยวหนิงเอ๋อหันหลังกลับไปเพื่อปาดน้ำตาของนาง และเดินไปทางเอี้ยจื่ออวิ้น

หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลี่ถึงกับตะลึงและยืนนิ่งจนพูดไม่ออกไม่ไปพักใหญ่ ในใจของเขาก็ปลิวไปไกลและเขาเองก็แทบเชื่อว่ามันอะไรขึ้นกันแน่ ทันใดนั้นความทรงจำต่างๆก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุด


ความจริงแล้ว ชาติที่แล้วของเนี่ยหลี่ เขารู้จักเพียงแค่เอี้ยจื่ออวิ้น ช่วงที่เขาได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในอาณาจักรซากมังกรและได้พบกับหญิงที่สวมหน้ากากเอาไว้ แม้ว่าเข้าจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางคนนั้นจะเป็นใคร แต่อีกฝ่ายก็มองด้วยสายตาที่ยอมรับในตัวเขา เริ่มแรก เนี่ยหลี่ยังคงระแวงหญิงสวมหน้ากากและไม่เข้าใกล้นางเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า หากเป็นเพราะการตายของเอี้ยจื่ออวิ้น ทำให้เขาเริ่มปิดกั้นใจตัวเองเอาไว้และไม่รับหญิงใดเข้ามาอยู่ใจของเขาอีก แต่ท้ายที่สุด เนี่ยหลี่ยอมรับในตัวของผู้หญิงคนนี้และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่แล้วนางก็ตายในระหว่างที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

เนี่ยหลี่ยังคงรู้สึกเสียใจ เพราะแม้ว่าเขาทั้งสองจะอยู่ด้วยกัน แต่เขากลับไม่ได้รักนางอย่างจริงจัง หลังจากที่นางได้ตายจากไป เนี่ยหลี่ก็ยังคิดถึงนางอยู่เสมอ ถึงอย่างนั้นตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันธอก็ยังสวมหน้ากากเอาไว้ เขาจึงไม่อาจที่จะจดจำได้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นมีหน้าแต่เป็นอย่างไรกันแน่ เขารู้เพียงแต่ว่านางคนนั้นมีชื่อว่า เซี่ยวหนิง

ในชาตินี้ เนี่ยหลี่ตั้งใจที่จะตามหาเซี่ยวหนิงที่อาณาจักรมังกรแห่งหายนะเพื่อพบนางอีกครั้ง นั้นความปรารถนาของเขาในชาติที่แล้วจะได้เป็นจริงเสียที

แต่ สิ่งที่เซี่ยวหนิงเอ๋อฝันนั่นมันคืออะไรกันแน่? หมายความว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อไม่ได้ตายในป่าอสูรทมิฬแล้วยังสามารถไปยังอาณาจักรมังกรพ่ายได้อีกงั้นรึ? หรือความทรงจำของเซี่ยวหนิงจะถูกส่งต่อมายังเซี่ยวหนิงเอ๋อ?

     “เซี่ยวหนิงเอ๋อ...เซี่ยวหนิง..”เนี่ยหลี่บ่นพึมพัมออกมาเบาๆ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงจำเขาได้ในทันทีที่ได้พบกันครั้งแรก หลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือเกิดอะไรขึ้นกับเขาก็ตาม เซี่ยวหนิงก็จะช่วยเหลือเขาโดยไม่ลังเลหรือบ่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงอย่างนั้น เมื่อก่อนนั้น เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเซี่ยวหนิงนั้น อาจจะเป็นเซี่ยวหนิงเอ๋อก็ได้ แต่เป็นเพราะช่วงเวลาที่ที่ผ่านมาอย่างยาวนั้นทำให้เขาลืมมันไป

เซี่ยวหนิง เคยบอกครั้งหนึ่งว่าใบหน้าของนางนั้นถูกทำให้เสียโฉมที่ป่าทมิฬ พลังวิญญาณของนางนั้นมอดไหม้ไปและนางยังต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยของนางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในป่าทมิฬนั้นยังมีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่ายอดฝีมือทั้งในอาณาจักรมังกรพ่ายนี้เสียอีก

แล้วความลับอะไรละที่ถูกซ่อนอยู่ในป่าอสูรทมิฬ? แล้วเซี่ยวหนิงเอ๋อรอดชีวิตออกมาได้อย่างไรกันและอะไรทำให้นางสามารถก้าวเข้ามาสู่อาณาจักรมังกรพ่ายได้? ในชาติที่แล้วของเขานั้น นางรักษาตัวให้หายจากอาการป่วยได้ยังไงกัน?
จอ.บอ.   จบตอน แปลโดย Starbot





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง