test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

9 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 256 พระราชวังทะเลทราย




หลังจากที่เอียจื้ออวิ้นมาถึงทะเลทรายไม่สิ้นสุด นางก็ได้พบเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำของชีวิตที่แล้ว



นอกจากนี้ เซี่ยวหนิงเอ๋อได้เล่าให้ฟังถึงความฝันของนาง มีภาพที่นางเข้าไปในป่าอสูรทมิฬ


เรื่องเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ!


มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?


เนี่ยลี่รู้สึกได้ว่า การเกิดใหม่ของเขานั้น มันซับซ้อนยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดคิดเอาไว้ ยิ่งเขาคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้น หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากฝีมือของใครบางคนสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาหรือเปล่า?


เขามีความรู้สึกว่าในการที่จะเปิดเผยความลึกลับทั้งหมด ต้องเริ่มจากการไปค้นหาหนังสือจิตอสูรท่องเวลา ก่อนที่จะไปอาณาจักรซากมังกร เขาไม่มีทางได้รับคำตอบของถ้าเขาอยู่ในโลกเล็ก ๆ แห่งนี้


เมื่อเขามองเห็นความเจ็บปวดของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่เข้าใจโดยทันทีว่าการที่ได้พบกับนางไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เซี่ยวหนิงเอ๋อมีโชคชะตาเช่นเดียวกันกับเอียจื้ออวิ้น โชคชะตาได้ผูกทั้งหญิงสาวทั้งไว้กับเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาตัดสินใจแล้วว่า จะพาเอียจื้ออวิ้นกับเซี่ยวเหนิงเอ๋อ ไปร่วมหาคำตอบกับเขา


กลุ่มของพวกเขายังคงค้นหาต่อไปอีกหลายวัน ในดินแดนที่แห้งแล้งอันกว้างใหญ่นี้

จากความทรงจำของเขา พระราชวังทะเลทรายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่


ลู่เพียวซึ่งยืนอยู่ถัดจากเขา ถามอย่างหดหู่ว่า “เนี่ยลี่เจ้าแน่ใจนะว่า พระราชวังทะเลทรายอยู่ใกล้ๆที่นี่? ต้วนเจี้ยนบินหาจากบนท้องฟ้าตั้งนานแล้ว หามาตั้งหลายวัน แต่พวกเราก็ยังไม่เจอพระราชวังทะเลทรายเลย ”


 “พระราชวังทะเลทราย น่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ค้นหามันต่อเถอะ!” เนี่ยลี่พูดอย่างเคร่งขรึมในเวลาสั้น ๆ


เมื่อลูเพียวเห็นว่าเนี่ยลี่มั่นใจมาก เขาจึงพูดว่า “ก็ได้ งั้นเราก็ค้นหากันต่อ!
กลุ่มของพวกเขาค้นหาจนทั่วแทบไม่ได้พักพักผ่อน


เนี่ยลี่ขมวดคิ้วแน่น จากความทรงจำของเขา พระราชวังทะเลทราย น่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แต่ทำไมหาไม่เจอแม้กระทั่งเงาของมัน ทั้งๆที่หามาหลายวัน? มันไม่มีเหตุผลที่จะหาไม่พบ สิ่งปลูกสร้างที่ตั้งกระหง่านอยู่ ทั้งๆที่หาเป็นเวลานานแล้ว


เนี่ยลี่เดินผ่านทรายสีเหลืองไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับค่อยๆรื้อฟื้นความทรงจำของเขา เขาค่อยๆขุดคุ้ยในส่วนลึกของความทรงจำออกมา
ในขณะที่เดินอยู่นั้น ความทรงจำในชีวิตที่แล้ว ก็พุ่งเข้ามาในหัวของเขา


ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาเดินอยู่คนเดียวผ่านดินแดนที่แห้งแล้ง ไม่มีสักคนที่เดินอยู่เคียงข้างเขา เขาเดินเข้าไปในสภาพที่ไร้สติ ราวกับว่าเขากำลังว่ายน้ำอยู่ในความฝัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่สว่างจ้าอยู่ไกลๆ พระราชวังอันใหญ่โตก็ปรากฏขึ้นมาบนขอบฟ้า


เขานั้นตกใจมาก จากลักษณะของพระราชวังที่เขาเห็น เขาคิดว่าได้มาถึงพระราชวังบนสรวงสวรรค์ พระราชวังในตำนานของเหล่าทวยเทพ


เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้พระราชวังทะเลทรายทีละก้าว ทีละก้าว ร่างกายของเขาราวกับถูกห่อหุ้มไปด้วยประกายแสงสีทอง จนถึงประตูทางเข้าของพระราชวังทะเลทราย จากนั้นเขาก็ผลักประตูสีทองบานใหญ่ออก มีแสงเรืองรองเจิดจ้าแทบจะทำให้ตาของเขาบอด ทำให้เขาไม่อาจที่จะลืมตาได้เลย 


เขาพยายามลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก และเขาได้เห็นรูปปั้นขนาดใหญ่นั่งอยู่ในพระราชวัง รูปปั้นเหล่านี้มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละชิ้น มีอสูรในเกราะทองคำ เด็กสาวที่ดูยากจน และสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอีกมากมาย ใต้ฝ่าเท้าของรูปปั้นขนาดใหญ่เหล่านี้เป็นเส้นทางที่นำไปข้างหน้า


เนี่ยลี่เดินไปตามทางจนมาถึงแทนบูชาที่แปลกประหลาด ที่แห่งนี้มีม้วนตำราอยู่มากมาย ถูกจารึกด้วยอักษรที่ทรงอำนาจ ที่ใจกลางของแท่นบูชานี้มีหนังสือจิตอสูรท่องเวลาวางอยู่


มีพลังงานที่แปลกประหลาดแผ่กระจายออกมาจากหนังสือลึกลับ เนี่ยลี่เอื้อมมือไปหามัน จากนั้นชีวิตของเนี่ยลี่ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล


เนี่ยลี่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ เรื่องราวมากมายพุ่งผ่านเข้ามาในความคิดของเขา เขายังคงเดินต่อไปด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
เมื่อรู้สึกว่าเนี่ยลี่กำลังทำตัวแปลกๆ ตู่ซื่อ และคนอื่นๆ ที่ตามเขามา ก็รู้สึกสับสันกับสิ่งที่เกิดขึ้น


ลู่เพียวตั้งใจจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวเพื่อปลุกเนี่ยลี่ แต่ตู่ซื่อก็ได้ห้ามไว้ เพราะเหมือนกับว่าเนี่ยลี่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่


เนี่ยลี่ยังคงเดินต่อไปอีกราวๆพันเมตร แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะตื่นจากภวังค์ เขาลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าของเขา เขาตกตะลึงจนตัวนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง


ทุกคนหันไปมองทางที่เนี่ยลี่กำลังมองอยู่ แต่ก็มองเห็นเพียงทะเลทรายที่ทอดยาวไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีวี่แววของพระราชวังทะเลทรายแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่าจะมีเศษซากรูปปั้นที่เสียหายและกระจัดกระจายอยู่ในทรายอยู่เป็นจำนวนมาก


รูปปั้นเหล่านี้เก่าแก่ราวกับว่ามีอายุมานานนับพันปี ไม่สามารถมองออกว่าแต่เดิมมันมีลักษณะเป็นอย่างไรเสียด้วยซ้ำ
มีเพียงความรู้สึกของความเปล่าเปลี่ยว ที่สามารถมองเห็นได้ในสายตาของพวกเขา


มีเพียงเสียงสายลมกระซิบพัดผ่านกองทราย ราวกับว่าต้องการจะบอกอะไรแก่พวกเขา


    “ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ ก็เพราะอะไร?” เนี่ยลี่ยืนตะลึงอยู่กับภาพตรงหน้าของเขา เมื่อเขาเดินทางไปยังพระราชวังทะเลทรายในชีวิตก่อนหน้าของเขา มันเคยเป็นโครงสร้างที่ใหญ่โตและน่าเกรงขาม ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า ราวกับว่าแม้แต่กาลเวลาก็คงไม่อาจที่จะทำลายมันลงได้ แต่ในตอนนี้ เมื่อเขาได้กลับมาอีกครั้งในชีวิตนี้ สถานที่แห่งนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพังไปเสียแล้ว

ลู่เพียวมองเนี่ยลี่ด้วยความสับสบ “เนี่ยลี่ มีอะไรที่ผิดพลาดไปหรือเปล่า? นี่คือพระราชวังทะเลทรายที่เจ้าพูดถึงงั้นเหรอ? ไหนเจ้าบอกว่ามันเป็นพระราชวังที่งดงาม ทำไมมันถึงกลายเป็นซากปรักหักพังไปเสียได้หล่ะ?


ตู่ซื่อและคนอื่นๆก็สับสนไม่น้อยเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง เนี่ยลี่พูดตลอดเวลาว่า พระราชวังทะเลทรายนั้ยงดงามมาก ราวกับเป็นพระราชวังของเหล่าเทพในอดีตกาลแต่ในตอนนี้ เมื่อพวกเขามาถึงกลับไม่เหมือนกับที่เนี่ยลี่ได้บอกไว้เลยสักนิด


มันมีความเป็นไปได้อย่างมากที่ เนี่ยลี่เรียนรู้เรื่องราวของพระราชวังทะเลทราย จากแผนที่สมบัติหรือบันทึกโบราณ แต่เมื่อพวกเขามาถึง จากสภาพที่มองเห็นในตอนนี้ พระราชวังทะเลทรายได้ถูกทำลายลงไปแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าถูกทำลายโดยพวกสัตว์อสูร ใช่ไหม?



แต่ในตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้คำตอบ เนี่ยลี่รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่าหัวของเขากำลังหมุนไม่ยอมหยุด เขาเดินไปข้างหน้าตามเส้นทางในความทรงจำของเขา ในเวลาต่อมาเขาจนถึงจุดที่ควรจะมีแท่นบูชาตั้งอยู่ แต่นอกจากเศษซากปรักหักพังก็ไม่มีอะไรอยู่เลย ไม่มีแม้แต่ม้วนตำราสักม้วน หนังสือจิตอสูรท่องเวลาก็เช่นกัน


หนังสือจิตอสูรท่องเวลาอยู่ที่ไหนกัน?
มันหายไปงั้นเหรอ?


เนี่ยลี่รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก ราวกับว่าหัวของเขากำลังจะถูกฉีกออกเป็น ๆ ภาพที่เห็นก่อนหน้านี้บิดเบียวในดวงตาของเขา ภาพของลู่เพียว ตู่ซื่อ และคนอื่น ๆ บิดเบี้ยวจนมองไม่เห็นภาพที่แท้จริง


“อ๊ากกก!” เนี่ยลี่ ร้องโหยหวนราวกับว่าสมองของเขากำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ


“เนี่ยลี่ เกิดอะไรขึ้น?


“เนี่ยลี่!” เอียจื้ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และคนอื่น ๆ ต่างก็ตะโกนเรียกชื่อของเขา


แม้ว่าตอนนั้นเนี่ยลี่จะได้ยิน แต่สติของเขาค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้า ๆ จากนั้นเขาก็ล้มลงไปบนพื้น
พระราชวังทะเลทรายก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
หนังสือจิตอสูรท่องเวลาก็หายไป


ล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ? จากการที่ต้องเจ็บปวดอย่างรุนแรง สติเนี่ยลี่ก็ค่อยๆดับลงไปในความมืดมิดแ



หนึ่งเดือนต่อมา ในเมืองกลอรี่


ทุกอย่างเจริญรุ่งเรืองและคึกคักเท่าที่มันเคยเป็น ตระกูลต่างๆจากดินแดนนรกจองจำ และที่ราบสูงชะตาสวรรค์ มาตั้งรกรากที่นี่ ก็ทำให้เมืองกลอรี่มีสีสันมายิ่งขึ้น กำแพงเมืองได้ถูกสร้างขึ้นให้สูงกว่าเดิมอีกหลายเมตร มีพลังงานมากมายคละคลุ้งอยู่เหนือเมือง


การป้องกันของเมืองกลอรี่รัดกุมยิ่งกว่าเดิม ด้วยค่ายกลหมื่นอสูร 5 แห่งวางอยู่รอบๆเมือง นอกเหนือจากนั้นยังมีการป้องกันอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ต่อให้มีการบุกโจมตีจากสัตว์อสูรฝูงใหญ่ เมืองกลอรี่ ก็สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน


ที่ลานกว้างของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เหล่าเด็กรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังฝึกฝน


เด็กๆเหล่านี้ฝึกฝนกันอย่างแข็งแรง ต้นไม้ยืนตระหง่านอยู่ด้านข้างของสนามถูกลมพัดมีเสียงราวกับสายลมกำลังผิวปากเบาๆ


เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ได้รับการฝึกเทคนิคการบ่มเพาะที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาบางคนบรรลุถึงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์เลยทีเดียว


พวกเขาคืออนาคตของเมืองกลอรี่ วันหนึ่ง เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องเมืองกลอรี่  ไม่ไกลจากลานฝึกมีเด็กอายุราว 3-4 ขวบ วิ่งเล่นหัวเราะกันสนุกสนาน


ใกล้กับลานฝึก บนยอดไม้ มีนกขนาดใหญ่ที่สร้างจากโลหะ ทุกคนที่ได้เห็นก็แทบจะทนไม่ได้กับรอยยิ้มที่แสนจะพิมพ์ใจ ในขณะที่นกตัวนั้นกำลังเฝ้ามองเหล่ามนุษย์อยู่


หลักจากที่ได้พักในระยะเวลาสั้น ๆ นกตัวนั้นก็บินออกไป ราวกับแสงที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
ณ ตำหนักเจ้าเมือง


เอียจื้ออวิ้นกำลังอาบน้ำอยู่ในตำหนัก มองไปจะเห็นความรู้สึกโศกเศร้าแสดงออกมาจากใบหน้าของนางอย่างเห็นได้ชัด ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่เนี่ยลี่ยังคงไม่ได้สติ ในช่วงนี้นางกับเซี่ยวหนิงเอ๋อผลัดกันดูแลเขา ในตอนนี้เป็นเวลาที่เซี่ยวหนิงเอ๋อเป็นคนดูแล นางจึงกลับมาอาบน้ำที่ห้องของนาง


นางอยู่อย่างเงียบๆ กับเงาที่สะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามของนาง รูปร่างอันงดงามของนางก็มองเห็นได้ในเงาสะท้อนนี้เช่นกัน


น้ำตารินไหลจากสองตาของนางท่วมเต็มใบหน้า นางอยากจะให้เขาคนนั้นรับรู้ว่า เขาคือคนที่นางต้องการเช่นกัน แต่มันก็สายเกินไปสำหรับคำบางคำที่จะเอ่ยออกมา


ในใจของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นางเฝ้าอธิษฐานต่อสวรรค์ ขอแค่ที่เนี่ยลี่ได้สติ นางยินดีที่จะสละทุกสิ่งแต่แม้ชีวิตของนางก็ตาม


ทันใดนั้นก็มีเคียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก พร้อมกับเสียงของเซี่ยวซุ่ย “เอียจื้ออวิ้น เนี่ยลี่ได้สติเล็กน้อยแล้ว หนิงเอ๋อบอกให้รีบมาเรียกเจ้า เร็วเข้า!

        “เนี่ยลี่ได้สติแล้วงั้นเหรอ?” เอียจื้ออวิ้นตกตะลึงไปชั่วครู่ นางรีบลุกขึ้นจากน้ำทันที เธอไม่มีเวลาที่จะใส่ใจเรื่องเล็กน้อย หยดน้ำยังเกาะอยู่บนผิวที่ขาวราวกับหยกของนาง นางรีบสวมชุดของนางอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ออกจากห้องของนาง นางก็รีบวิ่งเข้าไปนสวนของตำหนักเจ้าเมือง


ที่ห้องในสวนของตำหนักเจ้าเมือง เนี่ยลี่กำลังนอนอยู่บนเตียง ดวงตาของเขายังคงปิดอยู่ บางครั้งบนใบหน้าของเขาก็แสดงออกมาถึงความเจ็บปวด


ตั้งแต่ที่เอียจื้ออวิ้นออกไป เซี่ยวหนิงเอ๋อยืนเฝ้าเนี่ยลี่อยู่ข้าง ๆ หนึ่งเดือนมานี้นางแทบไม่มีเวลาที่ได้พักหายใจ ใบหน้าของนางซีดเซียวและดวงตาของนางก็แดงก่ำ ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่านางกำลังร้องไห้อยู่ แขนที่ขาวดั่งหยกของนางประสานแน่นกับเนี่ยลี่ นางพยายามที่จะส่งพลังวิญญาณของตัวเองเข้าไปในร่างกายของเขา เมื่อนางรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยในมือของเนี่ยลี่ นางจึงส่งเซี่ยวซุ่ยให้ไปตามเอียจื้ออวิ้นทันที


ก่อนหน้านี้ราวกับว่าพลังงานในร่างกายของเนี่ยลี่นั้นถูกดูดจนเหือดแห้งไป  ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามทำอย่างไรก็ไร้ผล แต่ตอนนี้ นางรับรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งกำลังกลับมาหาเขาอย่างช้าๆ นางจึงเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของนาง จากนั้นก็ส่งพลังวิญญาณเข้าไปในร่างกายของเขามากขึ้น..จบตอน

 แปลโดย นายมะพร้าว





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง