test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 254 กลายเป็นลูกศิษย์



เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นจากผู้เยี่ยมยุทธชุดคลุมดำ ทุกคนต่างตกตะลึง ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาคือจ้าวนครใต้พิภพที่พวกเขาเคยได้ยินเพียงตำนานเล่าขาน จริงๆหน่ะหรือ?
ยู่หยานที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเนี่ยหลี่เองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจ้าวนครใต้พิภพและคนอื่นๆที่ยืนอยู่เบื้องหลังของเขา นางเองก็ตกตะลึงสุดๆ กลายเป็นว่าในนครใต้พิภพนี้ยังมีผู้เยี่ยมยุทธระดับเทพวิญญาณอยู่ถึง 7 คน
เสี่ยวหนิงเอ๋ออดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “เซี่ยวหยู่ ความสัมพันธ์ของเจ้ากับเจ้านครใต้พิภพ...?”
เซี่ยวหยู่หันไปหาเสี่ยวหนิงเอ๋อ และอธิบายพร้อมกับร้อยยิ้ม “เจ้านครใต้พิภพคือพ่อบุญธรรมของข้าและยังเป็นผู้ที่เลี้ยงดูข้าอย่างเมตตา”
กลายเป็นว่าเซี่ยวหยู่นั้นมีภูมิหลังที่น่ากลัวมาก ไม่แปลกเลยที่ก่อนหน้านี้ เซี่ยวหยู่เคยพูดไว้ว่าในนครใต้พิภพนี้ไม่มีใครแตะต้องเขาได้
จ้าวนครใต้พิภพมองไปยังพวกเขาทุกคนแล้วยิ้ม “พวกเจ้าทุกคนล้วนมีความสามารถตามที่เราได้คัดเลือกจากในนครใต้พิภพนี้ ในบางครั้งพวกเจ้ายังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับอนาคตของพวกเจ้าเอง แต่นับจากตอนนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าทุกคนจะถูกแนะนำให้รู้จักกับดินแดนใหม่ๆทั้งหมด”
“โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่นั้นถูกเรียกว่าโลกใบเล็ก เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆของอาณาจักรซากมังกรเท่านั้น นอกจากนี้ระดับตำนานที่พวกเจ้าอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการฝึกบ่มเพาะพลัง เหนือไปกว่าระดับตำนานยังมี ชะตาสวรรค์ ดาราสวรรค์  แก่นแท้สวรรค์ มังกรแห่งเต๋า และเทพยุทธ (เทพสงคราม)
จากคำพูดเหล่านั้น ความตกตะลึงปรากฏขึ้นในดวงตาของคังหมิงและคนอื่นๆ ถ้างั้นในโลกใบเล็กนี้คือเศษเสี้ยวหนึ่งของโลกใบใหญ่ๆหน่ะสิ นอกจากนั้นเขายังได้รู้อีกว่ามีขั้นที่เหนือไปกว่าระดับตำนาน
จ้าวนครใต้พิภพพูดต่อ “ที่นั่นมีนิกายอยู่มากมายในอาณาจักรซากมังกร  ใครก็ตามที่อยู่ในนิกายใดนิกายหนึ่ง สามารถกำจัดเหล่าผู้เยี่ยมยุทธทั้งหมดในโลกใบเล็กนี้ได้อย่างง่ายดาย และเหตุผลเดียวที่โลกใบเล็กนี้อยู่อย่างสงบสุขได้เพราะมีเพียงผู้ที่อยู่ภายในโลกใบเล็กเท่านั้นที่สามารถออกไปได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่อยู่ภายนอกโลกใบเล็กนี้จะไม่สามารถเข้ามาได้ ประตูที่เชี่ยมต่อระหว่างโลกใบเล็กนี้กับภายนอกนั้นจะเปิดออกทุกๆ 5 ปี มีเพียงผู้ที่เกิดภายในโลกใบเล็กนี้ที่สามารถข้ามไป-มาได้ตามต้องการ”
ในชีวิตก่อนของเขา เนี่ยหลี่ได้เดินทางผ่านประตูไปยังอาณาจักรซากมังกรและโลกใบใหม่ทั้งหมด
จากคำพูดของจ้าวนครใต้พิภพ คังหมิง มู่เย่และฮวาฮัว นั้นเปี่ยมไปด้วยความหวังและความปรารถนาที่จะร่วมเดินทางไปยังอาณาจักรซากมังกร เพื่อดูว่าโลกนี้เป็นอย่างไร?
จ้าวนครใต้พิภพกวาดสายตาไปยังทุกคน “ผู้เยี่ยมยุทธทั้ง 6 นี้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับข้า พวกเข้าคือผู้เยี่ยมยุทธที่เกิดในโลกใบเล็ก พวกเจ้าทุกคนได้ถูกเลือกให้เป็นลูกศิษย์ของผู้เยี่ยมยุทธเหล่านี้แล้ว หากพวกเจ้าเต็มใจที่จะทำพันธสัญญาระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์และประทับผนึกวิญญาณแล้ว หลังจากนั้นอาจารย์ของพวกเจ้าจะพาพวกเจ้าไปยังอาณาจักรซากมังกร ที่นั่น พวกจะได้เข้าร่วมนิกายต่างๆ เรียนรู้ถึงเทคนิคการบ่มเพาะพลังในขั้นที่เหนือกว่า และกลายเป็นสุดยอดผู้เยี่ยมยุทธ!” ในเมื่อเป็นผู้ฝึกบ่มเพาะพลัง นี่เป็นข้อเสนอสุดแสนเย้ายวนที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เมื่อผนึกวิญญาณถูกสร้างขึ้น สายใยระหว่างอาจารย์กับศิษย์ก็เป็นอันสมบูรณ์  ในอาณาจักรซากมังกร การหลอกลวงและทรยศอาจารย์ถือเป็นบาปที่ไม่อาจอภัยได้!
ตู่เซอ กระซิบข้างหูเนี่ยหลี่ “เนี่ยหลี่ นี่เราจะได้ไปยังอาณาจักรซากมังกรอย่างนั้นหรือ?”
เนี่ยหลี่พยักหน้าแล้วมองไปยังจอมมารที่ยืนอยู่ห่างออกไป จากนั้นก็พูดขึ้น “มันจำเป็นที่เราจะต้องไปยังอาณาจักรซากมังกรมิฉะนั้น อีก5ปีข้างหน้าพวกจะไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องเมืองกลอรี่จากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น” หากพวกเขายังอยู่ในโลกใบเล็กนี้ ในขณะที่จอมมารได้ไปยังอาณาจักรซากมังกร อีก 5 ปีต่อมาจอมมารนั้นคงทำลายล้างเมืองกลอรี่ได้อย่างง่ายดาย
ประกายแห่งความเศร้าสร้อยปรากฏขึ้นภายในดวงตาของตู่เซอ “แล้วเราสามารถกล่าวคำอำลาพ่อแม่ของเราสักเล็กน้อยก่อนไปจะได้มั้ย?”
เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านจ้าวนครใต้พิภพควรให้เวลาสักหน่อยเพื่อทำสิ่งเหล่านั้น!
ในเมื่อท่านจ้าวนครใต้พิภพคือผู้ตัดสินใจ เขายิ้มและตอบกลับไป ”ก่อนที่เราจะมุ่งสู่อาณาจักรซากมังกร ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าเพียงไม่กี่เดือน ในการอยู่กับครอบครัว นอกจากนั้นหากใครก็ตามที่ยังมีความปรารถนาอื่นอีกก่อนที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรซากมังกร พวกเราจะช่วยทำให้พวกเจ้าสมปรารถนาอย่างสุดความสามารถ!
ทันใดนั้น คังหมิงก็ก้าวออกมา โค้งคำนับและถามขึ้น “นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าอยากจะทราบว่าใครกันที่จะมาเป็นอาจารย์ของเรา? พวกเราจะได้เลือกอาจารย์เองอย่างนั้นหรือ?”
จ้าวนครใต้พิภพส่ายหัวและตอบ “ผู้ที่จะได้เป็นอาจารย์ของพวกเจ้าได้ถูกตัดสินแล้ว หากพวกเจ้าคนใดไม่เต็มใจ ก็สามารถกลับออกไปได้เลย!
ได้ยินดังนั้น คังหมิงเงียบไปในทันที พวกเขาไม่มีสิทธิ์ในการเลือก อันที่จริง แค่นี้ก็ทำให้พวกเขาปราบปลื้มสุดๆแล้ว กับการที่มีผู้เยี่ยมยุทธระดับนี้รับพวกเขาเป็นศิษย์ ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะร้อนใจว่าใครกันที่จะมาเป็นอาจารย์ของพวกเขา
เอียจื้ออวิ้น เสี่ยวหนิงเอ๋อและคนอื่นกังวลเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขามีกันหลายคน เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีอาจารย์คนเดียวกัน นี่พวกจะต้องแยกจากกันอย่างนั้นหรือ?
เอียจื้ออวิ้นและเสี่ยวหนิงเอ๋อแทบจะหันไปมองเนี่ยหลี่พร้อมกัน ที่นั่นคืออาณาจักรซากมังกรอันแสนห่างไกลที่เคยพูดถึง พวกเขามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับประสบการณ์ที่จะได้รับจากที่นั่น
จ้าวนครใต้พิภพกวาดสายตาไปยังทุกคน “หลังจากที่พวกเจ้ากลายเป็นลูกศิษย์แล้ว อาจารย์ของพวกเจ้าจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอาณาจักรซากมังกรให้ฟัง อย่างไรก็ตามที่ข้าต้องบอกตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือ พวกเจ้าจะได้ไปอยู่ในนิกายใดนั้นไม่ปัญหา พวกเจ้านั้นมาจากโลกใบเล็กนี้ พวกเจ้านั้นห้ามลืมที่มาของตนเองหรือทรยศหลังหลังอาจารย์ของพวกเจ้าเป็นอันขาด! มิฉะนั้นแล้วพวกเราจะใช้พลังอำนาจทั้งหมดของพวกเรา กำจัดเจ้าเอง!
เมื่อสัมผัสความน่าสะพรึงอันเย็นเยียบจากดวงตาของเขา ทุกคนรีบพยักหน้าในทันที
หญิงสาวผู้แสนงดงามที่ยืนอยู่ข้างหลังจ้าวนครใต้พิภพ เผยรอยยิ้มออกมาและมองไปยังเอียจื้ออวิ้น เสี่ยวหนิงเอ๋อและเสี่ยวซุ่ย “เจ้า เจ้าและเจ้ามาตรงนี้! นับแต่นี้ไปพวกเจ้าเป็นศิษย์ของข้า!
เมื่อเปรียบเทียบกับเหล่าผู้เยี่ยมยุทธคนอื่น สาวงามคนนี้ดูใจดีและสุภาพมากกว่า จากจุดนี้เนี่ยหลี่สามารถวางใจได้ง่ายขึ้นหากเอียจื้ออวิ้น เสี่ยวหนิงเอ๋อและเสี่ยวซุ่ยได้ติดตามผู้หญิงคนนี้ไป
ไม่นานนักผู้เยี่ยมยุทธคนอื่นๆก็ได้เลือกลูกศิษย์ทั้ง 3 จนครบ ตู่เซอ ฮวาฮัวและคังหมิงได้เข้าร่วมกับผู้เยี่ยมยุทธผมสีฟ้า ต้วนเจี้ยน จอมมารและมู่เย่ได้รวมอยู่กลุ่มเดียวกัน
เนี่ยหลี่ ลู่เปียวและชายอายุราวๆ 20 ระดับเซียนคนหนึ่งอยู่กลุ่มเดียวกัน พวกเขาทั้ง 3 ได้เป็นศิษย์ของจ้าวนครใต้พิภพ
แม้ว่าผนึกวิญญาณนั้นจะประทับข้อตกลงที่แน่นอนลงบนตัวลูกศิษย์ ตัวอาจารย์เองจะถูกประทับข้อตกลงด้วยเช่นกัน ในอาณาจักรซากมังกร ผู้ใดก็ตามที่สร้างผนึกวิญญาณล้วนถูกประทับสายสัมพันธ์ศิษย์-อาจารย์อย่างเหนียวแน่น ตัวอาจารย์เองจะต้องไม่ปล่อยให้ศิษย์ตกอยู่ในอันตรายเป็นอันขาด เนี่ยหลี่สามารถวางใจได้เมื่อสร้างผนึกวิญญาณกับจ้าวนครใต้พิภพ
“อีก 3 เดือนนับจากนี้จะเป็นเวลาเพื่อให้พวกเจ้าได้กล่าวลาครอบครัวสักเล็กน้อย และเมื่อประตูเปิดออกพวกเจ้าทุกคนจะต้องมุ่งหน้าสู่นิกายของตน” จ้าวนครใต้พิภพกล่าวกับทุกคน ขณะที่มองไปยังแขนเสื้อของเนี่ยหลี่
เนี่ยหลี่เข้าได้ทันทีว่าเจ้านครใต้พิภพรู้ว่าในตอนนี้ยู่หยานซ่อนตัวอยู่ใต้แขนเสื้อของเนี่ยหลี่ อย่างไรก็ตามจ้าวนครใต้พิภพนั้นได้แต่มองโดยที่ไม่พูดอะไร
จ้าวนครใต้พิภพมองไปที่เนี่ยหลี่และอีกสองคนพร้อมทั้งกล่าว “นับแต่นี้เป็นต้นไป พวกเจ้าทั้งสามคนจะมีข้าเป็นอาจารย์!
เนี่ยหลี่ก้าวไปข้างหน้า ป้องมือขึ้น “ท่านอาจารย์ก่อนจะไปยังอาณาจักรซากมังกร ข้ามีคำขอต่อท่าน ข้าจะยินดีเป็นอย่างยิ่งหากท่านเห็นชอบ”
“คำขออะไรกันรึ?” จ้าวนครใต้พิภพถาม
“ตัวข้านั้นมาจากภายนอกดินแดนใต้พิภพ เป็นสถานที่ที่เรียกว่าเมืองกลอรี่ ในขณะที่ข้าไม่อยู่ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านอาจารย์จะช่วยปกป้องเมืองกลอรี่นั้นให้ปลอดภัยอย่างสุดความสามารถ!”เนี่ยหลี่กล่าวด้วยความเคารพ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะซื่อสัตย์ต่อจ้าวนครใต้พิภพ ตั้งแต่สายสัมพันธ์ศิษย์-อาจารย์ถูกสร้างขึ้น แม้ว่าจ้าวนครใต้พิภพจะตอบตงลงแน่นอนเพราะการปกป้องเมืองกลอรี่ไม่นับว่าเป็นปัญหาด้วยซ้ำ สำหรับจ้าวนครใต้พิภพ
“โอ้? เมืองกลอรี่งั้นรึ?” เมื่อจ้าวนครใต้พิภพได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เขานั้นตกใจเล็กน้อย เขายิ้มขึ้นอย่างมีนัยยะและกล่าวตอบ “เมืองของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในโลกหลัก เพียงหนึ่งเดียว นอกจากนั้นเมืองกลอรี่ยังสามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ด้วยตนเอง และยังไม่ถูกทำลายโดยสัตว์อสูร เจ้าไม่คิดรึว่าเหล่าผู้เยี่ยมยุทธที่มีอยู่น้อยนิดจะไม่มีความสามารถพอปกป้องตัวเอง? วางใจได้ ข้าได้ถูกไว้วานจากเพื่อนคนหนึ่งมานานแล้ว หากข้ายังมีชีวิตอยู่จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเมืองกลอรี่ได้!
มีคนเคยร้องขอการปกป้องเมืองกลอรี่จากจ้าวนครใต้พิภพมาก่อน? เนี่ยหลี่งุนงงไปชั่วขณะ แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาคิดว่าคงจะจริง เมืองกลอรี่นั้นประสบกับภัยพิบัติมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังรอดมาได้ เรื่องแบบนี้มันไม่ปกติแน่นอน เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนคอยปกป้องเมืองกลอรี่อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เนี่ยยังสงสัยเกี่ยวกับชายลึกลับที่ร้องขอให้จ้าวนครใต้พิภพปกป้องเมืองกลอรี่อยู่
ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมเมืองกลอรี่ถึงถูกทำลายลงในชีวิตที่แล้วของเขากันหล่ะ? รึว่าในชีวิตที่แล้วของเขา จ้าวนครใต้พิภพจะ...
ภายในใจของเนี่ยหลี่เต็มไปด้วยความสับสน แต่ในเมื่อท่านจ้าวนครใต้พิภพต้องการเก็บเป็นความลับและไม่อยากพูดถึงมัน เนี่ยหลี่จึงหยุดคำถามของเขาไว้ ดูเหมือนว่าคำตอบของปริศณานั้นจะยังคงปลอดภัยในอนาคต
เมื่อเวลาผ่านไปพิธีรับลูกศิษย์ก็จบลง ทุกได้สร้างผนึกวิญญาณกับอาจารย์ของตน
เซี่ยวหยู่หันไปยิ้มให้แก่เนี่ยหลี่ “เมื่อเราไปถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรซากมังกรแล้ว น้องชายเนี่ยหลี่ เจ้าต้องคอยตามข้านะ!
เนี่ยหล่ยักไหล่  “มันก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้นแหละ”
ก่อนหน้านี้ เนี่ยหลี่ไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยวหยู่ เขาจึงต้องคอยระวังเซี่ยวหยู่ไว้ แต่ตอนนี้เขารู้ถึงความสัมพันธ์ของเซี่ยวหยู่กับจ้าวนครใต้พิภพแล้ว เขาจึงไม่ต้องคอยระวังอีกต่อไป อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ยังคงไม่ชอบทัศนคติแบบผู้หญิงของเซี่ยวหยู่ (คิดว่าเขาเป็นกระเทยสินะ...บักหลี่เอ๊ย!!!)
“งั้น อีกสามเดือนค่อยพบกันใหม่!” เซี่ยวหยู่หัวเราะร่า
อีก 3 เดือนพวกเขาจะต้องมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรซากมังกร! ใน 3 เดือนนี้เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้อยู่ในโลกใบเล็กนี้ พวกเขาจะได้กลับมาอีกครั้งในอีก 5 ปีข้างหน้า
หลังจากจบพิธี ผู้ที่ถูกเลือกโดย 7 ผู้เยี่ยมยุทธก็กล่าวคำอำลา และกลับไปหาครอบครัวของตน
“เนี่ยหลี่ เราจะกลับกันเลยใช้มั้ย?” ตู่เซอถามเนี่ยหลี่ เพราะหลังจากนี้พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตในอาณาจักรซากมังกรถึง 5 ปี! ทุกคนต่างก็คาดหวังคำตอบจากเนี่ยหลี่
เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วตอบกลับ “แน่นอน พวกเราจะกลับไปยังเมืองกลอรี่กัน แต่ก่อนกลับ เรายังมีอีกที่หนึ่งที่ต้องไป!
“ที่ไหนกัน?” ทุกคนต่างก็มองเนี่ยหลี่ด้วยความสงสัย
“พระราชวังทะเลทราย!” เนี่ยหลี่พูดขณะที่มองออกไปยังเส้นทางข้างหน้า ก่อนที่เขาจะไปยังอาณาจักรซากมังกร เขาจะต้องไปยังสถานที่แห่งนั้นก่อน!
พระราชวังทะเลทราย? ทุกคนต่างงุนงงกับชื่อที่พึ่งได้ยิน พวกเขาประหลาดใจมาก พระราชวังทะเลทรายที่เนี่ยหลี่พูดถึงเป็นอย่างไรกัน? ทำไมเนี่ยหลี่จะต้องไปที่นั่นกัน?...จบตอน...

 

แปลโดย ไอยรา    กุญชร



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง