test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 253 เจ้านครใต้พิภพ




ใบหน้าของยู่หยานแสดงถึงความเจ็บปวดทันที ราวกับว่านางกำลังต่อสู้อยู่อย่างรุนแรง



ด้วยความรู้สึกว่ามีอะไรที่ผิดปกติไป เนี่ยลี่กุมยู่หยานเอาไว้ในมือของเขา ร่างกายของนางยังคงเล็กอย่างที่มันเคยเป็น และผิวที่งดงามของนางยังคงล่อตาล่อใจไม่รู้จักจบสิ้น ชุดผ้าไหมอันบางเบาของนาง ราวกับว่าไม่ได้สวมใส่มีอยู่


แต่ถึงกระนั้น เนี่ยลี่ก็ไม่ได้สนใจในเรื่องดังกล่าว เขากดนิ้วหัวแม่มือของเขาไปที่หน้าอกของนางและส่งแรงจิตวิญญาณของเขาเข้าไปในขอบเขตจิตวิญญาณของนาง


“อึก...” ยู่หยานร้องครางออกมา ขณะที่ร่างกายของนางบิดไปมา



ความรู้สึกแปลกๆส่งผ่านมายังนิ้วหัวแม่มือของเนี่ยลี่ เขาเห็นได้ว่ายู่หยานกำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรง อาจเนื่องมาจากการสู้รบอันรุนแรงที่เกิดขึ้นในขอบเขตจิตวิญญาณของนาง เนี่ยลี่กดนิ้วหัวแม่มือของเขาแรงขึ้น และส่งเจตจำนงให้พุ่งตรงไปยังขอบเขตจิตวิญญาณของนาง ภายในขอบเขตวิญญาณของนาง วิญญาณที่บุกรุกนั้นกำลังเผชิญหน้าอยู่กับยู่หยาน



     “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะตกต่ำถึงเพียงนี้ ถึงต้องจะต้องมาแย่งชิงร่างกายของหญิงสาว” จิตวิญญาณที่ชื่อว่า กงหยานพูดอย่างน่าสังเวช ถ้าหากเถาวัลย์ในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ไม่ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เขา แน่นอนว่าเขาคงจะไม่สนใจร่างกายของยู่หยานเลยแม้แต่น้อย



อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องหาร่างใหม่ทันที ไม่อย่างนั้นจิตวิญญาณของเขาจะแตกสลายไปทันที นี่เป็นเพราะสถานการณ์บังคับของจึงจำต้องเลือกยู่หยาน


  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดเลยว่ายู่หยานจะต่อต้านเขารุนแรงถึงเพียงนี้ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือดภายในขอบเขตวิญญาณของยู่หยาน



ในตอนนั้น วิญญาณของยู่หยานนั้นค่อยๆตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้ว่านางจะได้กายาเทพคืนมา แต่จิตวิญญาณของนางยังคงแตกกระจาย ดังนั้นจุดอ่อนของนางก็คือ จิตวิญญาณของนางนี่เอง ขณะที่ทั้งสองวิญญาณต่อสู้กัน จิตวิญญาณของยู่หยานก็ต้องทรมานจากการโจมตีอันรุนแรง


หลังจากที่เนี่ยลี่ได้ส่งผ่านพลังวิญญาณของเขา เข้าสู่ขอบเขตวิญญาณของยู่หยาน เขาก็เริ่มโจมตีวิญญาณผู้บุกรุกอย่างรุนแรง แต่ถึงกระนั้นเขาสามารถช่วยเหลือยู่หยานได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะตอนนี้พวกเขาต่อสู้กันในร่างของนาง
ด้วยความช่วยเหลือของเนี่ยลี่ ยู่หยาน ก็เริ่มที่จะโจมตีวิญญาณผู้บุกรุกได้



       “หนอย ไอ้สารเลว คิดจะขวางทางข้าไปถึงไหน! ถ้าหากข้าคืนชีพได้ ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ และบดกระดูกเจ้าให้เป็นผุยผงเลย!” จิตวิญญาณผู้บุกรุกยิ่งเพิ่มความเกลียดชังในตัวเนี่ยลี่  ถ้าหากเนี่ยลี่ไม่เข้ามาแทรก เขาคงจะดูดกลืนวิญญาณของยู่หยานไปแล้ว “คิดจะเอาชนะข้า มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก!




จู่ๆจิตวิญญาณของผู้บุกรุกก็เปลี่ยนเป็นเข็มอันเล็กๆ หลบการโจมตีของเนี่ยลี่ แล้วพุ่งเข้าหาวิญญาณของยู่หยานทันที


วิญญาณผู้บุกรุก หัวเราะออกมาอย่างป่าเถื่อน 


“ฮ่าฮ่าฮ่า! ในตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้แล้วที่เจ้าจะมาขวางทางของข้าได้อีก”


“แบบนี้ไม่ดีแน่!” สีหน้าของเนี่ยลี่เปลี่ยนไปในทันที ตอนนี้วิญญาณของศัตรูเข้าไปในวิญญาณของยู่หยานแล้ว ภายในนั้นพวกเขาจะต้องต่อสู้กันเอง เนี่ยลี่ไม่อาจที่จะให้ความช่วยเหลือได้อีก



กลิ่นอายวิญญาณของผู้บุกรุกมีความแข็งแกร่งมากขึ้นทันที ในขณะที่มันค่อยๆดูดกลืนวิญญาณของยู่หยาน


ในตอนนี้หัวใจของเนี่ยลี่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขารับรู้ได้ว่ากลิ่นอายวิญญาณของยู่หยานค่อยๆอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ใกล้จะดับมอดลงไปแล้ว


ใจของเนี่ยลี่นั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังจากที่ยู่หยานได้ติดสอยห้อยตามเขามาเป็นเวลานาน นางอยู่ในกลุ่มของเนี่ยลี่ และนางกลายเป็นสหายที่ไม่อาจมีใครทดแทนได้  ถ้าหากวิญญาณของนางถูกยึดครอง นางก็จะสลายไปตลอดกาล


ยู่หยานคิ้วขมวดด้วยความเจ็บปวดที่มาจากส่วนลึกในวิญญาณของนาง ยิ่งเวลาผ่านไป อารมณ์และความรู้สึกที่เป็นมนุษย์ของนางก็ค่อยๆจางหายไปจากตัวของนาง ความทรงจำลึกๆ ยังคงเลือนลางอยู่ในจิตใจของนาง   แต่ตอนนี้ที่นางยืนอยู่หน้าประตูแห่งความตาย ทันใดนั้นความทรงจำมากมายนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเขามาในหัวของนาง


นางเห็นตอนที่นางยังคงเป็นเด็ก วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าอยู่กับพ่อแม่ของนางที่อยู่ใกล้ๆ ดูเหมือนว่านางจะมีความสุขมากที่ได้วิ่งเล่นไปรอบๆ


นางเห็นตัวเองตอนที่เป็นสาวสะพรั่ง นางแอบหลงรักเด็กผู้ชายคนหนึ่ง นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใบหน้าของเขาอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ทุกอย่างกลับคืนมาในจิตใจของนางอีกครั้ง


กงหยานหัวเราะอย่างป่าเถื่อน ขณะที่กำลังดูดกลืนจิตวิญญาณของยู่หยาน “อารมณ์ของมนุษย์ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง ในตอนที่เจ้ากำลังจะตาย เจ้าจะจดจำไปเพื่อสิ่งใดกัน”



เมื่อวิญญาณของนางกำลังจะมอดดับลง จู่ๆเปลวไฟสีทองก็จุดประกายขึ้นมาในขอบเขตวิญญาณของนาง ในตอนแรกเปลวไฟสีทองมีขนาดแค่เล็กน้อย แต่ทันทีที่ลุกไหม้ มันราวกับว่าเป็นเปลวเพลิงจากขุมนรก


“อ๊าก!” กงหยานกรีดร้องอย่างน่าอนาถ เปลวไฟสีทองเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถต้านทานได้เลย วิญญาณของเขากำลังค่อยๆถูกเผา



กลิ่นอายวิญญาณของยู่หยานจากที่กำลังอ่อนแอจวนเจียนที่จะสลายไป ตอนนี้กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก



กงหยาน ถูกปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว “เจ้า...เจ้าคือ...” เขาหันหลังกลับและพยายามจะหลบหนี แต่เปลวไฟสีทองของยู่หยาน ก็ปกคลุมร่างกายเขาจนทั่วแล้ว เขากรีดร้องด้วยความทรมาน ก่อนที่จะถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงความว่างเปล่า


เมื่อเนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงพลังงานได้อย่างชัดเจนในขอบเขตวิญญาณของยู่หยาน เขาจึงถอนพลังวิญญาณของเขาออกจากร่างกายของนาง



“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น?” เนี่ยลี่รู้สึกสับสน และคิดไม่ออกในเรื่องที่เกิดขึ้น



กลิ่นอายของวิญญาณของนางฟื้นคืนกลับมา แล้วนางก็ลืมตาขึ้นมา ในขณะที่หอบอยู่นั้น เสื้อผ้าของนางก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ


แม้ว่าในตอนนี้ ยู่หยานจะยังตัวเล็กอยู่ แต่เสื้อผ้าโปร่งแสงของนางยังไม่อาจคลุมได้ทั่วทั้งตัว สามารถมองเห็นร่องลึกผ่านคอเสื้อที่หลวมของนาง และขาของนางที่ขาวบริสุทธิ์ ราวกับว่ามันทำมาจากหยกสีขาวเลยทีเดียว


เนี่ยลี่สบตากับยู่หยาน เมื่อเขาเห็นว่ายู่หยานรู้สึกตัวแล้ว เขาก็ตกตะลึง ด้วยการบ่มเพาะพลังของเขาในตอนนี้ เขาไม่อาจบอกได้ว่าใครคือผู้ที่ครอบครองร่างกายของยู่หยานอยู่ในตอนนี้


เพียงเศษเสี้ยวของเวลาที่ผ่านไป ความรู้สึกเขินอายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยู่หยาน “เจ้าปล่อยข้าได้แล้ว”



ในตอนนี้เนี่ยลี่ยังคงกดนิ้วหัวแม่มือของเขาไปที่หน้าอกของนาง หน้าอกเต่งตึงของนางถูกกดอยู่ใต้นิ้วหัวแม่มือของเนี่ยลี่ ประหนึ่งว่ามันกำลังดึงดูดหากันและกัน


ด้วยท่าทางของยู่หยานนั้น ทำให้เนี่ยลี่ยังคงยืนตะลึงอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะปล่อยมือของเขาออกมา เขาค่อยๆหายจากการตกตะลึงในตอนนี้ยู่หยานไม่เหมือนคนเดิมก่อนหน้านี้


แต่ถึงอย่างไร คน คนนี้ก็คือยู่หยานตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย  ถ้าหากเป็นเจ้านั่นคงไม่แสดงท่าทีเช่นนี้ เนี่ยลี่ยังคงเกาหัวเนื่องจากไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น


ยู่หยานเหาะขึ้นไปบนไหล่ของเนี่ยลี่ แก้มของนางยังคงแดงก่ำเช่นเดิม แล้วนางก็บอกว่า “เจ้าวิญญาณนั่นถูกเผาจนมอดไหม้แล้วด้วยเพลิงแห่งชีวิตของข้า”


แต่ถึงอย่างไร นางก็มิได้บอกกับเนี่ยลี่ว่า ในใจของนางมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย



       “โอ้...” เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่าวิญญาณของศัตรูได้ถูกเผาไหม้ไปจนหมดแล้ว อย่างไรก็ตามการแสดงออกของยู่หยานแตกต่างจากเดิมไปเล็กน้อย แต่เขาคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เขาโยนคำถามเหล่านั้นทิ้งไป และตัดสินใจว่าจะไม่ใส่ใจมันอีกต่อไป



เนี่ยลี่นั่งขัดสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลังของเขาต่อไป



ยู่หยานยังคงนั่งอยู่บนไหล่ของเนี่ยลี่ แต่ในความคิดของนางนั้นไม่อาจที่จะสงบได้เป็นเวลานานเลยทีเดียว ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้นและมองไปยังแก้มของเนี่ยลี่ นางจ้องมองตาเป็นประกาย จากนั้นนางจึงหันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับถอนหายใจ นางมองเห็นมันอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณของนาง ความจริงที่ว่านางไม่ได้มาจากโลกนี้ เธอสงสัยว่านางเกิดมาได้อย่างไร และนางมาจากที่แห่งไหนกันแน่?


ยู่หยานได้ตัดสินใจแล้วว่าเมื่อพลังของนางกลับมาจนถึงตอนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว นางจะไปจากโลกนี้ เพื่อไปค้นหาต้นกำเนิดที่แท้จริงของตัวนาง



แต่ถ้าหากนางมีกองหนุนช่วยในเรื่องนี้ มันก็คงจะเป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกายนางตอนนี้ นางอยากรู้ว่าเขาจะเติบโตไปถึงขั้นไหน


เนี่ยลี่นั่งอย่างสงบเป็นเวลาสามวัน ในขณะที่เขาค่อยๆเข้าถึงภาวะจิตอนัตตา การบ่มเพาะพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากระดับ 1 ดาว เป็นระดับ 2 ดาว


ชั้นเจ็ดของแดนมรณะเก้าชั้น





จอมมารนั่งสงบอยู่ในมุมแคบๆเพียงลำพัง เขาสามารถเข้าถึงภาวะจิตอนัตตาเมื่อมาถึงชั้นเจ็ดของแดนมรณะเก้าชั้น พลังงานลึกลับบางอย่างได้ไหลซึมเข้าสู่ร่างกายของเขา และเกิดอะไรบางอย่างขึ้นในขอบเขตวิญญาณของเขา


สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือ ชะตาวิญญาณ มีเพียงผู้ที่ควบคุมชะตาวิญญาณเท่านั้น  จึงนับเป็นก้าวแรกของผู้ที่สามารถบรรลุถึงขั้นชะตาสวรรค์


เขาสามารถข้าวข้ามผ่านประตูของระดับชะตาสวรรค์แล้ว เขาอ้าปากและดูดกลืนเปลวไฟทมิฬเข้าไปราวกับแม่น้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด มองดูเขาตอนนี้ราวกับกบ หน้าท้องของเขาบวมออก ความเร็วที่เขาดูดกลืนเปลวไฟทมิฬบนชั้นที่เจ็ดนี้ นั้นรวดเร็วยิ่งกว่าจินตานเสียอีก


เมื่อเข้าสู่ภาวะจิตอนัตตา เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เวลาหลายวันผ่านไปราวพริบตา




วันที่สิบ


หลังจากที่การทดสอบสิ้นสุดลง เหล่าผู้เยี่ยมยุทธจากเผ่าพันธ์ต่างๆ ในป้อมปราการอัน
ธสูรได้กลายเป็นแสงพุ่งหายไป


ณ สวนที่งดงามบนชั้นที่เก้าของแดนมรณะเก้าชั้น



เนี่ยลี่และกลุ่มของเขา พร้อมทั้งคนอื่นๆ จู่ๆก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาในอากาศและบนดินของสวนแห่งนี้


       “นี่มันที่ไหนกัน?” เนี่ยลี่กวาดสายตาของเขาไปรอบ ๆ ตัวของเขาและพบว่าเอียจื้ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ ต้วนเจี้ยน และคนที่เหลือทั้งหมดมาอยู่กันที่นี่ เท่าที่เขามองเห็นสวนทั้งหมด สวนนี้ได้รับการออกแบบอย่างงดงาม ดอกไม้บานในทุกซอกทุกมุม ภาพทั้งหมดช่างงดงามยิ่งนัก และในสายตาของพวกเขาทั้งหมด ยังคงสงสัยว่าพวกเขายังคงอยู่ในแดนมรณะเก้าชั้นหรือเปล่า



“น้องชายเนี่ยลี่ แล้วก็น้องสาวหนิงเอ๋อ เราพบกันอีกครั้งแล้วนะ!” เซี่ยวหยู่ ยิ้มเล็กน้อยขณะที่ให้การต้อนรับพวกเขา



“เซี่ยวหยู่ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” เซี่ยวหนิงเอ๋อตกตะลึง




เนี่ยลี่กวาดสายตาผ่านไปทางเซี่ยวหยู่ และเห็นคนทั้งเจ็ดที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ผู้เยี่ยมยุทธทั้งเจ็ดคนปล่อยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งออกมา ใจของเนี่ยลี่เต้นอย่างรุนแรง การบ่มเพาะพลังของผู้เยี่ยมยุทธเหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดก็อยู่ในระดับชะตาสวรรค์
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีผู้เยี่ยมยุทธที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ในนครใต้พิภพ


เมื่อได้เห็นอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้ หัวใจเนี่ยลี่ถึงกับสั่นสะท้าน ท่ามกลางเหล่าผู้เยี่ยมยุทธนี้ หนึ่งในนั้นจะต้องเป็น เจ้าแห่งนครใต้พิภพ เป็นแน่


ชางหมิง มู่เย่ ฮวาฮัว และคนอื่นๆก็ถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่ พวกเขาจ้องมองด้วยความประหลาดใจ จอมมารมองดูอย่างสงบ เขากวาดสายตาไปยังผู้เยี่ยมยุทธเหล่านั้น ถ้าสังเกตุให้ดีจะมองเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขา เขาเฝ้าคอยเวลานี้มาอย่างยาวนาน ในที่สุดเขาก็สามารถไปยังอาณาจักรซากมังกรได้แล้ว



ผู้เยี่ยมยุทธคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำ จากทั้งเจ็ดคน มองมายังเนี่ยลี่และคนอื่นๆ “ยินดีที่ได้พบกับพวกเจ้าทุกคน ข้าคือเจ้าแห่งนครใต้พิภพ พวกเค้าคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าอย่าได้หวาดระแวงในเรื่องใดเลย.... ”



แปลโดย นายมะพร้าว







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง